Masukรัณ เจ้าของร้านกาแฟ "บ้านกาแฟอุ่นไอรัก" ต้องสืบทอดกิจการเพียงลำพังหลังสูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุ เขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางกลิ่นหอมของกาแฟและขนมไทย จนกระทั่งได้พบกับ ธันวา บล็อกเกอร์หนุ่มชื่อดังเจ้าของช่อง "แชะชิม" ที่ปลอมตัวมาเป็นพนักงานในร้านเพื่อหลบหนีความกดดันจากครอบครัวมหาเศรษฐีในภูเก็ต เรื่องราววุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งคู่ต้องร่วมมือกันปกป้องร้านจากแผนร้ายของ เอกภพ มิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อช่องของธันวาเพื่อต้มตุ๋น ท่ามกลางอุปสรรคและความลับที่ค่อย ๆ เปิดเผย ทั้งคู่ได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจและพิสูจน์ความรักต่อหน้า คณิน พ่อของธันวาที่ตั้งแง่ไม่ยอมรับ สุดท้าย ธันวาและรัณสามารถพิสูจน์ได้ว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้วัดจากมูลค่าธุรกิจ แต่คือการได้สร้างอนาคตร่วมกันในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความรัก
Lihat lebih banyakเสียงฝนโปรยปรายลงบนหลังคาสังกะสีอย่างเป็นจังหวะ รัณยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมชานเมือง ป้ายไม้สลักคำว่า "บ้านกาแฟอุ่นไอรัก" ดูเรียบง่ายแต่แฝงความอบอุ่น
บรรยากาศในร้านถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นหอมของกาแฟบดสดและกลิ่นหวานละมุนของขนมไทยในตู้กระจก ด้านหน้าร้านต้นมะลิที่รัณดูแลอย่างใส่ใจออกดอกขาวสะอาด ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ยามฝนตก
ร่มไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอยู่หน้าร้าน ช่วยเพิ่มบรรยากาศร่มรื่นในวันที่ฝนตก ใบไม้สีเขียวเข้มดูสดใสกว่าเดิมเพราะหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่ตามกิ่ง ดอกไม้หลากสีในกระถางดินเผาถูกจัดวางเรียงรายตามขั้นบันไดเล็ก ๆ ที่นำไปสู่ประตูร้าน ข้าง ๆ มีม้านั่งไม้ตัวเล็กพร้อมเบาะผ้าลายไทยที่ดูเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น
เสียงน้ำหยดลงจากชายคากระทบกับพื้นหินขัดหน้าร้านเป็นจังหวะ ด้านหนึ่งของพื้นที่มีซุ้มไม้เลื้อยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูสดตัดกับความเขียวชอุ่มของพุ่มไม้ด้านหลัง ซุ้มนี้เป็นมุมโปรดของลูกค้าที่ชอบมานั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวธรรมชาติ
ริมกำแพงหน้าร้านมีรถจักรยานโบราณสีดำจอดพิงอยู่ กับตะกร้าหน้ารถที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งป้าสมรเก็บมาจากสวนข้างบ้าน เติมสีสันให้กับบรรยากาศวันฝนพรำ
แม้สายฝนจะตกลงมาไม่หยุด แต่หน้าร้าน "บ้านกาแฟอุ่นไอรัก" ยังคงมีเสน่ห์ในความเรียบง่าย ความเงียบสงบของธรรมชาติที่ล้อมรอบผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟและขนมไทย ทำให้ที่นี่เหมือนหลุดออกมาจากภาพในนิยายที่แสนอบอุ่น
ภายในร้านอบอวลด้วยกลิ่นหอมละมุนของกาแฟบดสดที่ผสมผสานกับความอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์ไม้ หากแต่บรรยากาศกลับแฝงด้วยความเหงา
