Share

บทที่1 ปลดพันธนาการ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-24 12:19:54

2 เดือนก่อน

“พี่จะพาน้องคิลกลับไปอยู่ด้วย” น้ำเสียงที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างคนตัดสินใจมาแล้วของพันเอกคีรี อิชยกุล ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียที่เอื้องเอ่ยออกมาพาให้หัวใจของหนุ่มสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกไหววูบ

ใจหายวาบเมื่อคีรีบอกว่าจะพา “น้องคิล” หรือ เด็กชายคีรกูร อิชยกุล ลูกชายวัย6ขวบเศษของคีรีที่คนทั้งคู่เลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกในฐานะลูกบุญธรรมไปอยู่ที่รัสเซียด้วยกัน...นั่นหมายความว่าจากนี้ไปเขาและเธอจะไม่ได้เจอเด็กน้อยในทุก ๆ เช้าและเย็นอีกต่อไปแล้ว

คริษฐาอ้าปากหมายจะคัดค้านแต่แล้วก็ต้องหุบปากฉับ...แม่บุญธรรมอย่างอย่างเธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากพอจะไปคัดค้านพ่อแท้ ๆ ได้เลย...ไม่มีสิทธิ์จริง ๆ

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คริษฐาที่เป็นเช่นนั้น สามีของหญิงสาวอย่างร้อยตำรวจเอกคีรินทร์ อิชยกุล หรือ ผู้กองคีรินทร์ ผู้เป็นน้องชายแท้ ๆ ของคีรีเองก็ไม่ต่างกัน...เขาและเธอเป็นแค่พ่อแม่บุญธรรมเท่านั้นจะคัดค้านอะไรคีรีได้

“พี่รู้ว่าเคทกับคีย์รักน้องคิลเหมือนลูก แล้วก็เลี้ยงมาตลอด แต่ตอนนี้พี่กับมาช่าเข้าใจกันแล้ว บ้านมาช่าก็เห็นด้วยเรื่องของเราแล้ว น้องคิลควรได้อยู่กับพ่อแม่ พี่กับมาช่าอยากจะใช้เวลาทั้งหมดชดเชยให้ลูกที่หายไปถึง6ปี เข้าใจพี่ด้วย” คีรีเอ่ยเมื่อรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของทั้งคู่ ชายหนุ่มเองก็ละอายใจไม่น้อยเลยที่พูดออกไป 6ปีก่อนเพราะเมริย่า หรือ มาช่า ภรรยาสาวชาวรัสเซียของเขาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคริษฐาถูกผู้ไม่ประสงค์ดีหลอกให้เข้าใจเขาผิดจนฝากลูกชายที่เพิ่งคลอดได้เพียง3เดือนไว้กับคริษฐาที่เป็นญาติผู้น้องเพื่อไปเคลียร์ปัญหาและได้หายตัวไปเขาจึงตามไปทวงภรรยาคืนและยกหน้าที่ดูแลเด็กชายคีรกูรให้คริษฐาก่อนจะไร้การติดต่อไปอีกคนจนทำให้ครอบครัวที่รอโอกาสอยู่แล้วสบโอกาสคลุมถุงชนคริษฐาและคีรินทร์เพื่อรับเด็กชายคีรกูรเป็นลูกบุญธรรมและช่วยกันดูแล

6ปีทีเดียวที่ทั้งคู่ต้องทิ้งอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อเด็กชายคีรกูรแต่ตอนนี้เขากลับมาพูดทำร้ายจิตใจจะพรากเด็กชายคีรกูรไปจากพวกเขา ช่างน่าละอายจริง ๆ

“เคทรักน้องคิลค่ะ ไม่รู้ว่าขาดน้องคิลไปเคทจะเป็นยังไง แต่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องคิล น้องคิลควรได้อยู่กับพ่อและแม่แท้ๆ ของแก ถ้าพี่คีรีตัดสินใจแล้วเคทก็ไม่ขัดข้องค่ะ”

“ผมด้วย น้องคิลอยู่กับพ่อแม่ต้องมีความสุขกว่าอยู่กับผมกับเคทแน่ ๆ แต่ยังไงขอผมกับเคทยังเป็นพ่อคีย์กับแม่เคทได้มั้ย ไม่ชินเป็นอาคีย์เลย” คีรินทร์เอ่ยขณะที่มือหนายื่นมากุมมือคนเป็นภรรยาไว้ แม้ว่าเขาและเธอจะแต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่และเพราะเด็กชายคีรกูรแต่อย่างไรก็คือสามี หน้าที่ปลอบใจภรรยาก็คือหน้าที่ของเขา

