Beranda / วาย / รักละมุนกรุ่นไอรัก / ลูกจ้างจอมป่วน

Share

ลูกจ้างจอมป่วน

last update Tanggal publikasi: 2026-04-19 22:18:11

รัณที่ยืนฟังอยู่ใกล้ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกใจและชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนพูดกวนประสาทในบางครั้ง แต่การทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ธันวาไม่ได้มาเล่น ๆ

“เอาเถอะ… ถ้าจะช่วยให้ร้านง่ายขึ้นแบบนี้ ก็ถือว่ามีประโยชน์อยู่เหมือนกัน” รัณพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง พลางหันกลับไปจัดการงานในส่วนของตัวเองต่อ ขณะที่ในใจเริ่มเปิดรับชายหนุ่มลึกลับคนนี้ทีละนิด

ระหว่างที่ช่วยงาน ธันวาแอบสังเกตว่าเอกภพยังคงวนเวียนส่งข้อความหาผ่านโทรศัพท์ของรัณเกี่ยวกับการถ่ายรีวิวและสอบถามความคืบหน้าของการจ้างรีวิว ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้

ช่วงสาย ป้าสมรเดินเข้ามาในร้านพร้อมถาดขนม

เธอวางถาดลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะมองสองหนุ่มที่ดูเหมือนทะเลาะกันบ่อยขึ้นทุกวัน

“ป้าว่าหลานป้ากับนายธันวานี่เหมาะกันดีนะ” ป้าสมรพูดพลางหัวเราะ

รัณหันมามองป้าสมรอย่างไม่เชื่อหู “ป้าครับ อย่าพูดอะไรแบบนี้สิ”

“ก็จริงนี่นา หลานป้าควรจะลองมีเพื่อนสนิทบ้าง”

ธันวายิ้มอย่างมีเลศนัย

“ป้าพูดขนาดนี้ ผมก็คงต้องสนิทกับเขาให้ได้แล้วล่ะครับ”

รัณถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปจัดการงานต่อ ปล่อยให้ป้าสมรและธันวาหัวเราะกันอยู่ข้างหลัง

เสียงพูดคุยของลูกค้าดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อช่วงสายกลายเป็นช่วงบ่าย ร้าน “บ้านกาแฟอุ่นไอรัก” ที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความวุ่นวาย ลูกค้าหลายคนมานั่งจิบกาแฟ บ้างก็นั่งทำงานเงียบ ๆ

ธันวาที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์สังเกตลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามา กลุ่มสาวออฟฟิศสองคนและชายหนุ่มอีกคนเดินมาสั่งกาแฟพร้อมพูดคุยเสียงดัง

“รัณ รับออเดอร์ตรงนี้หน่อย” ธันวาเรียกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม พลางหันไปยิ้มให้ลูกค้า

“สวัสดีครับ สั่งอะไรดีครับ?”

หนึ่งในสาวออฟฟิศพูดขึ้นพร้อมยิ้มเขิน

“เอาอเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้วค่ะ แล้วก็… ขนมทองหยอดด้วยค่ะ”

ป้าสมรที่ยืนใกล้ ๆ เสริมขึ้นทันที

“อ๋อ เดี๋ยวป้าจัดให้ค่ะ แต่รอแป๊บนะ เหมือนในครัวจะต้องไปซื้อน้ำตาลเพิ่ม”

ธันวาหันมาหาป้าสมร

“งั้นผมไปซื้อให้ก็ได้ครับ จะได้ช่วยแบ่งเบางานในร้าน”

ป้าสมรส่ายหน้าไปมา เพราะมันเกินหน้าที่ของธัน

“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวป้าไปซื้อเอง”

“ผมอยากช่วยจริง ๆครับ ผมวิ่งไปแป๊บเดียว แต่ถ้าป้าไปซื้อลูกค้าคงไม่รอ” ธันวาตอบพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น

ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยื่นเงินให้

“ถ้างั้นก็ไปซื้อที่ร้านตรงหัวมุม นี่เลยนะธันวา เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา”

