เข้าสู่ระบบ“กรี๊ด!” เสียงหวีดร้องดังลั่นบ้านของญานิศาทำเอาคนที่อยู่ปลายสายดึงเครื่องมือสื่อสารออกห่างจากหูแทบไม่ทัน
[โอ้ยไอ้จิ๊บ! จะกรี๊ดทำหอกไรของแกเนี่ย หูแทบแตก!]
“แก ๆ ๆ พี่เขากลับมาแล้วอะ อ๊ายยยย หล่อมาก หล่อลากดิน หล่อฉิบหาย หล่อจนใจสั่นไปหมด”
[ใจเย็น ๆ ก่อนนะเพื่อนรัก พี่คนไหนก๊อนนน!] ตั้งแต่รู้จักกันมาสามปีกว่าในรั้วมหาวิทยาลัย สนิทกันมากพอตัวแต่ไอวี่ก็ไม่เคยเห็นญานิศาสนใจผู้ชายหน้าไหนจนเนื้อเต้นขนาดนี้มาก่อนทั้งที่มีคนรุมจีบเยอะมาก ยกเว้นเสียก็แต่...
[อย่าบอกนะว่า...]
“ใช่! พี่บอมคนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังนั่นแหละ”
[อ๊าย... ก็ว่าอยู่ แต่จะดีใจอะไรกันขนาดน้านนน...]
“ไม่ให้ดีใจยังไงล่ะแก วันนี้เจอจัง ๆ เลยนะ อยู่ใกล้กันมากแบบระยะประชิด ใกล้จนได้กลิ่นฟีโรโมนของเขาเลยอะ คนอะไรไม่รู้แค่ใส่เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนขาด ๆ รองเท้าบูทเปรอะโคลนก็ยังดูดี เท่ชะมัดเลย พี่เขาน่าจะมาจากสวนปาล์มเหงื่อนี่ท่วมเชียว แต่ยังดูสะอาดเหมือนคนอาบน้ำวันละแปดรอบ งื้อ... รู้ไหมว่ากว่าฉันจะปั้นหน้านิ่งได้เล่นเอากล้ามเนื้อแก้มเกร็งไปหมดเลยวี่”
ญานิศาร่ายยาวให้เพื่อนฟังไม่พักหายใจ เธออดลิงโลดไม่ได้ ดีใจจนเนื้อเต้นที่วันนี้ได้เจอกับธนัช รุ่นพี่สุดหล่อของดีแรร์ไอเทมของอำเภอที่เธอแอบปลื้มมานานแสนนาน
ส่วนเรื่องล้อชื่อแม่ตั้งแต่แรกพบหน้า ญานิศาจะมองข้ามไปก่อนก็แล้วกัน!
[โอ้ย อวยเว่อร์ คนอะไรมันจะดูดีได้ตลอดเวลาขนาดนั้น ฮ่า ๆ ๆ] ไอ้วี่ขำให้กับความเว่อร์วังของเพื่อนรัก
[อวยมาก! อย่างกับจะได้เขาเป็นผัวแล้วงั้นแหละ]
“ก็อยากได้อยู่นะ” ญานิศายิ้มกรุบ
[ก่อนจะอยากได้หล่อนลองเดินออกจากบ้านก่อน อยากได้ผู้ก่อนอื่นหล่อนต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทาหลูดก่อนค่ะสาว จะมาแค่อยากแต่ไม่ทำอะไรไม่ได้เนอะ]
แม้ญานิศาจะจัดอยู่ในกลุ่มสวยมาก ผิวขาวจัดหน้าคมผมยาว ตาโตแวววาวเป็นประกายน่ารักสดใสสมวัย มีดีกรีเป็นดาวมหาลัยที่ผู้ชายเกือบครึ่งในมหาวิทยาลัยหมายปองก็จริงอยู่ แต่ปกติยายนี่เป็นคนง่าย ๆ ชิล ๆ ใช้ชีวิตติดสบาย ไม่แต่งตัวแต่งหน้า ใส่แค่เสื้อยืดธรรมดา ไม่ก็เสื้อทีมวัวชนกับกางเกงยีนขาสั้นสลับกางเกงวอร์มบ้างเป็นบางครั้ง เรียกได้ว่าชิลเกินไปจนเข้าขั้นไม่ค่อยดูแลตัวเองจนคนเป็นเพื่อนอย่างเธอนี่ต้องแกมบังคับจับมาแต่งองค์ทรงเครื่องบ่อย ๆ เวลาอยู่ด้วยกัน
“เออเนอะ... ก็จริงของแก...”
[อะไร? กรี๊ด! นี่อย่าบอกนะว่าแกจะลุยจริง ๆ อะไอ้จิ๊บ] น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ส่งไปทำเพื่อนสนิทที่อยู่ปลายสายรับรู้ได้ทันทีว่าญานิศามีแผนอยู่ในใจ ทำเอาไอวี่แทบกรี๊ด ไม่เคยเห็นญานิศาจริงจังเรื่องผู้ชายขนาดนี้มาก่อน
“แค่นี้นะแก”
[เอ๊าไอ้จิ๊บ เดี๋ยวเซ่!]