คีรีที่ไม่อยากให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบถอนใจก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับเพิ่งคิดขึ้นมาได้ “จริงสิ คีย์ เคท ตั้งแต่กลับมาพี่ยังไม่ได้ขอบใจทั้งสองคนเลย ขอบใจนะที่ช่วยดูแลน้องคิล ขอบใจจริง ๆ”

“ขอบจงขอบใจอะไรกันพี่ เจ้าคิลก็หลานผม อาดูแลหลานทำไมต้องขอบใจ”

“นั่นสิคะไม่เห็นต้องขอบจงขอบใจเลย มาช่ากับเคทก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มาช่าฝากน้องคิลไว้กับเคท เคทก็ต้องดูแลอยู่แล้ว ถ้าพี่คีรีอยากขอบคุณจริง ๆ หลังจากนี้ก็ดูแลน้องคิลดี ๆ แล้วก็หาเพื่อนเล่นให้น้องคิลด้วย น้องคิลร่ำ ๆ อยากมีน้องมาพักใหญ่แล้ว เคทกับพี่คีย์ไม่มีน้องให้แกเล่นด้วย น้องคิลต้องเหงามาหลายปี พี่คีรีต้องรีบๆ มีน้องให้น้องคิลนะคะ” ลูกเสี้ยวสาวที่มีแม่เป็นน้องสาวของพ่อตาอีกฝ่ายเอ่ยก่อนจะแสร้งเย้าแหย่กลบเกลื่อนความเสียใจ “แว่ว ๆ ว่าน้องคิลอยากมีน้องสาวนะคะ ฝาแฝดได้ก็ดีนะ”

“พี่กับมาช่าก็คิด ๆ อยู่ ว่าแต่เราสองคนเถอะ ต่อไปไม่มีน้องคิลอยู่ด้วยคงจะเหงากันแน่...ไม่คิดจะมีสักคนสองคนไว้คลายเหงาเหรอ?”

“ก็ถามกันแต่แบบนี้ล่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายก่อนจะร่ายยาวราวกับอัดอั้น “ลูกนะไม่ใช่หมาใช่แมว นึกอยากมีก็หามาเลี้ยงได้เลยน่ะ ถ้าเขาไม่อยากมาบังคับให้มาเขาก็ไม่มาหรอก เลิกถามกันสักทีเถอะค่ะ”

“เอ่อ..พี่ขอโทษนะพี่ไม่รู้ว่ามีคนถามบ่อย” คีรีที่รู้ว่าตัวเองอาจจะไปพูดแทงใจดำเข้าให้แล้วเอ่ยก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างคนอยู่เป็น “เออจริงสิ คืนนี้พี่ว่าจะพาน้องคิลกับมาช่าไปกินข้าวนอกบ้าน เราสองคนไปด้วยกันสิ”

“ผมมีธุระแล้ว ไปด้วยไม่ได้หรอกครับ”

“เคทเองก็มีนัดกับพี่หมอแล้ว พี่คีรีกับมาช่าพาน้องคิลไปเถอะค่ะ พ่อแม่ลูกจะได้คุ้นชินกันมากขึ้น”

“หว่า เสียดายจัง งั้นไว้คราวหน้าแล้วกัน ก่อนพี่กลับต้องได้ไปกินข้าวกับเราสองคนนะ” คีรีไม่รบเร้า ชายหนุ่มเอ่ยแล้วก็ลุกออกไปเมื่อได้ยินเสียงเรียกของภรรยาสาวที่ดังแว่วมาจากสนามหญ้าของบ้านทิ้งให้สองสามีภรรยาที่แต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่ไว้เพียงลำพัง

ดวงตาคู่หวานทรงเสน่ห์ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากมารดาชาวรัสเซียมองผ่านผนังกระจกไปยังสนามหญ้าที่ตอนนี้มีเมริย่า คีรี และเด็กชายคีรกูรกำลังวิ่งเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน รอยยิ้มของเด็กชายคีรกูรทำให้คริษฐาคลี่ยิ้มตาม การได้อยู่กับพ่อแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ขอเพียงแค่หนุ่มน้อยมีรอยยิ้มเธอก็มีความสุขแล้ว แม้ว่าหลังจากนี้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนที่เป็นมาตลอด

มือหนายื่นมาตบไหล่คนที่ยืนยิ้มอยู่ทว่านัยตย์ตาเศร้าก่อนจะเอ่ย “ไม่อยู่3วันนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย”

