Share

บทที่ 2

Author: จิ่วเฟิง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพูดเสียงเรียบ “รสชาติของคุณยุ่งยาก ผมจำไม่ได้ ปรุงทีไรก็ผิดทุกที คุณปรุงเองเถอะ”

ความจริงแล้ว รสชาติของฉันไม่ได้ยุ่งยากเลยสักนิด แค่ไม่ใส่พริกเท่านั้น

ลู่เยี่ยนจำได้แม้กระทั่งน้ำจิ้มเกือบสิบแบบของสวี่เหยาได้ ว่าแต่ละอย่างต้องใส่ปริมาณเท่าไร แต่ทุกครั้งที่ปรุงน้ำจิ้มให้ฉัน เขากลับใส่พริกลงไปเสมอ

หลังจากปรุงน้ำจิ้มเสร็จ ฉันถือถาดน้ำจิ้มกลับมา ยืนชะงักอยู่หน้าโต๊ะ

ที่นั่งที่เคยเป็นของฉัน ตอนนี้กลับมีสวี่เหยานั่งอยู่

ทั้งสองกำลังพูดคุยหัวเราะกัน และลู่เยี่ยนเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นฉัน

“อาเหยามีประจำเดือน โดนลมเย็นไม่ได้ คุณสลับที่กับเธอหน่อยนะ”

ฉันค่อยๆ นั่งลง ลมเย็นพัดเข้ามาตามน่องจนรู้สึกหนาววาบ

ท้องน้อยเริ่มปวดเกร็งขึ้นมาเป็นระยะๆ

สวี่เหยาเคยบอกว่าพวกเราสองคนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทกันถึงขนาดที่ยังมีประจำเดือนวันเดียวกันเลย

หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น เป็นข้อความจากประธานโจว

“เจียงเหยียน อีกสามวันจะออกเดินทาง มีปัญหาอะไรไหม?”

ฉันเงยหน้าขึ้น

ลู่เยี่ยนกำลังคีบผ้าขี้ริ้ววัวที่เพิ่งลวกสุกให้สวี่เหยา

ฉันก้มหน้าลงแล้วพิมพ์ตอบ

“ไม่มีปัญหาค่ะ”

เมื่อเนื้อแกะม้วนสุกแล้ว ฉันหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมคีบ

“คุณจะกินเหรอ?” สีหน้าของลู่เยี่ยนสลดลงเล็กน้อย

มือที่กำลังคีบเนื้อแกะม้วนของฉันชะงักค้างอยู่ข้างหม้อ “ห้ะ?”

“นี่ผมต้มให้อาเหยา”

พูดจบ เขาก็นำถ้วยจานใบสะอาดจากด้านข้างมาวาง

แล้วคีบเนื้อแกะม้วนที่สุกแล้วทั้งหมดในหม้อลงชาม

เขามองหน้าฉัน ชะงักไปครู่หนึ่ง

วินาทีต่อมา เขาก็ปัดเนื้อแกะม้วนชิ้นที่ฉันคีบอยู่นั้นลงถ้วยไปด้วย

จากนั้นยกชามเนื้อแกะม้วนที่พูนเต็มไปวางไว้ข้างสวี่เหยา

“เอ้า ไม่ใช่ว่าคุณบอกว่าเนื้อแกะที่ผมต้มถูกปากคุณที่สุดเหรอ ทั้งหมดนี่เป็นของคุณ ไม่มีใครแย่งไปได้หรอก”

ภาพทั้งหมดเมื่อครู่อยู่ในสายตาของสวี่เหยา

แต่เธอไม่ได้พูดอะไร อาจเป็นเพราะเธอไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

เธอคุ้นชินกับการที่ลู่เยี่ยนคอยดูแลและตามใจเธอ

แม้กระทั่งต่อหน้าฉันที่เป็นแฟนคนปัจจุบัน เธอก็ยังคิดเอาเองว่า เธอควรจะเป็นคนที่ได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากลู่เยี่ยน

“ซี๊ด”

ตอนที่ลู่เยี่ยนใส่เนื้อแกะม้วนลงหม้อ เขาออกแรงมากเกินไปจนน้ำซุปร้อน ๆ กระเด็นมาโดนหลังมือของฉัน

ฉันชักมือกลับด้วยความเจ็บ พอก้มมองก็เห็นว่าผิวบริเวณนั้นแดงไปทั้งแถบ

วินาทีถัดมา นิ้วมือทั้งสี่ก็ถูกกุมไว้กะทันหัน

ลู่เยี่ยนจ้องมองหลังมือที่ขึ้นรอยแดงของฉัน คิ้วขมวดม้วนเข้าหากัน

“รู้จักหลบเสียบ้างสิ ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย”

ลู่เยี่ยนลุกขึ้นยืน แต่ยังจับมือฉันไว้ไม่ยอมปล่อย

ฉันยังนั่งนิ่งไม่ขยับ ความรู้สึกขมขื่นผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อย

เขาหันกลับไปด้านหลัง ก้มมองฉันจากมุมสูง

“คุณอยากเห็นมือบวมเป็นซาลาเปาหรือไง?”