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งในช่วงบ่าย รัณที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดขนมในตู้กระจกเงยหน้าขึ้น และพบว่าลุงชื่น ลูกค้าประจำในชุดลำลองสบาย ๆ เดินเข้ามา ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ช่วงนี้ร้านนี้คนเยอะขึ้นจริง ๆ แฮะ หลานรัณลุงไม่ได้เข้าผิดร้านใช่มั้ย” ลุงชื่นพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

ธันวาที่ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์เหลือบมองลุงชื่น ก่อนจะเอ่ยทัก

“สวัสดีครับ”

ลุงชื่นหยุดมองเขาด้วยสายตาสงสัย

“แล้วนี่ใครล่ะ? มาช่วยร้านหลานรัณเหรอ?”

ป้าสมรที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ

“คนนี้แหละที่รัณจ้างมาช่วยงาน”

ลุงชื่นเลิกคิ้วสูง

“โห… หล่อขนาดนี้ นายจะมาชงกาแฟหรือจะมาขายหน้าตาให้ลูกค้าดูเล่นกันแน่?”

ธันวาหัวเราะในลำคอ

“ก็ทั้งสองอย่างแหละครับลุง อะไรขายได้ ผมก็ขายหมด”

ในขณะที่ลุงชื่นกำลังนั่งรอเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ ลูกค้าสาวสองคนเดินเข้ามาในร้าน พวกเธอจ้องมองธันวาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบกระซาบกัน

“คนนั้นเป็นพนักงานใหม่เหรอ? หล่อจังเลย” หนึ่งในสาวพูดขึ้น

ธันวาที่ได้ยินเต็มสองหูยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดเสียงดังพอให้ได้ยิน

“ขอบคุณครับ พนักงานใหม่อย่างผมจะตั้งใจทำงานให้คุ้มกับคำชม”

สาว ๆ หัวเราะคิกคักอย่างเขินอาย ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่ม

ลุงชื่นที่เห็นเหตุการณ์หันไปพูดกับป้าสมรด้วยความภาคภูมิใจ

“ตอนหนุ่ม ๆ ฉันก็หล่อแบบนี้นะ”

“โธ่ ลุงชื่น ตอนหนุ่ม ๆ ลุงอาจจะหล่อก็จริง แต่ตอนนี้น่ะ… หล่อเฉพาะตอนหลับใช่ไหม?” ป้าสมรแซวลุงชื่นที่ยกยอตัวเอง

ลุงชื่นเลิกคิ้วสูงทันที

“เอาวะ หล่อตอนหลับก็ยังดีกว่าไม่หล่อเลย”

ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ

เสียงหัวเราะจากธันวาที่นั่งฟังอยู่ดังขึ้นทันที ธันวาเสริมด้วยรอยยิ้มกวน ๆ

“ป้าสมรพูดได้ใจจริง ๆ ครับ ผมเห็นด้วย”

ลุงชื่นหันมามองธันวาอย่างไม่พอใจนัก

“นี่ไอ้หนุ่ม! ฉันไม่ได้ถามความเห็นนาย”

ป้าสมรยังไม่หยุด เธอยิ้มมุมปากก่อนจะพูดเสริม

“เอาน่าตาชื่น ความหล่อของแกตอนนี้ฉันว่าอยู่ที่แกทำให้คนที่อยู่รอบตัวได้หัวเราะตลอดเวลา อย่างน้อยก็ทำให้ร้านเราไม่เงียบดี”

ลุงชื่นส่ายหัวพลางพูดสวน

“ถ้าไม่มีฉันรับรองได้ว่า ร้านนี้เงียบเหมือนป่าช้าแน่ๆ”

“ป่าช้าเหรอ? แกนี่จะเป็นสัปเหร่อให้ได้เลยใช่มั้ย” ป้าสมรสวนกลับทันควัน

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งจากทั้งรัณและธันวาที่ได้ฟังบทโต้ตอบของทั้งสอง