“งานใหญ่?” หญิงสาวถามพร้อมกับหันมามองใบหน้าคม คีรินทร์เป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดหลายครั้งหลายหนที่เขาหายไปเพื่องานของเขาเป็นเวลาหลายวัน 2-3วันบ้าง 2-3สัปดาห์บ้าง และทุก ๆ ทั้งก็จะบอกเธอไว้อย่างนี้เสมอและทุก ๆ ครั้งเธอก็จะถามอย่างนี้ทุกครั้งเช่นกัน

“ก็หนักเอาการ แต่สบายใจได้ ยังไงก็กลับมาส่งเจ้าคิลได้แน่นอน”

“ให้มันจริงเถอะ”

“เคยพูดแบบนี้แล้วมาไม่ได้มั้ยล่ะยัยจุ้น” เขาพูดก่อนจะยักไหล่และเอ่ยในเชิงเย้าแหย่ “ไปล่ะ อย่านอนร้องไห้นะ ไม่ได้อยู่ปลอบ”

“ใครเขาจะให้ปลอบ เหอะ” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะหันหลังให้ราวกับคนแสนงอนทว่าคริษฐาก็รู้ดีว่าคนที่ควรจะเย้าหยอกต่อนั้นไม่มีทางสานต่อ เวลาของคีรินทร์มีค่าเกินกว่าจะมาเสียเวลาหยอกเย้าภรรยาที่ผู้ใหญ่หาให้ หยอกไม่จบอย่างนี้ประจำนั่นล่ะ แรก ๆ คริษฐาหันหลังให้เขาเล่นต่อแต่หลัง ๆ การหันหลังคือการตัดใจส่งคนขึ้นชื่อว่าเป็นสามีไปทำภารกิจที่อาจจะเสี่ยงถึงชีวิต

เธอไม่อยากจะมองเขาเดินจากไป ด้วยกลัวว่าเขาจะจากไปแล้วจากไปลับไม่กลับมาหาเธออีก เธอจึงเป็นฝ่ายหันหลังให้เขาเสมอ แม้ไม่พูดอะไรออกไปแต่คีรินทร์ก็รับรู้และเข้าใจได้เสมอ ก็เป็นอย่างนี้ประจำนั่นล่ะ

หลายต่อหลายคนมาเห็นท่าทีของทั้งคู่คงจะแปลกใจอยู่บ้าง ไม่ก็คิดว่าเป็นคู่รักที่น่ารักและเข้าอกเข้าใจกันดี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย แม้หลายอย่างจะเหมือนเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดแต่ก็มีอย่างนึงที่ทั้งคู่ไม่เคยพูดกัน และไม่แน่ว่าอาจจะไม่รู้กันด้วยก็ได้

เพราะคีรินทร์และคริษฐาแทบจะเติมโตมาอย่างเพื่อน อย่างพี่อย่างน้องไม่ได้มาเจอกันในวันนึงและตกหลุมรักกัน คบหาดูใจกัน และแต่งงานกันเหมือนกับคู่แต่งงานคู่อื่น ๆ แต่ทั้งคู่แทบจะอยู่ด้วยกันในเกือบทุกช่วงเวลา บ้านก็อยู่ห่างกันแค่คนละฟากถนน ครอบครัวสนิทสนมเป็นมิตรที่ดีต่อกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ พี่น้องต่างเติบโตมาด้วยกันรวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียวเมื่อต้องมาแต่งงานกันสิ่งหนึ่งที่ไม่มีเหมือนกับคู่แต่งงานคู่อื่นก็คือความรัก และไม่รู้ว่าจะเริ่มปลูกต้นรักกันอย่างไรเพราะความสัมพันธ์มันเกินจุด ๆ นั้นไปแล้ว

เพราะไร้ข่าวคราวของคีรีและเมริย่าเพื่อไม่ให้เด็กชายตัวน้อยต้องรู้สึกขาดคริษฐาจึงต้องรับบทแม่และภรรยา คีรินทร์เองก็ต้องรับบทพ่อและสามีเวลาส่วนใหญ่ก็คือการทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้กับหนุ่มน้อย ความสัมพันธ์ทางด้านหัวใจของทั้งคู่จึงแทบไม่คืบหน้า...ถ้าไม่มีหนุ่มน้อยคีรกูรก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นเช่นไรต่อไป

ดวงตาคู่หวานมองไปยังเด็กชายคีรกูรอีกครั้งก่อนจะถอนใจ...หรืออิสระที่เธอเคยฝันหากำลังจะมาเยือนเธอแล้วจริง ๆ

