LOGIN[ประกาศจากไรท์ลิมาซ่า : กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนอีบุ๊กนะคะ และขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคุณ 'Supercar' ที่โดเนทเข้ามาเป็นกำลังใจก้อนโต ไรท์ซาบซึ้งใจมากๆ เลยค่ะ! หากคุณ Supercar ได้อ่านข้อความนี้ รบกวนทัก Messenger ของไรท์ (แนบลิงก์) มาหน่อยนะคะ ไรท์อยากจะส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการขอบคุณส่วนตัวค่ะ รักรี๊ดทุกคนนะคะ จุ๊บๆ]
หญิงสาวกดโพสต์ข้อความนั้นลงไป รอยยิ้มภูมิใจปรากฏบนใบหน้า แม้จะโดนบูลลี่เรื่องฉาก NC อยู่บ้าง แต่รายได้ขนาดนี้ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอให้ฟูฟ่องแล้ว เธอนั่งจัดแจงพล็อตนิยายเรื่องใหม่ 'รักลับๆ กับคุณอาข้างบ้าน' โดยเอาคาแรคเตอร์ของปกรณ์มาเป็นต้นแบบพระเอกอย่างไม่ลังเล ทั้งความเนี้ยบ ความหล่อ และสายตาคมกริบที่มองมาเมื่อครู่ ทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงเป็นตัวอักษรอย่างลื่นไหล เวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ ขณะที่เธอกำลังพิมพ์เพลินๆ อยู่นั้นเอง...
"ติ๊ง!" เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน Messenger ดังขึ้นขัดจังหวะ อาลิมาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอปรากฏข้อความจากบุคคลแปลกหน้าที่ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก โปรไฟล์เป็นรูปสปอร์ตคาร์สีดำสนิทสุดเท่...
[Supercar : สวัสดีครับไรท์ลิมาซ่า ผมเห็นประกาศของคุณแล้ว... ไม่ทราบว่าของขวัญพิเศษที่ว่า คืออะไรหรือครับ?]
ดวงตากลมโตของอาลิมาเบิกกว้างขึ้น หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น นักอ่านสายเปย์ตัวพ่อทักมาหาเธอแล้ว! โดยที่เธอหารู้ไม่เลยว่า... คนที่ซ่อนอยู่หลังรูปโปรไฟล์รถสปอร์ตคาร์นั้น แท้จริงแล้วก็คือกำลังนั่งอมยิ้มมองหน้าจอไอแพดอยู่หลังกำแพงห้องทำงานที่ติดกับเธอเพียงแค่คืบเดียวนี่เอง...
"ว่าแต่... ขอเสียมารยาทถามได้ไหมคะ คุณปกรณ์ทำงานอะไรเหรอคะ แต่งตัวเนี้ยบแถมมีเลขาขับรถรับส่งด้วย" ปกรณ์วางส้อมลงชั่วคราว ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ผมทำธุรกิจส่วนตัวน่ะครับ เป็นบริษัทนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์... เรียกง่ายๆ ก็ CEO นั่นแหละครับ แต่มันไม่ได้ฟู่ฟ่าอะไรหรอก ก็แค่พนักงานกินเงินเดือนบริษัทตัวเอง"
อาลิมาตาโตกว่าเดิม "โห... ระดับ CEO เลยเหรอคะ?" เธอหยุดคิดไปนิดหนึ่ง ความสงสัยแล่นเข้ามาในหัวจนเก็บไว้ไม่อยู่
"ถ้าคุณเป็นถึงระดับผู้บริหาร ทำไมถึงมาซื้อบ้านแฝดขนาดกะทัดรัดแบบนี้ล่ะคะ? ฉันหมายถึง... ระดับคุณน่าจะซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ หรือไม่ก็พูลวิลล่าหรูๆ ไปเลย" ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาของเขาจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
"บ้านหลังใหญ่... ถ้าต้องอยู่คนเดียวมันก็คงเหงาแย่เลยนะครับ คุณว่าไหม?" คำตอบของเขาทำเอาอาลิมาชะงักไปเล็กน้อย
