LOGINภายในงานที่เต็มไปด้วยแขกจำนวนมาก เสียงดนตรีไทยกลับมาบรรเลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกผู้ร่วมงานที่ยังคงไม่หายจากความตกใจ พิธีการถูกจัดการขึ้นใหม่อย่างเร่งด่วน ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติภายนอก แต่ภายในใจของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างเต็มไปด้วยความสับสนและกดดัน
ลูกหยี ในชุดเจ้าสาวสีขาวงดงามที่เคยถูกเตรียมไว้ให้พี่สาวของเธอ เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีที่มั่นใจในสายตาของคนอื่น แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในฝันร้ายที่ไม่อาจหลีกหนีได้ เมื่อเธอเดินเข้ามาในบริเวณพิธี สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่เธอ
“เปลี่ยนเจ้าสาวเหรอ” เสียงซุบซิบเบาๆ จากแขกเริ่มดังขึ้นขณะที่พวกเขาสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างลูกหยีกับลูกเกด ทั้งสองสาวมีบุคลิกที่ต่างกันจนใคร ๆ ก็มองเห็นได้ชัดเจน
เอกณัฐยืนอยู่ตรงหน้าเธอในชุดสูทสีขาวเรียบง่าย เขามองเธอด้วยสายตาที่นิ่งขรึมและไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แม้ว่าข้างในเขาจะยังคงไม่สามารถลืมความจริงที่ว่าเจ้าสาวตัวจริงหนีไปก็ตาม
“ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้” เอกณัฐคิดในใจ เขามองลูกหยีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา หญิงสาวที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเอามาเป็นภรรยาของเขา
พิธีดำเนินไปต่อ ศาสนพิธีถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว พิธีกรเอ่ยกล่าวนำบ่าวสาวเข้าสู่พิธีผูกข้อมือ เพื่อความเป็นสิริมงคล ท่ามกลางเสียงท่องบทสวดอันเป็นมงคล บรรยากาศรอบข้างเงียบลง ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงยินดีที่แท้จริง มีแต่สายตาเฝ้ามองและคำถามในใจของทุกคน
“เธอพร้อมหรือยัง” เอกณัฐเอ่ยถามเสียงเบา ขณะที่ทั้งสองยืนเคียงข้างกันในขณะทำพิธี
ลูกหยี หันไปมองเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
“หนูไม่พร้อม แต่หนูไม่มีทางเลือก” เธอตอบเบา ๆ ด้วยความจริงใจแต่มีเจ็บปวดที่เธอพยายามกลบซ่อน
เขาเพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับพิธีต่อ ทั้งคู่ยืนเคียงข้างกัน ขณะที่แขกเหรื่อทำการผูกข้อมืออวยพร
หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น แขกผู้ร่วมงานเริ่มทยอยเดินมาขอถ่ายรูปกับบ่าวสาว ทุกคนยังคงแสดงท่าทีเหมือนงานแต่งนี้เป็นปกติ ไม่มีใครกล้าพูดถึงการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวอย่างเปิดเผย แต่ความเงียบที่แฝงอยู่ในอากาศกลับยิ่งทำให้บรรยากาศในงานยิ่งกดดัน ลูกหยีรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในพิธีนี้ เธอต้องยิ้มให้กับกล้องทุกครั้งที่มีคนเข้ามาขอถ่ายรูป แต่ภายในใจเธอกลับรู้สึกอึดอัดและอยากจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้เร็วๆ