ลุงชื่นถอนหายใจพร้อมยิ้มเจื่อน ๆ

“เอาเถอะ ๆ ฉันไม่เถียงกับผู้หญิง แกจะว่าอะไรก็ว่ามา ฉันยอม”

ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ พลางวางถาดขนมลง

“ดีแล้วล่ะตาแก่ เพราะถ้าแกเถียงฉัน ฉันก็มีคำจะสวนกลับอีกเพียบ”

ภายในร้านกาแฟที่เริ่มมีลูกค้าแน่นขึ้น ธันวาเริ่มปรับตัวกับงานในร้าน เขาเรียนรู้การชงกาแฟจากรัณ และช่วยป้าสมรจัดขนมในตู้

“นี่ธันวา... ขนมชั้นวางแบบนั้นมันไม่สวย ต้องให้สีมันเรียงไล่กันสิ วางเบาๆนะธันวาเดี๋ยวระวังขนมมันจะเละ” ป้าสมรพูดพร้อมเดินเข้ามาแก้ไข

“ผมขอโทษครับ ต้องวางแบบไหนครับ”

ป้าสมรยิ้มบาง

“ต้องวางเรียงสีแบบนี้นะ จะได้ดูน่ากินเห็นมั้ย”

รัณที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์แอบมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ

“นายนี่ก็ขยันดีนะ”

ธันวาหันไปมองรัณก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์

“แน่นอนสิ นายคิดว่าฉันจะเป็นได้แค่ลูกค้าจอมป่วนอย่างเดียวเหรอ?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ผู้กำความลับ

    ในเช้าวันรุ่งขึ้น มิวออกเดินทางจากภูเก็ตโดยทิ้งงานกองโตไว้ข้างหลัง เธอลากกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบิน พร้อมเปิดดูวิดีโอของช่อง “แชะชิม” ซ้ำไปมาในระหว่างการเดินทาง มิวมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดถึงแผนการที่จะเผชิญหน้าธันวา“ฉันจะคุยกับเจ้าของร้านนั้น ถ้าเขารู้จักพี่ ฉันจะไม่ยอมให้พี่หลบหน้าฉันอีก”เสียงประกาศเตรียมลงจอดดังขึ้น มิวเตรียมตัวให้พร้อมด้วยแววตามุ่งมั่นเมื่อเครื่องบินลงจอด มิวลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน พร้อมเช่ารถมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟทันที“ถึงเวลาที่พี่ธันวาจะต้องกลับมารับผิดชอบทุกอย่างเสียที” เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น พร้อมก้าวสู่การเผชิญหน้าที่เธอรอคอยรัณนั่งมองภาพธันวาที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ ท่าทางเรียบง่าย แต่ทุกการเคลื่อนไหวดูมีระเบียบและตั้งใจ ธันวาเป็นคนที่มักเข้าร้านตรงเวลา พอเลิกงานก็กลับไปโดยไม่พูดอะไรมาก ความเงียบของเขาช่างขัดกับคำพูดกวนประสาทที่หลุดออกมาบ่อย ๆ"นายเป็นคนยังไงกันแน่..." รัณพึมพำกับตัวเองธันวาไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟังเลย ไม่เคยเล่าถึงครอบครัว หรือสิ่งที่เขาทำก่อนจะมาทำงานที่ร้าน ทุกครั้งที่รัณพยายามถามคำถามเกี่ยวกับอดีตของเขา ธันวาก็เพี

