Share

รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว
รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว
Author: เหล่าจูจับปลา

บทที่ 1

Author: เหล่าจูจับปลา
วันที่แฟนสาวตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ จู่ ๆ เธอก็บอกผมว่า

“ครั้งแรกของฉัน เพื่อนนายเป็นคนเปิดซิงให้”

เมื่อเห็นผมมองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตา เธอกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “นี่ไม่ใช่การนอกใจกันหรอก แค่ต่างคนต่างเอาคืนกันเท่านั้น”

“คืนที่ฉันโตเป็นผู้ใหญ่ หมอนั่นก็ปากเสียใส่ฉันอีก ตอนนั้นฉันดื่มไปเยอะ แถมโมโหจนทนไม่ไหว เลยกระโจนใส่แล้วกดเขาลงบนเตียงซะเลย”

แววตาของเธอฉายรอยยิ้ม ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงเรื่องนั้น

“นายโทรหาฉันทั้งหมดเจ็ดครั้ง ฉันก็มีอะไรกับเขาเจ็ดครั้ง”

“วันรุ่งขึ้นตอนเรียนพละ ข้างล่างฉันมีเลือดออก นายยังนึกว่าฉันเป็นประจำเดือนอยู่เลย จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเยื่อพรหมจรรย์ขาดต่างหาก”

“เห็นเขาดุ ๆ แบบนั้น แต่จริง ๆ ใจอ่อนมาก กลัวนายจะเสียใจ ถึงกับร้องไห้ขอให้ฉันอย่าบอกนาย”

พูดจบ เธอก็ส่งข้อความเสียงหาเพื่อนของผมอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ฉันทนไม่ไหวเลยบอกความจริงไปแล้ว รอบนี้ฉันแพ้เอง ก็แค่ชุดเมดไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวใส่ให้นายดูก็ได้”

แต่ผมกลับรู้สึกราวกับเลือดทั่วทั้งร่างแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง

เมื่อครู่นี้เอง เพื่อนของผมยังถามขึ้นมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรว่า ถ้าเจียงหลีเซิงนอกใจผม ผมจะทำยังไง

ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าเขาคงหึงอีกแล้ว เลยพูดติดตลกไปว่า “ไม่มีเธอ ฉันก็ยังมีนาย”

เจียงหลีเซิงดูเหมือนจะมั่นใจว่าผมไม่มีทางทิ้งพวกเขาไป เธอบีบแก้มผมเบา ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า

“ยิ้มหน่อยสิ ยังไงคนที่เราสองคนรักที่สุดก็คือนายนะ”

“อีกสามวัน ฉันจะพาสวี่อวิ๋นเจิงไปต่างประเทศด้วย อย่าลืมมาส่งพวกเรานะ”

……

หัวใจเหมือนถูกกรีดจนเปิดเป็นแผล ลมหนาวเย็นเสียดกระดูกพัดกรอกเข้าไปไม่หยุด

สวี่อวิ๋นเจิงคือเพื่อนสนิทที่สุดของผม ตอนอายุแปดขวบ ผมถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไป

เขาเกาะมือจับรถไว้แน่นจนถูกลากไปไกลหนึ่งกิโลเมตร ก่อนจะช่วยผมออกมาจากเงื้อมมือของคนพวกนั้นได้

หลังผ่านเหตุการณ์เป็นตายมาด้วยกัน พวกเราก็กลายเป็นคนที่สนิทกันที่สุด

แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่า คนที่เจอหน้าเจียงหลีเซิงทีไรก็เป็นต้องกัดกัน ทะเลาะกันไม่หยุด

กลับเป็นคนที่หักหลังผมเสียเอง

ผ่านไปพักใหญ่ กว่าผมจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาได้

“พวกเธอสองคนเริ่มกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“มันสำคัญด้วยเหรอ” เจียงหลีเซิงเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย ท่าทางไม่ใส่ใจ

“ตอนแรกฉันก็รำคาญเขา รำคาญที่เขามาแย่งนายไป แต่พอหลัง ๆ เขาไม่ด่าฉัน ฉันกลับรู้สึกไม่ชินซะงั้น”

“นายก็อย่าคิดมากเลย ฉันยังจะทำตามสัญญา พอกลับมาจากเรียนต่างประเทศ ฉันก็จะแต่งงานกับนาย”

ผมมองสีหน้าของเจียงหลีเซิงที่ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงรัก หัวใจเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง เจ็บจนทั้งตัวสั่น

