Masukคำโปรย เขา คืออาจารย์หมอหนุ่มผู้หล่อเหลา เยือกเย็น และอันตรายต่อหัวใจ เบื้องหน้า เขาคือ บุรุษในฝันของนักศึกษาทั้งคณะ แต่ เบื้องหลัง คือข่าวฉาวและความลับที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ณาลัลน์ นักศึกษาแพทย์วัย 20 ปี รู้ดีว่าเขาไม่ควรเอื้อมถึง แต่ยิ่งถูกห้าม…หัวใจก็ยิ่งถลำลึก จากความหลงใหล กลายเป็นความต้องการ จากการแอบมอง กลายเป็นเกมเสี่ยงที่เธอเป็นฝ่ายเริ่ม เมื่อพรที่อยากขอ ไม่ใช่ความสำเร็จหรือเกียรติยศ แต่คือ ‘การได้เขามาเป็นของเธอ’ และเธอยอมแลกทุกอย่าง…แม้ต้องเดินเข้าไปในเงามืดของหมอผู้มีความลับมากมายก็ตาม...
Lihat lebih banyakภายในห้องเรียนที่มีบรรยากาศเงียบสงบและเปี่ยมด้วยสมาธิ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นกระดานไวท์บอร์ดและเอกสารเรียนที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะไม้ยาว
เสียงปากกาไวท์บอร์ดกำลังขีดลากบนกระดานเป็นจังหวะเบาๆ ของ ‘อาจารย์คิณณ์ณภัทร’ หมอหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่ยืนอยู่หน้าห้องด้วยท่วงท่าสงบนิ่งแต่เต็มไปด้วยทักษะทางความรู้...
เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดทับเสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ สีฟ้าอ่อน ปลดกระดุมคอไว้หนึ่งเม็ด แว่นตากรอบบางบนสันจมูกช่วยขับให้ดวงตาคมเข้มดูยิ่งน่ามอง
ทุกถ้อยคำที่เขาอธิบายเต็มไปด้วยความมั่นใจและความรู้ในศาสตร์การแพทย์ เสียงทุ้มต่ำของเขาดังชัดไปทั่วห้อง ราวกับทุกถ้อยคำนั้นสามารถสะกดให้ทุกสายตาต้องหันมาจับจ้อง...
ในแถวสุดท้ายของห้อง ‘ณาลัลน์’ นักศึกษาแพทย์ปีสาม นั่งนิ่งอยู่กับไอแพดที่เปิดค้างไว้ แต่ปลายปากกาของเธอกลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย...
ดวงตากลมโตจ้องมองอาจารย์หนุ่มหล่อตรงหน้าอย่างเงียบงัน ริมฝีปากบางขยับเล็กน้อย ราวกับกำลังท่องตามคำอธิบายของเขา แต่ในความเป็นจริง หัวใจของเธอนั้นกำลังกระเพื่อมไหวระลอกแล้วระลอกเล่ายากจะสงบ...
“เค้ก...”
“หือ...?”
“ไอ้เค้ก...”
“อะไร! เรียกอยู่นั่นแหละ มีอะไรก็พูดมาดิ”
“อาจารย์เรียกแก!”
“ห๊ะ!”
ณาลัลน์สะดุ้งเฮือก หันมองรอบห้องอย่างตกใจ ก่อนจะพบว่าเพื่อนทุกคน รวมถึงอาจารย์หมอสุดหล่อ กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตารอคอย
“เอ่อ…คะ?”