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ตามหาพี่ชาย

    “ทำงาน?” พ่อเลิกคิ้ว มองไปที่โต๊ะทำงานที่แทบไม่มีแฟ้มเอกสารถูกเปิดออกด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดเสียงแข็ง “แค่เซ็นเอกสารง่าย ๆ แล้วโยนไปให้เลขาฯ ทำแทนแบบนี้เรียกว่าทำงานเหรอ?”มิวสะดุ้งเล็กน้อย เธออาจจะเคยชินกับชีวิตที่ไม่ต้องเหนื่อยยากเท่าพี่ชาย แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่อยากเป็น “ลูกสาวที่ไม่มีความสามารถ” อย่างที่พ่อพูด“พ่อเคยคิดว่าาธันวาต้องกลับมา เขาทิ้งบริษัทนี้ไปไม่ได้ แต่นี่มันนานเกินไป หมดเวลาสนุกได้แล้ว” คณินพูดหนักแน่น “ลูกต้องไปตามเขากลับมา มิว ถ้าธันวาไม่กลับมา ลูกต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดแทน”“อะไรนะคะ?” มิวเบิกตากว้าง “ให้หนูทำงาน แล้วรับผิดชอบทุกอย่างแบบที่พี่ธันทำ...หนูไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อนเลยนะ”พ่อจ้องเธอด้วยสายตานิ่ง “งั้นก็เลือกเอาว่าจะเรียนรู้ที่จะเป็นมืออาชีพ หรือไปตามพี่ชายของลูกกลับมา”มิวเม้มริมฝีปากแน่น สองตัวเลือกที่พ่อมอบให้ไม่มีทางไหนที่เธออยากเลือกเลยสักทางคืนนั้น มิวนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว เปิดโทรศัพท์ไถฟีดโซเชียลอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะสะดุดกับคลิปหนึ่งในช่องรีวิวอาหารยอดนิยม“แชะชิม”เธอไม่ใช่คนที่ติดตามช่องนี้เป็นพิเศษ แต่มีบางอย่างในคลิปดึงดูด

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความกดดัน

    เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดในห้องทำงานหรูของมิว โต๊ะทำงานที่ดูสะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระจัดกระจายราวกับถูกนำมาโยนทิ้งไว้เฉย ๆ ผู้ช่วยของเธอส่งเสียงผ่านอินเตอร์คอมเป็นครั้งที่สามในรอบเช้า"คุณมิวคะ ลูกค้าเพิ่งส่งอีเมลมาเรื่องสัญญาเช่าใหม่ค่ะ พวกเขาถามว่าเมื่อไหร่จะได้รับการยืนยัน?"มิวที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่เงยหน้าขึ้นจากจอ ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังราวกับแสดงความเบื่อหน่ายเต็มที่"ก็บอกให้พวกเขารอไปก่อนสิ! จะรีบอะไรนักหนา"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูหงุดหงิดแต่ไร้ความจริงจัง ผู้ช่วยที่อยู่อีกฝั่งของสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับอย่างระมัดระวัง"แต่นี่เป็นอีเมลฉบับที่สามแล้วค่ะ คุณคณินสั่งให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด..."ทันทีที่ได้ยินชื่อพ่อ มิวเบ้ปากอย่างไม่พอใจ"โอเค เดี๋ยวฉันดูให้ก็ได้"เธอปิดอินเตอร์คอมอย่างหัวเสีย ก่อนจะกวาดตามองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญที่เธอไม่เคยคิดจะอ่านอย่างจริงจัง"ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ? พี่ธันวาน่าจะกลับมาทำงานได้แล้ว"เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอนตัวพิงเก้าอี้ด้วยความขี้เกียจมิวไม่เคยต้องรับผิดชอบงานในบริษัทจริงจังมาก่อน นับตั้งแต่

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความลับของธันวา

    ในคอนโดมิเนียมชั้นสูงใจกลางกรุงเทพฯ ห้องของธันวาถูกจัดเรียบง่าย แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผนังห้องสีเทาอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์เมืองหลวงด้านนอกมุมหนึ่งของห้องถูกจัดเป็นสตูดิโอขนาดเล็ก มีโต๊ะทำงานที่วางคอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่อวิดีโอ พร้อมไมโครโฟน กล้องถ่ายวิดีโอ และไฟวงแหวนขนาดเล็ก ธันวามักใช้เวลาช่วงดึกที่นี่ ทำงานตัดต่อคลิปและวางแผนเนื้อหาสำหรับช่อง “แชะชิม” ของเขาธันวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มือหนึ่งถือเมาส์ลากคลิปวิดีโอในโปรแกรมตัดต่อ ขณะที่อีกมือหนึ่งเลื่อนไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ โทรศัพท์มือถือของเขามีชื่อ "มิว" ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับการสั่นเบา ๆ แต่เขาไม่ยอมกดรับสายเขามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “อีกแล้ว... เรื่องเดิมอีกแน่”เสียงโทรศัพท์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นอีกครั้ง ธันวาเอื้อมไปปิดเสียง พลางพึมพำกับตัวเอง “มิว... พี่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร”ธันวาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมือง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความลังเล เขารู้

