Share

บทที่ 4

Author: เหล่าจูจับปลา
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อ เธอก็มีสีหน้าหลงใหล มือใหญ่ลูบไล้ใบหน้าและลำคอของผม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไป

ผมตกใจจนเสียงสั่นเทา

“ซูเหยียน! เธอไม่กลัวติดคุกหรือไง! คู่หมั้นของฉันคือเจียงหลีเซิงนะ!”

พอซูเหยียนได้ยินชื่อนี้ รูม่านตาก็หดวูบ ก่อนจะตบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของผมอย่างแรง

ผมถูกตบจนแก้วหูแทบทะลุ เลือดไหลซึมออกจากหู

แต่เธอกลับยิ้มอย่างวิปริตจนน่ากลัว

“อาชวน นายเป็นของฉัน เจียงหลีเซิงมีอะไรดีนักหนา นายยังไม่รู้สินะ สวี่อวิ๋นเจิงกับเธอจูบกันต่อหน้าพวกเรามาตั้งนานแล้ว!”

ผมชะงักงัน การดิ้นขัดขืนหยุดลงทันที

ที่แท้แม้แต่คำสารภาพนั้น ก็ยังเป็นเรื่องโกหก

เมื่อเห็นผมเหมือนยอมนอนนิ่ง ซูเหยียนก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง พยายามถอดเสื้อผ้าของผม ผมดิ้นสุดแรง จนกระทั่งแทบจะสิ้นหวัง

เจียงหลีเซิงก็พาคนถีบประตูบุกเข้ามา

ซูเหยียนถูกบอดี้การ์ดจับตัวไว้ เจียงหลีเซิงจึงคว้ารองเท้าส้นสูงขึ้นมาฟาดลงไปอย่างแรงราวกับไม่คิดชีวิต

เลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของเจียงหลีเซิง จนกระทั่งซูเหยียนหมดสติไป

เธอถึงได้กอดผมแน่นด้วยความหวาดผวา เสียงสั่นเครือ

“ไม่เป็นไรแล้วนะ อาชวน ฉันมาแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ...”

ชั่วขณะหนึ่ง ผมเหมือนย้อนกลับไปตอนที่พ่อเพิ่งเสีย ตอนที่ผมถูกรังแก เธอก็เคยปลอบผมแบบนี้เหมือนกัน

แต่พอวินาทีต่อมา เธอเห็นร่องรอยบนตัวผม

แววรังเกียจก็วาบผ่านดวงตาของเธอ

หัวใจผมราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นทั้งถัง ผมผลักเธอออก เซถลาเข้าไปในห้องน้ำ แล้วขัดถูตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

น้ำตาไหลปะปนกับสายน้ำจากฝักบัว ผมตบหน้าตัวเองหนึ่งฉาดอย่างน่าสมเพช

ซ่งหลิ่นชวน ตัดเยื่อใยให้เด็ดขาดสักที

พอผมออกมา เจียงหลีเซิงก็ไปแล้ว

มีข้อความส่งเข้ามาในโทรศัพท์ เธอบอกว่าสวี่อวิ๋นเจิงโทษตัวเองเรื่องซูเหยียน อารมณ์พลุ่งพล่านและเอาแต่จะไปจากที่นั่น

ผมไม่สนใจ เก็บสัมภาระแล้วไปโรงพยาบาล

แม่เพิ่งได้รับยาฉีดเข็มสุดท้ายเสร็จ ผมผลักประตูเข้าไป เตรียมพาแม่ออกไป

แต่กลับเห็นเจียงหลีเซิงกับสวี่อวิ๋นเจิงคุกเข่าอยู่ข้างเตียงแม่

ทั้งสองจับมือกันแน่น ขอบตาแดงก่ำ พลางเอ่ยคำสาบาน

“แม่บุญธรรม ยอมให้พวกเราคบกันเถอะ! แม่จะเอาเรื่องพ่อของอาชวนมาใช้เป็นบุญคุณกดดันฉัน จนไม่ยอมให้ฉันมีสิทธิ์รักคนอื่นไม่ได้นะ!”

