ปึง!
เสียงแฟ้มงานถูกวางอย่างกระแทกกระทั้นบนโต๊ะส่วนตัว ทำเอาบรรดาลูกน้องชายเกือบสิบชีวิตโผล่หัวขึ้นมาจากฉากกั้นโต๊ะมองด้วยความฉงน
พวกเขาสงสัยว่าหัวหน้าตนเองกำลังหงุดหงิดตั้งแต่เดินตีโค้งกลับเข้ามานั่งในแผนก ทว่ากลับไม่คิดว่าจะถึงขั้นทำลายข้าวของออฟฟิศ
“เจ๊! ไปแดกรังแตนที่ไหนมา” ลูกน้องผู้ชายหนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน
ความกวนประสาทนั่นยิ่งทำให้โปรดปรานทวีความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดวงตาเฉี่ยวของสาวหมวยตวัดฉับเป็นอันรู้กันในแผนกว่ากำลังจะมีคนโดนวีน
“หุบปากไปเลยไอ้กี”
“กีตาร์!” อีกฝ่ายรีบแก้ชื่อตนเอง เมื่อถูกหัวหน้าสาวลดคำจนฟังแล้วสะดุ้ง
“เออ! หุบปากแล้วตั้งใจทำงาน”
“บอสให้กลับมาแก้งานหรือไง ทำไมหัวร้อนขนาดนั้น” ชายฉกรรจ์อีกคนโพล่งถามขึ้น ซึ่งคนนี้เป็นคนที่โปรดปรานไม่กล้าวีนใส่ เนื่องจากเป็นรุ่นพี่ร่วมคณะ
“ไม่ใช่หรอกค่ะพี่โอม งานราบรื่นดีแค่โดนกวนประสาทนิดหน่อยเลยหงุดหงิด”
“งั้นตอนเที่ยงไปกินข้าวกับพี่ไหมครับ พี่เลี้ยง” รุ่นพี่หนุ่มพูดทำทีเป็นหมาหยอกไก่ในรุ่นน้องสาวซึ่งพ่วงตำแหน่งหัวหน้างานตนเอง
แม้อีกฝ่ายรู้ดีว่าฐานเงินเดือนของโปรดปรานมากกว่าตนเองหลายขุม แต่การชวนสาวออกไปกินมื้อเที่ยงและเสนอตัวจ่ายย่อมเป็นสิ่งที่บุรุษที่ต้องการจีบสาวพึงกระทำ
“โห่ว~ พี่โอมชวนตัดหน้าผมอีกแล้ว เจ๊โปรดไปกินข้าวกันผมดีกว่า เดี๋ยวผมให้เจ๊เป็นคนจ่าย”
อีกคนก็ไม่คิดจะน้อยหน้ารุ่นพี่ร่วมแผนก แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าสาวก็ยังส่ายหน้ากับคำชวนของกีตาร์แทบจะทันที
“หยุดเลยไอ้ตาร์ รีบไปทำงาน ถ้าขืนฉันกลับมาแล้วแกยังแก้บัค[1] ไม่เสร็จโดนแน่”
“อ้าว! เจ๊จะออกไปไหนอะ?”
“คิมชวนกินข้าว แล้วก็ไปพบลูกค้าด้วยกัน” พูดจบก็รู้สึกว่าหูและใบหน้าตนเองร้อน รอยยิ้มที่พยายามเก็บซ่อนก็ต้องใช้การก้มหน้าช่วย
“โห่ว~ ไรว้า บอสตัดหน้าเฉยเลย” เสียงของลูกน้องเอ่ยขึ้นอย่างสุดแสนเสียดายดังลั่นแผนก
ตัดหน้า...ประโยคเมื่อกี้นี้ กีตาร์พูดราวกับว่าคิมหันต์กำลังจีบเธอเหมือนที่พวกนี้จีบอย่างไรอย่างนั้น
“อย่าพูดมั่วๆ ฉันกับคิมเป็นเพื่อนกัน” เธอแก้ตัวให้อีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้ แม้จะอยากรับมันเอาไว้เต็มอกก็ตาม
“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร เจ๊ร้อนตัว?”