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ฝนที่ชุ่มฉ่ำ

    ธันวานั่งลงข้างเตียง มองลุงชื่นด้วยความตั้งใจ “แล้วตอนนี้ล่ะครับ? ทำไมลุงยังไม่ยอมพัก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นแล้ว”ลุงชื่นหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่น “มันติดเป็นนิสัยแล้วมั้ง ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย วันเวลามันจะผ่านไปเปล่า ๆ ฉันอยากมีคุณค่า ถึงจะไม่มีลูก ๆ อยู่ให้ดูแลแล้วก็ตาม...ฉันอยากทำอะไรที่ยังมีประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยร้านของรัณได้บ้าง”ธันวาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบ “แต่บางที การพักก็เป็นการให้คุณค่ากับตัวเองนะครับ ลุงทำมามากพอแล้ว ผมว่าไม่เป็นไรหรอกถ้าจะปล่อยให้คนอื่นช่วยดูแลบ้าง”ลุงชื่นมองธันวานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แกพูดเหมือนฉันยังเป็นหนุ่มที่ไม่รู้จักโลกเลยนะ...แต่เอาเถอะ บางทีแกอาจจะพูดถูก”หมอวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสุขุม เขาตรวจร่างกายลุงชื่นอย่างละเอียด“ลุงมีอาการความดันต่ำ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมงานหนักเกินไป” หมอกล่าวพลางจดบันทึกในสมุดเวชระเบียนป้าสมรฟังคำหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ลุงชื่นไม่ค่อยฟังใครหรอกค่ะหมอ ชอบทำงานจนลืมดูแลตัวเอง”ลุงชื่นที่นอนบนเตียงพยายามยิ้ม “ฉันยังไหวอยู่...แค่พักหน่อ

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   บ้านไร่กาแฟ

    รัณหันมามอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ“ใช่…เพราะที่นี่ คือบ้านหลังที่สองของพ่อ”ในความเงียบสงบของค่ำคืน ความสัมพันธ์ของทุกคนในศาลาดูเหมือนจะถักทอเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น ไม่ต่างจากเมล็ดกาแฟที่ต้องผ่านการดูแลอย่างใส่ใจจนได้เป็นกาแฟคุณภาพดี ความสัมพันธ์ของรัณและธันวาเองก็ค่อย ๆ เติบโตอย่างเรียบง่าย แต่มั่นคงในไร่แห่งนี้หลังจากกลับจากไร่กาแฟของลุงก้อง ความทรงจำในไร่ยังติดค้างอยู่ในหัวใจของรัณ เขาเห็นภาพธันวาเดินเคียงข้างไปตามแถวต้นกาแฟ ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านใบไม้ เมื่อมองย้อนกลับไป ทุกอย่างในวันนั้นดูเรียบง่ายแต่กลับพิเศษอย่างบอกไม่ถูกรัณนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟที่เงียบสงบ เขามองภาพในโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายไว้ตอนอยู่ที่ไร่ ภาพของธันวาที่กำลังช่วยลุงก้องตรวจเมล็ดกาแฟ แววตาของธันวาเต็มไปด้วยความตั้งใจ ความอบอุ่นในแววตานั้นทำให้รัณเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป“ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่เห็นว่าธันวา…เขาดูจริงจังกับรื่องพวกนี้ขนาดไหน” รัณพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงบทสนทนาที่ธันวาพูดอย่างเป็นกันเองกับลุงก้อง ความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่ธันวาแสดงออกมา ทำให้รัณเริ่มมองเขาในมุมใหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status