ฉันลุกขึ้นยืน เดินตามเขาไปยังอ่างล้างมือ

เขาปรับความแรงของน้ำ ดึงมือฉันไปวางรองใต้สายน้ำไหลเพื่อลดความร้อนอย่างเบามือ

สายน้ำลื่นไหลผ่านหลังมือของฉัน แล้วไหลไปหลังมือของลู่เยี่ยน ก่อนตกร่วงลงสู่อ่าง

ลู่เยี่ยนจ้องมองที่หลังมือของฉัน

“เนื้อแกะม้วนนั้นผมต้มให้คุณนั่นแหละ”

ทันทีที่เขาพูดจบ ฉันก็ก้มหน้าลง

ความน้อยใจที่สะสมอยู่ในใจก่อนหน้านี้ ราวกับกำลังค่อย ๆ เจือจางลงไป

พอเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร สวี่เหยาก็กำลังตักเนื้อแกะม้วนชิ้นสุดท้ายขึ้นพอดี

“ลู่เยี่ยน เนื้อแกะต้มของนายนี่เด็ดจริง ฉันกินจนหมดเกลี้ยงแล้ว”

ลู่เยี่ยนยิ้มมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ “ยังอยากกินอีกไหม เดี๋ยวผมต้มให้คุณเพิ่ม”

จานใส่เนื้อแกะว่างเปล่าแล้ว ลู่เยี่ยนจึงโบกมือเรียกพนักงาน เตรียมสั่งเพิ่มอีกหนึ่งจาน

สวี่เหยากลืนเนื้อแกะม้วนชิ้นสุดท้ายลงคอ แล้วโบกมือปฏิเสธ “ไม่เอาแล้ว กินไปเยอะมากแล้ว กินอีกเดี๋ยวจะเลี่ยน”

ตรงจุดในหม้อที่เคยใช้นึ่งต้มเนื้อแกะม้วน ถูกแทนที่ด้วยผักกาดขาวน้อยจนเต็ม

เมื่อนึกถึงคำพูดของลู่เยี่ยนที่อ่างล้างมือ ฉันจึงหันไปมองเขา

แววตาของลู่เยี่ยนฉายความงุนงง “มีอะไรเหรอ”

จู่ ๆ ฉันก็เข้าใจว่า คนที่แค่สบสายตาก็ทำให้ลู่เยี่ยนเข้าใจความหมายได้ทันทีคือสวี่เหยา ไม่ใช่ฉัน

จริง ๆ แล้วฉันแค่อยากถามลู่เยี่ยน

เนื้อแกะที่ต้มให้สวี่เหยา ฉันแตะต้องไม่ได้สักเดียว

แต่เนื้อแกะที่ต้มให้ฉัน สวี่เหยากลับกินได้จนไม่เหลือสักเดียว

มันเพราะอะไรกัน

เมื่อเห็นแววตางุนงงของลู่เยี่ยน ฉันก็เหมือนจะเข้าใจแล้ว

สิ่งที่เขาให้สวี่เหยาคือความตั้งใจ ส่วนสิ่งที่ให้ฉันก็แค่ผลพลอยได้ติดมือ

ระยะทางจากอ่างล้างมือถึงโต๊ะอาหารแค่สิบกว่าก้าว เขาก็ลืมมันไปแล้ว

ลืมแล้วก็ลืมไป ฝืนหยิบยกขึ้นมาพูดก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก

ฉันส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอะไรหรอก”

ฉันวางตะเกียบลงข้างโต๊ะ แต่ในถ้วยน้ำจิ้มกลับมีผักพลูคาวเพิ่มเข้ามาสองสามชิ้น

“คุณชอบกินผักพลูคาวที่สุดไม่ใช่เหรอ สั่งมาเยอะเลย กินเยอะ ๆ สิ”