นอกจากไม่ตอบคำถามเพื่อนแล้วญานิศายังตัดสายทิ้งทันที ใบหน้าสวยคมยิ้มแป้นเดินฮัมเพลงแล้วคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ ขัดสีฉวีวรรณทั่วทุกอณูของร่างกายจนมั่นใจว่าสะอาดเอี่ยมอ่อง จากนั้นก็พรมน้ำหอมจนหอมฟุ้ง
ร่วมสองชั่วโมงญานิศาถึงเดินออกจากห้องส่วนตัวพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ เป็นเอี๊ยมยีนสั้นเหนือเข่า เสื้อแขนสั้นสีขาว ดูแล้วน่ารักสดใสสมวัย แต่งหน้าเบาบางให้ดูผิวสุขภาพดีเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้แต่งหน้า ประหนึ่งตื่นมาหน้าสดก็สวยเลย ปากอวบอิ่มลงลิปทินท์สีพีช แก้มดูเหมือนมีเลือดฝาด ผมม้วนลอนใหญ่แล้วสางหยาบ ๆ ปล่อยสลวยดูเป็นธรรมชาติ
หญิงสาวหมุนซ้ายขวามองตัวเองในกระจกไปก็ชมตัวเองไปพลางว่า... “ส๊วย!” แบบตะโกน
เรียกพลังความมั่นหน้ามั่นใจให้กับตัวเอง ถึงนิสัยของเธอจะไม่ใช่คนขี้อายหากแต่เรื่องผู้ชายเธอเองก็ชั่วโมงบินต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
ส่องกระจกจนพอใจแล้วญานิศาก็เดินลั้ลลาเข้าครัวไปหยิบแตงโมที่เพิ่งเก็บจากสวนหลังบ้านมาเมื่อช่วงสายใส่ถุงผ้ารักษ์โลกที่ได้มาจากห้างรูปดอกบัวแล้วเดินหิ้วตัวปลิวออกจากบ้าน
เมื่อมีผู้ชายเป็นจุดหมายปลายทางแตงโมทั้งลูกก็กลับเบาราวกับปุยนุ่นทันใด พละกำลังมันมาจากไหนก็ไม่รู้ บ้าจริง!
ล็อกประตูเรียบร้อยก็วางแตงโมไว้หน้าตะกร้ารถจักรยานสีชมพูคู่ใจ แม้จะเก่าจะสนิมเริ่มเขรอะแต่คันนี้แม่ของเธอซื้อให้ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ยังจอดทิ้งไว้ที่สวนยางตั้งแต่ตอนเจอธนัช
หญิงสาวปั่นจักรยานขึ้นถนนคอนกรีตตรงไปยังบ้านของเป้าหมายที่อยู่ห่างกันราวสามกิโลเห็นจะได้
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามกว่า ๆ อากาศภาคใต้ร้อนจนเป็นเรื่องปกติ แต่ตลอดสองข้างทางกลับปกคุลมไปด้วยต้นยางพาราที่โน้มกิ่งลงมาให้ร่มเงา ยิ่งเป็นช่วงที่เพิ่งแตกยอดอ่อนใหม่ ๆ จนเขียวขจีหลังจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงฤดูที่ยางผลัดใบแล้ว
หลังจากเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านญานิศารีบล็อกประตู ลงกลอนอีกชั้นแล้วเดินไปสำรวจหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูหลังบ้านจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีแล้วเธอถึงอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนทันที“ไอ้พี่บอม ไอ้คนบ้า ใจร้ายมากเลยอะ ฮือ…” ญานิศาแทบกรี๊ดแล้วกระทืบเท้าเร่า ๆ รู้อยู่บ้างว่าเขาก็ทนงและหลงตัวเองอยู่พอตัว ทั้งรูปหล่อ ฐานะดี เป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างมากพอให้ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย เขาจึงเป็นพวกที่ไม่เคยเทกแคร์หรือสนใจจะรักษามารยาทกับใครสักเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงออกชัดว่าสนใจเขาหากก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายใจดำและแสบสันกับเธอได้ถึงเพียงนี้เลยจริง ๆ พับผ่า ทั้งที่ป้ากานดากับลุงทศฝากฝังเธอเอาไว้แล้วแท้ ๆญานิศาโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความขุ่นเคืองใจให้ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับขำปนเอ็นดู ไม่รู้จะหัวเราะหรือปลอบก่อนดี“เซ็ง นอยด์ เบื่อ เครียดดดด!”[หูย เป็นบุญของอีวี่มากเลยค่า เพิ่งเคยเห็นนุ้งจิ๊บตัวจี๊ดดาวคณะเครียดเรื่องผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ฮ่า ๆ ๆ] ไอวี่รู้ว่าเพื่อนรักแค่กำลังรู้สึกเสียหน้า เสียความมั่นใจ“กูจะบ้า ปากหมามากมึง คนบ้าไรวะ แถมยังปล่อยให้กูปั่นจักรยานแบบติดเทอร์โบอยู่คนเดียว ผีก็กลัว ไหนจะ
