LOGINหลังอุบัติเหตุ ฉันตื่นขึ้นในโลกอีกใบ และได้รักกับผู้ชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ แต่เมื่อเขาหายไป ฉันกลับลืมตาขึ้นบนเตียงโรงพยาบาล พร้อมคำถามว่า…ความรักของเราเคยเป็นความจริงไหม
View Moreณ ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก
ดินแดนที่ไม่ใช่ทั้งโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ ไม่ใช่ความฝัน และไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นความจริง หากเป็นสถานที่เร้นลับราวกับโลกอีกใบ โลกที่เงียบงามเกินกว่าจะมีอยู่จริง และสามารถเนรมิตทุกสิ่งได้ดั่งใจปรารถนา
ทุ่งกว้างตรงหน้าปกคลุมไปด้วยดอกเดซี่สีขาวบานสะพรั่ง ไกลสุดสายตาราวกับไม่มีวันสิ้นสุด กลีบดอกเล็ก ๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อน สีขาวสะอาดของมันตัดกับท้องฟ้าสีครามที่ทอดยาวเหนือศีรษะ เบื้องไกลมีภูเขาน้อยใหญ่ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อน ดุจเส้นขอบฟ้าที่ถูกวาดขึ้นอย่างประณีต
ที่แห่งนี้ไม่มีเสียงผู้คน ไม่มีเสียงรถ ไม่มีความวุ่นวายใด ๆ มีเพียงสายลม แสงแดด และกลิ่นหอมบางเบาของดอกไม้ที่ลอยคลออยู่ในอากาศ ราวกับเวลาทั้งหมดถูกหยุดไว้ให้คงอยู่ในช่วงเวลาที่งดงามที่สุดตลอดกาล
กลางทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ ร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งนอนฟุบอยู่ท่ามกลางดอกเดซี่สีขาว ผิวของเธอขาวนวลราวกับไม่เคยต้องแสงแดดจัด แก้มสองข้างมีสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ เส้นผมสีแดงเชอร์รี่สยายกระจายบนกลีบดอกไม้ สะท้อนแสงอ่อน ๆ จนดูโดดเด่นท่ามกลางสีขาวสะอาดรอบตัว
ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูอ่อนหวาน คิ้วเรียวสวยได้รูป ขนตายาวเรียงตัวเป็นแพเหนือเปลือกตาที่ปิดสนิท ริมฝีปากอวบอิ่มขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังพึมพำอะไรบางอย่างในความฝัน และไม่นานนัก รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก คงเป็นฝันดี
สายลมอ่อนพัดผ่าน กลีบดอกเดซี่บางกลีบปลิวขึ้นจากพื้น ก่อนจะตกลงบนเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ขนตายาวของหญิงสาวไหวระริกนิดหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อย ๆ เปิดขึ้น
แสงแดดอบอุ่นที่ส่องลอดลงมาทำให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง เธอกะพริบตาถี่ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ราวกับพยายามปรับสายตาให้คุ้นกับความสว่างตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ มือเล็กแตะขมับเบา ๆ ขณะกวาดสายตามองไปรอบตัว
“งืม...”