“ไอ้กี!”
โปรดปรานแสร้งทำทีโมโหลูกน้องหนุ่ม ก่อนจะตามด้วยการขว้างปากกาใส่อีกฝ่าย จนกีตาร์ฟุบตัวหลบลงหลังฉากกั้นแทบไม่ทัน
“ก็บอกว่ากีตาร์!”
เสียงของเจ้าของชื่อตะโกนโวยวายออกมา แต่เธอเลิกสนใจแล้วหยิบกระจกจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาส่องเช็กความเรียบร้อยบนใบหน้าตนเองแทน
“แต่งตัวสวยเพราะจะออกไปกินข้าวกับบอสนี่เอง” กีตาร์โผล่ศีรษะขึ้นมาคุยใหม่หลังจากเห็นว่าหัวหน้าตนเองอารมณ์เย็นลงมากแล้ว
“ฉันบอกว่าไปหาลูกค้าไง กินข้าวกันก็เพราะใกล้เที่ยง”
“แหม~ บอสอาจจะสนใจแม่เสือดาวของอัลฟาเหมือนผู้ชายในบริษัทก็ได้ ทั้งบริษัทก็มีเจ๊ที่สวยและยังไม่มีผัว”
“ไอ้กี พูดมากนักนะ”
เธอแกล้งดุด่าลูกน้องไปอีกรอบ คราวนี้ทำท่าจะโยนไม้บรรทัดใส่ อีกฝ่ายจึงยอมกลับไปนั่งที่
จริงอยู่ที่ประชากรชายหญิงภายในออฟฟิศคิดเป็นผู้ชายกว่าร้อยละแปดสิบ ผู้หญิงในยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือกว่าครึ่งก็แต่งงานมีลูกมีผัวกันหมด เธอเองก็คงจัดเป็นหนึ่งในแรร์ไอเท็มที่ยังโสด สวย เดินนวยนาดไปทางไหนจึงได้ขยี้ใจเหล่าบรรดาชายฉกรรจ์ทั้งออฟฟิศไปหมด
เจ้าของใบหน้าสวยส่องกระจกมองความเรียบร้อยบนใบหน้าอีกครั้ง วันนี้ลิปสติกที่ทามาสีไม่แซ่บเลย เธอควรจะเปลี่ยนเป็นสีที่ใช้ประจำดีหรือเปล่า แต่ว่าสีนี้มันเหมาะกับชุดที่เธอใส่ตอนนี้มาก
ระหว่างที่หัวหน้าสาวกำลังสำรวจความเรียบร้อยตนเองอยู่นั้น ร่างสูงกำยำของใครบางคนก็เดินหน้าเนือยเข้ามาในแผนก ก่อนที่แฟลชไดรฟ์สีดำจะวางปึงลงบนโต๊ะจนโปรดปรานต้องรีบเงยหน้ามองเจ้าของการกระทำนั้น
ไอ้เด็กบ้าที่กวนประสาทเธอเมื่อกี้นี้แหละ!
“ไฟล์ที่ลูกค้าส่งมาเปิดไม่ได้ เปิดให้หน่อย” น้ำเสียงเย็นชาเปล่งออกมาจากรองประธานหนุ่มร่างสูง
โปรดปรานปรายตามองเขาชั่วครู่อย่างที่เขาเพิ่งทำใส่เธอ ก่อนจะจับแฟลชไดรฟ์นั้นโยนข้ามฉากกั้นไปให้กีตาร์
ปึก!