ขณะที่ผมกำลังจะระเบิดอารมณ์ สวี่อวิ๋นเจิงก็รีบมาถึง เขาผลักเจียงหลีเซิงออกอย่างแรง ก่อนจะคว้ามือผมไว้ด้วยท่าทีร้อนรน

เขาอธิบายด้วยเสียงสั่น “อาชวน นายอย่าโทษฉันเลย แค่นายพูดมาคำเดียว ฉันก็จะไม่ไปต่างประเทศกับเซิงเซิงแล้ว”

ผมฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก

เซิงเซิง... ช่างเป็นคำเรียกที่สนิทสนมกันเหลือเกิน

แต่เจียงหลีเซิงลืมไปนานแล้วว่า ตอนนั้นพ่อแม่ของเธอถูกศัตรูฆ่าตาย และพ่อของผมก็กระโดดลงแม่น้ำโดยไม่คำนึงถึงอันตราย เพื่อช่วยเธอที่ใกล้ตายขึ้นมา

เธอรอดชีวิต แต่พ่อของผมกลับตายในแม่น้ำสายนั้น

ทั้งที่ตอนนั้นผมยังไม่หลุดพ้นจากความเศร้าที่ต้องสูญเสียพ่อ แต่ก็ยังคอยปลอบโยนเธอที่ต้องสูญเสียครอบครัว และค่อย ๆ ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากโรคซึมเศร้า

ตั้งแต่เด็กจนโต ประโยคที่เจียงหลีเซิงพูดกับผมบ่อยที่สุดก็คือ

“อาชวน ฉันติดหนี้ชีวิตนาย ฉันจะใช้ทั้งชีวิตดูแลนาย”

ต่อมาสวี่อวิ๋นเจิงก็เข้ามาในชีวิตผม พวกเขาสองคนต่างหวงผมจนคอยแย่งผมกันไปมา

“รู้จักคำว่ามาก่อนมาหลังไหม ฉันต่างหากที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของอาชวน!”

“ก็ใครใช้ให้นายเป็นผู้ชายล่ะ มีฉันอยู่ทั้งคน นายก็ไม่เกี่ยวแล้ว!”

ตอนนั้นผมคิดอย่างไร้เดียงสาว่า ตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก

แต่ตอนนี้ คนสองคนที่เคยทำให้ผมมีความสุข กลับหักหลังผมเสียเอง

พอสวี่อวิ๋นเจิงพูดจบ สีหน้าของเจียงหลีเซิงก็เคร่งลงทันที

“ถ้านายกล้าไม่ไป ต่อให้ต้องตีให้นายสลบ ฉันก็จะพานายไปด้วย”

เมื่อเห็นท่าทีที่เธอใส่ใจคนอื่นถึงขนาดนี้ หัวใจผมก็เจ็บแปลบขึ้นมา

ผมนึกถึงเมื่อก่อนที่เธอชอบไปหาเรื่องสวี่อวิ๋นเจิงอย่างไม่เกรงกลัว ทุกครั้งที่จบคาบเรียน

ทั่วทั้งทางเดินเต็มไปด้วยเสียงของทั้งคู่ที่แกล้งทะเลาะหยอกล้อกันอย่างคนจีบกัน

ผมเคยห้ามอยู่หลายครั้ง แต่เจียงหลีเซิงมักทำหน้าบึ้งแล้วพูดว่า

“นิสัยแย่ ๆ แบบหมอนั่น ถ้าฉันชอบเขาลงก็คงตาบอดแล้ว!”

สวี่อวิ๋นเจิงเองก็กอดคอผมไว้ พลางแค่นเสียงออกมา

“คุณหนูอย่างเธอน่ะเอาแต่ใจเหมือนเจ้าหญิง ฉันรำคาญที่สุด!”