ณาลัลน์หลุดเสียงลนลานพร้อมกับอาการตกใจ มือบางรีบคว้าปากกาขึ้นมาจดอย่างไร้จุดหมาย ‘ตายแล้ว เมื่อกี้ไม่ได้ฟังด้วย’
“ผมถามว่า…ในกรณีนี้ เราควรประเมินอาการผู้ป่วยขั้นแรกอย่างไรครับ...ณาลัลน์ตอบ”
น้ำเสียงของเขาดูเคร่งขรึม แต่กลับนิ่งลึกปนรอยยิ้มบางๆ มันยิ่งทำให้เด็กสาวหน้าแดงจนรู้สึกได้ถึงความร้อนบนแก้มของเธอ
“ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ดังขึ้นจากบางมุมของห้อง แต่ทว่า อาจารย์หมอสุดหล่อกลับยกมือขึ้นปรามให้เงียบ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบว่า
“ไม่เป็นไร…ถ้าไม่ได้ฟัง เดี๋ยวอาจารย์อธิบายซ้ำอีกครั้ง”
เขาหันกลับไปที่กระดาน ชี้นิ้วไปยังข้อความเดิม พร้อมอธิบายต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในหัวของเด็กสาวกลับยังไม่สามารถจดจ่อกับบทเรียนได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาหันกลับมามอง เธอก็รู้สึกได้ว่ารอยยิ้มนั้น…เหมือนตั้งใจให้เธอเห็นคนเดียว
“เลิกคลาส...”
“%&$#@!&$”
เสียงพูดคุยเบาๆ ดังขึ้นทันทีที่อาจารย์หมอสุดหล่อเดินออกจากห้องเรียนไป เหล่านักศึกษาเริ่มผ่อนคลายจากความตึงเครียดของชั่วโมงเรียนที่เข้มข้น บางคนเก็บหนังสือ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ แต่ที่โต๊ะหลังห้อง ‘ณาลัลน์’ กลับยังนั่งนิ่งอยู่เหมือนคนที่ยังไม่หลุดออกจากภวังค์
“พวกแกเชื่อมั้ย ตอนที่อาจารย์เขามองมา...ฉันแทบลืมหายใจเลยนะ”
เสียงหัวเราะของเธอและเพื่อนยังดังคลออยู่ในห้องเรียนที่เหลือเพียงไม่กี่คน ขณะที่เธอกำลังหัวเราะแก้เขิน มือก็ยังจับหนังสือไว้แน่น แต่ดวงตากลับเป็นประกายอย่างคนที่หลุดเข้าไปในโลกของความชื่นชมไม่รู้ตัว ณาลัลน์อมยิ้ม หน้าเริ่มร้อนจนรู้สึกได้
“เค้ก...แกนี่อาการหนักแล้วแน่ๆ”
รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้น ไม่ปฏิเสธสักคำ มีเพียงแววตาอบอุ่นที่ฉายชัดว่า ในความรู้สึกชื่นชมนั้น อาจมีบางอย่างมากกว่านั้นแอบซ่อนอยู่ ‘หล่อขนาดนี้ จะไม่ให้อาการฉันตกได้ยังไง’
“ก็แล้วเป็นไงล่ะ...มัวแต่เหม่อดูอาจารย์หล่อ เพื่อนทั้งห้องหัวเราะดูแกเป็นตัวตลกกันหมด”
‘ปริญญ์’ ส่ายหัวหมดคำจะพูดกับเพื่อนของเขา เรื่องความคลั่งรักนี้ไม่มีใครเกินเธอเลยจริงๆ
“ทำไมแกไม่สะกิดฉันก่อนวะกอล์ฟ ปล่อยให้ฉันทำหน้าเซ่ออยู่ได้ อายเขากันมั้ยเนี่ย...”
“โทษคนอื่นฉ่ำเลยนะ...”
