เข้าสู่ระบบหนูจับแมว Ncมาเฟียหนุ่มถอนท่อนกายออกมาจากร่องสวาทพร้อมกับแขนแข็งแรงที่ดึงอลิษาให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนท่าเป็นคลานเข่าและหันหลังให้โชว์สะโพกงอนงาม“เกาะหัวเตียงให้แน่น ๆ นะที่รัก” เขาพูดจบพร้อมกับสอดท่อนเอ็นเข้าไปทางด้านหลังรวดเดียวปึก!! ด้วยท่าที่ต่างไปจากตอนเริ่มต้น อลิษาสัมผัสและรับรู้ทันทีว่าเจ้าท่อนเอ็นมันสอดเข้ามาจนลึกสุดติดผนังมดลูกของเธอเลยทีเดียวฝ่ามือหนาทั้งสองจับยึดเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่นก่อนจะออกแรงกระแทกอัดเจ้าท่อนเอ็นเข้าไปและเร่งจังหวะทำย้ำ ๆ จนร่างขาวเนียนสั่นระริกและโยกคลอนไปตามแรง“อือ ลึกเกินไปแล้วอิริค ที่รัก” เสียงหวานกระเส่ากลายเป็นแหบพร่า แต่ว่าอิริคยังคงกระแทกเต็มแรงอยู่อย่างนั้นเพราะว่าเขาเองก็เสียวซ่านไม่ต่างกับอลิษาสักเท่าไร“ไม่ไหวแล้ว... อ๊ะ จะ จะแตกแล้ว” ร่างบางเริ่มเกร็งและกระตุกแรงเป็นสัญญาณบอกว่าเธอกำลังจะแตะถึงสวรรค์ในไม่ช้า อิริคจึงเร่งจังหวะและเพิ่มแรงเข้าไปอย่างไม่ยอมหยุดเขากระแทกแรงเพียงไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยน้ำกามขาวขุ่นเข้าไปภายในกายบางจนหมด กระทั่งอิริคค่อย ๆ ถอนท่อนเอ็นออกมาทำเอาอลิษาถึงกับฟุบหน้าลงไปบนเตียงอย่างหมดแรง“เปลี่ยนท่าหน่อยที่รัก” ชายหนุ
หนูจับแมวหลังจากคืนนั้นที่อลิษาพยายามจะหนีจนเธอถูกเขาลงโทษอย่างหนัก แข้งขาก็อ่อนจนไม่แรงจะลุกไปทำอะไรได้ นี่ก็ผ่านมา 2 วันแล้วที่เธอถูกกักบริเวณอีกครั้งและให้อยู่แค่เพียงในคฤหาสน์ของอิริคเท่านั้นครืด ครืดสมาร์ตโฟนที่สั่นอยู่กำลังแสดงเบอร์แปลกที่อลิษาไม่รู้จัก แต่เธอก็ตัดสินใจรับสาย“สวัสดีค่ะ”[“คุณอลิษาใช่ไหมครับ”]“ค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ”[“ผมเป็นใครคงไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ตอนนี้พ่อของคุณอยู่กับผม”]ยิ่งฟังคิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน อลิษาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าปลายสายกำลังพูดเรื่องอะไร หรือเขาโทร.ผิดกันนะ“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะโทร.ผิดนะคะ”[“ไม่ผิดหรอกครับคุณอลิซ”]อลิษาเริ่มลังเลใจเพราะปลายสายรู้จักทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังทำให้เธอคิดว่าเป็นสายที่โทร.ผิดนั่นก็คือ“คุณเป็นใคร ท่านจะไปอยู่กับคุณได้ยังไงคะ”อลิษาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของคู่สนทนาที่หัวเราะราวกับว่าเพิ่งจะได้ยินเรื่องตลกอย่างไรอย่างนั้น[“คุณไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะพ่อของคุณยังมีชีวิตอยู่ดีและสบายดีครับ หวังว่ารูปที่ผมส่งไปจะทำให้คุณเชื่อและอยากคุยกับผมมากขึ้น”]สายปริศนาถูกตัดไปก่อน