แม่โกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรง

“พวกเธอ... พวกเธอไม่รู้สึกผิดต่ออาชวนบ้างหรือไง!”

หนังศีรษะผมชาวาบ ความกระวนกระวายกัดกินผมราวกับฝูงมด

ขณะที่ผมกำลังจะพุ่งเข้าไป สวี่อวิ๋นเจิงก็ลุกขึ้นกะทันหัน ร้องไห้อ้อนวอนเจียงหลีเซิง

“เจียงหลีเซิง ฉันขอร้องล่ะ เราทำแบบนี้ไม่ได้ อาชวนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ!”

แม่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ลงจากเตียงแล้วเงื้อมือจะตบหน้าสวี่อวิ๋นเจิง

“ไอ้สารเลว! นายยังรู้อีกเหรอว่าอาชวนเป็นเพื่อนรักของนาย!”

แต่ในวินาทีต่อมา เจียงหลีเซิงกลับเข้ามารับฝ่ามือนั้นแทนเขา

“แม่บุญธรรม! แม่ทำเกินไปแล้วนะ!”

ดวงตาของแม่แดงก่ำ กำลังจะด่าทั้งสองคนต่อ แต่จู่ ๆ ก็กุมหน้าอกแล้วล้มลงไปด้านหลัง

วินาทีที่แม่ล้มลง หัวใจของผมราวกับถูกฉีกกระชากจนแหลกสลาย

ผมพุ่งเข้าไปหาอย่างเสียสติ กอดแม่ไว้แล้วตะโกนสุดเสียง

“เจียงหลีเซิง! ไปตามหมอ! แม่ฉันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!”

แต่เจียงหลีเซิงกลับโอบสวี่อวิ๋นเจิงออกไปแล้ว

“อาการซึมเศร้าของสวี่อวิ๋นเจิงกำเริบ จะเรียกหมออะไร!”

ผมเบิกตากว้างจนแทบถลน ตะโกนไปทางประตูสุดเสียง

“ช่วยด้วย!”

ไม่นานแม่ก็ถูกเข็นเข้าไปช่วยชีวิตในห้องกู้ชีพ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้โล่งใจ หมอก็แจ้งว่าต้องใช้ค่าผ่าตัดหนึ่งล้านบาท

ผมนึกขึ้นได้ว่าค่ารักษาของแม่ที่ผ่านมาเจียงหลีเซิงเป็นคนจ่าย จึงรีบโทรหาเธอด้วยความร้อนรน

ครั้งแรกโทรติด แต่เธอก็ตัดสายทิ้ง

ผมโทรไปอีกครั้ง ก็ถูกตัดสายอีก

จนในที่สุดเธอก็รับสาย เสียงไม่พอใจของเธอดังมาตามสาย

“เจียงหลีเซิง ฉันต้องใช้เงินค่าผ่าตัด...”

“เงิน ๆ ๆ นายทำให้อาการซึมเศร้าของสวี่อวิ๋นเจิงกำเริบ ยังมีหน้ามาขอเงินอีกเหรอ!”

หลังจากเธอตัดสาย ผมก็โทรหาเธอไม่ติดอีกเลย ผมออกตามหาเธอไปทั่วแต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งผมกลับมาอีกครั้ง

ไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลงแล้ว

หมอถอนหายใจ

“เสียใจด้วยนะครับ”

ผมยืนนิ่ง จ้องประตูห้องผ่าตัดอย่างเหม่อลอย

ก่อนจะร้องไห้ตะโกนจนแทบขาดใจ “หมอ รออีกหน่อยนะครับ! ผมกำลังจะได้เงินมาแล้ว!”

