LOGINหลังจากซื้อของเสร็จ เราก็กลับมาทำอาหารกันที่ห้อง พี่เนย์จัดการหมักเนื้อและเตรียมเครื่องเคียงอย่างคล่องแคล่ว ส่วนฉันช่วยล้างผัก จัดจาน และคอยหยิบของให้ตามคำสั่ง ใช้เวลาไม่นานนักทุกอย่างก็พร้อม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทำเนื้อย่างเกาหลีด้วยกัน กลิ่นเนื้อหมักซอสกับกลิ่นกิมจิลอยคลุ้งไปทั่วห้องจนท้องของฉันเริ่มร้องเบา ๆ
“เดซี่ โทรบอกพวกนั้นด้วยนะว่าเสร็จแล้ว เรียนเสร็จรีบมากิน”
“ได้เลยค่ะเจ้”
ฉันทำเสียงประชดเหมือนเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร พี่เนย์หันมามองแล้วยิ้มมุมปากทันที
“เจ้เหรอ เดี๋ยวเถอะนะ”
ฉันหัวเราะแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหายัยเอม มาย บิว และแยม ไม่ถึงยี่สิบนาที พวกมันก็โผล่มาพร้อมชุดนักศึกษาที่ยังไม่ได้เปลี่ยน เหมือนแค่ได้ยินคำว่าเนื้อย่างเกาหลี ขาก็พาตัวเองวิ่งมาถึงห้องโดยอัตโนมัติ
“เย้ วันนี้เนื้อย่างเกาหลี กำลังหิวพอดีเลยค่ะพี่เนย์คนสวย” แยมพูดเสียงหวานทันทีที่เดินเข้ามา
พี่เนย์หัวเราะ
“แหม พอเป็นเรื่องกินปากหวานเชียวนะ ปกติไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“แหะ ๆ ช่วงนี้หนูยุ่งค่ะ”
ฉันหรี่ตามองแยม
“หรา ไม่ใช่เพราะไปอยู่บ้านแฟนเหรอ”
แยมชี้หน้าฉันทันที
“มึงนี่...รู้ทันกูอีกแล้วนะ”
มายไม่สนใจบทสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น มันนั่งลงหน้ากระทะอย่างรวดเร็วแล้วคีบเนื้อลงไปทันที
“พวกมึงคุยกันไปนะ กูกินก่อนแล้ว”
บิวมองมายด้วยสายตาเอือมระอา
“มึงนี่เหมือนตายอดตายอยากเลยนะ”
เอมหัวเราะ ก่อนจะหันไปทางพี่เนย์
“พี่เนย์ เรียนจบไปเปิดร้านอาหารไหม เดี๋ยวพวกหนูไปเป็นเด็กเสิร์ฟให้”
“อืม ใช่ ๆ เหมาะมากเลยค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยด้วยคนนะเจ้” ฉันรีบเสริม
พี่เนย์หันขวับมามองฉันทันที
“เดี๋ยวเถอะ เจ้อีกแล้วนะ กิมจงกิมจิไม่ต้องกินมันแล้วนะ”
ฉันรีบทำหน้าหงอยแล้วพนมมือทันที
“แง ๆ หนูหยอกนะค้า”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวงอาหาร กระทะร้อนส่งเสียงฉ่าเมื่อเนื้อสัมผัสความร้อน กลิ่นหอมของซอสหมักลอยขึ้นมาปะปนกับเสียงพูดคุยของทุกคน บรรยากาศในห้องเล็ก ๆ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มายกินไปบ่นไป บิวคอยคีบผักให้ทุกคน เอมเล่าเรื่องแฟนของมันอย่างไม่หยุดปาก ส่วนแยมก็แอบแย่งเนื้อชิ้นที่สุกกำลังดีจากจานกลางจนโดนมายโวยวาย
ฉันนั่งมองภาพตรงหน้า แล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ถ้าไม่มีพวกเขา ฉันคงยังนั่งจมอยู่กับความเศร้า ร้องไห้กับสมุดบันทึกเล่มนั้นอยู่คนเดียวแน่ ๆ แต่ตอนนี้อย่างน้อย เสียงหัวเราะของพวกเขาก็ช่วยดึงฉันกลับมาสู่โลกความจริงได้ชั่วคราว ช่วยให้ฉันจำได้ว่า แม้บางส่วนของหัวใจจะยังติดอยู่ในทุ่งดอกเดซี่ แต่ในโลกนี้ ฉันก็ยังมีคนที่รักและเป็นห่วงฉันอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
// ขอบคุณนะ...ทุกคน แทโอคะ ฉันมีเพื่อนที่ดีมาก ๆ เลยนะ ฉันอยากให้คุณได้รู้จักพวกเขาจัง //