"ผมเป็นคนชอบพื้นที่ที่ตัวเองสามารถจัดการได้ ควบคุมได้ครับ" ปกรณ์อธิบายต่อ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นแต่นุ่มนวล "ผมไม่ชอบสเปซที่มันกว้างเกินความจำเป็น มันทำให้รู้สึกอ้างว้าง บ้านแฝดไซส์นี้กำลังดีสำหรับผม มีพื้นที่ส่วนตัวดูแลรักษาง่าย และที่สำคัญ... มันไม่ทำให้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่ามี 'เพื่อนบ้าน' อยู่ใกล้ๆ และได้แชร์กำแพงบ้านกัน"
ประโยคสุดท้ายของเขามาพร้อมกับสายตาที่มองตรงมาที่เธออย่างมีความหมาย อาลิมารู้สึกร้อนวูบวาบที่พวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้
"ความคิดเหมือนฉันเลยค่ะ..." เธอพึมพำออกมาเบาๆ
"ฉันเองก็คิดว่าบ้านเดี่ยวมันใหญ่เกินไปสำหรับคนอยู่คนเดียว เลยเลือกบ้านแฝด... ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะมีมุมมองคล้ายกัน ฉันนึกว่าพวกผู้บริหารจะชอบอะไรที่มันกว้างขวางโชว์ความสำเร็จเสียอีก"
"ผมเป็นพวก Introvert รักสันโดษน่ะครับ ชอบอยู่กับบ้าน อ่านหนังสือ เล่นกับแมว... แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองจากการมีเพื่อนใหม่หรอกนะครับ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่ทำอาหารอร่อยๆ แบบนี้" คนถูกชมก้มหน้างุดซ่อนรอยยิ้มเขิน
"ถ้าคุณชอบ วันหลังฉันจะทำมาเผื่ออีกก็ได้ค่ะ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกับที่คุณช่วยดูแลตอนฉัน... เอ่อ... ตอนฉันเมา"
"ยินดีเลยครับ" ปกรณ์ยิ้มกว้าง แววตาของเขาเป็นประกายวิบวับ
"งั้นต่อไปนี้ เราถือว่าสนิทกันในฐานะเพื่อนบ้านแล้วนะครับ... เรียกผมว่า 'พี่กรณ์' หรือ 'อากรณ์' ก็ได้ ถ้าคุณเห็นว่าผมแก่กว่า"
"แหม คุณเพิ่งจะสามสิบต้นๆ เองมั้งคะ ไม่ได้แก่ขนาดจะเป็นอาสักหน่อย"
อาลิมาหัวเราะร่วน บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในพื้นที่เล็กๆ ของบ้านแฝดหลังนี้ หลังจากคุยกันสัพเพเหระอีกพักใหญ่
อาลิมาก็ขอตัวกลับบ้านเพื่อไปทำงานต่อ ปกรณ์เดินมาส่งเธอที่ประตูรั้ว สายตาของเขามองตามแผ่นหลังบางจนกระทั่งเธอเดินเข้าบ้านและประตูปิดลง ชายหนุ่มล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"น่ารักกว่าที่คิดอีกนะ... แม่นักเขียนตัวแสบ" เขากล่าวกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ทางฝั่งของอาลิมา ทันทีที่ล็อกประตูบ้าน เธอก็ทิ้งตัวพิงบานประตู ยกมือขึ้นทาบอกซ้ายที่บัดนี้ก้อนเนื้อข้างในมันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมา
"บ้าจริง... ทำไมต้องใจเต้นแรงขนาดนี้ด้วยเนี่ย อาลิมา! ท่องไว้ๆ เขาเป็นแค่เพื่อนบ้าน เป็นแค่ลุงข้างบ้าน!" เธอสะบัดหัวไล่ความรู้สึกวาบหวามนั่นออกไป ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องทำงานเพื่อเตรียมตัวจัดการพล็อตนิยายของเธอ
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เพื่อสุขภาพตัวโปรด เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมา นิ้วเรียวเคาะคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วเพื่อเช็กกระแสของอีบุ๊กที่เพิ่งวางขายไป
ยอดโหลดพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่าชื่นใจ และเงินโดเนท 100,000 บาทจากนักอ่านที่ชื่อ 'Supercar' ซูเปอร์คาร์ ก็ถูกโอนเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งอาลิมาจึงพิมพ์ข้อความลงในหน้าประกาศของแพลตฟอร์มนิยาย
“คุณอา นี่คุณอา ให้คนมาทุบกำแพงรั้วทำไมคะ!” อาลิมาตกตะลึง หันไปมองหน้าซีอีโอหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “ก็อาเคยบอกหนูแล้วไงครับ... ว่าอาไม่ชอบสเปซที่กว้างเกินไปตอนอยู่คนเดียว อาถึงซื้อบ้านแฝด” เขาดึงร่างบางเข้ามากระชับกอดจากด้านหลัง กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “แต่ตอนนี้... อาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว อาอยากได้พื้นที่กว้างๆ ให้ลูกๆ ของเราได้วิ่งเล่น อยากได้ห้องนอนใหญ่ๆ ให้ภรรยาของอา... และที่สำคัญที่สุด อาขี้เกียจปีนรั้วมาหาหนูตอนดึกๆ แล้วครับ” คำว่า ‘ลูกๆ’ และ ‘ภรรยา’ ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่า อาลิมากัดริมฝีปาก กลั้นยิ้มจนแก้มแทบแตก “แต่ทุบรั้วทิ้งแบบนี้ มันก็กลายเป็นบ้านหลังเดียวกันเลยสิคะ...”“ก็ทำให้มันเป็นบ้านหลังเดียวกัน... ครอบครัวเดียวกันเลยสิครับ” ปกรณ์ผละออกจากแผ่นหลังบาง เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ท่ามกลางฝุ่นปูนจางๆ และเสียงคนงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลๆ ซีอีโอหนุ่มระดับร้อยล้าน...ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเธอ... ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นหญ้า! อาลิมาเอามือทาบอก น้ำตาแห่งความปิติรื้นขึ้นมาจนดวงตาพร่ามัว ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกร
“ลิมาเพิ่งอายุ 24 เองนะคะ ยังอยากเขียนนิยายไปอีกนานๆ เลย” เธอแกล้งเฉไฉ“แต่งงานแล้วก็เขียนนิยายได้นี่ครับ... แถมอาจะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ให้หนูมีห้องทำงานกว้างๆ หรือไม่อาจะทุบกำแพงบ้านแฝดของเราทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องปีนรั้วไปหากันให้เหนื่อย... ดีไหมครับ?”“นี่คุณกรณ์กำลังขอลิมาแต่งงานเนียนๆ หรือเปล่าคะเนี่ย ไม่มีแหวนเพชร ลิมาไม่เซฟพล็อตนี้นะคะ บอกเลย!” อาลิมาหัวเราะร่า แกล้งแซวเขากลับ โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายตรงหน้าเตรียม ‘ของจริง’ ไว้รอเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว! ดินเนอร์คืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความรัก และการพูดคุยถึงอนาคต ทั้งคู่แลกเปลี่ยนเรื่องราวในอดีต ปกรณ์เล่าว่าเขาภูมิใจแค่ไหนที่เห็นเธอเติบโตมาเป็นผู้หญิงที่เก่งและเข้มแข็ง ส่วนอาลิมาก็สารภาพว่าเธอแอบเอาคาแรคเตอร์ความเนี้ยบและความหื่นของเขาไปใส่ในนิยายทุกๆ ตัวอักษรเมื่อกลับมาถึงบ้านแฝดในยามดึก ปกรณ์ไม่ได้ปีนรั้วกลับไปบ้านตัวเอง แต่เขาเดินตามอาลิมาเข้ามาในบ้านของเธออย่างหน้าตาเฉย“คุณอากลับบ้านตัวเองไปเลยนะคะ คืนนี้ลิมาจะปั่นตอนจบให้เสร็จ ห้ามกวน!” เธอหันไปดันอกเขาเมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขก“ไม่ได้กวนครับ อาแค่จะนอนกอดหนูเฉยๆ สัญญ