แต่ร่างไร้วิญญาณของแม่กลับถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด

แม่จากไปทั้งที่ดวงตายังเบิกค้าง ภายในแววตาเต็มไปด้วยความแค้นและความอาลัย

ผมร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง

……

สามวันต่อมา ผมนำเถ้ากระดูกของแม่ไปโปรยลงในคูเมืองของเจียงเฉิง

ที่นั่นคือสถานที่ที่พ่อเสียชีวิตขณะช่วยเจียงหลีเซิง

พ่อครับ แม่ไปหาพ่อแล้วนะ

พ่อเห็นไหม?

จากนั้น ผมก็ขึ้นเครื่องพร้อมตั๋วในมือโดยไม่ลังเล

เจียงหลีเซิง จากนี้ให้ความแค้นคั่นกลางระหว่างเราดั่งภูผาและมหาสมุทร เธอกับฉันจะไม่พบกันอีก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 9

    แต่ยิ่งฟังต่อไป ใจผมก็ยิ่งเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น“แต่อาชวน ฉันเต็มใจนะ ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันที่ฉันฆ่าแม่บุญธรรม ต่อให้เมื่อเดือนก่อนนายบอกให้ฉันเอามีดแทงท้องตัวเอง ฉันก็ยอม”“หนึ่งสัปดาห์ก่อน นายให้ฉันกระโดดลงมาจากตึก แต่ฉันไม่ตาย มีคนช่วยฉันไว้”“สามวันก่อน นายให้ฉันขับรถไปชน ฉันก็ยังไม่ตายอีก อาชวน นายอย่าโกรธนะ ครั้งหน้าฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้”ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนจะโพล่งออกมา“เจียงหลีเซิง! เธอบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นไม่ใช่ฉัน!”“ฉันอยู่ที่ประเทศ M มาตลอด!”ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับ ดวงตาของเจียงหลีเซิงก็ขยับไปมาเล็กน้อย“อาชวน ฉันหูแว่วไปหรือเปล่า?”ผมพูดโต้แย้งกับเธออย่างจริงจัง“เจียงหลีเซิง เธอป่วยแล้ว ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้!”แต่เธอกลับดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นน้ำตาของเธอไหลจนเปียกชุ่มไหล่ผม“อาชวน ในที่สุดนายก็ยอมคุยกับฉันแล้ว ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ เรื่องเมื่อสามปีก่อน...”ตอนนั้นเองผมถึงรู้ว่าเจียงหลีเซิงกำลังแกล้งทำความรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวพลุ่งขึ้นมาในใจผมผลักเธอออกด้วยความรังเกียจ“ไสหัวไป”“ฉันกับเธอไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”แต่เธอก

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 8

    สวี่อวิ๋นเจิงกำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตีจนหมดสติ ก่อนจะถูกโยนขึ้นรถบรรทุกประตูรถถูกล็อกแน่น ศีรษะของเขามึนงงอย่างหนัก ทั้งร่างมีอาการราวกับถูกวางยานอนหลับ“เจียงหลีเซิง! ปล่อยฉันนะ! เธอจะพาฉันไปไหน! อย่าหวังว่าฉันจะยอม!”ทว่าเจียงหลีเซิงกลับลงมือล็อกประตูขังเขาไว้ด้วยตัวเองเธอมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวี่อวิ๋นเจิงก่อนจะเอ่ยออกมาเงียบ ๆ เพียงประโยคเดียวแม่บุญธรรม หนี้ชีวิตของแม่ ฉันให้เขาชดใช้คืนให้แล้วนะสามปีต่อมา ผมเรียนจบจากซูเต๋อฮวาเอ่อร์ สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับสูงสุดของประเทศ M แล้วเดินทางกลับประเทศตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเรียนวิชาเอกแล้ว ผมยังเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาเสริมด้วยแม้แต่ช่วงวันหยุด ผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองแม้แต่น้อยผมกลัวเหลือเกินว่าทันทีที่หยุดลง ภาพของแม่ก่อนเสียชีวิตจะผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าน้าชายเป็นห่วงผม จึงตั้งใจพาผมไปที่บริษัทของเขา ค่อย ๆ สอนให้ผมเรียนรู้การบริหารทีละขั้นตอนหลังจากทำโปรเจกต์ใหญ่มากกว่าสิบงาน ผมก็สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่แล้วครั้งนี้ที่ผมกลับประเทศ ก็เพื่อท

