로그인หลังอุบัติเหตุ ฉันตื่นขึ้นในโลกอีกใบ และได้รักกับผู้ชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจ แต่เมื่อเขาหายไป ฉันกลับลืมตาขึ้นบนเตียงโรงพยาบาล พร้อมคำถามว่า…ความรักของเราเคยเป็นความจริงไหม
더 보기ณ ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก
ดินแดนที่ไม่ใช่ทั้งโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ ไม่ใช่ความฝัน และไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นความจริง หากเป็นสถานที่เร้นลับราวกับโลกอีกใบ โลกที่เงียบงามเกินกว่าจะมีอยู่จริง และสามารถเนรมิตทุกสิ่งได้ดั่งใจปรารถนา
ทุ่งกว้างตรงหน้าปกคลุมไปด้วยดอกเดซี่สีขาวบานสะพรั่ง ไกลสุดสายตาราวกับไม่มีวันสิ้นสุด กลีบดอกเล็ก ๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อน สีขาวสะอาดของมันตัดกับท้องฟ้าสีครามที่ทอดยาวเหนือศีรษะ เบื้องไกลมีภูเขาน้อยใหญ่ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อน ดุจเส้นขอบฟ้าที่ถูกวาดขึ้นอย่างประณีต
ที่แห่งนี้ไม่มีเสียงผู้คน ไม่มีเสียงรถ ไม่มีความวุ่นวายใด ๆ มีเพียงสายลม แสงแดด และกลิ่นหอมบางเบาของดอกไม้ที่ลอยคลออยู่ในอากาศ ราวกับเวลาทั้งหมดถูกหยุดไว้ให้คงอยู่ในช่วงเวลาที่งดงามที่สุดตลอดกาล
กลางทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ ร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งนอนฟุบอยู่ท่ามกลางดอกเดซี่สีขาว ผิวของเธอขาวนวลราวกับไม่เคยต้องแสงแดดจัด แก้มสองข้างมีสีชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ เส้นผมสีแดงเชอร์รี่สยายกระจายบนกลีบดอกไม้ สะท้อนแสงอ่อน ๆ จนดูโดดเด่นท่ามกลางสีขาวสะอาดรอบตัว
ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูอ่อนหวาน คิ้วเรียวสวยได้รูป ขนตายาวเรียงตัวเป็นแพเหนือเปลือกตาที่ปิดสนิท ริมฝีปากอวบอิ่มขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังพึมพำอะไรบางอย่างในความฝัน และไม่นานนัก รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก คงเป็นฝันดี
สายลมอ่อนพัดผ่าน กลีบดอกเดซี่บางกลีบปลิวขึ้นจากพื้น ก่อนจะตกลงบนเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา ขนตายาวของหญิงสาวไหวระริกนิดหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อย ๆ เปิดขึ้น
แสงแดดอบอุ่นที่ส่องลอดลงมาทำให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง เธอกะพริบตาถี่ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ราวกับพยายามปรับสายตาให้คุ้นกับความสว่างตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ มือเล็กแตะขมับเบา ๆ ขณะกวาดสายตามองไปรอบตัว
“งืม...”
