LOGIN“น้ำมนต์…” ชายหนุ่มขานชื่อเธออีกครั้ง คล้ายต้องการย้ำกับตัวเองว่าหญิงสาวที่เขากำลังกอดรัดอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นี้ เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพื่อนสนิทหามาให้เขาเล่นสนุกด้วยแค่ชั่วคืน หาใช่ ‘ซิน’ อดีตคนรักเก่าของเขาไม่
รามินทร์ถูกความปวดหนึบกลางกายเล่นงานอย่างต่อเนื่องเมื่อหวนคิดถึงหญิงสาวนามว่า ‘ซิน’ คนนั้น คิดถึงยามได้รักและเป็นของกันและกัน
กระทั่งความห่างเหินหมางเมินถูกเติมลงในความสัมพันธ์ทีละเล็กละน้อย รู้ตัวอีกทีจากคนเคยรักก็กลับกลายเป็นแค่คนในอดีต จากที่เคยหวานชื่นก็หลงเหลือเพียงความชืดชา
รามินทร์ลากเลื้อยฝ่ามือลงต่ำไปเรื่อย ๆ จนถึงใจกลางความเป็นหญิง “อ้าขาให้พี่หน่อย” ชายหนุ่มออกคำสั่งทั้งสอดนิ้วเข้าไปช้า ๆ ทีละนิ้วเพื่อเตรียมตัวเธอให้พร้อมสำหรับเขา
“อื้อ อ๊ะ…” เรียวขาของหญิงสาวถ่างออกทีละนิดตามจำนวนนิ้วที่เพิ่มเข้ามา ผสานจังหวะการดันเข้าและถอนออกจากเนิบช้าเป็นถี่รัว “อ๊า…” สุดท้ายจุดอ่อนไหวที่ถูกเล่นงานซ้ำ ๆ ก็คายความชุ่มชื่นตามออกมากับเรียวนิ้วของเขา
“อืม…เธอแฉะแล้ว” รามินทร์ก้มลงใช้ลิ้นจัดการกับความเปียกชื้นที่เคลือบปากทางเข้าของเธออีกครั้ง
“ดีมั้ย ชอบที่พี่ทำให้รึเปล่า” เธอไม่ตอบคำ หากเสียงกรีดร้องระคนหอบกระเส่าของเธอเมื่อครู่ก็มากพอจะเป็นคำตอบที่เขาถูกใจได้แล้ว
รามินทร์หยัดกายขึ้นตระกองกอดคนที่เขาเพิ่งลงลิ้นให้ไปเมื่อครู่อีกครั้ง กดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนช้า ๆ แทนการปลอบประโลมและให้รางวัลที่เธอมอบความพิเศษให้เขาในวันที่รู้สึกย่ำแย่เช่นวันนี้
แม้ไม่ใช่คนรัก แต่อย่างน้อยเขาก็ควรปฏิบัติกับเธอในฐานะคนที่มอบความสุขทางเพศให้แก่กัน แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
“น้ำมนต์ครับ…พี่ต้องใส่ถุง” ชายหนุ่มก้มลงกระซิบบอกอีกฝ่ายเสียงพร่า มือหนาคว้าสะเปะสะปะไปยังโต๊ะข้างเตียงจนเจอของที่ต้องการ ก่อนผละตัวจากร่างระทดระทวยอย่างรวดเร็ว ด้วยไม่อยากเสียเวลาแม้สักวินาทีกับการได้กลับมาโรมรันพันตูกับเธอต่อ
ร่างสูงใหญ่จัดการฉีกซองฟอยล์สีเงินในมือและสวมสิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นลงบนท่อนเนื้อที่แข็งรอมาพักใหญ่แล้วอย่างลวก ๆ ทว่า
“เหี้ยเอ๊ย!” รามินทร์สบถออกมาด้วยความหัวเสียสุดขีด เมื่อพบว่าขนาดถุงยางที่เพื่อนให้มาเล็กกว่า ‘ไอ้นั่น’ ของเขาไปไซซ์หนึ่ง