แล้วตอนนี้เธอต้องการมันหรือไม่? หากตั้งคำถามนี้กับตัวเองในตอนนี้หญิงสาวก็รู้สึกสมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้ ไม่สามารถตอบได้ มันสับสนไปหมด

เธอรักคีรินทร์เหรอ? คำถามนี้เธอก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ มันสับสนยิ่งกว่าคำถามที่แล้วเสียอีก เธอไม่รู้ว่ารักคีรินทร์หรือแค่ผูกพัน ไม่รู้ว่าระหว่างกันมันควรเรียกว่ารักหรือผูกพัน...ไม่รู้จริง ๆ

มาแล้วคร่า ฝากติดตามด้วยน๊า เรื่องนี้ไม่ดราม่าจ้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่8 หย่า (ไม่) ขาด

    มือบางลากคนที่ยังมึนจนเกือบจะน็อคกลางอากาศออกมาจากตึกก่อนจะรีบปล่อยมือเมื่อพาชายหนุ่มมาถึงจุดที่ไร้ผู้คน“ไง หายงงยัง”“คะ เคท เคทต่อยเฮียเหรอ” เอาตรง ๆ มั้ยล่ะเขาไม่โดนผู้หญิงที่ไหนต่อยมาก่อนเลยโดยเฉพาะคนตรงหน้า ร้อยวันพันปีคริษฐาไม่เคยจะสาวหมัดใส่เขาแม้แต่จะตบกันอย่างหยอกล้อ เธอยังไม่สามารถทำได้เลยสักครั้งนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ“ก็ต่อยน่ะซิ คิดว่าจูบหรือไง”“แล้วมันเรื่องอะไรหะ ถึงมาต่อยกันแบบนี้”“ก็อยากต่อยต่อย ทำไมต่อยไม่ได้เหรอ ก็สอนให้ต่อยเองนี่ เรียนมาก็ต้องใช้...ไม่ถูกเหรอ” หญิงสาวลอยหน้าลอยตาตอบกลับ เล่นเอาคนที่สอนให้ต่อยถึงกับสะอึก... ใช่ เขาเป็นคนสอนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวให้เธอเองและก็เคยบอกเธอด้วยว่าเรียนมาแล้วก็ต้องใช้จะได้ไม่เสียแรงฟรีเล่นย้อนกันแบบนี้ไปไม่ถูกเลยทีเดียวคริษฐาร้องหึในลำคอเมื่อเห็นใบหน้าไปไม่ถูกของชายหนุ่ม หญิงสาวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเปิดคลิปเสียงที่เธอวานให้จิรชาส่งมาให้ทางไลน์พร้อมกับมองคนที่ยังตกอยู่ในอาการมึนงงพูดอะไรไม่ถูกได้ฟัง“ยังไง?”“เฮียมีเหตุผลนะ” คนความลับแตกเอ่ยเสียงหวั่น ๆ เขาไม่ได้กลัวคริษฐาเพียงแค่เกรงว่าเธอจะเข้าใจเจตนาของเขาผิดไป

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่7 คริษฐา

    นัยต์ตาหวานจดจ้องดอกกุหลาบขาวสัญลักษณ์ของความรักที่บริสุทธิ์ไร้ซึ่งแผนร้ายแอบแฝงพลางอมยิ้ม เธอชอบสีขาวและชอบดอกกุหลาบสีขาวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแต่เธอไม่เคยบอกใครเลยว่าเธอชื่นชอบดอกกุหลาบขาว นอกจากเขาคนนั้นแล้วไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนแม้ว่าดอกกุหลาบขาวจะสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ แต่คริษฐาไม่ได้มองว่ากุหลาบขาวดอกนี้ถูกส่งมาเพื่อสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์หรอกนะ เธอมองว่ามันสื่อถึงความใส่ใจของคนให้เสียมากกว่า...เขาส่งในสิ่งที่เธอชอบมา หมายความว่าเขาใส่ใจเธอถึงหลายครั้งจะแสดงออกว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องยิบย่อยใช่มั้ยล่ะ?“กุหลาบก็มา ของโปรดก็มา แต่ทำไมตัวไม่มา ใจคอจะไม่มาเจอหน้าเลยรึไง รอเจอก่อนก็ไม่ได้”“เขาไม่รอเจอแก ก็เพราะเขากลัวคุยนาน ๆ แกจะจับได้น่ะสิ” จิรชาแทรกขึ้นพร้อมกับก้าวมานั่งข้าง ๆ คริษฐามองเพื่อนสาวใจห้าวที่ไม่ได้เดินมามือเปล่าแต่ยังมีเค้กชิ้นพอดีจานติดมือมาด้วยก่อนจะหลุดขำจนลืมสิ่งที่เพื่อนสาวพูดไปเสียสนิทเมื่อมองไปที่ริมฝีปากของเพื่อน ดูเอาเถอะยัยห้าวที่บางครั้งทำตัวแมนกว่าผู้ชายเวลากินเค้กก็กินเปื้อนอย่างกับเด็ก ๆ เลยแหน่ะ จะไม่ให้ขำได้ยังไง“กินเลอะเป็นเด็ก ๆ ไปได้”“ก็คนม