“แล้วตอนที่เราเจอกันที่บ้าน... คุณกรณ์รู้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมคะ!” เธอเงยหน้าขึ้นถามทั้งน้ำตา ชายหนุ่มส่ายหน้า รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา“อาไม่รู้เลยครับ... อารู้แค่ชื่อและนามสกุลของเด็กผู้หญิงที่อาส่งเสีย แต่ไม่เคยเจอตัวจริง อาแค่บังเอิญไปซื้อบ้านแฝดหลังนั้นเพราะอยากได้ความสงบ และอาก็บังเอิญมาซื้อบ้านติดกับหนู..จนกระทั่งวันที่อาพยุงหนูที่เมากลับบ้าน แล้วเห็นชื่อนามสกุลของหนูบนกล่องพัสดุที่หน้าประตูบ้านนั่นแหละ อาถึงได้รู้ว่า... เด็กผู้หญิงที่อาเฝ้าดูการเติบโตมาตลอด 8 ปี คือยัยเด็กดื้อข้างบ้านของอานี่เอง” อาลิมาฟังแล้วก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“ฮือออ... มันบังเอิญเกินไปแล้ว... โลกกลมเกินไปแล้ว”“มันไม่ใช่ความบังเอิญหรอกครับลิมา...” ปกรณ์เชยคางมนขึ้นมา จูบซับน้ำตาที่แก้มใสให้อย่างทะนุถนอม“มันคือ ‘พรหมลิขิต’ ต่างหาก... พรหมลิขิตที่ดึงเราสองคนมาเจอกัน ดึงให้เรามารักกัน”“แล้วทำไมตอนที่รู้ความจริง คุณกรณ์ถึงไม่บอกลิมาล่ะคะ ปล่อยให้ลิมา... เอ่อ... ลิมาทำตัวบ้าๆ บอๆ ใส่ตั้งนาน” เธอถามเสียงอู้อี้ นึกถึงตอนที่ไปยั่วเขา ขอให้เขาสอนประสบการณ์เลิฟซีนให้ ถ้ารู้แต่แรกว่าเขาคือผู้มีพระคุณ
ปกรณ์ได้ฟังเหตุผลก็คลายความหึงหวงลง เปลี่ยนเป็นความชื่นชมและเอ็นดูแทน “อ้าว... งั้นเหรอครับ เป็นเด็กดีจังเลยนะแฟนใครเนี่ย... ให้อาไปช่วยถือของไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลิมาจัดการเองได้ คุณกรณ์พักผ่อนเถอะค่ะ เพิ่งหายไข้ด้วย ไม่อยากให้ไปตะลอนๆ ข้างนอก... อีกอย่าง ลิมาอยากใช้เวลาคุยกับน้องๆ ด้วย” เธอปฏิเสธอย่างเกรงใจ เพราะไม่อยากให้เขาต้องไปเหนื่อยกับกิจกรรมของเธอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“เสียดายจัง... ความจริงพรุ่งนี้ช่วงสายๆ อาก็มี ‘นัด’ ไปทำธุระสำคัญเหมือนกันครับ กะว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมารับหนูไปเดต... ถ้างั้น เอาไว้ตอนเย็นเราค่อยไปทานข้าวฉลองการเป็นแฟนกันดีไหมครับ?”“ดีค่ะ! งั้นตอนเย็นลิมาจะแต่งตัวสวยๆ รอคุณแฟนพาไปเลี้ยงนะคะ!” ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความสุข โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ‘ธุระสำคัญ’ ของปกรณ์ และ ‘นัดเลี้ยงอาหาร’ ของอาลิมา ในวันพรุ่งนี้... คือจุดหมายปลายทางเดียวกัน! และความลับที่ถูกปิดบังมานานนับสิบปี กำลังจะถูกเปิดเผย ณ สถานที่แห่งนั้น!เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส อาลิมาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบิกบานใจเป็นพิเศษ หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน
ที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างเธอ หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาด้วยความตื้นตัน หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ“ตกลงค่ะ... ลิมาจะเป็นแฟนคุณอา แต่มีข้อแม้ข้อเดียวนะคะ”“ข้อแม้อะไรครับ? ให้เหมาอีบุ๊กแจกพนักงานอีกเหรอ?” เขาแกล้งแหย่“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตีอกเขาเบาๆ“ข้อแม้ก็คือ... คุณอาห้ามไปยิ้มหล่อๆ หรือให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ทำกับเลขาฯ โบว์ หรือคุณพลอยอีกนะคะ... ลิมาเป็นคนขี้หึงมากนะ บอกไว้ก่อน!” ปกรณ์หัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย“รับทราบครับคุณแฟน! ต่อไปนี้อาจะยิ้มให้หนูคนเดียว จะกอดหนูคนเดียว และจะ ‘รัก’ หนูคนเดียว... พอใจหรือยังครับ?”“พอใจที่สุดเลยค่ะ” ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตแสนหวานเพื่อเป็นการประทับตราสัญญารักอย่างเป็นทางการ เป็นจูบที่ไม่ได้มีความเร่าร้อนดุดันเหมือนเมื่อคืน แต่กลับอบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความสุขที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา...ก๊อกๆๆ!“ฮัลโหลลล! สองผัวเมียข้างบนน่ะ ตื่นหรือยังคะ! แดดส่องจนจะไหม้เตียงแล้วนะ!”เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังมาจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาในครัว อาลิมาสะดุ
สิ้นคำพูด ริมฝีปากร้อนจัดดั่งไฟสุมก็ประกบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและเรียกร้อง อาลิมาเปิดปากรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยแรงหึงหวงและแรงปรารถนาอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวาน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ พิษไข้ทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ทุกครั้งที่เขารดรินลมหายใจใส่ ผิวเนื้อของเธอก็เห่อร้อนตามไปด้วยมือหนาเลื่อนลงไปรูดซิปชุดเดรสสีดำตัวปัญหาออกจนพ้นทาง ลอกคราบนักเขียนสาวจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวเนียน ปกรณ์คำรามในลำคอด้วยความคลั่งไคล้ เขาดันร่างบางให้นอนราบลงกับเตียง ก่อนจะตามไปทาบทับ“คุณอา... อ๊ะ...”อาลิมาครางกระเส่าเมื่อเขาก้มลงครอบครองยอดปทุมถันสีสด ดูดเม้มและขบกัดเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเพื่อสร้างรอยรักสีแดงกุหลาบ ร่องรอยเก่าที่เริ่มจางหายถูกทับด้วยรอยใหม่ที่เข้มและชัดเจนกว่าเดิม ปกรณ์ลากไล้ริมฝีปากลงมาตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะฝังใบหน้าลงกับใจกลางความเป็นหญิงที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน“อ๊า!. คุณอา อย่าค่ะ ลิมาเสียว... อื้อออ!”ร่างบางบิดเร่าโค้งงอราวกับคันธนู มือเล็กขยุ้มเส้นผมของชายหนุ่มแน่น ปกรณ์ใช้ปลายลิ้นร้ายกาจตวัดไล้จุดอ่อนไหวอย่าง