‘นิริน’ หันมาเสริมเพื่อนของเธอ ‘ณาลัลน์’เป็นผู้หญิงที่บุคลิกตรงข้ามกับหน้าตาของตัวเองเป็นอย่างมาก หล่อนสวยน่ารักสไตล์คุณหนู แต่ทว่า ไม่เก็บทรงเอาซะเลย
“แกก็อีกคนนิริน พึ่งอะไรไม่ได้เลยนะ มัวแต่นั่งขำคอยแต่จะด่าอยู่นั่นแหละ ไม่เคยคิดจะช่วยฉันบ้างเลยอ่ะ”
“เค้ก...ฉันว่าแกเลิกโทษคนอื่นได้แล้ว มันเป็นเพราะตัวแกเองต่างหาก ฉันบอกแกไปหลายครั้งแล้ว ว่าให้แกเลิกคลั่งอาจารย์คิณณ์ของแกได้แล้ว...เพ้อฝันบ้าๆ ไร้สาระจริงๆ”
‘ภัคนันท์’สาวเนิร์ดประจำกลุ่ม หันมาดุเพื่อนสาวของเธอ ใช่! อาจารย์หมอสุดหล่อที่เพื่อนเธอหลงใหลอยู่นี้ ถึงแม้เขาจะหล่อราวกับเทพบุตรอย่างที่เพื่อนของเธอพูดก็จริง แต่ความหล่อนั้นมันกลับซ่อนความลับอันน่ากลัวไว้มากมาย ภัคนันท์ไม่คิดจะสนับสนุนเพื่อนของเธอเลยสักนิด
“โย...แกไม่เห็นออร่าความหล่อของอาจารย์เขาเหรอ หรือว่าตอนนี้แกตายด้านไปแล้ว เลยมองไม่เห็นว่าอาจารย์คิณณ์เขาหล่อขนาดไหน”
“ความหล่อของอาจารย์คิณณ์ ฉันไม่เถียงนะเค้ก แต่แกช่วยดูเบื้องหลังเบื้องลึกอาจารย์เขาหน่อยมั้ย”
“เบื้องหลังเหรอ? มีอะไร?”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ‘หล่อขนาดนี้ ยังจะมีเบื้องหลังอีกเหรอ’
“ใช่...แกรู้มั้ย ว่าอาจารย์คิณณ์เขาเคยแต่งงานมาแล้วนะ”
“ห๊ะ! จริงดิ เคยแต่งงานแล้วเหรอ อายุอาจารย์พึ่งจะ 32 เองนะ ทำไมแต่งงานไวจังล่ะ”
เป็นไปได้ยังไง ยังไม่ทันไร ณาลัลน์ก็อกหักตั้งแต่ต้นเทอมเลยเหรอ เธอพึ่งจะเจออาจารย์ไปไม่กี่ครั้งเองนะ เธอต้องฝันสลายแล้วเหรอเนี่ย
“อาจารย์เขาแต่งเร็ว แต่ ก็เลิกเร็ว สายฟ้าแลบเลยอ่ะ”
“หืม...แกรู้ได้ยังไงโย”
“มา! มารวมกันตรงนี้ ฉันจะเล่าให้ฟัง”
“คืองี้นะ ที่อาจารย์คิณณ์ เขาแต่งงาน... %&$#@!&$”
2 นาทีผ่านไป...
“เฮ้ย! เป็นไปได้ไงอ่ะ ฉันว่าแกเสพข่าวมั่วแล้ว ท่าทางอาจารย์เขาไม่น่าเป็นอย่างที่แกเล่าเลยนะ”
“จริง! ไม่มั่วหรอกแก เห็นโปร์ไฟล์ดี งานดีแบบนี้นะ แต่งงานได้ไม่ถึงสามเดือน ผู้หญิงขอเลิกอ่ะ ทนไม่ได้”
“ทนอะไรไม่ได้?”
“นั่นสิ จะเป็นไปได้ยังไง”
นิรินก็แอบมองแอบเล็งอาจารย์สุดหล่ออยู่เหมือนกันนะ ทั้งสูง ทั้งขาว หล่อเหมือนเทพบุตรหลุดออกมาจากจวนท่านอ๋องเลยอ่ะ ^<>^
“เขาว่ากันว่า...อาจารย์มีไอ้นั่นใหญ่”
“ห๊ะ! ไอ้นั่นใหญ่เหรอ...”
“ใช่...แล้วยังมีอีกนะ อาจารย์เขา...เอ่อ...แบบ”
“แบบอะไร?”