“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาลเข้าทาง!กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้วกานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช“ยอดละห้าร้อย”“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาวญานิศากลืนน้ำลายดังอึก
หลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายเงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีกชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”“ไอ้บอม!”“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรง
“ป้าดากับลุงทศจะให้น้องชดใช้ยังไงก็ได้ค่ะ” ตากลมโตมองสองสามีภรรยาอย่างออดอ้อน คำพูดหวานหู เอาอกเอาใจ ไหนจะคำแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ อีกธนัชเจือขำในคอเย้ยหยัน น้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ ยิ่งฟังยิ่งอดมันเขี้ยวยายเด็กนี่ไม่ได้ คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากมั้ง น่ารักตาย!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงทั้งรักทั้งเอ็นดูญานิศามากมายนัก โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาที่อยากมีลูกสาวแต่มีไม่ได้ เคยแทบจะจับใส่พานมาให้ดองกันตั้งแต่วัยยังไม่แตกเนื้อสาว ทำเอาเขาขยาด“น้องขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลน้องหงส์หยกให้ดี”“ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน” นั่น! ผิดจากที่คาดเสียเมื่อไหร่ ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง ว่าแต่...น้องหงส์หยกนี่คือใคร ชื่อวัวตัวปัญหานั่นเหรอ? หึ! ตลกชะมัด“ได้ไงกันพ่อ” ชายหนุ่มโวยวายไปอย่างนั้นเอง แม้จะคาดไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องไม่เอาเรื่องยายเด็กอยู่เป็น เขาถึงไม่คิดจะบอกอย่างไรล่ะว่าสวนยางที่พ่อเพิ่งลงปลูกไปก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาอยู่บ้านโดนแดกไปเรียบร้อยแล้วกว่ายี่สิบต้น“สวนกู ยางกู ทำไมจะไม่ได้” จากเสียงอ่อนใส่ญานิศาก็หันมาเสียงแข็งใส่ลูกชาย “มึงนี่มันจริง ๆ เลยไอ้บอม”“เออตามนั้น ก็แล้วแต่เลยแล้วกัน” ธนัชตีหน้ายุ่ง
“เวลาเหตุมันเกิดวงจรปิดจะทำอะไรได้ ฮึ” นั่นมันแค่ช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“เข้าบ้านไปแล้วน้องจะล็อกประตูหน้าต่างให้หมดทุกบานเลย ลุงทศไม่ต้องห่วงน้า...” หญิงสาวตอบเสี่ยทศเสร็จแล้วก็ยิ้มแป้นยกแตงโมที่หยิบติดมือมายื่นให้ป้ากานดา“อย่าเพิ่งพูดไรมาก เข้าบ้านก่อนดีกว่ามา ๆ ๆ น้องจิ๊บเอาลูกแตง[1]มาพอดีเลย หวันเย็น[2]อยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะ ป้าคิดถึง แล้วจะได้ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวด้วย” กานดาเดินจูงมือนำญานิศาเข้าบ้าน ส่วนแตงโมเธอยื่นให้เสี่ยทศผัวรักเอาไปจัดการในครัวแล้ว คนรักเมียเดินหน้างอทำตามคำสั่งอย่างปฏิเสธไม่ได้“มาทำไม” เสียงทุ้มกังวานดังออกจากปากลูกชายเจ้าของบ้านทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เอาแต่ออดอ้อนมารดาตนเดินเข้าบ้านมา และนั่นทำเอาคนเป็นแม่วาดวงแขนฟาดหลังลูกชายสุดที่รักดังป้าบ“อ้ะ! แม่ตีทำไมเนี่ย” ธนัชร้องเสียงหลง หมดกันที่ทำเข้มมาตั้งนาน เห็นคุณนายกานดาอ่อนหวานราวน้ำตาลอ้อยแบบนี้ แต่ฟาดทีหลังแทบแอ่น มือหนักชะมัด!“ดูคำพูดคำจานะไอ้บอมนะ”นั่นประไร! สองชั่วโมงก่อนเรียกเขาว่าลูกบ่าวอย่างนั้นลูกชายอย่างนี้ พอเด็กนี่มาสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘ไอ้’แล้วดูแต่งตัวเข้า
อากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชายเลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วยญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว“อ้าวน้องจิ๊บ!”“ป้าดาขา...” ญาน







