LOGINความตั้งใจแรกของรามินทร์คือต้องการกลับมานอนเอาแรง เพราะเมาเกินกว่าจะอยู่สังสรรค์กับเพื่อน ๆ ต่อ เพื่อว่าพรุ่งนี้เขาจะได้ตื่นมาขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ไหว
ทว่าพอถึงห้องพักจริง ๆ ทุกอย่างดันผิดแผนไปหมด เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดชนิดเนื้อแนบเนื้อกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนรอตนอยู่บนเตียง ความตั้งใจอะไรนั่นก็เหมือนจะถูกลืมเลือนไปในทันที
ยิ่งขณะที่เธอซุกซบใบหน้าลงกับแผงอกแกร่งของเขา อีกทั้งมือไม้ที่ลูบไล้ปัดป่ายไปตามเนื้อตัวเขาไม่หยุด ล้วนกระตุ้นให้อวัยวะเบื้องล่างของเขาตื่นตัวและกระสันอยากขึ้นมา เกินกว่าจะข่มตาให้หลับได้โดยไม่หาที่ลงให้สบายตัวเสียก่อน
และหญิงสาวที่คลอเคลียกับเขาไม่ห่างอยู่นี่ ก็คือคนที่เขาต้องการให้เธอมาช่วยปลดเปลื้องความอยากที่ว่านั่น
“ซิน…” รามินทร์ครางชื่ออดีตคนรักครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกขณะที่ปากอิ่มว่างเว้นจากการสัมผัสผิวเนียนของคนใต้ร่าง
“…ขอถอดนะ” ชายหนุ่มกำชายเสื้อยืดของหญิงสาวไว้ในมือ รอเธอเอ่ยอนุญาตเมื่อไรเขาจะเอามันออกไปจากตัวเธอเมื่อนั้น
ทว่าการรอคอยดังกล่าวช่างเนิ่นนานกว่าที่คาดไว้จนเขาไม่อาจอดใจรอไหว จึงถือวิสาสะเลิกชายเสื้อขึ้นไปกองไว้ที่หน้าอกของเธอ จากนั้นค่อยถดกายลงมาไล้เลียไปตามหน้าท้องแบนราบและแอ่งสะดือ
มือหนาเลื่อนมาแกะกระดุมและรูดซิปกางเกงของเธอลงไปคาไว้ที่ต้นขา เพื่อเปิดทางให้ลิ้นของเขาได้ซอกซอนเข้าไปช่วงชิมความชุ่มฉ่ำภายในกลีบบอบบางที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เสียงหวีดหวิวของคนที่กำลังถูกปากหยักครอบครองไม่ลดละดังออกมาไม่เบานัก เท่านั้นก็เพียงพอให้รอยยิ้มแห่งความพึงใจถูกจุดขึ้นที่มุมปากคนทำ เมื่อพบว่าเธออ่อนไหวไปกับสัมผัสเหล่านั้น ไม่นานเสื้อยืดพอดีตัวที่เคยห่อหุ้มเธอไว้ก็ถูกเขาสลัดออก
ตำแหน่งมือถูกเปลี่ยนจากข้างหน้าไปเป็นแผ่นหลังของเธอเพื่อปลดตะขอบรา เพียงพริบตาปราการชิ้นนั้นก็หลุดติดมือชายหนุ่มออกมาอย่างง่ายดาย
มือข้างเดิมถูกยกมาวางทาบกับความอวบอิ่มที่เผยออก ราวกับเป็นใจให้เขาฟอนเฟ้นกับความนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือนั้นอยู่นานสองนาน ทำเอาคนถูกเล่นงานครางระรัว
เจ้าของฝ่ามือยิ่งได้ใจที่ตนสามารถเร้าอารมณ์จนหญิงสาวบิดเร่าส่งเสียงอื้ออึงไม่ขาดปาก ไม่ถึงนาทีกางเกงยีนส์และอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วที่คาอยู่ก็ถูกเขาดึงออกไปจนพ้นตัวในที่สุด
เผลอแป๊บเดียวร่างตรงหน้าก็โป๊เปลือยไม่ต่างกับชายหนุ่ม “อื้มมม…หนาว” ร่างเล็กพึมพำเสียงสั่นพลิ้วด้วยถูกลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดมาต้องผิวกายที่บัดนี้ไร้ซึ่งสิ่งใดไว้ปกป้องตัว
“ถ้าหนาวก็กอดพี่ไว้” คนที่แทนตัวเองว่าพี่โน้มตัวลงคว้าเรียวแขนที่บอบบางกว่าเป็นครึ่งมาคล้องยังท้ายทอยตนเอง ระยะห่างอันน้อยนิดดึงดูดให้ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตกลีบปากของคนด้านล่างอย่างย่ามใจ
กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยอวลอยู่ในโพรงปากจนไม่อาจแยกแยะได้ว่ามาจากเขาหรือเป็นของเธอกันแน่ รู้เพียงแค่มันสามารถมอมคนทั้งคู่ให้มัวเมากับรสจูบนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ลิ้นของหญิงสาวถูกรามินทร์ไล่ต้อนเกี่ยวกระหวัดราวหื่นกระหาย เสียงเฉอะแฉะจากการดูดดึงนำพาความเสียวซ่านให้ก่อตัวขึ้นไปอีกทบทวี เร่งเร้าอารมณ์จนเธอต้องโอบกระชับวงแขนเข้าหาตัวเพื่อให้ช่องว่างระหว่างกันลดหลั่นลงไปอีก
ความเพลิดเพลินจากการละเลงริมฝีปากและฝ่ามือไปทั่วผิวกายเรียบเนียน ก่อร่างสร้างความกำหนัดให้ถูกขับออกมาในรูปแบบของความแข็งขืนที่ลำกาย หากก็ยังไม่เพียงพอเพราะเขาอยากได้อะไรที่หฤหรรษ์ยิ่งกว่านี้
หลังเสร็จธุระที่โรงพยาบาล มารดาของชายหนุ่มขอแยกตัวไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่พัทยาต่อ “แม่ไปนะ ดูแลหนูม่อนของแม่ดี ๆ ด้วย” นัยว่าท่านต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายได้ใช้เวลากับแม่ของลูกอย่างเต็มที่ เนื่องจากเย็นนี้ต้องแยกย้ายกันแล้ว กว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีกทีก็ต้องรอถึงวันเสาร์ “ขับรถดี ๆ นะครับคุณนาย” คนเป็นลูกเย้าขึ้นก่อนเปิดประตูรถให้มารดา “ถึงบ้านเพื่อนแล้วโทร. บอกรามด้วย” “จ้า ไว้วันไหนว่าง ๆ แม่มาเยี่ยมหนูใหม่นะลูก ขาดเหลืออะไรกริ๊งกร๊างหาแม่ได้ทุกเวลา หรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกแม่มาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าแม่เป็นแม่ของหนูก็ได้” คุณนายของรามินทร์รับคำลูกชายสั้น ๆ เพียงคำเดียว ในขณะที่กับหญิงสาวข้างกายลูก ท่านกลับแสดงความเป็นห่วงเป็นใยยิ่งกว่าลูกแท้ ๆ แต่ถามว่าเขาอิจฉาไหมก็ไม่ กลับยินดีเสียยิ่งกว่าอะไรที่ได้แบ่งปันความรักส่วนนั้นให้กับมนสิชาด้วย ด้วยความหวังสุดใจว่าความห่วงหาอาทรที่มีให้ จะทลายกำแพงของมนสิชาให้เลิกปิดกั้นตัวเองทั้งจากเขาหรือครอบครัวของเขาได้หมดหัวใจในสักวัน “ขอบคุณนะคะ…คุณแม่” รังรองยิ้มเยื้อนให้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นผู้ใหญ่ใจดีทั่วไป ไม่ได้แสดงออกนอกหน้าว่า
ภายในห้องตรวจของแผนกสูติฯ มนสิชากำลังนอนลืมตามองเพดานสีขาวโดยไม่กล้าสบตากับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอที่กำลังเตรียมความพร้อมให้กับเธอ ด้วยการเลิกชายเสื้อขึ้นและดึงขอบกางเกงลงจนเผยให้เห็นหน้าท้องที่นูนออกมา หรือแม้แต่พ่อของลูกที่ไม่ยอมหลุดโฟกัสไปจากเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำอัลตร้าซาวด์สลับกับใบหน้าของเจ้าของท้องนูน ๆ นั่นเลยแม้แต่นิดเดียวอย่างกับกลัวจะพลาดวินาทีสำคัญ คนท้องห้าเดือนต้องสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อให้จิตใจสงบลง จริงอยู่ที่นัดวันนี้เธอเอ่ยอนุญาตให้รามินทร์ตามเข้ามาเอง หากพอเห็นสายตาที่จับจ้องมองกันไม่วางตาขนาดนี้ทั้งที่เธออยู่ในสภาพค่อนข้างเปิดเผย ก็อดจะประหม่าไม่ได้ตามประสาคนไม่คุ้นเคย “…เห็นน้องมั้ยคะคุณแม่…” ทว่าสุ้มเสียงเจือความอ่อนโยนของคุณหมอที่กำลังเลื่อนหัวตรวจไปมาให้คนในห้องได้เห็นอวัยวะสำคัญ ๆ ของเด็กในท้อง ก็สามารถดึงเธอให้หลุดจากความรู้สึกประหม่าเหล่านั้นได้ในไม่กี่วินาที ก่อนหน้าที่วันนี้จะมาถึง มนสิชาเพียงรับรู้ถึงการมีอยู่ของลูกน้อยด้วยอาการกระตุกที่ท้องของตัวเองเป็นระยะ ๆ เท่านั้น หากแต่ความทันสมัยของเครื่องมือเหล่านี้ ก็ทำให้เธอได้ยลโฉมสิ่งมีชีว
“…คุณมนสิชา ณกานต์พิทักษ์ค่ะ คุณมนสิชาอยู่มั้ยคะ” ชื่อของคนที่กำลังคุยอย่างออกรสออกชาติถูกเปล่งออกมาจากปากของพยาบาลสาวคนหนึ่ง “อยู่ค่ะ” เจ้าของชื่อค่อย ๆ ยันตัวลุกจากเก้าอี้ ความตื่นเต้นส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดเร็วขึ้นจนรู้สึกได้ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วสินะที่เธอจะได้เจอเด็กที่อุ้มท้องมากว่าห้าเดือน หากใจหนึ่งก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะพบความผิดปกติ ซึ่งเธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เกิดอะไรกับเด็กคนนี้เลย เหมือนว่าคนที่มาด้วยจะรับรู้ถึงความกังวลที่ว่าเช่นเดียวกับที่เขากำลังรู้สึก จึงขยับตัวลุกตามมาโอบว่าที่คุณแม่ไว้หลวม ๆ แล้วพากันเดินไปยังทิศทางที่พยาบาลสาวคนนั้นชี้บอกให้ไปรอหน้าห้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งโพรงอกของว่าที่คุณแม่ที่กังวลไปสารพัด การได้เกาะเกี่ยวใครสักคนไว้ในยามว้าวุ่น ต้องการพลังใจ มันรู้สึกดีเช่นนี้เอง • ลูกชายคุณนายรังรอง (6) รังรอง : @RM เจอหมอรึยัง รังรอง : แม่อุตส่าห์จะมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย รังรอง : ดันมาไม่ทันซะได้ รังรอง : ทำไมเค้าไม่ทำที่จอดรถให้มันเยอะๆนะ รังรอง : แม่ต้องถ่อไปจอดซะไกลลิบลับ รังรอง : กว่าจะเดินมาถึงขาแทบขวิด รังรอง : รู้งี้นั
การเดินทางจากหอพักอิ่มอกอิ่มใจ อะพาร์ตเมนต์ที่มนสิชาพักอยู่ถึงโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไว้ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึง ทว่าการวนหาที่จอดรถเป็นอะไรที่นานกว่านั้นมากนัก สุดท้ายรามินทร์ต้องขับรถไปจอดที่หน้าตึกเพื่อให้มนสิชาลงไปกดบัตรคิวก่อน แล้วค่อยวนรถไปหาที่จอดอีกที ถึงอย่างนั้นกว่าเจ้าตัวจะเจอที่ว่างให้จอดได้ ก็ต้องเดินไกลทีเดียวกว่าจะถึงตัวตึกที่ว่า เล่นเอาเหงื่อซกเลยทีเดียว ‘ร้อนฉิบหาย รู้งี้ใส่แขนสั้นมาก็ดี’ คนร้อนจนเหงื่อไหลบ่นอุบเพราะดันแต่งตัวมามาซะไม่ดูฟ้าดูฝนเลย แต่เพราะเขามักจะติดนิสัยใส่เสื้อแขนยาวเพื่อปกปิดรอยสักที่แขนอยู่แล้วตั้งแต่ตอนคบกับแฟนเก่า จนมนสิชาเข้ามา ชายหนุ่มก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี กับการเปิดเผยลวดลายเหล่านั้นให้หญิงสาวเห็น “จอดรถตรงไหน” รามินทร์ชี้นิ้วไปยังจุดที่เห็นอยู่ไกลลิบ ๆ แทนการบอกกล่าว เพราะตอนนี้เจ้าตัวหอบแฮกเสียจนพูดอะไรไม่ออก ‘ไม่ใช่แค่เดินทางราบอย่างเดียวแต่ยังต้องขึ้นบันไดอีก ท่ามกลางความร้อนอบอ้าวของแดดยามเที่ยงและฝนทำท่าจะตก ไม่หอบก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว’ หญิงสาวหยิบซองกระดาษทิชชู่เช็ดหน้ากับกระบอกน้ำเก็บความเย็นส่งให้คนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงเพราะแดดเ
เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลานัดหมาย เขาเลยบอกมนสิชาว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยกลับมารับเธออีกที แต่หญิงสาวยืนยันว่าจะไปพร้อมกัน เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถย้อนไปย้อนมา มนสิชาขึ้นห้องไปพร้อมกับเขา กระทั่งได้เวลาว่าที่คุณพ่อคุณแม่จึงลงจากห้องที่ชายหนุ่มจองทิ้งไว้เก็บเสื้อผ้าเล่น ๆ ในขณะที่เจ้าตัวไปนอนค้างที่อื่น มาขึ้นรถที่จอดไว้ด้านหน้าของโรงแรม “ตื่นเต้นมั้– / ตื่นเต้นจัง” รามินทร์ได้คำตอบพอดีกับที่มนสิชาหันมาสารภาพกับเขาด้วยสีหน้าแบบเดียวกับที่เธอเอ่ยออกมา “เธออะ” คนตื่นเต้นถามกลับบ้าง “มาก ไม่เชื่อจับดู ใจเต้นตึก ๆๆๆ เลย” ไม่ว่าเปล่าแต่คนที่บอกว่าใจเต้นยังจับมือเธอไปวางทาบบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง โดยไม่ยี่หระเลยว่าคนถูกดึงมือไปดื้อ ๆ พยายามจะชักมือกลับแค่ไหน “เชื่อยัง” มนสิชาไม่กล้าแม้แต่จะค้นให้ลึกลงไปกว่านั้น ว่าหัวใจที่เต้นยังกะรัวกลองแข่งกับรามินทร์อยู่นี้ เป็นเพราะจะได้เจอหน้าลูกครั้งแรก หรือเพราะเจ้าของฝ่ามือที่กุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ค่อย ๆ ก้มลงมาจนสันจมูกเขากำลังจะแตะแก้มเธอกันแน่ • รามินทร์ไม่แน่ใจนักว่าระหว่างรอยยิ้มสุกสกาวข
“ม่อน…” คนกลัวเกินเหตุเรียกเสียงอ่อย “หือ ว่าไง” ในขณะที่คนขานรับยังก้มหน้าก้มตาอยู่กับอาหารที่ซื้อมา จึงไม่ทันเห็นสายตาสื่อความรู้สึกหลากหลายของคนเรียก กระทั่ง “อย่าหายไปไม่บอกอีกนะ…” น้ำเสียงจริงจังที่ค่อย ๆ แผ่วลงในตอนท้าย สะกิดให้คนได้ยินเอะใจจนต้องเงยหน้าขึ้น “…เราเป็นห่วง” “อื้ม” สบนัยน์ตาของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับความหวังดีนั้นด้วยความเต็มใจ ก่อนจะงึมงำใส่ว่า “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ออกมากินก๋วยจั๊บ กำลังร้อน ๆ เลย” หญิงสาวละสายตาจากจานชามบนโต๊ะได้เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องก้มหน้างุดกลับไปดังเดิม เพราะจนถึงตอนนี้คนที่ใส่กางเกงเลตัวเดียวนอน ยังอยู่ในสภาพเดิมกับที่เธอเห็นตอนเช้ามืดเปี๊ยบ ขณะเดียวกันแสงยามสายที่ส่องสว่างไปทั่วห้อง ก็เผยให้เห็นริ้วสีจาง ๆ บนโหนกแก้มของคนก้มหน้าได้ชัดเจนเช่นกัน ปฏิกิริยาดังกล่าวสะกิดใจให้เขาก้มลงสำรวจสภาพเปลือยท่อนบนของตัวเอง ก่อนจะผลิยิ้มมุมปากออกมา มนสิชาไม่ได้ไม่อยากเสวนากับเขาอย่างที่เคยเข้าใจ เธอก็แค่หลบเลี่ยงเพราะเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเท่านั้น คนอยากพิสูจน์สันนิษฐานของตัวเองจึงอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ คว้าต้นแขนบอบบางทั้งสองข้า