นี่ก็ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ฉันกลับมาเรียน หลายอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ตารางเรียนเริ่มเป็นปกติ ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิม ฉันเดินไปเรียนได้เอง กินข้าวกับเพื่อนได้ หัวเราะได้ และใช้ชีวิตเหมือนนักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา ๆ ได้เกือบเหมือนเดิม
แต่คำว่าเกือบ ก็ยังเป็นคำว่าเกือบอยู่ดี
ฉันยังไม่หายเศร้า ยังมีช่วงที่เหม่อลอยโดยไม่รู้ตัว และใช่ มันเป็นเพราะฉันคิดถึงเขา คิดถึงแทโอ คิดถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ณ ที่แห่งนั้น เวลาที่คนอื่นอาจคิดว่าเป็นเพียงหนึ่งเดือนในช่วงที่ฉันนอนหลับ แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่นั้นเลย ความรู้สึกของฉันบอกว่ามันยาวนานกว่ามาก ยาวนานจนเราคุ้นเคยกันเหมือนใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายปี
ความผูกพันและความรักของเราไม่ได้เกิดขึ้นภายในหนึ่งหรือสองวัน มันค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากความกลัว ความเหงา การอยู่เคียงข้างกัน และการมีใครสักคนในโลกที่ไม่มีใครอื่นอีก มันจึงยากเหลือเกินที่จะทำให้ฉันลืมเขาได้ ถึงตอนนี้ฉันยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าเขามีตัวตนจริง ๆ หรือเปล่า แต่ทำไมกันนะ ฉันกลับรู้สึกถึงเขาเสมอ เหมือนหัวใจส่วนหนึ่งของฉันยังจับมือเขาไว้ แม้มือของฉันในโลกนี้จะว่างเปล่าก็ตาม
“เดซี่...เดซี่...ยัยเดล!”
เสียงของบิวดังขึ้นจนฉันสะดุ้ง
“หะ มีอะไร”
บิวขมวดคิ้วมองฉันอย่างจับผิด
“กูเรียกมึงเป็นชาติแล้วนะ เป็นอะไร พักนี้มึงแปลก ๆ นะ เพราะเรื่องวันนั้นหรือเปล่า เมื่อไหร่มึงจะเล่าให้พวกกูฟังซะทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
มายวางตะเกียบลงแล้วพยักหน้าตาม
“นั่นสิ ถ้ามึงไม่เล่า พวกกูก็ช่วยปลอบมึงไม่ได้นะ”
เอมรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“มึงสองคนก็อย่าไปคาดคั้นมันเลย มันอาจจะลำบากใจที่จะเล่าก็ได้”
แยมมองฉันนิ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ
“อืม ถ้ามึงอยากเล่าก็บอกพวกกูนะ กูอยู่ไหนก็จะรีบมาหามึงเลย”
ฉันเงียบไปนาน สายตากวาดมองเพื่อนทีละคน พวกมันไม่ได้มองฉันด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างเดียว แต่มีความเป็นห่วงซ่อนอยู่ในทุกแววตา ฉันรู้ว่าถ้าฉันพูดเรื่องนี้กับคนอื่น มันอาจฟังดูเพ้อเจ้อ ไร้สาระ หรือเหมือนคนเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยหนักแล้วจินตนาการไปเอง ฉันไม่อยากให้ใครหัวเราะเยาะเรื่องของเรา ไม่อยากให้ความรักที่สำคัญที่สุดของฉันถูกลดค่าเหลือแค่เรื่องฝันประหลาดของคนป่วย
แต่สำหรับเพื่อน ๆ ของฉัน ฉันอยากลองเชื่อใจในความห่วงใยของพวกเขาดูสักครั้ง
“ถ้ากูเล่า พวกมึงต้องสัญญากับกูก่อนว่าจะไม่ขำ ไม่ตลก เพราะกูซีเรียส”
มาย เอม แยม และบิวมองหน้ากัน ก่อนจะตอบแทบพร้อมกัน
“ได้ สัญญา!”