เสียงงัวเงียดังขึ้นในลำคอ แต่ทันทีที่สติเริ่มกลับมาเต็มที่ ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้าง
ภาพตรงหน้าทำให้เธอนิ่งค้างไปทันที
ทุ่งดอกไม้สีขาว ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ภูเขาไกลลิบ และสายลมเย็นสบาย ทุกอย่างงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ไม่มีอะไรสักอย่างที่เหมือนสถานที่ที่เธอรู้จัก
“(•ิ_•ิ)? Σ(⊙▽⊙ )!! นะ...นี่มันที่ไหนกัน”
เธอกระซิบเสียงเบา ก่อนจะค่อย ๆ หันมองรอบตัวอีกครั้ง
“สวย...สวยเหมือนสวรรค์เลย”
ความงดงามตรงหน้าทำให้เธอเผลอนั่งอึ้งอยู่พักใหญ่ ทว่าความสงบงามนั้นอยู่ได้ไม่นาน ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน
เสียงแตรรถ
เสียงเบรกดังสนั่น
ลูกแมวตัวเล็กกลางถนน
แสงไฟหน้ารถที่พุ่งเข้ามา
และความเจ็บปวดในเสี้ยววินาทีก่อนทุกอย่างจะดับวูบ
ลมหายใจของเธอสะดุด
ภาพความทรงจำเหล่านั้นถาโถมกลับมาอย่างรวดเร็ว จนหัวใจที่เพิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มเต้นแรงขึ้น เธอก้มมองมือตัวเอง ก่อนจะยกขึ้นแตะใบหน้าเหมือนต้องการยืนยันว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่
‘ไม่จริง...นี่ฉันตายแล้วเหรอ’
ความคิดนั้นทำให้เธอหน้าซีดทันที
‘ไม่สิ ฉันจะตายง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไง บางทีฉันอาจจะแค่ฝันอยู่ก็ได้ ใช่ ต้องเป็นความฝันแน่ ๆ’
เพื่อพิสูจน์ความคิดของตัวเอง เธอยกมือตบแก้มเบา ๆ หนึ่งที
แปะ
ไม่เจ็บ
หญิงสาวชะงัก ก่อนจะลองหยิกแขนตัวเองอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม
ก็ยังไม่เจ็บ เธอก้มมองแขนตัวเองด้วยสีหน้าสับสน ความหวังเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในใจ
“ฝันสินะ ฉันคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ”
เธอพยายามปลอบตัวเองแบบนั้น แต่ภาพอุบัติเหตุกลับย้อนเข้ามาอีกครั้ง ชัดเจนเสียจนไม่อาจหลอกตัวเองได้ทั้งหมด เสียงรถ เสียงผู้คน และความรู้สึกสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับลงยังติดอยู่ในความทรงจำ
ความเงียบงันของทุ่งดอกไม้รอบตัวเริ่มไม่อบอุ่นเหมือนเดิม
‘ไม่ใช่ฝัน...ใช่ไหม’
ริมฝีปากของเธอสั่นน้อย ๆ
‘ฉันคงตายไปแล้วจริง ๆ’
ความคิดนั้นทำให้ดวงตากลมโตเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา เธอยังมีหลายอย่างที่อยากทำ ยังมีชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้น ยังมีเรื่องมากมายที่ยังไม่ทันได้ลอง และที่สำคัญที่สุด...
‘ฉันยังไม่มีแฟนเลยนะ’
น้ำตาหยดแรกกลิ้งลงมาบนแก้ม
“ช่วยด้วยค่ะ!” เธอตะโกนออกไปสุดเสียง “มีใครอยู่ไหมคะ ท่านเทวดา...ไม่สิ ท่านยมทูต ได้ยินฉันไหมคะ”
เสียงของเธอก้องไปในทุ่งกว้าง ก่อนจะจางหายไปกับสายลม
ไม่มีใครตอบกลับมา
“ฉันยังไม่อยากตายนะคะ ฮือ...ฉันยังสาวอยู่เลย ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำ”
เธอตะโกนไป ร้องไห้ไปอยู่แบบนั้นพักใหญ่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ ทุ่งดอกเดซี่ยังคงไหวเอนอย่างอ่อนโยน ราวกับไม่รับรู้ความตื่นตระหนกของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปนานเท่าไร เธอเองก็ไม่รู้
ที่แห่งนี้ไม่มีนาฬิกา ไม่มีเงาของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไปให้พอคาดเดาเวลาได้ แสงแดดยังคงอบอุ่นเท่าเดิม สายลมยังพัดด้วยจังหวะเดิม ทุกอย่างนิ่งงันเหมือนเวลาไม่เคยเดินหน้า
หลังจากฟูมฟายจนเหนื่อย หญิงสาวจึงค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติอีกครั้ง เธอปาดน้ำตาบนแก้มอย่างลวก ๆ ก่อนจะมองไปรอบตัวด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
“เดี๋ยวนะ...ถ้าฉันตายแล้ว ที่นี่ก็คือดินแดนหลังความตายงั้นเหรอ”
เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ
“แล้วทำไมยังไม่มียมทูตมารับฉันไปนรกสักทีล่ะ หรือถ้าไม่ใช่นรก ที่นี่ก็อาจจะเป็นสวรรค์”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว
“แต่คนอย่างฉันเนี่ยนะจะได้ขึ้นสวรรค์ เป็นไปไม่ได้มั้ง อย่างน้อยก็น่าจะต้องไปนรกก่อนสิ”
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผล
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