เข้าสู่ระบบบทที่ 02
พอเดินเข้ามาในบ้าน ฉันก็สัมผัสได้ทันทีว่าบ้านหลังนี้ ไม่ธรรมดา ใหญ่โต อลังการชนิดที่โรงแรมห้าดาวยังต้องหลบให้ พวกแม่บ้านเดินไปมาดูวุ่นวาย แต่ก็ยังยกมือไหว้ฉันด้วยความสุภาพ “ห้องที่ฉันให้เตรียมไว้พร้อมแล้วใช่ไหม?” น้ำถามแม่บ้าน “เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหนู” “นี่คือคุณชบา เพื่อนฉันเอง เธอจะมาเป็นคนดูแลเฮียแม็ก” “สวัสดีค่ะ คุณชบา” “ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ เรียกชบาเฉยๆ ก็พอค่ะ สบายๆ” พวกแม่บ้านยิ้มรับก่อนจะช่วยถือของขึ้นไปเก็บบนห้อง ส่วนฉันก็โดนน้ำลากแขนพาไปข้างบนทันที “เดี๋ยวนะน้ำ... พ่อแม่เขาไม่อยู่บ้านเหรอ?” “อืม คุณลุงกับคุณป้าไปดูงานที่ต่างจังหวัด อีกสองอาทิตย์ถึงจะกลับ” “อ๋อ... โอเค” น้ำพาฉันมายืนหน้าห้องหนึ่งประตูไม้สักสีเข้ม บรรยากาศหน้าห้องนี่คือไม่ใช่แค่เงียบ แต่มันกดดันสุดๆ “นี่แหละ ห้องเฮียแม็ก” เธอกำลังจะเปิดประตู แต่ยังไม่ทันที่มือเธอจะจับลูกบิด... ตุบ! เพล้ง!! เพล้งงง!!! เสียงของปาอะไรบางอย่างกระแทกกำแพงดังลั่น “กูบอกว่าไม่กินก็ไม่กินสิวะ!! ออกไป!!!” เสียงตะโกนข้างในห้องดังก้อง เสียงผู้ชายทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด “คุณแม็ก... ทานอะไรสักหน่อยเถอะนะคะ” แม่บ้านเสียงสั่น “มึงจะออกไปดีๆ หรือจะให้กูยิงมึง” “ยะ...ยิงเลยเหรอคะ” "__"เฮือก.... ฉันแทบจะฉี่ราดที่ได้ยินแบบนั้น แกร๊ก... ประตูถูกเปิดออก แม่บ้านเดินออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด...มีเลือดไหลซึมตรงหน้าผากด้วย!! “น้ำ ฉันว่า..” ฉันเริ่มถอยหลังแบบอัตโนมัติ ตัวเย็นเฉียบจนไม่แน่ใจว่าเพราะตกใจหรือแอร์ “ป่ะ! เข้าไปข้างในกัน” น้ำดึงแขนฉัน “เดี๋ยวๆ ฉันว่า...ฉันขอลาออกดีกว่าน้ำ เดี๋ยวฉันเอาเงินคืนให้แกก็ได้!” “ไม่ได้! แกเซ็นสัญญากับฉันแล้ว เข้าไปเดี๋ยวนี้” “ไม่ไป! ไม่เอา!!” ฉันส่ายหน้ารัวๆ “มา! ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ด้วย!”พูดจบน้ำก็ลากฉันเข้าไปในห้อง...ทันทีที่เท้าเหยียบเข้ามาในห้อง ฉันรู้เลยว่าที่นี่คือดงเสือของแท้!! เสียงขวดเหล้าพุ่งเฉียดหัวไปแบบเส้นยางแดงผ่าแปด ฟิ้ววว!!! เพล้งงง!!! “กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาอีก!!! ออกไป!!!” เสียงตะโกนดังก้อง เขายืนหันหลังให้พวกเรา ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ พับแขนเสื้อไว้ครึ่งแขน ตัวสูงใหญ่ กล้ามแน่นๆ ขึ้นเป็นลอนให้เห็นชัดแม้จะอยู่ในเสื้อเชิ้ต เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงนิดๆ เหมือนคนที่ไม่ได้หลับไม่นอนมาหลายวัน น้ำถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นแข็งขึ้น “เฮียแม็ก... นี่น้ำเอง” “ออกไป ฉันไม่อยากเจอใคร” เสียงเขาเย็นเยียบ แต่...ฉันสิ ตัวเย็นกว่า! “ฉันมีคนจะมาแนะนำ” น้ำพูดเรียบๆ “เธอจะมาเป็นคนดูแลเฮีย” เขาหันหน้ามาอย่างช้าๆ จังหวะนั้น...ใจฉันแทบหยุดเต้น ตึก…ตึก…ตึก… พอเห็นหน้าเขาชัดๆ เท่านั้นแหละ…หัวใจฉันแทบวาย หล่อชิบหาย! แต่น่ากลัวชิบหายยิ่งกว่า!! ดวงตาเรียวคมจ้องมาที่ฉันเหมือนจะเฉือนเนื้อฉันเป็นชิ้นๆ หน้าตาเขาเคร่งเครียดจนแทบไม่เห็นแววของมนุษย์ “ออกไป!!!” ฉันสะดุ้งโหยง พร้อมกับหมุนตัวกลับรีบวิ่งออกจากห้อง พวกเราทั้งคู่วิ่งออกจากห้องแบบไม่หันกลับมามองเลยด้วยซ้ำ พอออกมานอกห้องขาฉันทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง “น้ำ!! ฉันไม่เอาด้วยแล้วเว้ยงานนี้!!! ขอลาออก” “ไม่ได้!” น้ำพูดเสียงจริงจัง “ในสัญญาระบุไว้ว่าห้ามลาออกทุกกรณีจนกว่าจะครบกำหนด ถ้าแกถอนตัว ต้องจ่ายเงิน 10 ล้าน” “ห๊า!!!”เท่านั้นแหละฉันล้มตัวลงนอนกับพื้นอีกครั้ง แล้วทุกอย่างมืดไปทันที... หลายชั่วโมงต่อมา… “วันแรกคุณชบาก็เป็นลมซะแล้ว แบบนี้จะไหวไหมคะคุณน้ำ?” “เอาเถอะ ยังไงพวกเราก็ต้องช่วยชบาดูแลเฮียแม็กแล้วล่ะ ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้” ฉันเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาได้ยินเสียงคนพูดกันอยู่รอบๆ ตัว “ชบา! แกเป็นยังไงบ้าง?” น้ำถามพลางประคองฉันให้ลุกขึ้นนั่งรอบตัวฉันเต็มไปด้วยแม่บ้านที่ถือยาดมกันคนละอัน “น้ำ... ฉันขอยกเลิกสัญญาได้ไหม ฉันคงไม่รอดแน่ๆ…” “ไม่ได้ แกเซ็นสัญญาแล้ว เอกสารนั่นคุณลุงสุชาติเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง แกจะโดนปรับสิบล้านนะชบา ฉันก็เตือนแกแล้วว่าให้อ่านก่อนเซ็น”ฉันกุมขมับ “โอ๊ย... ฉันก็ผิดเอง ไม่อ่านให้ดี เห็นว่าเป็นเพื่อนกันเลยไว้ใจ เงินตั้งสิบล้าน ฉันไม่มีปัญญาหาให้หรอก… สรุปคือ...ฉันต้องอยู่ที่นี่จริงๆ สินะ?” “ใช่ แกต้องสู้!” ฉันถอนหายใจยาว “โอเค...ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็สู้แม่งนี่แหละ” “แล้ว...น้ำ แกช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ว่าทำไมพี่ชายแกถึงได้กลายเป็นแบบนี้…” น้ำเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “เฮียแม็กเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนะ แต่ก่อนเขาเป็นคนขี้เล่น ใจดี รักเพื่อนฝูง ถึงจะเป็นมาเฟียแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใครเปล่าๆ... จนกระทั่ง...วันนั้น” “วันไหน?” “หนูนิด...แฟนเก่าของเฮีย เธอเสียชีวิตต้นปีนี้เอง อุบัติเหตุรถชน วันนั้นเธอกับเฮียทะเลาะกันอย่างหนัก...หลังจากนั้นเฮียก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน” ฉันนั่งฟังเงียบๆ พอได้รู้เรื่องราว...หัวใจก็ห่อเหี่ยวไปกับเขานิดๆแต่ถึงยังไงฉันก็สงสารตัวเองมากกว่า...ตอนนี้ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนหลังจากงานแต่งของมิกซ์ชีวิตภายในบ้านกลับมาสงบอีกครั้ง...อย่างน้อยเฮียแม็กก็คิดแบบนั้นเช้าวันนี้อากาศสดใสกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาภายในห้องอาหารบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูมากมายจนเหมือนกำลังจัดเลี้ยงทั้งข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง สลัด ผลไม้ และน้ำผลไม้หลากชนิดสาเหตุไม่ใช่อะไรแต่เป็นเพราะชบาที่กำลังตั้งครรภ์และอารมณ์ของคนท้องนั้น...