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่6 คีรินทร์

    ดวงตาคู่คมมองผ่านแว่นดำไปยังไซต์งานที่กำลังก่อสร้างอยู่ไม่ไกลก่อนจะผินตาไปมองเจ้าของร้านน้ำปั่นที่ตนกำลังนั่งรอโกโก้ปั่นอยู่กับใครอีกคนที่นั่งหลับตาพักสายตาอยู่หลายสายตากำลังเมียงมองและซุบซิบทว่าคีรินทร์กลับไม่ได้สนใจ แม้จะรู้อยู่แก่ใจถึงเหตุผลที่หลากหลายสายตามองมา...ไม่แปลกที่ผู้คนจะสนใจ ก็ผู้ชายหุ่นกำยำสองคนมานั่งด้วยกันในร้านน้ำปั่นแบบนี้ใคร ๆ ก็ต้องมองล่ะ“โกโก้กับชาเขียวปั่นพร้อมขนมได้แล้วค่ะคุณลูกค้า” เสียงหวานที่ดัดให้หวานกว่าเสียงจริง ๆ ดังขึ้นก่อนที่โกโก้และชาเขียวปั่นที่สั่งไปพร้อมกับขนมจะถูกนำมาเสิร์ฟคีรินทร์ยื่นมือไปหยิบแก้วทันทีที่แก้วถูกวางลงก่อนจะจับหลอดดูดในทันทีโดยไม่สนใจสายตาหวานเชื่อมของพนักงานเสิร์ฟสาวที่พยายามทอดสายตาอยู่ ร้อนถึงคนที่ลืมตาจากการพักสายตาต้องเอ่ยขอบคุณพนักงานสาวเพื่อเป็นการเป็นนัย ๆ ให้หญิงสาวถอยออกไป“ผู้หญิงสมัยนี้นี่ยังไง ไม่สงวนท่าทีซะบ้างเลย” น้ำเสียงทุ้มชัดถ้อยชัดคำที่แตกต่างจากใบหน้าที่คนไม่รู้จักมาเห็นอาจจะคิดว่าเป็นชาวต่างชาติเอ่ยบ่นก่อนจะหยิบแก้วชาเขียวปั่นขึ้นมาดื่มบ้าง“หมดยุคนั่งเหนียมอายแล้วมั้ง” คีรินทร์เอ่ยแสดงความคิดเห็นแล้วก็มองโ

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่5 จับตามอง

    เวลาต่อมาดวงตาคู่คมจ้องมองร่างบางสูงโปร่งที่ยืนพูดคุยอยู่กับวิศวกรที่ควบคุมการก่อสร้างอย่างพิจารณาก่อนจะขมวดคิ้ว...นี่น่ะหรือเด็กเส้น?เด็กเส้นที่ทำงานวันแรกพูดคุยกับวิศวกรรู้เรื่องราวกับเป็นสถาปนิกเจ้าของแบบแปลนแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?“เคทมีความประสิทธิภาพมากพอที่จะเป็นสถาปนิกของNTK คุณนนท์ไม่ต้องกังวลไปหรอก ผมไม่ได้เอาคนไม่เป็นโล้เป็นพายเข้ามาหรอก” ปวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเมื่อเห็นว่าสายตาของคนที่อยู่ ๆ ก็มาดูความเรียบร้อยที่โครงการจับไปที่ร่างของเพื่อนสาวของเขา...เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงมาที่นี่เพราะมีใครเป่าหูเรื่องเพื่อนของเขาอย่างแน่นอน“ถ้าคุณมั่นใจ ผมก็คงทำได้แค่รอดู” นนทกรตอบกลับทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากร่างบางที่ยังคงพูดคุยอยู่กับวิศวกรอย่างจริงจัง คริษฐาไม่เหมือนกับผู้หญิงหลาย ๆ คนที่เขาเคยพบเจอ หญิงสาวไม่ถึงกับห้าวแต่ก็ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ คนงานที่เดินผ่านไปผ่านมานอกจากแอบมองอย่างหลงใหลแล้วยังมีความเคารพบ่งบอกว่าก่อนหน้านี้เธอได้ทำให้เขาเหล่านั้นได้เห็นแล้วว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่รังแกได้ง่าย...ยิ่งมอง ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจ“รอดูได้ แต่อย่าดูนาน เดี๋ยวตำ