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 7

    ประโยคสุดท้ายราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักกลางหัวใจของเจียงหลีเซิงเธอจ้องประโยคนั้นอย่างเหม่อลอย สมองว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างรุนแรงตายอะไรกัน? แม่บุญธรรมเพิ่งผ่าตัดเสร็จไม่ใช่เหรอ? เมื่อไม่กี่วันก่อนหมอยังบอกว่าผลการรักษาดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ทั้งที่สวี่อวิ๋นเจิงถูกแม่บุญธรรมตบจนสมองกระทบกระเทือน แล้วทำไมคนที่ตายถึงเป็นแม่บุญธรรม?เธอลนลานวิ่งเซออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขก แล้วรีบโทรหาหมอหลิว แพทย์เจ้าของไข้ของแม่บุญธรรม“หมอหลิว! แม่บุญธรรมของฉันยังมีชีวิตอยู่... ใช่ไหมคะ?”เสียงไม่พอใจของหมอหลิวดังมาตามสาย“คุณยังรู้อยู่อีกเหรอว่าเธอเป็นแม่บุญธรรมของคุณ! ตอนเธอเสียชีวิตเมื่อสามวันก่อน ลูกชายของเธอร้องไห้ตามหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วทำไมคุณถึงหลอกพยาบาลให้ไปช่วยผู้ชายอีกคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย!”“ช่วงเวลาที่จะช่วยชีวิตคนไข้ผ่านไปนานแล้ว เพราะถูกถ่วงเวลาจนเธอต้องตายอยู่ในอ้อมกอดของลูกชายตัวเอง!”“แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลของเรา คุณจะชดใช้ยังไง!”เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทีละชั้นอย่างหมดเปลือกต่อหน้าเจียงหลีเซิงหัวใจของเธอก็แตกสลายไปทั้งดวงโทรศัพ

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 6

    มือของเจียงหลีเซิงที่กำลังพิมพ์ข้อความชะงักค้างอยู่กลางอากาศนิ้วมือของเธอค่อย ๆ สั่นอย่างรุนแรง เส้นเอ็นและข้อนิ้วแต่ละข้อเริ่มปวดขึ้นมาเล็กน้อยซ่งหลิ่นชวนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนปกติต่อให้ทั้งคู่โกรธกันแค่ไหน เขาก็แค่ร้องไห้โวยวายแล้วเรื่องก็จบลงแต่วันนี้กลับผิดไปจากนิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิงเจียงหลีเซิงเริ่มร้อนใจ เธอรีบโทรแจ้งตำรวจทันทีตำรวจรับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยตามหาแต่เจียงหลีเซิงไม่เชื่อใจพวกตำรวจ เธอจึงขับรถออกตามหาตั้งแต่บริษัทตระกูลเจียงไปจนถึงบ้านตระกูลเจียงทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอตะลึงค้างเธอลากขาที่หนักอึ้งราวกับมีของหนักนับพันชั่งถ่วงไว้ ก้าวเข้าไปในห้องรับแขกเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่รูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่ด้านหลังโทรทัศน์กลับถูกฉีกจนขาดวิ่นรูปของสวี่อวิ๋นเจิงถูกฉีกแยกออกไปต่างหากส่วนซ่งหลิ่นชวนยังอยู่ในรูปกับพ่อแม่ของเขาทว่าใบหน้าของเจียงหลีเซิงกลับถูกกรีดด้วยมีดนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับคนลงมือระบายความเกลียดชังทั้งหมดลงบนรูปของเธอแม้แต่ใบหน้าของเธอก็ยังถูกปากกาหมึกดำขีดทับจนมิดส่วนร่างในรูปถูกฉีกจนแหลก