พูดจบ ลู่เยี่ยนก็เอียงตัวไปด้านข้าง ใช้กระดาษทิชชูเช็ดน้ำจิ้มที่เปื้อนมุมปากของสวี่เหยาออกให้

ฉันเอาผักพลูคาวไม่กี่ก้านนั้นไว้ก้นถ้วยน้ำจิ้มอย่างเงียบๆ

คนที่ชอบกินผักพลูคาวไม่ใช่ฉัน แต่เป็นสวี่เหยาต่างหาก

สวี่เหยามองมาทางฉัน สายตาหยุดอยู่ที่จานสำหรับใส่เศษอาหารข้างมือฉัน

มันสะอาดหมดจด ไม่มีคราบน้ำมันติดอยู่เลยแม้แต่น้อย

“เหยียนเหยียน ไม่ชอบเหรอ”

ลู่เยี่ยนก็หันมามองเช่นกัน

ฉันเองก็กำลังถามตัวเองอยู่เหมือนกัน

ตั้งใจใช้วันลา ยืนต่อคิวตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึงสองทุ่ม ยืนรอคิวหมายเลข 3601

แลกอะไรไปมากมายกว่าจะได้กินหม้อไฟมื้อนี้ แต่พอได้กินเข้าจริงๆ กลับพบว่า

ทำไมมันถึงไม่ได้อร่อยเหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้เลย

ถึงขั้นฝืนกินแทบไม่ลง จนตอนนี้แทบอยากลุกออกไปจากที่นี่เลยเดี๋ยวนั้น

สายตาของฉันย้ายจากสวี่เหยาไปที่ลู่เยี่ยน

สิ่งที่ฉันทุ่มเทเพื่อให้ได้อยู่กับลู่เยี่ยนนั้น มากกว่าการทุ่มเทเพื่อหม้อไฟมื้อนี้ไม่รู้กี่เท่า

ความปรารถนาและความคาดหวังที่เคยมี รวมถึงความผิดหวังเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็หนักหนากว่าความผิดหวังจากหม้อไฟมื้อนี้ไม่รู้กี่เท่า

ฉันกดความขมขื่นในใจลง แล้วฝืนยิ้ม “บางที...มันอาจไม่เหมาะกับฉันก็ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 9

    ลู่เยี่ยนก้มหน้าลง เสียงสะอื้นเล็กน้อย “ผมผิดเอง ผมขอโทษคุณด้วย กลับไปกับผมนะ ต่อไปผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแน่นอน” เขาพยายามจะคว้ามือฉันอีกครั้ง แต่ฉันหลบออกอย่างเย็นชา“ลู่เยี่ยน ไม่ใช่ทุกความผิดจะมีโอกาสแก้ตัว เราจบกันอย่างสมบูรณ์แล้ว”“ไม่ เราไม่จบกัน” ลู่เยี่ยนขึ้นเสียงอย่างกะทันหันด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และผมก็สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลง ผมเดินทางไกลมาถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อมาหาคุณ คุณให้โอกาสผมอีกครั้งไม่ได้เลยเหรอ?”ฉันปฏิเสธอย่างไม่ลังเล “ไม่ได้”ลู่เยี่ยนมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอบตาจะค่อยๆ แดงขึ้น“เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และมันเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัยจริงๆ”“ผมเข้าใจว่าคุณไม่อยากให้อภัยผมง่ายๆ แต่ผมจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะเรื่องนี้”“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว”ตกค่ำ หลังจากจบวันอันแสนวุ่นวาย ฉันชงกาแฟให้ตัวเองหนึ่งแก้วเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คนที่โทรมาคือสวี่เหยาฉันลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็กดรับสาย “เหยียนเหยียน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน เธอช่วยยกลู่เยี่ยนให้ฉันได้ไหม” สวี่เหยาบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน แต่กลับใช