ถึงอย่างนั้นจิตใจที่กำลังถูกกามารมณ์ครอบงำกลับมีอิทธิพลเหนือกว่า คอยฉุดรั้งให้เขาลืมสิ้นซึ่งสามัญสำนึกใด ๆ ขอแค่นาทีนี้ให้เขาได้เสพสมกับความสุขตรงหน้าอย่างสุดเหวี่ยงโดยไม่สนอะไร เรื่องอื่นใดเขาจะ ‘ช่างแม่ง’ มันไปให้หมด
•
รามินทร์ไม่รอช้าที่จะจัดการเอาตัวเองเข้าไปทักทายกับรอยแยกชุ่มฉ่ำเบื้องหน้าที่เปิดอ้ารออยู่ “ขอพี่เข้าไปนะ”
จากปลายนิ้วสู่อะไรที่ใหญ่กว่าหลายเท่า ทำเอาหญิงสาวกระสับกระส่ายอึดอัดคับแน่นตรงบริเวณที่ถูกเขาเสียดแทงเข้าออกไม่พัก เธอเจ็บลึกหากก็สุขสมปะปนกัน
ทุกครั้งที่คนด้านบนผละออก กลับกลายเป็นหญิงสาวเสียเองที่ไขว่คว้าความอุ่นซ่านนั้นเข้าหาตัว “กอดไม่ปล่อยขนาดนี้ ชอบมากเลยดิ”
“อื้มมม…” ยิ่งเธอตอดรัด สะโพกสอบของรามินทร์ก็ยิ่งตอกอัดรัวเร็ว ร่างกำยำของชายหนุ่มโถมเข้าใส่ร่างบอบบางของหญิงสาวราวกับบ้าคลั่ง เนินอกเต่งตึงทั้งสองข้างถูกแผงอกล่ำบดบี้จนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียว ไม่ต่างกับช่องทางด้านล่างที่ถูกเขาเสียบเสยหนักหน่วงไม่แพ้กัน
สัมผัสร้อนฉ่าจากผิวกายที่ก่ายเกยกันไปตลอดทั้งร่างก่อเกิดเป็นความรัญจวนระลอกแล้วระลอกเล่า ส่งผลให้เธอต้องระบายมันออกมาผ่านเสียงครวญครางหวานหู ผสานเสียงทุ้มต่ำหอบกระเส่าของเขาที่ดังคละเคล้ากันนานนับชั่วโมง
รามินทร์ตะกละตะกลามราวหิวโซจากการต้องร้างราเรื่องอย่างว่ามานาน เมื่อพานพบกับความเย้ายวนชวนลิ้มลองแถมยังโอนอ่อนว่าง่ายของคนบนเตียง เขาจึงไม่อาจยั้งกายยั้งใจอดทนต่ออารมณ์ทางเพศอันพลุ่งพล่านของตนได้เลย
ชายหญิงแปลกหน้าใช้เวลาแห่งค่ำคืนหวามไหวนั้นด้วยกันจนเหงื่อโซมกาย ตามเนื้อตัวถูกแต่งแต้มไปด้วยริ้วรอยทั้งเข้มข้นและอ่อนจางจากการดูดดึงและบดเบียดเสียดสีเนิ่นนาน
กระทั่งโค้งสุดท้ายแห่งกามกิจดำเนินมาถึง ความเหนอะหนะจากน้ำรักก็ถูกขับออกมาจนไหลเปรอะเต็มซอกขาของทั้งคู่
สองสามชั่วโมงหลังจากนั้นสองร่างที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาด้วยกันถึงได้หมดแรงและกอดกันหลับไป แทบจะทันทีที่ฝ่ายชายถอดถอนตัวตนออกจากช่องทางรักของหญิงสาว
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาล มารดาของชายหนุ่มขอแยกตัวไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่พัทยาต่อ “แม่ไปนะ ดูแลหนูม่อนของแม่ดี ๆ ด้วย” นัยว่าท่านต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายได้ใช้เวลากับแม่ของลูกอย่างเต็มที่ เนื่องจากเย็นนี้ต้องแยกย้ายกันแล้ว กว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีกทีก็ต้องรอถึงวันเสาร์ “ขับรถดี ๆ นะครับคุณนาย” คนเป็นลูกเย้าขึ้นก่อนเปิดประตูรถให้มารดา “ถึงบ้านเพื่อนแล้วโทร. บอกรามด้วย” “จ้า ไว้วันไหนว่าง ๆ แม่มาเยี่ยมหนูใหม่นะลูก ขาดเหลืออะไรกริ๊งกร๊างหาแม่ได้ทุกเวลา หรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกแม่มาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าแม่เป็นแม่ของหนูก็ได้” คุณนายของรามินทร์รับคำลูกชายสั้น ๆ เพียงคำเดียว ในขณะที่กับหญิงสาวข้างกายลูก ท่านกลับแสดงความเป็นห่วงเป็นใยยิ่งกว่าลูกแท้ ๆ แต่ถามว่าเขาอิจฉาไหมก็ไม่ กลับยินดีเสียยิ่งกว่าอะไรที่ได้แบ่งปันความรักส่วนนั้นให้กับมนสิชาด้วย ด้วยความหวังสุดใจว่าความห่วงหาอาทรที่มีให้ จะทลายกำแพงของมนสิชาให้เลิกปิดกั้นตัวเองทั้งจากเขาหรือครอบครัวของเขาได้หมดหัวใจในสักวัน “ขอบคุณนะคะ…คุณแม่” รังรองยิ้มเยื้อนให้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นผู้ใหญ่ใจดีทั่วไป ไม่ได้แสดงออกนอกหน้าว่า
ภายในห้องตรวจของแผนกสูติฯ มนสิชากำลังนอนลืมตามองเพดานสีขาวโดยไม่กล้าสบตากับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอที่กำลังเตรียมความพร้อมให้กับเธอ ด้วยการเลิกชายเสื้อขึ้นและดึงขอบกางเกงลงจนเผยให้เห็นหน้าท้องที่นูนออกมา หรือแม้แต่พ่อของลูกที่ไม่ยอมหลุดโฟกัสไปจากเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำอัลตร้าซาวด์สลับกับใบหน้าของเจ้าของท้องนูน ๆ นั่นเลยแม้แต่นิดเดียวอย่างกับกลัวจะพลาดวินาทีสำคัญ คนท้องห้าเดือนต้องสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อให้จิตใจสงบลง จริงอยู่ที่นัดวันนี้เธอเอ่ยอนุญาตให้รามินทร์ตามเข้ามาเอง หากพอเห็นสายตาที่จับจ้องมองกันไม่วางตาขนาดนี้ทั้งที่เธออยู่ในสภาพค่อนข้างเปิดเผย ก็อดจะประหม่าไม่ได้ตามประสาคนไม่คุ้นเคย “…เห็นน้องมั้ยคะคุณแม่…” ทว่าสุ้มเสียงเจือความอ่อนโยนของคุณหมอที่กำลังเลื่อนหัวตรวจไปมาให้คนในห้องได้เห็นอวัยวะสำคัญ ๆ ของเด็กในท้อง ก็สามารถดึงเธอให้หลุดจากความรู้สึกประหม่าเหล่านั้นได้ในไม่กี่วินาที ก่อนหน้าที่วันนี้จะมาถึง มนสิชาเพียงรับรู้ถึงการมีอยู่ของลูกน้อยด้วยอาการกระตุกที่ท้องของตัวเองเป็นระยะ ๆ เท่านั้น หากแต่ความทันสมัยของเครื่องมือเหล่านี้ ก็ทำให้เธอได้ยลโฉมสิ่งมีชีว