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 5

    ภายในห้องผู้ป่วย เจียงหลีเซิงตักซุปกระดูกที่เคี่ยวนานกว่าสิบชั่วโมงป้อนถึงปากสวี่อวิ๋นเจิงแต่เขากลับปัดช้อนทิ้ง ก่อนจะตำหนิเธอด้วยสีหน้าผิดหวังระคนขัดใจ“เซิงเซิง สามวันแล้วนะ ทำไมเธอยังไม่ไปหาอาชวนอีก โทษฉันเอง ถ้าตอนนั้นฉันไม่ยอมให้เธอมายั่วฉัน เรื่องคงไม่กลายเป็นแบบนี้ อาชวนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน แม่บุญธรรมก็ดีกับพวกเราขนาดนั้น แต่เธอกลับหักหลังพวกเขาแบบนี้ มันไม่ถูกเลย!”พูดจบ สวี่อวิ๋นเจิงก็ก้มหน้าลง ขอบตาแดงก่ำ ดูราวกับหมาป่าแสนเชื่องตัวหนึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงหลีเซิงคงปวดใจและใจอ่อนยวบไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ ในใจกลับเกิดความหงุดหงิดและรำคาญขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเธอมองรอยแดงจากแผลลวกบนแขน ก่อนจะนึกถึงสมัยเรียนขึ้นมาตอนนั้นเธอมักมีเรื่องชกต่อยกับพวกอันธพาลนอกโรงเรียน คอยจัดการพวกคนพาล รอยแผลเป็นบนร่างกายจึงเพิ่มขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอชินเสียแล้วแต่ทุกครั้งที่เธอชินชาจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดซ่งหลิ่นชวนมักจะขอบตาแดง จมูกแดงก่ำ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นพลางดุเธอ“เจียงหลีเซิง! เธอช่วยห่วงตัวเองหน่อยได้ไหม จำไว้นะ! พ่อฉันเป็นค

  • รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว   บทที่ 4

    เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อ เธอก็มีสีหน้าหลงใหล มือใหญ่ลูบไล้ใบหน้าและลำคอของผม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปผมตกใจจนเสียงสั่นเทา“ซูเหยียน! เธอไม่กลัวติดคุกหรือไง! คู่หมั้นของฉันคือเจียงหลีเซิงนะ!”พอซูเหยียนได้ยินชื่อนี้ รูม่านตาก็หดวูบ ก่อนจะตบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของผมอย่างแรงผมถูกตบจนแก้วหูแทบทะลุ เลือดไหลซึมออกจากหูแต่เธอกลับยิ้มอย่างวิปริตจนน่ากลัว“อาชวน นายเป็นของฉัน เจียงหลีเซิงมีอะไรดีนักหนา นายยังไม่รู้สินะ สวี่อวิ๋นเจิงกับเธอจูบกันต่อหน้าพวกเรามาตั้งนานแล้ว!”ผมชะงักงัน การดิ้นขัดขืนหยุดลงทันทีที่แท้แม้แต่คำสารภาพนั้น ก็ยังเป็นเรื่องโกหกเมื่อเห็นผมเหมือนยอมนอนนิ่ง ซูเหยียนก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง พยายามถอดเสื้อผ้าของผม ผมดิ้นสุดแรง จนกระทั่งแทบจะสิ้นหวังเจียงหลีเซิงก็พาคนถีบประตูบุกเข้ามาซูเหยียนถูกบอดี้การ์ดจับตัวไว้ เจียงหลีเซิงจึงคว้ารองเท้าส้นสูงขึ้นมาฟาดลงไปอย่างแรงราวกับไม่คิดชีวิตเลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของเจียงหลีเซิง จนกระทั่งซูเหยียนหมดสติไปเธอถึงได้กอดผมแน่นด้วยความหวาดผวา เสียงสั่นเครือ“ไม่เป็นไรแล้วนะ อาชวน ฉันมาแล้ว ไม่ต้องก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status