เดาไม่ได้เลยสักวันเมื่อวานอยากกินมะม่วงเปรี้ยววันนี้อยากกินส้มตำพอซื้อมาก็ไม่กินแล้วเปลี่ยนไปอยากกินเค้กแทนจนแม่ครัวทั้งบ้านเริ่มปวดหัวกันหมด"ชบา ลองกินอันนี้ไหม"เฮียแม็กตักโจ๊กใส่ถ้วยส่งให้ภรรยาชบามองถ้วยโจ๊กนิ่ง ๆ อยู่สามวินาทีก่อนจะส่ายหน้า"ไม่เอา""แล้วอันนี้ล่ะ""ไม่เอา""ขนมปัง""ไม่เอา""ผลไม้""ไม่เอา"เฮียแม็กเริ่มกุมขมับ"แล้วมึงจะกินอะไรครับ"เฮียแม็กหลุดปากพูดคำหยาบออกมาอย่างเลยอด ชบานั่งคิดจริงจังอยู่พักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น"อยากกินสายไหม"ทันทีที่ชบาพูดจบ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เงียบลงอย่างพร้อมเพรียงเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเฮียแม็กกะพริบตาช้า ๆ เหมือนกำลังประมวลผลคำพูดเมื่อ
สองสัปดาห์หลังจากนั้น... งานแต่งงานของมิกซ์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายในเรือนหอหลังใหม่ที่คุณสุชาติซื้อไว้ให้คู่บ่าวสาว ตัวบ้านโอ่อ่าหรูหราไม่ต่างจากคฤหาสน์ของมิริน แขกผู้มีเกียรติจากหลายวงการเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจนแน่นพื้นที่ ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวเข้าสู่พิธี แม็กกลับกำลังปวดหัวกับการตามหาตัวเจ้าบ่าวที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย "เจอคุณมิกซ์หรือยังคะ?" ชบาถามขึ้น "ยังเลย" แม็กถอนหายใจ "ไอ้ก้อง มึงเจอมันไหม" "เจอแล้วครับนาย" "อยู่ไหน" "อยู่บนต้นไม้ครับ" "ห๊ะ?!" แม็กถึงกับยกมือกุมขมับทันที ไม่นานก้องก็พาเขาไปยังต้นมะม่วงต้นใหญ่ด้านหลังเรือนหอ และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นไม้ มิกซ์กำลังนั่งกินมะม่วงอยู่บนกิ่งไม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไอ้มิกซ์! ลงมาเดี๋ยวนี้!" "ไม่ลง!" "พิธีจะแต่งแล้วนะเว้ย!" "ไม่ลง!" "ไอ้มิกซ์!" ชบาจึงลองช่วยเกลี้ยกล่อม "คุณมิกซ์คะ ลงมาเถอะค่ะ ถ้าลงมาเดี๋ยวชบาให้หอมแก้ม" พรึ่บ! เพียงสิ้นเสียง มิกซ์ก็กระโดดลงจากต้นไม้ทันทีราวกับลิงติดจรวด "โอ้โห..." ทุกคนอึ้งไปตาม ๆ กัน แต่พอลงมาถึงพื้น เจ้าตัวกลับทำปากจู๋แล
สุดท้ายแล้วการมาดูตัวในครั้งนี้ก็กลายเป็นการยกขบวนกันมาทั้งบ้าน นอกจากแม็กกับชบาแล้ว ยังมีคุณสุชาติ คุณหญิง มิกซ์ ก้อง และภูมิที่ถูกดึงตัวมาด้วยในฐานะคนติดตาม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทาง ขบวนรถหลายคันค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์สไตล์ญี่ปุ่นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้หนาทึบ บรรยากาศรอบบ้านเงียบผิดปกติจนชวนขนลุก มิกซ์ลดกระจกลงมองไปรอบ ๆ ก่อนขมวดคิ้ว "ป๊า แน่ใจนะครับว่ามาถูกบ้าน" "ถูกสิ" คุณสุชาติตอบอย่างมั่นใจ "เมื่อเช้ายังโทรคุยกับคุณฮิโรชิอยู่เลย" ไม่นาน ประตูรั้วก็เปิดออก หญิงสาวผมยาวในชุดกิโมโนสีดำเดินออกมาต้อนรับอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าขาวซีดไร้อารมณ์ของเธอทำให้ทุกคนมองตามโดยไม่รู้ตัว เมื่อรถแล่นเข้าไปด้านในและจอดสนิท ทุกคนจึงทยอยลงจากรถ แม็กกวาดสายตามองรอบบริเวณ บ้านหลังนี้ทั้งใหญ่และสวย แต่กลับให้ความรู้สึกวังเวงอย่างประหลาด ลมเย็นพัดผ่านพร้อมใบไม้แห้งที่ปลิวว่อน ชบาขยับเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย "คุณแม็ก..." "ว่าไง" "บ้านนี้แปลก ๆ ไหมคะ" มิกซ์รีบพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เลยเฮีย ผมว่ามันเหมือนบ้านผีสิง" แม็กหัวเราะในลำคอ "แน่ใจนะว่าป๊ามาขอเมียให้มึง ไม่ได้