“…คุณมนสิชา ณกานต์พิทักษ์ค่ะ คุณมนสิชาอยู่มั้ยคะ” ชื่อของคนที่กำลังคุยอย่างออกรสออกชาติถูกเปล่งออกมาจากปากของพยาบาลสาวคนหนึ่ง “อยู่ค่ะ” เจ้าของชื่อค่อย ๆ ยันตัวลุกจากเก้าอี้ ความตื่นเต้นส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วสินะที่เธอจะได้เจอเด็กที่อุ้มท้องมากว่าห้าเดือน หากใจหนึ่งก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะพบความผิดปกติ ซึ่งเธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เกิดอะไรกับเด็กคนนี้เลย เหมือนว่าคนที่มาด้วยจะรับรู้ถึงความกังวลที่ว่าเช่นเดียวกับที่เขากำลังรู้สึก จึงขยับตัวลุกตามมาโอบว่าที่คุณแม่ไว้หลวม ๆ แล้วพากันเดินไปยังทิศทางที่พยาบาลสาวคนนั้นชี้บอกให้ไปรอหน้าห้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งโพรงอกของว่าที่คุณแม่ที่กังวลไปสารพัด การได้เกาะเกี่ยวใครสักคนไว้ในยามว้าวุ่น ต้องการพลังใจ มันรู้สึกดีเช่นนี้เอง • ลูกชายคุณนายรังรอง (6) รังรอง : @RM เจอหมอรึยัง รังรอง : แม่อุตส่าห์จะมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย รังรอง : ดันมาไม่ทันซะได้ รังรอง : ทำไมเค้าไม่ทำที่จอดรถให้มันเยอะๆนะ รังรอง : แม่ต้องถ่อไปจอดซะไกลลิบลับ รังรอง : กว่าจะเดินมาถึงขาแทบขวิด รังรอง : รู้งี้นั
การเดินทางจากหอพักอิ่มอกอิ่มใจ อะพาร์ตเมนต์ที่มนสิชาพักอยู่ถึงโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึง ทว่าการวนหาที่จอดรถเป็นอะไรที่นานกว่านั้นมากนัก สุดท้ายรามินทร์ต้องขับรถไปจอดที่หน้าตึกเพื่อให้มนสิชาลงไปกดบัตรคิวก่อน แล้วค่อยวนรถไปหาที่จอดอีกที ถึงอย่างนั้นกว่าเจ้าตัวจะเจอที่ว่างให้จอดได้ ก็ต้องเดินไกลทีเดียวกว่าจะถึงตัวตึกที่ว่า เล่นเอาเหงื่อซกเลยทีเดียว ‘ร้อนฉิบหาย รู้งี้ใส่แขนสั้นมาก็ดี’ คนร้อนจนเหงื่อไหลบ่นอุบเพราะดันแต่งตัวมามาซะไม่ดูฟ้าดูฝนเลย แต่เพราะเขามักจะติดนิสัยใส่เสื้อแขนยาวเพื่อปกปิดรอยสักที่แขนอยู่แล้วตั้งแต่ตอนคบกับแฟนเก่า จนมนสิชาเข้ามา ชายหนุ่มก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี กับการเปิดเผยลวดลายเหล่านั้นให้หญิงสาวเห็น “จอดรถตรงไหน” รามินทร์ชี้นิ้วไปยังจุดที่เห็นอยู่ไกลลิบ ๆ แทนการบอกกล่าว เพราะตอนนี้เจ้าตัวหอบแฮกเสียจนพูดอะไรไม่ออก ‘ไม่ใช่แค่เดินทางราบอย่างเดียวแต่ยังต้องขึ้นบันไดอีก ท่ามกลางความร้อนอบอ้าวของแดดยามเที่ยงและฝนทำท่าจะตก ไม่หอบก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว’ หญิงสาวหยิบซองกระดาษทิชชู่เช็ดหน้ากับกระบอกน้ำเก็บความเย็นส่งให้คนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงเพราะแดดเ
เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลานัดหมาย เขาเลยบอกมนสิชาว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยกลับมารับเธออีกที แต่หญิงสาวยืนยันว่าจะไปพร้อมกัน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถย้อนไปย้อนมา มนสิชาขึ้นห้องไปพร้อมกับเขา กระทั่งได้เวลาว่าที่คุณพ่อคุณแม่จึงลงจากห้องที่ชายหนุ่มจองทิ้งไว้เก็บเสื้อผ้าเล่น ๆ ในขณะที่เจ้าตัวไปนอนค้างที่อื่น มาขึ้นรถที่จอดไว้ด้านหน้าของโรงแรม “ตื่นเต้นมั้– / ตื่นเต้นจัง” รามินทร์ได้คำตอบพอดีกับที่มนสิชาหันมาสารภาพกับเขาด้วยสีหน้าแบบเดียวกับที่เธอเอ่ยออกมา “เธออะ” คนตื่นเต้นถามกลับบ้าง “มาก ไม่เชื่อจับดู ใจเต้นตึก ๆๆๆ เลย” ไม่ว่าเปล่าแต่คนที่บอกว่าใจเต้นยังจับมือเธอไปวางทาบบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง โดยไม่ยี่หระเลยว่าคนถูกดึงมือไปดื้อ ๆ พยายามจะชักมือกลับแค่ไหน “เชื่อยัง” มนสิชาไม่กล้าแม้แต่จะค้นให้ลึกลงไปกว่านั้น ว่าหัวใจที่เต้นยังกะรัวกลองแข่งกับรามินทร์อยู่นี้ เป็นเพราะจะได้เจอหน้าลูกครั้งแรก หรือเพราะเจ้าของฝ่ามือที่กุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ค่อย ๆ ก้มลงมาจนสันจมูกเขากำลังจะแตะแก้มเธอกันแน่ • รามินทร์ไม่แน่ใจนักว่าระหว่างรอยยิ้มสุกสกาวข
“ม่อน…” คนกลัวเกินเหตุเรียกเสียงอ่อย “หือ ว่าไง” ในขณะที่คนขานรับยังก้มหน้าก้มตาอยู่กับอาหารที่ซื้อมา จึงไม่ทันเห็นสายตาสื่อความรู้สึกหลากหลายของคนเรียก กระทั่ง “อย่าหายไปไม่บอกอีกนะ…” น้ำเสียงจริงจังที่ค่อย ๆ แผ่วลงในตอนท้าย สะกิดให้คนได้ยินเอะใจจนต้องเงยหน้าขึ้น “…เราเป็นห่วง” “อื้ม” สบนัยน์ตาของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับความหวังดีนั้นด้วยความเต็มใจ ก่อนจะงึมงำใส่ว่า “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ออกมากินก๋วยจั๊บ กำลังร้อน ๆ เลย” หญิงสาวละสายตาจากจานชามบนโต๊ะได้เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องก้มหน้างุดกลับไปดังเดิม เพราะจนถึงตอนนี้คนที่ใส่กางเกงเลตัวเดียวนอน ยังอยู่ในสภาพเดิมกับที่เธอเห็นตอนเช้ามืดเปี๊ยบ ขณะเดียวกันแสงยามสายที่ส่องสว่างไปทั่วห้อง ก็เผยให้เห็นริ้วสีจาง ๆ บนโหนกแก้มของคนก้มหน้าได้ชัดเจนเช่นกัน ปฏิกิริยาดังกล่าวสะกิดใจให้เขาก้มลงสำรวจสภาพเปลือยท่อนบนของตัวเอง ก่อนจะผลิยิ้มมุมปากออกมา มนสิชาไม่ได้ไม่อยากเสวนากับเขาอย่างที่เคยเข้าใจ เธอก็แค่หลบเลี่ยงเพราะเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเท่านั้น คนอยากพิสูจน์สันนิษฐานของตัวเองจึงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ คว้าต้นแขนบอบบางทั้งสองข้า







