เข้าสู่ระบบขาเรียวยาวพาฝ่าเท้าหนัก ๆ ก้าวลงจากรถกระบะที่ถูกดัดแปลงให้มีคอกกั้นและใช้บรรจุทลายปาล์มกว่าครึ่งคัน เขาก้าวเท้าหนัก ๆ มาหยุดตรงหน้าชายชราที่ใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่เป็นคนผิวดำคล้ำตามแบบฉบับชาวใต้
“เมา?” ชายหนุ่มกระแทกลมหายใจหงุดหงิด ทั้งที่ไม่ต้องถามก็พอจะเดาออก
ก็กลิ่นละมุดจากสุรากลั่นแบบพื้นบ้านสี่สิบห้าดีกรีตีเข้าจมูก ไหนจะท่าทางที่ยืนไม่ตรงเสียขนาดนั้น
“โทษทีนะไอ้บ่าว เอิ้ก..! วัวหนุ่มมันไม่ทันรู้สาที [1]แต่ไม่พรื่อ ๆ แค่นี้ไม่มีปัญหา บาย ๆ อยู่แล้ว” ชายชราโบกมือโบกไม้แล้วบอกว่าไม่เป็นไร
บาย ๆ อะไร ใครบาย ไม่ใช่กูคนนึงแล้ว!
“ที่ไม่รู้สาไม่ใช่วัวหรอก แต่เป็นคนมากกว่านะผมว่า” ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดติดหมัดกว่าเก่า จากทีแรกที่ว่าจะไม่เอาเรื่องเอาราวให้มากความ กลับต้องมากัดฟันกรอดก็ในตอนที่ตาเฒ่าขี้เมาเอามือสกปรกเลอะดินมาป้ายอกตนแล้วตบไหล่เขาจนแทบจะลามไปเล่นหัวเพียงเพราะเห็นว่าเขาเด็กกว่านี่แหละ
มาอ้างว่าวัวยังเป็นวัวหนุ่มไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็ใช่ แต่ความผิดมันอยู่ที่คนหรือเปล่า มัวแต่เมาหัวราน้ำราดินจนปล่อยให้วัวของตัวเองข้ามแดนมากินพืชผลของคนอื่น
“ไม่พรื่อ [2]แค่นี้ไม่พรื่อ”
“ฮื่อ!” คนหนุ่มกว่ากระแทกลมหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นท่าว่าคงเจรจากันไม่รู้ความ เพราะตาเฒ่าเมาหนักขนาดนี้
เขาเบี่ยงตัวหนีมือที่ทำท่าจะตบลงมาบนไหล่อีกรอบ แล้วเดินไปสำรวจความเสียหายของต้นกล้ายางพาราว่ามีมากน้อยแค่ไหน ชายหนุ่มตัดสินใจว่าจะรอให้ลุงขี้เมาเจ้าของวัวสร่างเมากว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยมาคุยกันเรื่องค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ คุยตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ เผลอ ๆ พอสร่างแล้วคงจำอะไรไม่ได้จึงยกมือถือมาถ่ายคลิปถ่ายรูปไว้จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นหลักฐานหากอีกฝ่ายเกิดยึกยักหัวหมอขึ้นมาภายหลัง
“ไอ้ชา มึงรู้จักบ้านลุงนี่ไหม” ธนัชถามลูกน้องที่ตามมาด้วยกัน ก็เป็นไอ้ชาคนเดียวกันกับที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามตนคราแรกนั่นแหละ มันเพิ่งขับตามมาถึง เพิ่งจอดรถตะกี้นี้เอง
“แกชื่อลุงโดกนายหัว ไม่ใช่เจ้าของวัวที แกเป็นลูกจ้างบ้านนายรูญนิ มาช่วยแลวัวให้ชั่วคราวนะเห็นว่า”
“วัวน้ารูญ?” ธนัชเลิกคิ้วถาม พอเห็นไอ้ชาพยักหน้าหัวคิ้วก็กลับมาขมวดกันต่อ
เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังมาแต่ไกล เรียกสายตาทุกคนให้หันมองไม่เว้นแม้แต่ธนัชที่กำลังทำสีหน้ายุ่งยากใจ ถึงได้เห็นว่าคนขับเป็นหญิงสาวและการมาของเธอก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าวัวตัวนี้คงเป็นของน้าจรูญจริง ๆ
“ยายลูกเจี๊ยบ?”