หนูจับแมวพัชรพงษ์พยายามจะเข้าไปช่วยอลิษาอีกแรง แต่กลับถูกบอดีการ์ดของอิริคเข้ามาขวางไว้ตามด้วยน้ำเสียงเหี้ยมของมาเฟียหนุ่มที่ดังขึ้น“จัดการมันให้รู้ซึ้งว่าการมายุ่งกับคนของกูมันจะเจออะไร”“ไม่นะ อย่าทำอะไรเขา ขอร้องนะคะ เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย”ยิ่งเห็นเธออ้อนวอนเพื่อชายอื่นพิษรักแรงหึงยิ่งทำให้อิริคหน้ามืดตามัว เขาไม่สนคำร้องขอของเธอแต่เลือกที่จะรวบร่างบางอุ้มขึ้นพาดบ่าพากลับมาที่บ้านเพื่อลงโทษ“ปล่อยฉันนะ ปล่อย ฉันแค่อยากกลับบ้าน” อลิษาโวยวายไม่หยุด แม้แต่ตอนที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ “คุณได้ยินไหมว่าฉันอยากกลับบ้าน !”“ไม่ได้ ! ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น” อิริคตอบกลับเสียงเข้มทันทีที่ประตูห้องปิดลง อิริคไม่พูดอะไรสักคำมีแค่เพียงแขนแกร่งที่ดึงอลิษาเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะตามด้วยริมฝีปากร้อนทาบทับลงบนปากนุ่มไม่ให้ทันตั้งตัว“อือ อิริค คะ... คุณ!” เสียงของอลิษาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที ลมหายใจของทั้งคู่ติดอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ไม่อาจห้ามได้ มาเฟียหนุ่มจูบเธออย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เพราะความปรารถนา แต่เพราะความหึงหวงที่พลุ่งพล่านในอก ส่วนอลิษาก็ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองในอกซ้ายที่มันเต้น
หนูจับแมวก๊อก ก๊อก“ฉันเองค่ะ”หลังจากที่เธอและเขาเงียบใส่กันมาหลายวัน หลังกลับจากห้างสรรพสินค้าอลิษาก็เลือกจะมาเคาะประตูห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มทันที“เข้ามา”เมื่อได้รับคำอนุญาตอลิษาก็เปิดประตูเข้าไป ดวงตาติดดุของเจ้าของใบหน้าหล่อมองตรงมาที่เธอในทันที“มีเรื่องอะไร”“เอ่อ… คือ ฉันรู้สึกเบื่อค่ะ”“ก็ออกไปเดินซื้อของที่ห้างฯ มาแล้วไม่ใช่หรือไง”“คุณน่าจะรู้นี่คะว่าฉันไม่ใช่สายช็อปปิง”“แล้วเธอต้องการอะไร อยากทำอะไร ไหนว่ามาสิ”คำถามของเขาทำให้อลิษาหลุดยิ้มกว้างในทันทีซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกไปด้วย ความโกรธและโมโหที่หญิงสาวอยากไปจากเขาคล้ายจะบรรเทาลงด้วยเพียงเพราะรอยยิ้มแสนสดใสของเธอ“ฉันอยากไปที่ผับค่ะ”อิริคพยักหน้าคล้ายเข้าใจ ทว่ายังอยากฟังเหตุผลต่อว่าเพราะอะไรอลิษาถึงอยากไปผับ มาเฟียหนุ่มตบมือลงที่ขาตัวเองเป็นเรียกหญิงสาวให้มานั่งลงบนตักซึ่งอลิษาก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะคืนนี้เธอต้องไปที่ผับให้ได้“ทำไมอยู่ ๆ ถึงอยากไปที่ผับล่ะ”“ฉันคิดถึงบรรยากาศตอนที่ทำงาน อย่างน้อยคิดว่าถ้าได้ไปนั่งดื่มกับฟังเพลงที่นั่นสักหน่อยอาการเบื่อ ๆ น่าจะดีขึ้นค่ะ” เธอโกหกเขาไปค