“รัณ” เจ้าของร้านวัย 26 ปี ยืนทอดสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่ มองสายฝนที่ตกพรำ ใบหน้าคมที่นิ่งสงบของเขาทำให้ผู้พบเห็นอาจคิดว่าเขาเป็นคนเย็นชา แต่แท้จริงแล้ว เขาเพียงไม่ถนัดที่จะแสดงความรู้สึกออกมา
มือเรียวยาวของเขาไล้ไปบนเคาน์เตอร์ไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลา สิ่งนี้คือผลงานที่เขากับพ่อร่วมกันสร้างขึ้นมา ร่องรอยแต่ละจุดเหมือนสลักความทรงจำที่เขายังคงเก็บรักษาไว้
ร้าน “บ้านกาแฟอุ่นไอรัก” เกิดจากความฝันของพ่อแม่ผู้รักกาแฟและขนมไทยอย่างสุดหัวใจ พ่อของรัณเป็นช่างไม้ฝีมือดีผู้มีความรู้เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ เพราะเติบโตและทำงานในไร่กาแฟมาตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่เป็นคนทำขนมที่ประณีตและใส่ใจทุกรายละเอียด พวกเขาใช้เวลาว่างหลังเลิกงานค่อย ๆ เนรมิตร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ขึ้นมาด้วยความรักและความตั้งใจ
ทุกครั้งที่รัณนึกถึงวันเหล่านั้น หัวใจเขาอบอุ่นไปด้วยภาพความทรงจำ เสียงหัวเราะของพ่อแม่ กลิ่นไม้ที่พ่อใช้ทำโต๊ะ และกลิ่นขนมไทยที่อบอวลจากครัวเล็ก ๆ เสียงเหล่านั้นยังคงดังในความทรงจำ แต่วันหนึ่งความฝันก็พังทลายลง...
วันแห่งความสุขจบลงพร้อมกับการจากไปของพ่อแม่และพี่สาวในอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหลือเพียงรัณที่ต้องยืนหยัดดูแลร้านนี้ต่อไป พร้อมกับความทรงจำที่ยังคงหลอกหลอนหัวใจของเขา
เสียงประตูหลังร้านเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมของขนมไทยสดใหม่ "ป้าสมร" หญิงวัยกลางคนผู้เป็นเหมือนหัวใจของร้านก้าวเข้ามาในชุดผ้าถุงเรียบง่าย มือเหี่ยวย่นประคองถาดขนมที่เต็มไปด้วยลูกชุบหลากสี ขนมชั้นที่เรียงเป็นชั้นสีเขียวขาว และทองหยิบสีทองอร่าม
"วันนี้มีลูกค้ามาหรือยังจ๊ะ?"
ป้าสมรถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ขณะใช้มือที่เหี่ยวย่นจากการทำงานจัดเรียงขนมในตู้กระจกให้ดูสวยงาม
รัณถอนหายใจเบา ๆ พลางมองออกไปนอกกระจกที่ฝนยังคงโปรยปราย
"ยังเลยครับป้า ฝนตกแบบนี้ ลูกค้าคงมาไม่สะดวก"
ป้าสมรเงยหน้าขึ้นจากถาดขนม มองหลานชายด้วยสายตาอบอุ่นที่แฝงความเข้าใจ
"อย่าคิดมากเลยนะหลาน ฝนซาเมื่อไหร่ เดี๋ยวลูกค้าก็ทยอยมาเองแหละ"
เธอจัดทองหยิบชิ้นสุดท้ายลงในตู้กระจกอย่างตั้งใจ ก่อนพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม
"ขนมไทยของเราน่ะ หอมหวานแบบนี้ ลูกค้าเก่า ๆ เขาต้องคิดถึงแน่ ๆ เดี๋ยวตอนสาย ๆ พวกเขาก็คงแวะมาเหมือนทุกวันนั่นแหละ"
รัณยิ้มบาง ๆ แม้ความกังวลจะยังคงแฝงอยู่ในใจ แต่คำพูดของป้าสมรกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
"ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับป้า"
ป้าสมรเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปลูบไหล่รัณเบา ๆ
"หลานป้าทำดีที่สุดแล้ว อย่าเพิ่งหมดกำลังใจเลยนะ"
เสียงฝนที่กระทบหลังคาเบาลงทำให้บรรยากาศในร้านดูสงบขึ้น รัณมองต้นมะลิที่หน้าร้านผ่านกระจกบานใหญ่ ความชื้นจากสายฝนทำให้ใบไม้ดูเขียวสดใส และดอกมะลิที่เขาดูแลอยู่ทุกวันก็เริ่มผลิบานอย่างงดงาม