“คือ...”
“คืออะไร...พูดมาดิโย อ้ำอึ้งอยู่ได้”
“อาจารย์เขาเซ็กส์จัด แล้วผู้หญิงก็ทนไม่ไหวอ่ะ”
“ห๊ะ!!!”/“อุ้ยตาย! แม่เจ้า...”
“ชู่วร์...แกเบาๆ ดิ เดี๋ยวมีใครมาได้ยินหรอก”
“ไอ้นั่นใหญ่ ฉันยังพอจะเชื่ออยู่นะ แต่เซ็กส์จัดจนผู้หญิงไม่ไหวต้องขอเลิก อันนี้ ฉันว่าข่าวแกปลอมเปล่าวะ แกออกจะเป็นเด็กเรียนเด็กเนิร์ดขนาดนี้ ไปเอาเวลาที่ไหน ไปหาข่าวอาจารย์อ่ะ”
“ฉันมีสายข่าวสิ...เอ่อ...ยังมีอีกนะ”
“ยังมีอีกเหรอ...ตายๆ หมอสุดหล่อฉัน”
“มีไรโย แกเล่ามาให้หมดดิ”
“ซาดิสม์!!”
“ห๊ะ!! ซาดิสม์!!”
เสียงสองสาวประสานพร้อมกันดังลั่นห้อง
แต่ทว่า! ทันใดนั้น ประตูห้องเรียนค่อยๆ ถูกเปิดออก และเสียงบานพับดัง แอ๊ด เบาๆ แต่กลับทำให้ณาลัลน์และเพื่อนชะงักและมองไปที่ต้นเหตุของเสียงทันที
อาจารย์หมอคิณณ์ณภัทรคนที่ถูกกล่าวถึงในวงสนทนา เขา เดินกลับเข้ามาในห้องเงียบๆ ในมือถือแฟ้มเอกสาร ขณะเดียวกันก็เลื่อนสายตามองไปยังกลุ่มนักศึกษาที่ยังนั่งอยู่หลังห้อง
ริมฝีปากของเขาแต้มรอยยิ้มบางที่แปลความหมายยาก
“คุยอะไรกันอยู่หรือครับ?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่แฝงแววขบขันที่ชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม
ณาลัลน์แทบจะกลืนลมหายใจตัวเอง รีบยกมือรวบของบนโต๊ะอย่างร้อนรน
“เอ่อ...ไม่มีค่ะ แค่...คุยเรื่องเนื้อหาที่อาจารย์สอนเมื่อกี้ค่ะ”
คิณณ์ณภัทรเลิกคิ้วขึ้นนิด ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“อ่อ...คุยเรื่องเนื้อหาสินะ...”
ดวงตาคมใต้กรอบแว่นมองเธออย่างรู้ทัน รอยยิ้มมุมปากที่เขาแสดงออกนั้นทั้งสุภาพและแฝงความเจ้าเล่ห์บางเบา เขาเดินไปวางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะ ก่อนจะพูดต่ออย่างใจเย็น
“ดีแล้วครับ ตั้งใจเรียนแบบนี้อาจารย์ดีใจมาก”
นิรินรีบสะกิดแขนณาลัลน์เบาๆ พลางกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนณาลัลน์ได้แต่ก้มหน้าจนผมปรกแก้ม เสียงหัวใจของเธอเต้นแรงแทบกลบเสียงฝีเท้าของอาจารย์ที่เดินจากไป
ก่อนจะถึงประตู เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง พร้อมพูดเสียงเรียบแต่ชัดเจน
“ครั้งหน้า...หวังว่า...คงจะตอบคำถามอาจารย์ได้แล้ว ใช่ไหม นักศึกษา...ณาลัลน์”
เธอเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาสบกับสายตาคมลึกนั้นเพียงเสี้ยววินาที แต่ก็เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ริมฝีปากเธอขยับตอบเบา ๆ
“คะ?...ค่ะ…อาจารย์”
รอยยิ้มแบบแห้งๆ ปรากฏบนใบหน้าเนียนอันแดงก่ำทันที