ครั้งหนึ่งตอนงานกีฬา ผมหกล้มจนต้องไปทำแผลที่ห้องพยาบาล แล้วบังเอิญเจอทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์

ชุดนักเรียนของเจียงหลีเซิงเปิดอ้า เผยให้เห็นรอยแดงกระจายเต็มไปหมด

ส่วนริมฝีปากของสวี่อวิ๋นเจิงก็บวมจนแทบดูไม่เป็นรูป

พวกเขาบอกว่าถูกผึ้งต่อย ผมก็เชื่อสนิท รีบเดินกะเผลกไปช่วยทำแผลและทาไอโอดีนให้ทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วง

ความทรงจำเหล่านั้นราวกับตะขอเหล็กที่ฝังลงในหัวใจผม

ที่แท้ตอนนั้นพวกเขาก็มีอะไรไม่ชอบมาพากลกันแล้ว

ผมกำหมัดข้างลำตัวแน่นจนสั่น แต่ยังไม่ยอมตัดใจ ฝืนกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมาแล้วถาม

“สวี่อวิ๋นเจิง นายก็รู้ว่าฉันชอบเจียงหลีเซิงมากแค่ไหน ทำแบบนี้แล้วนายไม่รู้สึกผิดต่อฉันบ้างเหรอ”

“แล้วก็เจียงหลีเซิง เธอลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อฉันตายยังไง!”

“พวกนายสองคนทำกับฉันแบบนี้ ไม่กลัวฟ้าลงโทษบ้างหรือไง!”

“อาชวน” เจียงหลีเซิงถอนหายใจ ก่อนใช้สองมือประคองใบหน้าผมไว้แล้วปลอบ “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะแต่งงานกับนาย”

“แค่นายรอพวกเรากลับมา แค่สามปีเอง”

ผมมองแววตาอ่อนโยนของเธอด้วยความผิดหวัง

รู้สึกราวกับเลือดทั่วทั้งร่างเย็นเฉียบไปหมด

สวี่อวิ๋นเจิงรีบอธิบายต่ออย่างกระวนกระวาย “อาชวน นายไม่ต้องกลัว สามปีนี้ฉันจะโทรหานายทุกวัน ให้นายคอยตรวจสอบฉันเอง!”

ผมเพียงพยักหน้าอย่างเฉยชา

ทั้งสองถึงได้โล่งอก ก่อนจะกลับมาหัวเราะหยอกล้อกันอย่างอารมณ์ดี

“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าอาชวนไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเหมือนนาย!”

“เออ ๆ นายใจกว้างที่สุดแล้ว พ่อสวี่คนใจกว้าง!”

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกัน ไม่มีใครสังเกตว่าผมกำลังก้มหน้าส่งข้อความอยู่

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 9

    แต่ยิ่งฟังต่อไป ใจผมก็ยิ่งเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น“แต่อาชวน ฉันเต็มใจนะ ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันที่ฉันฆ่าแม่บุญธรรม ต่อให้เมื่อเดือนก่อนนายบอกให้ฉันเอามีดแทงท้องตัวเอง ฉันก็ยอม”“หนึ่งสัปดาห์ก่อน นายให้ฉันกระโดดลงมาจากตึก แต่ฉันไม่ตาย มีคนช่วยฉันไว้”“สามวันก่อน นายให้ฉันขับรถไปชน ฉันก็ยังไม่ตายอีก อาชวน นายอย่าโกรธนะ ครั้งหน้าฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้”ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนจะโพล่งออกมา“เจียงหลีเซิง! เธอบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นไม่ใช่ฉัน!”“ฉันอยู่ที่ประเทศ M มาตลอด!”ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับ ดวงตาของเจียงหลีเซิงก็ขยับไปมาเล็กน้อย“อาชวน ฉันหูแว่วไปหรือเปล่า?”ผมพูดโต้แย้งกับเธออย่างจริงจัง“เจียงหลีเซิง เธอป่วยแล้ว ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้!”แต่เธอกลับดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นน้ำตาของเธอไหลจนเปียกชุ่มไหล่ผม“อาชวน ในที่สุดนายก็ยอมคุยกับฉันแล้ว ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ เรื่องเมื่อสามปีก่อน...”ตอนนั้นเองผมถึงรู้ว่าเจียงหลีเซิงกำลังแกล้งทำความรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวพลุ่งขึ้นมาในใจผมผลักเธอออกด้วยความรังเกียจ“ไสหัวไป”“ฉันกับเธอไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”แต่เธอก