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่4 ที่ทำงาน

    1สัปดาห์ต่อมาเพราะความช่วยเหลือของปวินและผลงานที่เป็นที่ประจักษ์จากการควบคุมและจัดการคนงานในไซต์งานได้อยู่หมัดทั้งที่เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คริษฐาจึงได้เซนต์สัญญากับบริษัทอีกครั้งร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดกางเกงยีนคล่องตัวก้าวเข้ามาภายในบริษัทNTK Interior Architectสถานที่ทำงานด้วยใบหน้ามุ่งมั่นบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทก่อสร้างสถาปัตยกรรมครบวงจร ไม่ว่าจะบ้าน คอนโดมิเนี่ยม หรือสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ภายในบริษัทมีทั้งสถาปนิก มัณฑนากร วิศวกร และทีมงานก่อสร้าง โครงการในความรับผิดชอบของบริษัทมีทั้งในและนอกประเทศจึงเป็นบริษัทออกแบบและก่อสร้างที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างคริษฐานึกย้อนถึงความจริงข้อนี้แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้ในที่สุดที่ก็ได้กลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งทั้งที่ไม่เคยวาดฝันว่าจะได้กลับมา...จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไรล่ะ2วันก่อน“ที่นี่มีสถาปนิกมากมาย ไม่ขาดแคลน...” หลังจากที่เงียบมานานนริศหรือบอสนิคของทุกคนในบริษัทก็เอ่ยขึ้น ประโยคนั้นของนริศทำเอาคนฟังใจแป้วไม่น้อย ไม่ต่างจากปวินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งมีอาการไม่แตกต่างไปจากเพื่อนสาวทว่าเพียงไม่กี่นาทีทั้งคู่ก็ต้องอุทานด้วยความตกใจกับคำพูดต่อจากนั

  • รักวุ่น ๆ กับคุณ(อดีต)สามี   บทที่3 ไม่ใช่ของตายของเธอ

    คริษฐาไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางที่ถูกบอกเลิกแล้วจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟาย โอเค! ในตอนแรกเธออาจจะตกใจ รู้สึกคิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง แต่โน๊ตที่คีรินทร์ทิ้งไว้ก็ทำให้ทุกอย่างจางหายไปในความคิดของคริษฐาสิ่งที่คีรินทร์ต้องการจะสื่อทั้งหมดก็คือยกบ้านให้เธอ ให้เธออยู่ที่นี่เพื่อรอเขากลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันในสักวันหนึ่ง...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แต่ถ้าเธอทำตามนั้นเธอก็ไม่ต่างจากของตายที่เขาหันมาเมื่อไหร่ก็ยังวางอยู่ที่เดิมน่ะสิ...ฝันไปเถอะนั่นไม่ใช่สไตล์ของเธอ คีรินทร์จะต้องสำนึกกับการคิดว่าเธอเป็นของตาย และต้องเสียดายจนแทบบ้าที่กล้าบอกเลิกเธอด้วยความคิดบ้า ๆ บอ ๆและสิ่งที่หญิงสาวทำสิ่งแรกหลังจากเห็นโน๊ตของอดีตสามีก็คือการตัดสินใจเก็บกระเป๋าและออกไปจากอะไรเดิม ๆ และที่เดิม ๆ ที่เคยอยู่เขาจะให้เธอรออยู่ที่นี่เธอก็จะไม่รอ...แล้วเขาจะได้รู้ ว่าไม่ควรสิ้นคิดขอเลิกเธอ1สัปดาห์ต่อมาว่ากันว่าอยากทำให้ใครเสียดายก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น ยิ่งถ้าอยากให้แฟนเก่า สามีเก่า หรือคนสิ้นคิดเสียดายเล่นเพื่อความสะใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องทำให้ตัวเองสวยขึ้น ดูดีขึ้น“อุแม่!!! เกิดอะไรขึ้นคะชะนี ผมยาวสลว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status