“โอ๊ยเจ๊! มันจะลงกลางกบาลเนี่ย” ลูกน้องหนุ่มยกมือคลำศีรษะตนเองป้อยๆ พลางหยิบแฟลชไดรฟ์มาเสียบเข้ากับอะแดปเตอร์ “อันไหนครับคุณเหมันต์”
“ซิปไฟล์ทั้งหมดนั่นน่ะ” อีกคนตอบกลับอย่างขอไปที เพราะมัวแต่จ้องหัวหน้าสาวซึ่งกำลังส่องกระจกใช้ปลายเล็บดันขนตาตนเอง “จ้างมาทำงาน ไม่ได้จ้างให้มาส่องกระจก”
“จิ๊! ฉันจะออกไปพบลูกค้ากับคิม” เธอตอบเขาแล้วเก็บกระจกกลับเข้ากระเป๋า ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงแข่งกับอีกฝ่าย แต่ต่อให้ส้นสูงสี่นิ้วจะช่วยเพิ่มส่วนสูงของแม่เสือดาวสาวขนาดไหน โปรดปรานก็ยังสูงเลยไหล่ของเหมันต์เล็กน้อยเท่านั้น “เฝ้าแผนกกันด้วยนะ เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก”
เสียงหวานสั่งคนในทีม หลังจากคว้ากระเป๋าสะพายและแล็ปท็อปมาถือไว้ในมือ
“ครับผม!!” ทั้งหมดทำท่าตะเป๊ะด้วยความพร้อมเพรียง ตอบรับเสียงดังฟังชัด
ทว่าอีกคนยังยืนตัวใหญ่ไม่ยอมหลบทางให้
“ถอยหน่อยเหมันต์ เดี๋ยวสาย”
“ตัวใหญ่ขนาดไม่มีที่ให้เดิน?”
“แกสิตัวใหญ่ไอ้เด็กเวร”
ปึก!
ร่างบางชนไหล่แกร่งเดินกระแทกเท้าจากไป ร่างสูงยืนเหม่อมองโต๊ะว่างเปล่าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเดินออกจากแผนกวิเคราะห์ระบบ
“อ้าว! คุณเหมันต์ไม่รอไฟล์ก่อนเหรอครับ” กีตาร์เรียกตัวรองประธานหนุ่มเอาไว้เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายลืม เหมันต์จึงเดินกลับมานั่งรอบนเก้าอี้หัวหน้าแผนกอย่างเสียไม่ได้ “รันไฟล์ใกล้เสร็จแล้วครับอีกไม่เกินสิบนาที”
“อือ” ปากเขาครางตอบรับ แต่สายตากลับจับจ้องให้ความสนใจกับรูปถ่ายมากมายที่ถูกแปะเอาไว้บนโต๊ะทำงาน
ทั้งภาพที่ถ่ายกับคนในแผนกตอนไปเอาต์ติ้งของบริษัท รวมถึงภาพถ่ายในวันรับปริญญาทั้งสองใบซึ่งมีพี่ชายและตนเองรวมเฟรม
“เสร็จแล้วครับคุณเหมันต์”
“อืม ขอบใจ”
“จริงๆ ไฟล์แค่นี้ให้พวกคิวเอ[2] ที่อยู่หน้าห้องเปิดให้ก็ได้นะครับ ไม่เห็นต้องเดินมาไกลถึงนี่เลย”
“ไม่ไกล”
“ครับ?”
“ทางผ่าน แวะไปห้องน้ำมา”
เชิงอรรถ
[1] แก้บัค/ ดีบัค (debug) หมายถึง การขจัดปัญหาและจุดบกพร่องต่างๆ ในโปรแกรมให้หมดไป ก่อนที่จะนำโปรแกรมนั้นไปใช้ ที่ใช้ศัพท์คำนี้เพราะนักเขียนโปรแกรมจะเรียกจุดบกพร่องของโปรแกรมว่า bug
[2] คิวเอ (QA / Quality Assurance) คือตำแหน่งที่ทำหน้าที่ทดสอบคุณภาพและป้องกันความบกพร่องของซอฟต์แวร์ภายในองค์กร ให้สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นตรงวัตถุประสงค์ของผู้พัฒนา
🌷🌷🌷