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 8

    สวี่อวิ๋นเจิงกำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตีจนหมดสติ ก่อนจะถูกโยนขึ้นรถบรรทุกประตูรถถูกล็อกแน่น ศีรษะของเขามึนงงอย่างหนัก ทั้งร่างมีอาการราวกับถูกวางยานอนหลับ“เจียงหลีเซิง! ปล่อยฉันนะ! เธอจะพาฉันไปไหน! อย่าหวังว่าฉันจะยอม!”ทว่าเจียงหลีเซิงกลับลงมือล็อกประตูขังเขาไว้ด้วยตัวเองเธอมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวี่อวิ๋นเจิงก่อนจะเอ่ยออกมาเงียบ ๆ เพียงประโยคเดียวแม่บุญธรรม หนี้ชีวิตของแม่ ฉันให้เขาชดใช้คืนให้แล้วนะสามปีต่อมา ผมเรียนจบจากซูเต๋อฮวาเอ่อร์ สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับสูงสุดของประเทศ M แล้วเดินทางกลับประเทศตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเรียนวิชาเอกแล้ว ผมยังเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาเสริมด้วยแม้แต่ช่วงวันหยุด ผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองแม้แต่น้อยผมกลัวเหลือเกินว่าทันทีที่หยุดลง ภาพของแม่ก่อนเสียชีวิตจะผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าน้าชายเป็นห่วงผม จึงตั้งใจพาผมไปที่บริษัทของเขา ค่อย ๆ สอนให้ผมเรียนรู้การบริหารทีละขั้นตอนหลังจากทำโปรเจกต์ใหญ่มากกว่าสิบงาน ผมก็สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่แล้วครั้งนี้ที่ผมกลับประเทศ ก็เพื่อท

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 7

    ประโยคสุดท้ายราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักกลางหัวใจของเจียงหลีเซิงเธอจ้องประโยคนั้นอย่างเหม่อลอย สมองว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างรุนแรงตายอะไรกัน? แม่บุญธรรมเพิ่งผ่าตัดเสร็จไม่ใช่เหรอ? เมื่อไม่กี่วันก่อนหมอยังบอกว่าผลการรักษาดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ทั้งที่สวี่อวิ๋นเจิงถูกแม่บุญธรรมตบจนสมองกระทบกระเทือน แล้วทำไมคนที่ตายถึงเป็นแม่บุญธรรม?เธอลนลานวิ่งเซออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขก แล้วรีบโทรหาหมอหลิว แพทย์เจ้าของไข้ของแม่บุญธรรม“หมอหลิว! แม่บุญธรรมของฉันยังมีชีวิตอยู่... ใช่ไหมคะ?”เสียงไม่พอใจของหมอหลิวดังมาตามสาย“คุณยังรู้อยู่อีกเหรอว่าเธอเป็นแม่บุญธรรมของคุณ! ตอนเธอเสียชีวิตเมื่อสามวันก่อน ลูกชายของเธอร้องไห้ตามหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วทำไมคุณถึงหลอกพยาบาลให้ไปช่วยผู้ชายอีกคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย!”“ช่วงเวลาที่จะช่วยชีวิตคนไข้ผ่านไปนานแล้ว เพราะถูกถ่วงเวลาจนเธอต้องตายอยู่ในอ้อมกอดของลูกชายตัวเอง!”“แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลของเรา คุณจะชดใช้ยังไง!”เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทีละชั้นอย่างหมดเปลือกต่อหน้าเจียงหลีเซิงหัวใจของเธอก็แตกสลายไปทั้งดวงโทรศัพ

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 6

    มือของเจียงหลีเซิงที่กำลังพิมพ์ข้อความชะงักค้างอยู่กลางอากาศนิ้วมือของเธอค่อย ๆ สั่นอย่างรุนแรง เส้นเอ็นและข้อนิ้วแต่ละข้อเริ่มปวดขึ้นมาเล็กน้อยซ่งหลิ่นชวนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนปกติต่อให้ทั้งคู่โกรธกันแค่ไหน เขาก็แค่ร้องไห้โวยวายแล้วเรื่องก็จบลงแต่วันนี้กลับผิดไปจากนิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิงเจียงหลีเซิงเริ่มร้อนใจ เธอรีบโทรแจ้งตำรวจทันทีตำรวจรับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยตามหาแต่เจียงหลีเซิงไม่เชื่อใจพวกตำรวจ เธอจึงขับรถออกตามหาตั้งแต่บริษัทตระกูลเจียงไปจนถึงบ้านตระกูลเจียงทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอตะลึงค้างเธอลากขาที่หนักอึ้งราวกับมีของหนักนับพันชั่งถ่วงไว้ ก้าวเข้าไปในห้องรับแขกเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่รูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่ด้านหลังโทรทัศน์กลับถูกฉีกจนขาดวิ่นรูปของสวี่อวิ๋นเจิงถูกฉีกแยกออกไปต่างหากส่วนซ่งหลิ่นชวนยังอยู่ในรูปกับพ่อแม่ของเขาทว่าใบหน้าของเจียงหลีเซิงกลับถูกกรีดด้วยมีดนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับคนลงมือระบายความเกลียดชังทั้งหมดลงบนรูปของเธอแม้แต่ใบหน้าของเธอก็ยังถูกปากกาหมึกดำขีดทับจนมิดส่วนร่างในรูปถูกฉีกจนแหลก