เวลา 21.30 น.ร้าน Harvest Moon...เชียงใหม่บริเวณรอบๆ ภายในภัตตาคารสุดหรูระดับวีไอพีนั้น ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ผนังไม้ขัดเงาตัดกับแสงไฟสีอำพันที่สาดลงมาอย่างนุ่มนวล โต๊ะอาหารปูด้วยผ้าขาวสะอาด เครื่องแก้วคริสตัลสะท้อนแสงระยิบระยับ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ แทรกอยู่ในความเงียบหรู ช่วยขับให้บรรยากาศยามค่ำคืนดูเป็นส่วนตัวราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดไป...“พรุ่งนี้ อาจารย์วางโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนต่อคะ”หลังจากที่เธอกับเขาบินตรงมาถึงเชียงใหม่ เขาก็เช่ารถพาเธอเที่ยวทั้งวัน และตบท้ายด้วยดินเนอร์สุดหรู ราวกับว่าเขาได้เนรมิตทุกอย่างไว้เพื่อณาลัลน์โดยเฉพาะ“คุณอยากไปไหนเป็นพิเศษมั้ย”คิณณ์ณภัทรถามกลับ เขานั่งเอนหลังบนเก้าอี้หนัง มือยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ ของเหลวสีอำพันไหลผ่านลำคออย่างช้าๆ แววตาคมเริ่มพร่าเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอร์ แต่สายตานั้นยังจับจ้องไปที่ใบหน้างามไม่วางตา ริมฝีปากที่มักนิ่งขรึมเริ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ คล้ายกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจ“เปล่าค่ะ เค้กแล้วแต่อาจารย์เลยค่ะ อาจารย์พาเค้กไปไหน เค้กก็ไปทั้งนั้นแหละค่ะ”“คุณบอกผมว่า ให้พูดเป็นกันเอง ทำไมคุณถึงได้เฝ้าแต่เรียกผมว่าอาจารย์ตลอดเลย”เพราะคำว่า
เช้าวันเสาร์ @บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น... “เดี๋ยวแม่ไปส่งเค้กที่สนามบินนะ ไม่ต้องเรียกแท็กซี่หรอก แม่ว่างพอดี”จุดประสงค์ของณฤดีคือ อยากเห็นหน้าว่าที่ลูกเขยของเธอ เมื่อวันก่อนลูกสาวสุดที่รักของเธอ เล่าเรื่องอาจารย์หมอสุดหล่อที่ลูกสาวปลื้มให้เธอฟัง ณฤดีก็เลยอยากจะเห็นหน้าตาและตัวจริง ว่าจะเป็นอย่างไร “ไหนแม่บอกว่าไม่ว่างไงคะ” “เออ...ตอนนี้แม่ว่างแล้ว...ทำไม? กลัวแม่จะเห็นหนุ่มหล่อหวานใจของเราหรือไง” “เปล่าค่ะแม่” “ความจริงให้พ่อหนุ่มนั่นมารับหลานที่บ้านเราก็ได้นะ ยายอยากจะเห็นหน้าค่าตาเหมือนกัน” “อะไรกันคะยาย เค้กพึ่งจะตกลงคบกับเขานะคะ ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ” “ไปเที่ยวเชียงใหม่สองคนเนี่ยนะ จะบอกว่าไม่ถึงขั้นนั้น แม่ว่า โทรบอกให้เขามารับที่บ้านเลย แม่กับยายจะได้เห็นหน้าด้วย จะได้พิจารณากัน ว่าโอเคหรือไม่โอเค เผื่อจะเจอคนไม่ดีไง” “โห่...แม่คะ เขาเป็นอาจารย์หมอสอนมหาวิทยาลัยที่เค้กเรียนอยู่นะคะ แม่กับยายก็ดูรูปไปแล้ว อีกอย่าง เขาก็มีตัวตนค่ะ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่เค้กไปฝึกปฏิบัติอีก ไม่ต้องห่วงหร