“ชื่อจิ๊บค่ะ! เจี๊ยบน่ะชื่อแม่!”
“เออนั่นแหละ จิ๊บ” ธนัชพึมพำเสียงแผ่วขณะที่สายตาคมกริบมองตามใบหน้าสวยหวานของเด็กสาวอย่างเผลอไผล
ไม่สิ... ตอนนี้ไม่เด็กแล้ว แต่เป็นหญิงสาวหน้าสวย จมูกโด่งเชิดรั้น หน้าคมคิ้วเข้มแต่ดวงตาหวานหยด
แม้ไม่ได้เจอกันนานหลายปี หากด้วยโครงหน้าที่ยังมีเค้าเดิมและดวงตากลมโตสดใส นัยน์ตาสีน้ำตาลขับให้ตาคม ๆ ดูหวานเป็นประกายและยังมีแววดื้อรั้นนิด ๆ ทออยู่ในนั้น ทำให้ธนัชยังพอจดจำเธอได้
จิ๊บ หรือญานิศา ลูกสาวครูเจี๊ยบกับน้าจรูญอดีตผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเพื่อนกับบิดาของชายหนุ่ม
ญานิศาโตขึ้นมาก สาวขึ้น สวยขึ้น ยายเด็กแก่นแก้วกะโปโลในวันนั้นโตมาสะสวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ธนัชเผลอตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ กว่าจะรู้สึกตัวก็ในตอนที่ญานิศาเอ่ย
“สวัสดีค่ะพี่บอม” ดวงตากลมโตเจือแววขุ่นเคืองมองชายหนุ่มหัวจรดเท้าแล้วกลับมาหยุดตรงใบหน้าหล่อเหลา มือที่ประนมไหว้ยกค้างไม่ทันถึงสองวินาทีเลยด้วยซ้ำ แค่ทักทายตามมารยาท!
[1] ไม่ทันรู้สา ภาษาใต้แปลว่า ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว / รู้สา แปลว่า รู้เรื่องรู้ราว
[2] ไม่เป็นไร
หลังจากเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านญานิศารีบล็อกประตู ลงกลอนอีกชั้นแล้วเดินไปสำรวจหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูหลังบ้านจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีแล้วเธอถึงอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนทันที“ไอ้พี่บอม ไอ้คนบ้า ใจร้ายมากเลยอะ ฮือ…” ญานิศาแทบกรี๊ดแล้วกระทืบเท้าเร่า ๆ รู้อยู่บ้างว่าเขาก็ทนงและหลงตัวเองอยู่พอตัว ทั้งรูปหล่อ ฐานะดี เป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างมากพอให้ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย เขาจึงเป็นพวกที่ไม่เคยเทกแคร์หรือสนใจจะรักษามารยาทกับใครสักเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงออกชัดว่าสนใจเขาหากก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายใจดำและแสบสันกับเธอได้ถึงเพียงนี้เลยจริง ๆ พับผ่า ทั้งที่ป้ากานดากับลุงทศฝากฝังเธอเอาไว้แล้วแท้ ๆญานิศาโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความขุ่นเคืองใจให้ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับขำปนเอ็นดู ไม่รู้จะหัวเราะหรือปลอบก่อนดี“เซ็ง นอยด์ เบื่อ เครียดดดด!”[หูย เป็นบุญของอีวี่มากเลยค่า เพิ่งเคยเห็นนุ้งจิ๊บตัวจี๊ดดาวคณะเครียดเรื่องผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ฮ่า ๆ ๆ] ไอวี่รู้ว่าเพื่อนรักแค่กำลังรู้สึกเสียหน้า เสียความมั่นใจ“กูจะบ้า ปากหมามากมึง คนบ้าไรวะ แถมยังปล่อยให้กูปั่นจักรยานแบบติดเทอร์โบอยู่คนเดียว ผีก็กลัว ไหนจะ
“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาลเข้าทาง!กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้วกานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช“ยอดละห้าร้อย”“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาวญานิศากลืนน้ำลายดังอึก
หลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายเงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีกชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”“ไอ้บอม!”“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรง
“ป้าดากับลุงทศจะให้น้องชดใช้ยังไงก็ได้ค่ะ” ตากลมโตมองสองสามีภรรยาอย่างออดอ้อน คำพูดหวานหู เอาอกเอาใจ ไหนจะคำแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ อีกธนัชเจือขำในคอเย้ยหยัน น้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ ยิ่งฟังยิ่งอดมันเขี้ยวยายเด็กนี่ไม่ได้ คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากมั้ง น่ารักตาย!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงทั้งรักทั้งเอ็นดูญานิศามากมายนัก โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาที่อยากมีลูกสาวแต่มีไม่ได้ เคยแทบจะจับใส่พานมาให้ดองกันตั้งแต่วัยยังไม่แตกเนื้อสาว ทำเอาเขาขยาด“น้องขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลน้องหงส์หยกให้ดี”“ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน” นั่น! ผิดจากที่คาดเสียเมื่อไหร่ ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง ว่าแต่...น้องหงส์หยกนี่คือใคร ชื่อวัวตัวปัญหานั่นเหรอ? หึ! ตลกชะมัด“ได้ไงกันพ่อ” ชายหนุ่มโวยวายไปอย่างนั้นเอง แม้จะคาดไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องไม่เอาเรื่องยายเด็กอยู่เป็น เขาถึงไม่คิดจะบอกอย่างไรล่ะว่าสวนยางที่พ่อเพิ่งลงปลูกไปก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาอยู่บ้านโดนแดกไปเรียบร้อยแล้วกว่ายี่สิบต้น“สวนกู ยางกู ทำไมจะไม่ได้” จากเสียงอ่อนใส่ญานิศาก็หันมาเสียงแข็งใส่ลูกชาย “มึงนี่มันจริง ๆ เลยไอ้บอม”“เออตามนั้น ก็แล้วแต่เลยแล้วกัน” ธนัชตีหน้ายุ่ง
“เวลาเหตุมันเกิดวงจรปิดจะทำอะไรได้ ฮึ” นั่นมันแค่ช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“เข้าบ้านไปแล้วน้องจะล็อกประตูหน้าต่างให้หมดทุกบานเลย ลุงทศไม่ต้องห่วงน้า...” หญิงสาวตอบเสี่ยทศเสร็จแล้วก็ยิ้มแป้นยกแตงโมที่หยิบติดมือมายื่นให้ป้ากานดา“อย่าเพิ่งพูดไรมาก เข้าบ้านก่อนดีกว่ามา ๆ ๆ น้องจิ๊บเอาลูกแตง[1]มาพอดีเลย หวันเย็น[2]อยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะ ป้าคิดถึง แล้วจะได้ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวด้วย” กานดาเดินจูงมือนำญานิศาเข้าบ้าน ส่วนแตงโมเธอยื่นให้เสี่ยทศผัวรักเอาไปจัดการในครัวแล้ว คนรักเมียเดินหน้างอทำตามคำสั่งอย่างปฏิเสธไม่ได้“มาทำไม” เสียงทุ้มกังวานดังออกจากปากลูกชายเจ้าของบ้านทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เอาแต่ออดอ้อนมารดาตนเดินเข้าบ้านมา และนั่นทำเอาคนเป็นแม่วาดวงแขนฟาดหลังลูกชายสุดที่รักดังป้าบ“อ้ะ! แม่ตีทำไมเนี่ย” ธนัชร้องเสียงหลง หมดกันที่ทำเข้มมาตั้งนาน เห็นคุณนายกานดาอ่อนหวานราวน้ำตาลอ้อยแบบนี้ แต่ฟาดทีหลังแทบแอ่น มือหนักชะมัด!“ดูคำพูดคำจานะไอ้บอมนะ”นั่นประไร! สองชั่วโมงก่อนเรียกเขาว่าลูกบ่าวอย่างนั้นลูกชายอย่างนี้ พอเด็กนี่มาสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘ไอ้’แล้วดูแต่งตัวเข้า
อากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชายเลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วยญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว“อ้าวน้องจิ๊บ!”“ป้าดาขา...” ญาน