คอนโดแสงแดดยามเช้าค่อยๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง เปลือกตาของชบากระพริบไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียหญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกด้านและเอื้อมมือออกไปหาคนที่นอนอยู่ข้างกายแต่กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าชบาขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นเต็มที่ สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อมองหาร่างสูงของคนรัก แต่กลับไม่พบวี่แววของเขาแม้แต่น้อย"คุณแม็กหายไปไหนแต่เช้านะ"หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกจากเตียงและเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้านไม่นานนัก กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะปลายจมูกชบาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามกลิ่นนั้นไปยังห้องครัวภาพที่เห็นทำให้เธออดยิ้มไม่ได้แม็กกำลังยืนอยู่หน้าเตา มือหนากำลังผัดอะไรบางอย่างอยู่ในกระทะอย่างตั้งใจ"ทำอะไรอยู่คะ"ชบาเดินเข้าไปใกล้ พลางชะโงกหน้ามองในกระทะ"ผัดกะเพรากุ้ง"ชายหนุ่มตอบเรียบๆ"ทำให้เมียกิน"เพียงประโยคนั้นก็ทำให้ใบหน้าของชบาร้อนขึ้นทันที"ทำเป็นด้วยเหรอคะ""สำหรับเธอ ฉันทำได้หมด"เขาก้มลงกระซิบข้างหูเบาๆ จนหญิงสาวรีบยกมือขึ้นตีแขนเขาอย่างเขินอาย"บ้า"แม็กหัวเรา
หลายเดือนต่อมา... ภายในห้องพิจารณาคดีของศาล บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันสื่อมวลชน นักข่าว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากต่างเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาในคดีที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการธุรกิจและสังคมชั้นสูง บนบัลลังก์จำเลย...ดาวนั่งอยู่ในชุดนักโทษหญิงสีครีมใบหน้าที่เคยงดงามและเย่อหยิ่งไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความมั่นใจ บัดนี้กลับเหลือเพียงความเหนื่อยล้าและหวาดกลัว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาหลักฐานทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาทีละชิ้น ทั้งคำให้การของลุงชัยคำสารภาพของลูกน้องที่ถูกจับกุมเอกสารทางการเงิน หลักฐานการว่าจ้างมือปืนรวมถึงคดีฆาตกรรมและการทำร้ายผู้คนอีกหลายคดีที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานหลายปีไม่มีทางปฏิเสธได้อีกแล้ว ทุกอย่างชี้มาที่เธอเพียงคนเดียวในขณะที่กำลังนั่งฟังการพิจารณาคดีอย่างเลื่อนลอยนั้น สายตาของดาวก็ค่อย ๆ หันไปมองยังที่นั่งด้านหน้า และหัวใจของเธอก็กระตุกวูบทันที นายศักดา...พ่อบุญธรรมของเธอกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นชายสูงวัยที่เคยปกป้องเธอเสมอคนที่เคยเชื่อใจเธอมากที่สุด วันนี้กลับดูแก่ลงราวกับคนละคนผมหงอกมากขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและแววต
ชบารีบลุกขึ้นทันที น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณฟื้นแล้ว!" แม็กพยายามยิ้ม แต่แผลบริเวณหน้าท้องทำให้เขาเจ็บจนต้องขมวดคิ้ว "อย่าเพิ่งร้องสิ... เดี๋ยวลูกตกใจ" เพียงประโยคนั้น ชบาก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม จนแม็กถึงกับหัวเราะออกมาแผ่วๆ แม้จะเจ็บจนแทบขาดใจ แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นภาพที่เขาอยากเห็นมากที่สุด ผู้หญิงที่เขารัก และลูกของเขา ยังอยู่ตรงนี้ ปลอดภัยทั้งคู่ นั่นก็เพียงพอแล้ว "คุณนี่นะ..." ชบาเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนค้อนเขาเบาๆ "ฟื้นมาก็แกล้งฉันเลย" "ไม่ได้แกล้ง" แม็กตอบเสียงแผ่ว ก่อนค่อยๆ ขยับมือขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วแตะลงบนแก้มของเธอ แม้นิ้วมือจะยังอ่อนแรง แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้ชบาน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง "ขอโทษนะ" ชบานิ่งไป "ขอโทษที่ทำให้เธอกลัว ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ แล้วก็..." เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังหน้าท้องของเธอ สายตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ขอโทษลูกด้วย" น้ำตาของชบาไหลลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรัก ความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แม้เพิ่งรอดชีวิตกลับมาได้ สิ่งแรกที่นึกถึงกลับเป็นภรรยาและลูกของตัวเอง "ลูกไม
มือฉันกำแน่นอยู่ข้างประตู เสียงหัวเราะเบา ๆ ของดาวดังลอดออกมา เสียงทุ้มของเขาแทรกตามมาเป็นระยะ ๆ จังหวะนั้นเอง หัวใจฉันก็เต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา...พวกเขากำลังคุยอะไรกัน หรือว่า.ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ภาพในหัวเริ่มวาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ภาพดาวนั่งชิดใกล้เขา สายตาหวานเยิ้มที่ฉันเคยโดนใช้ใส่ตอนแ
เสียงลมหายใจของตัวเองกลายเป็นเสียงเดียวที่ฉันได้ยินชัดเจนที่สุดตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาเลือกเดินผ่านฉันคุณแม็กก็ไม่เคยมองฉันในแบบเดิมอีกเลยเขายังอยู่ตรงนั้น อยู่ในโชว์รูม อยู่ในบ้าน อยู่ในโต๊ะทำงานตรงข้ามแต่ความรู้สึกของเขามันไปไกลจนฉันวิ่งตามไม่ทัน“คุณแม็กจะรับกาแฟไหมคะ?”ฉันถามเช่นเคย เหมือนท
เสียงดนตรีจังหวะนุ่มดังคลอไปทั่วโชว์รูมหรูหราที่ประดับด้วยแสงไฟและเงาสะท้อนของรถสปอร์ตคันงาม ฉันยืนอยู่ริมขอบเวที มองแขกผู้มีเกียรติก้าวเท้าเข้ามาในงานอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศดูสมบูรณ์แบบทุกอย่างนอกจากหัวใจฉันที่ยังไม่คลี่คลายจากบทสนทนาในห้องแต่งตัวเมื่อครู่ดาวเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมชุดเดรสรัดรูป
สัปดาห์ต่อมาดาวเริ่มงานในตำแหน่งพริตตี้พิเศษของโชว์รูมรถหรูที่บริษัทแม็ก แม้จะดูเหมือนตำแหน่งทั่วไป แต่สายตาหลายคู่ในบริษัทภูมิรู้ดีว่าเรื่องนี้ "ไม่ปกติ"และโดยเฉพาะ...สายตาของชบาเธอเห็นทุกการเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นท่าทางอ่อนหวานเรียบร้อย เสียงพูดนุ่มนวล รอยยิ้มที่ชวนให้นึกถึงใครบางคนในอดีตขอ