“นี่คือชีวิตใหม่ของฉันงั้นเหรอ” เธอคิดขณะที่มองไปที่เอกณัฐซึ่งยืนอยู่ข้างเธอ เขายังคงรักษาท่าทีสุขุมเช่นเดิม แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นชาและห่างเหินที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพลักษณ์ภายนอก
หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น บ่าวสาวถูกส่งตัวไปยังห้องรับรองเล็ก ๆ เพื่อพักผ่อนจากความวุ่นวายในงาน
“เธอทำได้ดีมาก” เอกณัฐพูดขึ้น ขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับรอง เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความเหนื่อยล้า
“หนูแค่ทำตามที่ถูกบอกให้ทำ” ลูกหยีตอบเรียบ ๆ ความรู้สึกขัดแย้งในใจเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน
“อืมมมม”เสียงครางอือในลำคอของเอกณัฐ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆ ขยับเปิดรับแสงยามสาย ก่อนที่เขาตกใจจนต้องชะงักเมื่อลมหายใจของอีกคนพ่นออกมาสัมผัสแผงอกเขานั้นร้อนผ่าว จนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบทาบหลังมือลงบนหน้าผากมนก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ “ตัวร้อนจี๋เลย…”เขาถอนหายใจยาว ตาคมมองไปรอบห้องนอน ที่ตอนนี้แสงแดดยามสายรำไรผ่านม่านเข้ามาในห้องยังอบอวลไปด้วยร่องรอยของบทรักอันหนักหน่วงเมื่อคืนกับร่างบางในอ้อมกอดที่ยังนอนคุดคู้หลับสนิท ใบหน้าจิ้มลิ้มของ ลูกหยี แดงระเรื่อผิดปกติจนน่าสงสารความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาในอก เขารู้ตัวดีว่าเมื่อคืนเขาจัดหนักและ เอาแต่ใจกับเมียเด็กมากไปหน่อย ความช่างสงสัยอยากรู้อยากลองของลูกหยีบวกกับความเร้าอารมณ์ที่เธอปรนเปรอให้ ทำให้เขาลืมไปเสียสนิทว่าร่างกายของสาวน้อยตรงหน้านั้นบอบบางขนาดไหนชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาจัดการหาผ้าขนหนูผืนนุ่มกับน้ำอุ่น นำมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กที่นอนครางประท้วงเบาๆ ในลำคอเพราะความหนาวสั่นจากพิษไข้“อือ... ลุง... ลูกหยีหนาว...” เสียงหวานพึมพำทั้งที่ตาก็ยังปิดสนิท ร่างเล็กขดตัวเข้าหาความอบอุ่นโดยอัตโนมัติ“ชู่ววว.
“ใช่ ตอนนี้เธอเป็นเมียที่ถูกต้อง ทั้งนิตินัยและพฤตินัย นี่ไงหลักฐานยังคากันอยู่ ฉันจะขยับแล้วนะเมียจ๋า ฟิตชิบหาย มีเมียเด็กมันดีอย่างนี้นี่เอง” เอวสอบของเอกณัฐโยกทันทีที่พูดจบ คนแก่ใจร้อนตอนนี้โดนช่องทางรักของเมียสาวเล่นงานทำเอาเขาเสียวแทบแตกตั้งแต่เพิ่งเริ่มเกือบให้ได้อายขายหน้าเด็กมัน แรงกระแทกเสียงเนื้อกระทบเนื้อดูหนักหน่วงและรุนแรงตามอารมณ์คนทำ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “อ๊ะ อ๊ะ ออยยย ลุง หนูจุก อ๊ะ อ๊ะ อายยยย เสียวจัง จุก ลุง กระแทกแรงเกินไปแล้ว อ๊ายยย ซี๊ดดด เสียว อูยยยย” ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “นี่แน่ะ ลุงเลิงอะไร เอากันขนาดนี้ไม่ลุงแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่าผัวเมีย อูยยย ตอดจริงๆ ของเด็กนี่มันดีจริงๆ เอาใหม่ลูกหยี เรียกใหม่ ตอนเราเอากันแบบนี้เรียกผัวเร็ว เมียจ๋า เรียกผัวหน่อยเร็ว อูยยย ตอดถี่จัง เสียวเหรอจ๊ะเมียจ๋า บอกผัวหน่อยเร็ว อูววว เสียวไหม ซี๊ดดดด” “ลุง อ๊ะ ก็ได้ๆ น่าอายจังเลย ผัว ผัวจ๋า ซี๊ดดด มันเสียวมากผัวจ๋า อ๊ะ มันใหญ่ มันคับไปหมด ออยยย เมียเสียว ซี๊ดดด ผัวเอามันมากเลย อูยยยย มิน่าล่ะเพื่อนๆ หนูถึงได้พากัน
“ลุงอยากให้ลูกหยีชิมที่ไหนก่อนดีคะ บอกมาเร็ว” “เธออยากลองชิมที่ไหนก่อนก็แล้วแต่เธอเลยลูกหยี เธอจะชิมทั้งตัวฉันก็ไม่ว่ากลับยินดีด้วยซ้ำ” “ที่ปากลุงเมื่อกี้ลูกหยีได้ชิมแล้ว ต่อไปหนูจะชิมที่นมลุงแล้วกันนะ ว่านมของลุงมันจะหวานเหมือนที่ลุงบอกว่าของหนูหวานไหม” คนตัวเล็กก้มลงจุ๊บที่ปลายยอดอกของเอกณัฐที่หนึ่ง ก่อนที่จะแลบลิ้นเรียวเล็กออกมาลองเลียที่หัวนมเล็กตวัดไปมา แล้วฝช้ปากครอบอมเข้าทั้งเต้า แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ “อ๊าาาา หยี ลูกหยี ปากเธอมันร้ายกาจมาก อูวววว ทั้งปากทั้งลิ้นเลย อูววว” เอกรัฐครางลั่นเมื่อถูกริมฝีปากและลิ้นน้อยๆ ของเธอเลยยอดอกและราวนม ส่วนอีกมือของลูกหยีก็ลูบเผ่าเบาไปตามลำกายหนา ไม่ว่าเธอจะลูบไปทางไหนเอกณัฐก็รู้สึกเหมือนกับขนกายเขาลุกชันตามไปหมด “ต่อไปหนูจะขอชิมซิกแพคของลุงแล้วนะคะ แน่นจังเลยค่ะลุง กล้ามท้องลุงสวยมากเลย หนูอยากมีแบบนี้บ้างจัง” “ถ้าเธออยากมีกล้ามท้องฉันจะพาเธอออกกำลังทุกวัน แต่ต้องหลังจากที่เธอคลอดลูกของเราก่อนนะ อ๊าาา ลิ้นเธอมันร้าย ลูกหยี” ลิ้นเล็กของลูกหยีเลียวนอยู่ที่สะดือของเอกณัฐ สร้างความเสีย
“ว่าแต่เธอพร้อมที่จะท้องลูกของเราหรือยัง” “พร้อมมากค่ะลุงตอนนี้” ลูกหยีตอบพร้อมกับส่งแววตาซุกซนมาให้คนแก่ ทำให้เอกณัฐหัวเราะชอบใจกับความก๋ากั่นของเด็กสาว “ว่าแต่ครั้งแรกสำหรับเราสองคน เธออยากนอนดูดาวหรือนอนในห้องแอร์ อืมม เด็กน้อย” เอกณัฐถามความเห็นของอีกคน “ที่จริงนอนดูดาวก็คงโรแมนติกดีไม่น้อย แต่ครั้งแรกลูกหยีว่าเราไปทำแบบคนธรรมดาทั่วไปทำกันดีกว่าค่ะ ลูกหยีกลัวว่าถ้าลูกหยีเสียงดังเดี๋ยวเกิดใครมาได้ยิน อายเขาแย่เลย เดี๋ยวเริ่มชินแล้ว เราค่อยมานอนนับดาวกันนะคะลุง” ลูกหยีเด็กแก่แดดบอกกับคนตัวสูง หลังจากนั้นร่างเล็กก็ถูกอีกคนอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วพาเข้ามาในห้องนอน ลูกหยีโดนอุ้มเข้าในท่าเจ้าสาวและถูกนำไปวางไว้ที่เตียงอย่างเเผ่วเบา เมื่อโดนวางลงเตียงแขนเรียวของลูกหยีรีบโน้มเอาคนอุ้มลงมา ให้ลงมานอนกับตัวเองด้วย เรียกรอยยิ้มจากเอกณัฐได้เป็นอย่างดี “ใจเย็นๆ เด็กดี เราต้องถอดเสื้อผ้าก่อนนะ เราจะทำกันต้องไม่มีเสื้อผ้าติดตัวถึงจะได้ลูบไล้สัมผัสกันได้โดยไม่มีอะไรเกะกะ อ๊าาาา” คนพูด พูดบอกยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ เสื้อยืดที่เขาเอาไว้ใส่นอนก็โดนมือเรียวสอดเข้ามาทางชายเสื้อ