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 5

    ภายในห้องผู้ป่วย เจียงหลีเซิงตักซุปกระดูกที่เคี่ยวนานกว่าสิบชั่วโมงป้อนถึงปากสวี่อวิ๋นเจิงแต่เขากลับปัดช้อนทิ้ง ก่อนจะตำหนิเธอด้วยสีหน้าผิดหวังระคนขัดใจ“เซิงเซิง สามวันแล้วนะ ทำไมเธอยังไม่ไปหาอาชวนอีก โทษฉันเอง ถ้าตอนนั้นฉันไม่ยอมให้เธอมายั่วฉัน เรื่องคงไม่กลายเป็นแบบนี้ อาชวนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน แม่บุญธรรมก็ดีกับพวกเราขนาดนั้น แต่เธอกลับหักหลังพวกเขาแบบนี้ มันไม่ถูกเลย!”พูดจบ สวี่อวิ๋นเจิงก็ก้มหน้าลง ขอบตาแดงก่ำ ดูราวกับหมาป่าแสนเชื่องตัวหนึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงหลีเซิงคงปวดใจและใจอ่อนยวบไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ ในใจกลับเกิดความหงุดหงิดและรำคาญขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเธอมองรอยแดงจากแผลลวกบนแขน ก่อนจะนึกถึงสมัยเรียนขึ้นมาตอนนั้นเธอมักมีเรื่องชกต่อยกับพวกอันธพาลนอกโรงเรียน คอยจัดการพวกคนพาล รอยแผลเป็นบนร่างกายจึงเพิ่มขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอชินเสียแล้วแต่ทุกครั้งที่เธอชินชาจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดซ่งหลิ่นชวนมักจะขอบตาแดง จมูกแดงก่ำ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นพลางดุเธอ“เจียงหลีเซิง! เธอช่วยห่วงตัวเองหน่อยได้ไหม จำไว้นะ! พ่อฉันเป็นค

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 4

    เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อ เธอก็มีสีหน้าหลงใหล มือใหญ่ลูบไล้ใบหน้าและลำคอของผม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปผมตกใจจนเสียงสั่นเทา“ซูเหยียน! เธอไม่กลัวติดคุกหรือไง! คู่หมั้นของฉันคือเจียงหลีเซิงนะ!”พอซูเหยียนได้ยินชื่อนี้ รูม่านตาก็หดวูบ ก่อนจะตบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของผมอย่างแรงผมถูกตบจนแก้วหูแทบทะลุ เลือดไหลซึมออกจากหูแต่เธอกลับยิ้มอย่างวิปริตจนน่ากลัว“อาชวน นายเป็นของฉัน เจียงหลีเซิงมีอะไรดีนักหนา นายยังไม่รู้สินะ สวี่อวิ๋นเจิงกับเธอจูบกันต่อหน้าพวกเรามาตั้งนานแล้ว!”ผมชะงักงัน การดิ้นขัดขืนหยุดลงทันทีที่แท้แม้แต่คำสารภาพนั้น ก็ยังเป็นเรื่องโกหกเมื่อเห็นผมเหมือนยอมนอนนิ่ง ซูเหยียนก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง พยายามถอดเสื้อผ้าของผม ผมดิ้นสุดแรง จนกระทั่งแทบจะสิ้นหวังเจียงหลีเซิงก็พาคนถีบประตูบุกเข้ามาซูเหยียนถูกบอดี้การ์ดจับตัวไว้ เจียงหลีเซิงจึงคว้ารองเท้าส้นสูงขึ้นมาฟาดลงไปอย่างแรงราวกับไม่คิดชีวิตเลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของเจียงหลีเซิง จนกระทั่งซูเหยียนหมดสติไปเธอถึงได้กอดผมแน่นด้วยความหวาดผวา เสียงสั่นเครือ“ไม่เป็นไรแล้วนะ อาชวน ฉันมาแล้ว ไม่ต้องก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status