หนูจับแมววันนี้เป็นอีก 1 วันที่พัชรพงษ์มายังผับที่อลิษาทำงานอยู่ ทว่าก็เป็นอีก 1 วันเช่นกันที่เขาไม่เจอเธอนับตั้งแต่ที่เขาเจอกับอลิษาที่พยายามขอความช่วยเหลือจากเขาวันนั้นก็ไม่ได้เจอกับเธออีก ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง คงไม่มีใครทำอะไรเธอใช่ไหม เขาพยายามมาตามหาเธอที่นี่ตลอดเพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องไปตามหาเธอที่ไหนเขารู้สึกถูกชะตาและยังเป็นห่วงเธออย่างบอกไม่ถูกก่อนหน้านี้เขาก็มาที่นี่ทุกวันซึ่งหวังว่าสักวันเขาจะได้เจอเธออีกครั้ง ทว่าวันนี้เขาก็คงต้องผิดหวังตามเคยเพราะไม่เจอแม้แต่เงาของหญิงสาว ได้แต่เดินห่อเหี่ยวกลับไปที่โรงแรม“ทำไมช่วงนี้ถึงไม่เจออลิซเลยล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่พอจะคุ้นหน้า“อ้อ นายไม่ให้เธอทำงานที่นี่แล้วครับ”“เธอถูกไล่ออกงั้นเหรอ”“จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวครับ” เด็กเสิร์ฟผู้ช่างคุยเลือกจะกระซิบเรื่องราวที่ถูกพูดถึงกันในกลุ่มพนักงานของร้านในช่วงนี้ให้ลูกค้าฟัง “นายให้เธอไปอยู่กับนายที่บ้าน ไม่ต้องทำงานแล้ว”“บ้านของอิริคน่ะนะ”“ครับ”ข้อมูลใหม่ที่ได้รับมาทำเอาพัชรพงษ์เริ่มมีสีหน้าทเคร่งเครียด การที่อลิษาพักอยู่ที่เดียวกับอิริคแปลว
เกลียดวันนี้เป็นอีก 1 วันที่อิริคไม่ได้ออกไปทำงานด้านนอก อลิษาเห็นชาร์ลเข้ามาพูดคุยงานกับมาเฟียหนุ่มที่ห้อง ด้วยความหวังดีจึงเตรียมเครื่องดื่มเย็นและคุกกี้ที่เธออบเองโดยมีแม่บ้านคอยเป็นลูกมือนำขึ้นไปให้เจ้าของบ้านและลูกน้องที่ห้องทำงานทว่าบานประตูห้องทำงานกลับปิดไม่สนิท อลิษาที่ตั้งใจจะเคาะประตูตามมารยาทแต่มือข้างนั้นกลับค้างอยู่กลางอากาศ และสุดท้ายก็ลดลงมาถือถาดเครื่องดื่มและขนมตามเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่ 2 คนในห้องพูดคุยกัน“เรื่องเรือสำราญที่ผมเคยแจ้งนายว่าเข้าเทียบท่าเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เรือลำนั้นจะออกเดินทางกลับไทยในวันพรุ่งนี้ครับ”“อย่าให้อลิษารู้เรื่องนี้”“ครับนาย”มือบางสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้พร้อมกับก้อนความรู้สึกเจ็บปวดที่จุกอยู่ตรงอก อิริครู้ว่าเธอต้องการกลับประเทศไทยมากแค่ไหนและรู้ว่าเธอหวังพึ่งพาเขาในเรื่องนี้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่บอกเธอสักคำว่าเรือเทียบท่าเมื่อสัปดาห์ก่อนซึ่งหนทางเดียวที่จะกลับบ้านของเธอกำลังจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้กว่าจะพูดคุยงานกับลูกน้องคนสนิทเสร็จ ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดเสียแล้ว คนแรกที่อิริคมองหาคือหญิงสาวที่เขานอนร่วมเตียงด้วยทุกคืน เมื่อถามแ