หลังจากที่เอกณัฐตามง้อลูกหยีได้แล้ว ทั้งสองคนต่างปรับความเข้าใจกันมากขึ้น พวกเขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน“ลุง อากาศดีมากเลยค่ะ ลูกหยีชอบจังเลย” ลูกหยีพูดขึ้นขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่นั่งดูดาวอยู่ที่ระเบียงห้องนอนด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ที่พัดผ่านมาท่ามกลางธรรมชาติ เอกณัฐและลูกหยีนั่งอยู่บนเบาะที่เขาเอามาปูเพราะว่าลูกหยีอยากนอนดูดวงดาวที่เต็มท้องฟ้า ตอนนี้เธอนั่งพิงไหล่ของเอกณัฐอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรมาก แต่ความเงียบนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้พัฒนามากขึ้นจากการปรับตัวและเข้าใจกัน พวกเขาไม่ต้องการคำพูดใด ๆ มากมาย แต่การที่ได้นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางธรรมชาตินั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง“ถ้าชอบก็แค่บอก เดี๋ยวฉันจะพาออกมาดูบ่อยๆ แต่อยู่ดึกมากไม่ได้นะ เดี๋ยวน้ำค้างเยอะจะไม่สบายเอา”เอกณัฐพูดและค่อย ๆ ยื่นแขนไปโอบรอบตัวลูกหยี ร่างเล็กของเธอพิงอยู่ที่เขาอย่างพอดี ความอบอุ่นจากร่างกายของเอกณัฐทำให้ลูกหยีรู้สึกผ่อนคลาย หัวใจของเธอเต้นช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข เธอรู้สึกถึ
“นี่ลุงกล้าว่าลูกหยี เพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้เหรอคะ งั้นลุงก็เอาเธอเข้ามาอยู่ในบ้านแทนลูกหยีอย่างที่เธอต้องการเลยค่ะ ลูกหยีจะไปเอง” พูดจบร่างบางก็หันหลังเตรียมเดินจากไปแต่ยังช้ากว่าที่แขนเรียวจะโดนยึดไว้ด้วยมือแข็งแรงของเอกณัฐ “หยุดก่อนลูกหยี เธอกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มจะบบานปลายกว่าที่เขาตั้งใจให้เกิด ลูกหยีแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าเธอเองหึงหวงเขาเกินคาด ส่วนอิงอรก็หมดประโยชน์สำหรับเขาแล้ว ที่เขาทนให้เธอเข้ามาใกล้ชิด เพียงแค่จะยืมมือเธอเพื่อลองใจเด็กน้อยของเขาเท่านั้นเอง ผู้หญิงอย่างอิงอรทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอเข้าหาเขาด้วยเจตนาอะไร ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้เธอหมดประโยชน์กับเขาแล้ว เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้บริสุทธิ์จากเธอเสียก่อน ก่อนที่เด็กน้อยขี้งอนของเขาจะงอนหนักกว่านี้ ร่างสูงหันไปมองอิงอรที่ยังคงยืนอยู่ด้วยสีหน้าที่ทำเหมือนไม่สบายใจ “ส่วนเธออิงอร เธอมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ อย่าพยายามทำอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก” เอกณัฐพูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด อิงอรที่รู้ว่าตัวเองถูกจับได้ก็เริ่มรู้สึกถึงความเสียหน้า เธอพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังได