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 8

    รถเลี้ยวเข้าจอดในลานจอดรถใต้ดิน ก่อนดับเครื่องยนต์ ลู่เยี่ยนไม่ได้ก้าวลงจากรถ เขาเหลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรงจากห้าโมงเย็นจนถึงตอนนี้ ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วทำไมเพิ่งผ่านไปแค่สามชั่วโมงเองล่ะ? นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เยี่ยนสัมผัสได้ว่าเวลาสามชั่วโมงมันยาวนานขนาดนี้เขานึกถึงหม้อไฟมื้อนั้นเมื่อสองวันก่อนเจียงเหยียน ยอมใช้วันลา และยืนต่อคิวรอนานถึงหกชั่วโมงเพื่อหม้อไฟมื้อนั้นเธอทนผ่านช่วงเวลาหกชั่วโมงอันแสนน่าเบื่อนั้นมาได้อย่างไร? ระหว่างนั้น เขาไม่เคยถามสักคำว่าเธอหิวไหม หิวน้ำไหม หรือหนาวหรือเปล่า? ตอนที่เธอไม่ยอมทำตามที่เขาขอให้เปลี่ยนไปกินอาหารเสฉวน เขากลับดุหาว่าเธองอแงเอาแต่ใจทำไมตัวเองถึงได้เฮงซวยขนาดนี้? ลู่เยี่ยนจุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวนจากนั้นก็จุดต่อมวนแล้วมวนเล่าก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อนเต็มพื้น เขาก็ยังไม่อยากก้าวลงจากรถเขาไม่อยากขึ้นไปข้างบน หรือพูดอีกอย่างคือ เขาไม่กล้าขึ้นไปต่างหากความกระวนกระวายก่อตัวขึ้นในใจ เขามีลางสังหรณ์ว่าครั้งนี้เจียงเหยียนไม่ได้แค่เอาแต่ใจเหมือนทุกทีแน่ๆนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ตัวเองต้องการเจียงเหยียน

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 7

    บนโต๊ะอาหารยังวางกล่องอาหารเดลิเวอรีของเมื่อวานไว้ ลู่เยี่ยนเดินตรงเข้าไปเก็บกวาดเขานำอาหารที่กินไม่หมดมาเทรวมกัน ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาตกกระทบลงบนแก้วน้ำเปล่าใบนั้น บนโต๊ะอาหารนั่นคือแก้วน้ำที่เขารินให้เจียงเหยียน เอาไว้แก้อาการเผ็ดเขาสังเกตว่านอกจากอุณหภูมิแล้ว น้ำแก้วนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากตอนที่เขาเลื่อนมันไปให้เจียงเหยียน ไม่มีแม้แต่คราบน้ำมันติดอยู่สักนิด จนเขาตระหนักได้ว่า เจียงเหยียนไม่ได้กินกับข้าวเลยแม้แต่คำเดียวแก้วน้ำเปล่าใบนั้นทำเอาเขาเจ็บปวดแปลบขึ้นมาในใจทำไมเขาถึงละเลยเรื่องนี้ไปได้ ไม่สั่งอาหารที่ไม่เผ็ดไว้สักสองสามอย่าง หลังเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อย ลู่เยี่ยนก็เดินเข้าครัว เขาหยิบวัตถุดิบออกมาทีละอย่างเต้าหู้ผัดหม่าล่า ไข่ผัดพริกหยวก และกุ้งมังกรจิ๋วผัดหม่าล่า... ล้วนเป็นของโปรดที่สวี่เหยาชอบกินทั้งนั้นแล้วเจียงเหยียนล่ะ ชอบกินอะไร?เธอไม่ทานเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? นอกจากไม่กินเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? ลู่เยี่ยนพยายามนึกอย่างละเอียดอยู่ในหัว คำสี่คำหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของเขานั้นคือ อาหารกวางตุ้ง เหมือนเจียงเหยียนเคยพูดกับเขาว่า

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 6

    ลู่เยี่ยนถือถุงกับข้าวใบใหญ่เดินเข้ามาในบ้าน ก่อนเปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า “เจียงเหยียน”“อาเหยาบอกว่าก่อนพวกเราออกเดินทาง อยากกินมื้อใหญ่อร่อยๆ ปรนเปรอกระเพาะแบบจีนๆ ของพวกเราหน่อย รีบออกมาช่วยกันเร็ว”แต่สิ่งที่ตอบรับเขามีเพียงเสียงถอดเปลี่ยนรองเท้าดังสวบสาบของตัวเองเท่านั้น“เจียงเหยียน?”ลู่เยี่ยนเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ นำถุงกับข้าวไปวางไว้ในครัว แล้วตรงไปยังห้องรับรองทันที สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือเตียงสนามที่ว่างเปล่า จากนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่ากระเป๋าเดินทางสองใบที่เคยอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก็หายไปแล้วเช่นกันลู่เยี่ยนชะงักอึ้งไปชั่วครู่ไปแล้วเหรอ?ไม่น่าเป็นไปได้นี่ ไม่ใช่ว่าเที่ยวบินออกพรุ่งนี้เช้าหรอกเหรอ? เขาก้าวออกจากห้องนอนแขก เดินไปดูทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งห้องเก็บของแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเจียงเหยียนเลยเขารีบเดินไปที่โถงทางเข้า แล้วเหลือบไปเห็นรองเท้าสลิปเปอร์คู่นั้นในถังขยะสีหน้าของลู่เยี่ยนสลดลงทันที ก่อนแววตาจะฉายความลนลานออกมาเล็กน้อย เขาพึมพำกับตัวเอง “ก็แค่ไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องโยนรองเท้าสลิปเปอร์ทิ้งด้วย?”เขาพิมพ