"ป้าสมรครับ ขอบคุณนะครับที่อยู่ช่วยผมมาตลอด"
รัณพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ
ป้าสมรหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือ
"ป้าก็เหมือนครอบครัวของหลานนั่นแหละ ทำร้านนี้ให้มีชีวิตชีวาแบบที่พ่อแม่หลานเคยทำไว้ได้ ป้าก็ดีใจแล้ว"
ในเช้าวันรุ่งขึ้น มิวออกเดินทางจากภูเก็ตโดยทิ้งงานกองโตไว้ข้างหลัง เธอลากกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบิน พร้อมเปิดดูวิดีโอของช่อง “แชะชิม” ซ้ำไปมาในระหว่างการเดินทาง มิวมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดถึงแผนการที่จะเผชิญหน้าธันวา“ฉันจะคุยกับเจ้าของร้านนั้น ถ้าเขารู้จักพี่ ฉันจะไม่ยอมให้พี่หลบหน้าฉันอีก”เสียงประกาศเตรียมลงจอดดังขึ้น มิวเตรียมตัวให้พร้อมด้วยแววตามุ่งมั่นเมื่อเครื่องบินลงจอด มิวลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน พร้อมเช่ารถมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟทันที“ถึงเวลาที่พี่ธันวาจะต้องกลับมารับผิดชอบทุกอย่างเสียที” เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น พร้อมก้าวสู่การเผชิญหน้าที่เธอรอคอยรัณนั่งมองภาพธันวาที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ ท่าทางเรียบง่าย แต่ทุกการเคลื่อนไหวดูมีระเบียบและตั้งใจ ธันวาเป็นคนที่มักเข้าร้านตรงเวลา พอเลิกงานก็กลับไปโดยไม่พูดอะไรมาก ความเงียบของเขาช่างขัดกับคำพูดกวนประสาทที่หลุดออกมาบ่อย ๆ"นายเป็นคนยังไงกันแน่..." รัณพึมพำกับตัวเองธันวาไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟังเลย ไม่เคยเล่าถึงครอบครัว หรือสิ่งที่เขาทำก่อนจะมาทำงานที่ร้าน ทุกครั้งที่รัณพยายามถามคำถามเกี่ยวกับอดีตของเขา ธันวาก็เพี
“ทำงาน?” พ่อเลิกคิ้ว มองไปที่โต๊ะทำงานที่แทบไม่มีแฟ้มเอกสารถูกเปิดออกด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดเสียงแข็ง “แค่เซ็นเอกสารง่าย ๆ แล้วโยนไปให้เลขาฯ ทำแทนแบบนี้เรียกว่าทำงานเหรอ?”มิวสะดุ้งเล็กน้อย เธออาจจะเคยชินกับชีวิตที่ไม่ต้องเหนื่อยยากเท่าพี่ชาย แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่อยากเป็น “ลูกสาวที่ไม่มีความสามารถ” อย่างที่พ่อพูด“พ่อเคยคิดว่าาธันวาต้องกลับมา เขาทิ้งบริษัทนี้ไปไม่ได้ แต่นี่มันนานเกินไป หมดเวลาสนุกได้แล้ว” คณินพูดหนักแน่น “ลูกต้องไปตามเขากลับมา มิว ถ้าธันวาไม่กลับมา ลูกต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดแทน”“อะไรนะคะ?” มิวเบิกตากว้าง “ให้หนูทำงาน แล้วรับผิดชอบทุกอย่างแบบที่พี่ธันทำ...หนูไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อนเลยนะ”พ่อจ้องเธอด้วยสายตานิ่ง “งั้นก็เลือกเอาว่าจะเรียนรู้ที่จะเป็นมืออาชีพ หรือไปตามพี่ชายของลูกกลับมา”มิวเม้มริมฝีปากแน่น สองตัวเลือกที่พ่อมอบให้ไม่มีทางไหนที่เธออยากเลือกเลยสักทางคืนนั้น มิวนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว เปิดโทรศัพท์ไถฟีดโซเชียลอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะสะดุดกับคลิปหนึ่งในช่องรีวิวอาหารยอดนิยม“แชะชิม”เธอไม่ใช่คนที่ติดตามช่องนี้เป็นพิเศษ แต่มีบางอย่างในคลิปดึงดูด
เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดในห้องทำงานหรูของมิว โต๊ะทำงานที่ดูสะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระจัดกระจายราวกับถูกนำมาโยนทิ้งไว้เฉย ๆ ผู้ช่วยของเธอส่งเสียงผ่านอินเตอร์คอมเป็นครั้งที่สามในรอบเช้า"คุณมิวคะ ลูกค้าเพิ่งส่งอีเมลมาเรื่องสัญญาเช่าใหม่ค่ะ พวกเขาถามว่าเมื่อไหร่จะได้รับการยืนยัน?"มิวที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่เงยหน้าขึ้นจากจอ ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังราวกับแสดงความเบื่อหน่ายเต็มที่"ก็บอกให้พวกเขารอไปก่อนสิ! จะรีบอะไรนักหนา"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูหงุดหงิดแต่ไร้ความจริงจัง ผู้ช่วยที่อยู่อีกฝั่งของสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับอย่างระมัดระวัง"แต่นี่เป็นอีเมลฉบับที่สามแล้วค่ะ คุณคณินสั่งให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด..."ทันทีที่ได้ยินชื่อพ่อ มิวเบ้ปากอย่างไม่พอใจ"โอเค เดี๋ยวฉันดูให้ก็ได้"เธอปิดอินเตอร์คอมอย่างหัวเสีย ก่อนจะกวาดตามองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญที่เธอไม่เคยคิดจะอ่านอย่างจริงจัง"ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ? พี่ธันวาน่าจะกลับมาทำงานได้แล้ว"เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอนตัวพิงเก้าอี้ด้วยความขี้เกียจมิวไม่เคยต้องรับผิดชอบงานในบริษัทจริงจังมาก่อน นับตั้งแต่
ในคอนโดมิเนียมชั้นสูงใจกลางกรุงเทพฯ ห้องของธันวาถูกจัดเรียบง่าย แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผนังห้องสีเทาอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์เมืองหลวงด้านนอกมุมหนึ่งของห้องถูกจัดเป็นสตูดิโอขนาดเล็ก มีโต๊ะทำงานที่วางคอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่อวิดีโอ พร้อมไมโครโฟน กล้องถ่ายวิดีโอ และไฟวงแหวนขนาดเล็ก ธันวามักใช้เวลาช่วงดึกที่นี่ ทำงานตัดต่อคลิปและวางแผนเนื้อหาสำหรับช่อง “แชะชิม” ของเขาธันวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มือหนึ่งถือเมาส์ลากคลิปวิดีโอในโปรแกรมตัดต่อ ขณะที่อีกมือหนึ่งเลื่อนไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ โทรศัพท์มือถือของเขามีชื่อ "มิว" ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับการสั่นเบา ๆ แต่เขาไม่ยอมกดรับสายเขามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “อีกแล้ว... เรื่องเดิมอีกแน่”เสียงโทรศัพท์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นอีกครั้ง ธันวาเอื้อมไปปิดเสียง พลางพึมพำกับตัวเอง “มิว... พี่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร”ธันวาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมือง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความลังเล เขารู้






![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)