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“งั้นคืนนี้อาบน้ำเสร็จมาที่ห้องกูนะ กูจะเล่าให้ฟัง”
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ
แทโอผมเฝ้ารอเธออยู่ในคาเฟ่อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็จะได้เจอเธอ'เดซี่'ผู้หญิงที่ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจสร้างขึ้นมาในความฝัน ผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาด อยู่ในเพลง อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในทุกความเงียบของผมมาตลอดหลายปี ตอนนี้เธอกำลังจะกลับมาที่นี่ กลับมาหาผมจริง ๆครืนนนครืนนนเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ เหมือนท้องฟ้ากำลังเก็บงำบางอย่างไว้ ก่อนจะปล่อยมันตกลงมาเป็นสายฝนในอีกไม่ช้า ผมหันไปมองนอกกระจก เมฆสีเทาเข้มกดต่ำลงเหนือท้องทะเล ลมพัดแรงจนต้นไม้หน้าคาเฟ่ไหวเอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมกระวนกระวายไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง ไม่ใช่ฝนที่กำลังจะตกเป็นหัวใจของผมเองต่างหากหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บผมกำสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ไว้ในมือแน่น จนขอบปกกดลงบนฝ่ามือ สมุดเล่มนี้ยังมีรอยน้ำตาของเธออยู่บนหลายหน้า ทุกตัวอักษรในนั้นเหมือนบอกผมซ้ำ ๆ ว่า เธออยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ เธอรักผมจริง ๆ และเธอเจ็บปวดเพราะผมมาตลอดจริง ๆยิ่งคิด หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดแน่นผมอยากเจอเธอ อยากขอโทษ อยากกอดเธออยากบอกว่าเธอไม่ได้รออยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็เฝ้าคิดถึงเธอเหมือนกัน ถึงแม้จะโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาตลอดก็ตามผ่านไปไม่ถึงสิบนา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเจ็บกับข่าวของเขามามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันเห็นมันด้วยตาของตัวเองน้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นน้ำตาของความเจ็บปวดที่ลึกจนหายใจไม่ออกมินอาตะโกนขึ้นอีก“ปล่อยเธอนะ นี่คุณทำอะไร ไม่ไว้หน้าฉันเลยเหรอ” เธอหันมาจ้องฉัน “เธอเองก็เหมือนกัน มายืนกอดกับแฟนชาวบ้าน หน้าไม่อายจริง ๆ”คำพูดนั้นเหมือนฟาดลงกลางใจฉันแฟนชาวบ้านมือของฉันเย็นเฉียบลงทันทีมินอาพยายามดึงมือแทโอออกจากมือฉัน แล้วเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรง แทโอโมโหมาก เขารีบจับตัวมินอาออกห่างจากฉัน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานในร้านให้ช่วยกันเธอไว้ พี่เนย์ มาย และบิวเองก็รีบเข้ามาช่วยกันมินอาออกไปอีกแรง“อะไรเนี่ย! ปล่อยฉันนะ แทโอนายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยนะ! ปล่อย!”เสียงมินอาดังลั่นอยู่ด้านข้าง แต่แทโอไม่ได้สนใจเธอเลย เขารีบเดินกลับมาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ ฉันไม่สามารถกอดตอบเขาได้ร่างกายของฉันแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของ