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 5

    ตอนมื้อเย็น ลู่เยี่ยนสั่งเดลิเวอรีมาสั่งมาแปดเก้าอย่าง จนแทบวางเต็มโต๊ะอาหารตาสวี่เหยาเป็นประกาย “ลู่เยี่ยน นายเลือกสั่งเก่งเกินไปแล้วนะ ทุกจานมีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลย”ฉันมองกวาดกับข้าวเหล่านั้นอยู่หลายรอบสุดท้าย ก็ได้แต่ตักข้าวสวยเปล่าๆ เข้าปากไปสองคำอาหารทุกอย่างล้วนมีพริกสีแดงเถือกโรยหน้าอยู่ชั้นหนึ่งครู่ต่อมา ลู่เยี่ยนยื่นน้ำเปล่ามาให้แก้วหนึ่ง “เจียงเหยียน คุณลองหัดกินเผ็ดบ้างสิ เวลาเรากินข้าวด้วยกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้”ตะเกียบที่กำลังคีบข้าวเข้าปากชะงักลง ในอกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ อึดอัดจนบอกไม่ถูกอีกครั้งแล้วเขาจำของโปรดของสวี่เหยาได้ทุกอย่าง แต่กลับลืมไปคนเดียวว่าฉันกินเผ็ดไม่ได้แถมยังรู้สึกว่าฉันเป็นตัวยุ่งยากน่าขำสิ้นดีฉันเลื่อนแก้วน้ำออกไปให้ไกลกว่าเดิม “ผ่านวันพรุ่งนี้ไปก็ไม่ยุ่งยากแล้วล่ะ”ลู่เยี่ยนชะงักไปนิดและขมวดคิ้ว “ก็แค่ออกไปทำงานไม่กี่วัน พูดทำอย่างกับจะไม่กลับมาอย่างนั้นแหละ”เขาคีบไก่ผัดพริกชิ้นหนึ่ง วางลงในถ้วยของสวี่เหยาแล้วหันมาถามฉัน “จะกลับเมื่อไหร่?” “ฮัดชิ่ว!” สวี่เหยาถูกพริกจนสำลัก และจามติดกันหลายครั้ง ลู่เยี่ยนลุกข

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 4

    พอกลับถึงบ้านและผลักประตูห้องนอนเปิดออก ร่างทั้งร่างของฉันก็แข็งค้างไปทันที ลู่เยี่ยนกับสวี่เหยาสองคนกำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง ร่างกายแนบชิดติดกันพอได้ยินเสียงเปิดประตู ลู่เยี่ยนก็หันกลับมามองฉัน “ทำไมถึงกลับมาล่ะ? ผมนึกว่าคุณจะนอนค้างสักคืน”ลำคอของฉันตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่น้อย ครู่หนึ่ง ลู่เยี่ยนคล้ายจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้เขาชักมือออกจากท้องน้อยของสวี่เหยา แววตาฉายความลนลานออกมาอย่างชัดเจน “คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พอดีอาเหยามีประจำเดือนแล้วยังมาเป็นหวัดซ้ำอีกจนปวดทนไม่ไหว ผมเลยช่วยนวดท้องบรรเทาอาการให้เธอหน่อย”ฉันยกมุมปากยิ้มเยาะตัวเองอย่างเงียบเชียบตอนที่ฉันปวดประจำเดือนจนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น เคยเอามือลู่เยี่ยนมาวางบนท้องน้อย ขอร้องให้เขาช่วยนวดให้เขากลับดึงมือออก แล้วยื่นน้ำร้อนมาให้แก้วหนึ่ง บอกว่าดื่มน้ำร้อนเยอะๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองขาทั้งสองข้างคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว จนก้าวขยับขาไม่ออกลู่เยี่ยนลากฉันให้ออกห่างจากห้องนอน แล้วหันไปปิดประตูลงอย่างเบามือ“กว่าอาเหยากว่าจะหลับได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าส่งเสียงดังทำเธอตื่นล่ะ”ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังเด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status