เข้าสู่ระบบอากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่
“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชาย
เลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่าน
ญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วย
ญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว
“อ้าวน้องจิ๊บ!”
“ป้าดาขา...” ญานิศาเรียกป้าดาของเธอเสียงหวานทันที
“จ๋า... ลูกสาวป้ากลับมาเมื่อไหร่” กานดาดันหัวเสี่ยทศให้ลุกขึ้นนั่งแล้วรีบผุดลุกขึ้นจากแคร่ไม้ หล่อนตรงมากอดหญิงสาวรุ่นลูกอย่างเต็มรัก “ป้าคิดถึงจัง”
ญานิศาเรียนมหาวิทยาลัยในตัวเมืองหาดใหญ่ ห่างไปเพียงยี่สิบกว่ากิโล เด็กสาวกลับบ้านบ่อยและทุกครั้งก็มักแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกัน ด้วยทั้งสองบ้านสนิทสนม มารดาเด็กสาวเป็นเพื่อนรักกันกับกานดา
“กลับมาเมื่อเช้าค่ะ เลยยังไม่ทันเข้ามาสวัสดีลุงทศกับป้าดา คิดถึงจังค่ะ” ญานิศาเองก็กอดท่านกลับ
สองป้าหลานหอมซ้ายหอมขวากันราวกับว่าเป็นแม่ลูกแท้ ๆ ที่เบ่งคลอดกันมาแต่ชาติปางก่อนแล้วเผอิญชาตินี้แค่เกิดผิดท้องอย่างไรอย่างนั้น ทำคนที่ชะเง้อคอมองผ่านหน้าต่างจากในตัวบ้านอดขมวดคิ้วไม่ได้
“เป็นไงเจ้าจิ๊บ กลับมาเมื่อไหร่” เสี่ยทศที่ขมวดคิ้วมุ่นก็เอ่ยถามหลังจากที่เด็กสาวรุ่นลูกยกมือไหว้ “ไอ้รูญอยู่บ้านเหรอ”
ญานิศากลับบ้านบ่อยก็จริงอยู่หากทว่าต้องไม่ใช่สัปดาห์ที่บิดาของเจ้าหล่อนเอาวัวไปลงสนาม จำได้ว่าจรูญขนวัวขึ้นรถไปสนามเมื่อสองวันก่อนนี่เอง
ญานิสาส่ายหน้าพรืดแล้วตอบ “ไม่อยู่ค่ะลุงทศ พ่อพาพี่มิ่งไปอยู่คอก ได้ยินว่าชนสิ้นเดือนนี้แล้วค่ะ”
“เอ้อนั่นไง แล้วจะกลับมาทำไม ไม่นอนหอล่ะลูก” เสี่ยทศถามอย่างเป็นห่วง
ปกติแล้วจรูญจะพาวัวลงแข่งแทบทุกรอบที่มีจัดแข่งขัน ซึ่งสนามก็จัดแข่งกันเดือนละครั้ง ทุกครั้งต้องมีการเอาวัวไปเลี้ยงที่คอกของสนาม ต้องพาเดินพาไปอยู่ให้คุ้นชิน เพื่อให้วัวที่จะลงแข่งชนชินที่ตอนชนจริงจะได้ไม่ต้องตื่นสนาม ใช้เวลาราว 15 วันก่อนแข่ง ซึ่งต้องอยู่ที่คอกนั่นยาว ๆ เหล่าเซียนวัวชนเขารู้กัน
นั่นเท่ากับว่ากว่าจะกลับอย่างน้อยต้องอีกราวสิบสามวัน
จรูญมักจะพาลูกน้องที่เป็นควาญวัวและไอ้จ๊อชลูกชายคนเล็กไปด้วยกันเสมอ แต่ไม่สามารถพาญานิศาไปด้วยกันได้ ที่นั่นมีแต่ผู้ชาย เถื่อนและกักขฬะเกินกว่าจะให้ลูกสาวแสนสวยอย่างญานิศาไปใช้ชีวิตกินนอนที่นั่นได้ ไม่เหมาะจะให้ผู้หญิงคนไหนไปอยู่ทั้งนั้น
ทุกครั้งที่จรูญไม่อยู่บ้านญานิศาก็จะไปนอนที่หอพักของมหาวิทยาลัย ด้วยจรูญไม่กล้าไว้ใจให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียว
“ปิดเทอมค่ะลุง หอในเขาปิดด้วย ทำความสะอาดเพราะมีคนเป็นโควิดเยอะค่ะ จิ๊บเลยกลับมาอยู่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่า”
ปลอดภัยจากโควิดแต่ไม่ปลอดภัยจากปากเหยี่ยวปากกาน่ะสิ เสี่ยทศพูดต่อในใจ หากก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการถอนหายใจอย่างเป็นห่วง หอปิดก็ต้องกลับมาอยู่บ้านนั่นแหละถูกแล้ว
“ลุงทศอย่าบ่นพ่อเลยนะ” ญานิศารีบบีบแขนนวดไหล่เอาใจคนเป็นลุงที่ทำท่าจะบ่นถึงบิดาให้ฟังอีกแล้วเป็นครั้งที่ล้าน
เมื่อเธอทำหน้าออดอ้อนบวกกับที่กานดามองค้อนเสี่ยทศจึงยอมหุบปากฉับ ไว้ไอ้จรูญกลับมาค่อยไปบ่นมันทีหลังก็แล้วกัน
“แล้วนี่จะนอนยังไง หืม?” ไม่บ่นแต่ถามต่อด้วยความเป็นห่วง เสี่ยทศเอ็นดูญานิศา เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ยิ่งเมียรักของเขารักและเอ็นดูญานิศามากอีกต่างหาก
“มานอนบ้านลุงไหมงั้น ห้องว่างก็มี”
“ไม่เป็นไรค่ะ น้องอยู่ได้ กล้องวงจรปิดก็มี” ญานิศายังทำหน้าอ้อนคนเป็นลุงต่อแล้วแทนตัวเองว่าน้องอย่างที่ชอบทำจนเสี่ยทศคนหน้าดุอ่อนอกอ่อนใจ
หลังจากเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านญานิศารีบล็อกประตู ลงกลอนอีกชั้นแล้วเดินไปสำรวจหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูหลังบ้านจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีแล้วเธอถึงอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนทันที“ไอ้พี่บอม ไอ้คนบ้า ใจร้ายมากเลยอะ ฮือ…” ญานิศาแทบกรี๊ดแล้วกระทืบเท้าเร่า ๆ รู้อยู่บ้างว่าเขาก็ทนงและหลงตัวเองอยู่พอตัว ทั้งรูปหล่อ ฐานะดี เป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างมากพอให้ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย เขาจึงเป็นพวกที่ไม่เคยเทกแคร์หรือสนใจจะรักษามารยาทกับใครสักเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงออกชัดว่าสนใจเขาหากก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายใจดำและแสบสันกับเธอได้ถึงเพียงนี้เลยจริง ๆ พับผ่า ทั้งที่ป้ากานดากับลุงทศฝากฝังเธอเอาไว้แล้วแท้ ๆญานิศาโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความขุ่นเคืองใจให้ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับขำปนเอ็นดู ไม่รู้จะหัวเราะหรือปลอบก่อนดี“เซ็ง นอยด์ เบื่อ เครียดดดด!”[หูย เป็นบุญของอีวี่มากเลยค่า เพิ่งเคยเห็นนุ้งจิ๊บตัวจี๊ดดาวคณะเครียดเรื่องผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ฮ่า ๆ ๆ] ไอวี่รู้ว่าเพื่อนรักแค่กำลังรู้สึกเสียหน้า เสียความมั่นใจ“กูจะบ้า ปากหมามากมึง คนบ้าไรวะ แถมยังปล่อยให้กูปั่นจักรยานแบบติดเทอร์โบอยู่คนเดียว ผีก็กลัว ไหนจะ
“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาลเข้าทาง!กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้วกานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช“ยอดละห้าร้อย”“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาวญานิศากลืนน้ำลายดังอึก
หลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายเงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีกชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”“ไอ้บอม!”“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรง
“ป้าดากับลุงทศจะให้น้องชดใช้ยังไงก็ได้ค่ะ” ตากลมโตมองสองสามีภรรยาอย่างออดอ้อน คำพูดหวานหู เอาอกเอาใจ ไหนจะคำแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ อีกธนัชเจือขำในคอเย้ยหยัน น้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ ยิ่งฟังยิ่งอดมันเขี้ยวยายเด็กนี่ไม่ได้ คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากมั้ง น่ารักตาย!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงทั้งรักทั้งเอ็นดูญานิศามากมายนัก โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาที่อยากมีลูกสาวแต่มีไม่ได้ เคยแทบจะจับใส่พานมาให้ดองกันตั้งแต่วัยยังไม่แตกเนื้อสาว ทำเอาเขาขยาด“น้องขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลน้องหงส์หยกให้ดี”“ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน” นั่น! ผิดจากที่คาดเสียเมื่อไหร่ ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง ว่าแต่...น้องหงส์หยกนี่คือใคร ชื่อวัวตัวปัญหานั่นเหรอ? หึ! ตลกชะมัด“ได้ไงกันพ่อ” ชายหนุ่มโวยวายไปอย่างนั้นเอง แม้จะคาดไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องไม่เอาเรื่องยายเด็กอยู่เป็น เขาถึงไม่คิดจะบอกอย่างไรล่ะว่าสวนยางที่พ่อเพิ่งลงปลูกไปก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาอยู่บ้านโดนแดกไปเรียบร้อยแล้วกว่ายี่สิบต้น“สวนกู ยางกู ทำไมจะไม่ได้” จากเสียงอ่อนใส่ญานิศาก็หันมาเสียงแข็งใส่ลูกชาย “มึงนี่มันจริง ๆ เลยไอ้บอม”“เออตามนั้น ก็แล้วแต่เลยแล้วกัน” ธนัชตีหน้ายุ่ง
“เวลาเหตุมันเกิดวงจรปิดจะทำอะไรได้ ฮึ” นั่นมันแค่ช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“เข้าบ้านไปแล้วน้องจะล็อกประตูหน้าต่างให้หมดทุกบานเลย ลุงทศไม่ต้องห่วงน้า...” หญิงสาวตอบเสี่ยทศเสร็จแล้วก็ยิ้มแป้นยกแตงโมที่หยิบติดมือมายื่นให้ป้ากานดา“อย่าเพิ่งพูดไรมาก เข้าบ้านก่อนดีกว่ามา ๆ ๆ น้องจิ๊บเอาลูกแตง[1]มาพอดีเลย หวันเย็น[2]อยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะ ป้าคิดถึง แล้วจะได้ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวด้วย” กานดาเดินจูงมือนำญานิศาเข้าบ้าน ส่วนแตงโมเธอยื่นให้เสี่ยทศผัวรักเอาไปจัดการในครัวแล้ว คนรักเมียเดินหน้างอทำตามคำสั่งอย่างปฏิเสธไม่ได้“มาทำไม” เสียงทุ้มกังวานดังออกจากปากลูกชายเจ้าของบ้านทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เอาแต่ออดอ้อนมารดาตนเดินเข้าบ้านมา และนั่นทำเอาคนเป็นแม่วาดวงแขนฟาดหลังลูกชายสุดที่รักดังป้าบ“อ้ะ! แม่ตีทำไมเนี่ย” ธนัชร้องเสียงหลง หมดกันที่ทำเข้มมาตั้งนาน เห็นคุณนายกานดาอ่อนหวานราวน้ำตาลอ้อยแบบนี้ แต่ฟาดทีหลังแทบแอ่น มือหนักชะมัด!“ดูคำพูดคำจานะไอ้บอมนะ”นั่นประไร! สองชั่วโมงก่อนเรียกเขาว่าลูกบ่าวอย่างนั้นลูกชายอย่างนี้ พอเด็กนี่มาสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘ไอ้’แล้วดูแต่งตัวเข้า
อากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชายเลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วยญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว“อ้าวน้องจิ๊บ!”“ป้าดาขา...” ญาน