“คุณคงไม่ได้ล้อผมเล่นใช่มั้ย” “ไม่ค่ะ เค้กจะล้ออาจารย์เล่นได้ยังไงคะ เรื่องนี้ เค้กจริงจังนะคะ...เอ่อ...เค้กเห็นว่าอาจารย์มีคนมาจีบเยอะมากค่ะ บางที คำสารภาพของเค้ก อาจารย์อาจจะชินแล้วก็ได้ค่ะ”พูดออกไปแล้ว สารภาพออกไปให้หมด ไม่ต้องอาย ถ้าเธอชอบ ก็ลุยให้เต็มที่ไปเลย ‘ยัยเพื่อนตัวแสบบอกเธอไว้อย่างนั้น’ “อืม...อาจจะใช่นะ แต่สำหรับคุณ ผมว่ามันต่างออกไป”‘ถ้าพี่คิณณ์ชอบ พี่ก็ลุยเลยค่ะ อย่ามัวแต่คิดเรื่องผิดถูก จนลืมความสุขของตัวเองนะคะ’ คำพูดของรุ่นน้อง มันยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา ถ้าถามเรื่องความรู้สึกตอนนี้ คิณณ์ณภัทรตอบได้เลยว่าชอบ แต่ถ้าถามถึงสภาพร่างกายของเขานั้น มัน ‘พร้อมมาก’ แทบจะอยากจับเธอกดลงให้ไปอยู่ใต้ร่างของเขาเลยทีเดียว “...??” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับคำพูดของเขา หัวใจของณาลัลน์เต้นไม่เป็นจังหวะ มาปฏิบัติงานวันแรก เธอก็รุกเขาอย่างบ้าระห่ำ ‘ไม่เป็นไร ถ้าเขาปฏิเสธ ก็ถือซะว่าทดสอบความเข้มแข็งของหัวใจตัวเองก็แล้วกัน’ ณาลัลน์แค่ชอบเขา ไม่ได้ถึงขั้นรักเขาจริงๆ ซะหน่อย “ผมหมายถึง คุณพิเศษกว่าใครไงครับ...”คำพูดท้ายประโยคคิณณ์
1 เดือนต่อมา...ณ โรงพยาบาลวราเจริญภิวัฒน์ บรรยากาศห้องทำงานในตึกศูนย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงกระดาษโน้ตที่ถูกพลิกเบา ๆ ณาลัลน์นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานใหญ่ สมุดบันทึกถูกเปิดค้างไว้แต่ปลายปากกากลับหยุดนิ่ง ดวงตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ตัวอักษร หากแต่เป็นร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอต่างหาก “รายละเอียดของการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาแพทย์ก็มีคร่าวๆ อย่างเช่น การซักประวัติคนไข้ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค และให้แนวทางการรักษาเบื้องต้น อาจารย์จะเป็นคนคอยควบคุมดูแลเราอีกที”น้ำเสียงทุ้ม สุขุม จริงจัง ทุกถ้อยคำชัดเจนและมั่นคง ในขณะที่อธิบายรายละเอียดงานให้กับนักศึกษาแพทย์สาวสวยตรงหน้า สายตาคมกริบกวาดมองไปใบหน้าเนียนเป็นระยะ จนมาหยุดที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มเพียงเสี้ยววินาที “เอ่อ...อาจารย์คะ”มือบางบีบเข้าหากันแน่นอย่างชั่งใจ ณาลัลน์รู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขามันค่อนข้างอึดอัด ณาลัลน์ไม่อยากให้เขาพูดกับเธอดูเป็นทางการจนเกินไป ‘พูดแบบนี้ เมื่อไหร่เธอจะได้เข้าใกล้เขาสักทีล่ะ’ “ครับ”สีหน้าของเขายังค