เสียงงัวเงียดังขึ้นในลำคอ แต่ทันทีที่สติเริ่มกลับมาเต็มที่ ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้าง
ภาพตรงหน้าทำให้เธอนิ่งค้างไปทันที
ทุ่งดอกไม้สีขาว ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ภูเขาไกลลิบ และสายลมเย็นสบาย ทุกอย่างงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ไม่มีอะไรสักอย่างที่เหมือนสถานที่ที่เธอรู้จัก
“(•ิ_•ิ)? Σ(⊙▽⊙ )!! นะ...นี่มันที่ไหนกัน”
เธอกระซิบเสียงเบา ก่อนจะค่อย ๆ หันมองรอบตัวอีกครั้ง
“สวย...สวยเหมือนสวรรค์เลย”
ความงดงามตรงหน้าทำให้เธอเผลอนั่งอึ้งอยู่พักใหญ่ ทว่าความสงบงามนั้นอยู่ได้ไม่นาน ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน
เสียงแตรรถ
เสียงเบรกดังสนั่น
ลูกแมวตัวเล็กกลางถนน
แสงไฟหน้ารถที่พุ่งเข้ามา
และความเจ็บปวดในเสี้ยววินาทีก่อนทุกอย่างจะดับวูบ
ลมหายใจของเธอสะดุด
ภาพความทรงจำเหล่านั้นถาโถมกลับมาอย่างรวดเร็ว จนหัวใจที่เพิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มเต้นแรงขึ้น เธอก้มมองมือตัวเอง ก่อนจะยกขึ้นแตะใบหน้าเหมือนต้องการยืนยันว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่
‘ไม่จริง...นี่ฉันตายแล้วเหรอ’
ความคิดนั้นทำให้เธอหน้าซีดทันที
‘ไม่สิ ฉันจะตายง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไง บางทีฉันอาจจะแค่ฝันอยู่ก็ได้ ใช่ ต้องเป็นความฝันแน่ ๆ’
เพื่อพิสูจน์ความคิดของตัวเอง เธอยกมือตบแก้มเบา ๆ หนึ่งที
แปะ
ไม่เจ็บ
หญิงสาวชะงัก ก่อนจะลองหยิกแขนตัวเองอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม
ก็ยังไม่เจ็บ เธอก้มมองแขนตัวเองด้วยสีหน้าสับสน ความหวังเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในใจ
“ฝันสินะ ฉันคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ”
เธอพยายามปลอบตัวเองแบบนั้น แต่ภาพอุบัติเหตุกลับย้อนเข้ามาอีกครั้ง ชัดเจนเสียจนไม่อาจหลอกตัวเองได้ทั้งหมด เสียงรถ เสียงผู้คน และความรู้สึกสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับลงยังติดอยู่ในความทรงจำ
ความเงียบงันของทุ่งดอกไม้รอบตัวเริ่มไม่อบอุ่นเหมือนเดิม
‘ไม่ใช่ฝัน...ใช่ไหม’
ริมฝีปากของเธอสั่นน้อย ๆ
‘ฉันคงตายไปแล้วจริง ๆ’
ความคิดนั้นทำให้ดวงตากลมโตเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา เธอยังมีหลายอย่างที่อยากทำ ยังมีชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้น ยังมีเรื่องมากมายที่ยังไม่ทันได้ลอง และที่สำคัญที่สุด...
‘ฉันยังไม่มีแฟนเลยนะ’
น้ำตาหยดแรกกลิ้งลงมาบนแก้ม
“ช่วยด้วยค่ะ!” เธอตะโกนออกไปสุดเสียง “มีใครอยู่ไหมคะ ท่านเทวดา...ไม่สิ ท่านยมทูต ได้ยินฉันไหมคะ”
เสียงของเธอก้องไปในทุ่งกว้าง ก่อนจะจางหายไปกับสายลม
ไม่มีใครตอบกลับมา
“ฉันยังไม่อยากตายนะคะ ฮือ...ฉันยังสาวอยู่เลย ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำ”
เธอตะโกนไป ร้องไห้ไปอยู่แบบนั้นพักใหญ่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ ทุ่งดอกเดซี่ยังคงไหวเอนอย่างอ่อนโยน ราวกับไม่รับรู้ความตื่นตระหนกของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปนานเท่าไร เธอเองก็ไม่รู้
ที่แห่งนี้ไม่มีนาฬิกา ไม่มีเงาของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไปให้พอคาดเดาเวลาได้ แสงแดดยังคงอบอุ่นเท่าเดิม สายลมยังพัดด้วยจังหวะเดิม ทุกอย่างนิ่งงันเหมือนเวลาไม่เคยเดินหน้า
หลังจากฟูมฟายจนเหนื่อย หญิงสาวจึงค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติอีกครั้ง เธอปาดน้ำตาบนแก้มอย่างลวก ๆ ก่อนจะมองไปรอบตัวด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
“เดี๋ยวนะ...ถ้าฉันตายแล้ว ที่นี่ก็คือดินแดนหลังความตายงั้นเหรอ”
เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ
“แล้วทำไมยังไม่มียมทูตมารับฉันไปนรกสักทีล่ะ หรือถ้าไม่ใช่นรก ที่นี่ก็อาจจะเป็นสวรรค์”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว
“แต่คนอย่างฉันเนี่ยนะจะได้ขึ้นสวรรค์ เป็นไปไม่ได้มั้ง อย่างน้อยก็น่าจะต้องไปนรกก่อนสิ”
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผล
สถานที่แห่งนี้สวยงามเกินกว่าจะเป็นนรก แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองดีพอจะได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกัน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอก็แค่ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ทำความดีใหญ่โตอะไรให้ต้องจารึกไว้บนฟ้า
แล้วอยู่ ๆ ความทรงจำสุดท้ายก่อนอุบัติเหตุก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ลูกแมวตัวเล็กกลางถนน
“หรือว่า...เป็นเพราะฉันช่วยเจ้าเหมียวนั่นไว้”
เธอพึมพำ ดวงตาอ่อนลงเล็กน้อย
“นั่นคงเป็นความดีอย่างเดียวก่อนตายของฉันสินะ”
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“แล้วเจ้าเหมียวจะเป็นยังไงบ้างนะ รอดไหมนะ”
แม้ตัวเองจะยังไม่รู้ชะตากรรม แต่เธอกลับอดเป็นห่วงลูกแมวตัวนั้นไม่ได้ ความคิดนั้นทำให้ความกลัวในใจเบาลงเล็กน้อย อย่างน้อยถ้าการตายของเธอช่วยชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่งไว้ได้ มันก็คงไม่ไร้ความหมายเสียทีเดียว
เมื่อร้องไห้จนพอใจและเริ่มตั้งสติได้ เธอจึงลุกขึ้นยืน เท้าเปล่าสัมผัสพื้นหญ้านุ่มเย็น กลีบดอกเดซี่แตะปลายเท้าเบา ๆ ขณะเธอค่อย ๆ เดินสำรวจไปรอบ ๆ
โลกแห่งนี้เงียบเกินไป
ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง ไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิตอื่น มีเพียงเสียงลมหายใจของเธอกับเสียงดอกไม้ไหวตามลม ทุกอย่างงดงาม แต่ในความงดงามนั้นกลับมีความว่างเปล่าบางอย่างซ่อนอยู่
เธอเดินไปเรื่อย ๆ จนสายตาเหลือบเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งอยู่บนเนินไม่ไกลนัก
มันเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น กิ่งก้านแผ่กว้างราวกับอ้อมแขนที่พร้อมโอบกอดใครสักคนไว้ใต้ร่มเงา แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นริ้วบาง ๆ ส่องกระทบพื้นหญ้าและดอกเดซี่โดยรอบจนเกิดประกายอ่อน ๆ
หญิงสาวมองต้นไม้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป
อย่างน้อยใต้ต้นไม้นั่นก็น่าจะเป็นที่พักได้ดี
แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เธอกลับชะงัก
ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีใครบางคนนั่งพิงลำต้นอยู่
ชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขานั่งหลับตาอยู่เงียบ ๆ ศีรษะเอนพิงเปลือกไม้ ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับกำลังหลับลึก เส้นผมสีดำขลับตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ใบหน้าขาวสะอาดรับกับแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาอย่างพอดี
หญิงสาวเบิกตากว้าง
“อุ๊ย...มีคนอยู่ด้วยเหรอ”
เธอลดเสียงลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ เท้าเปล่าก้าวผ่านดอกเดซี่อย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวแม้แต่เสียงเหยียบหญ้าจะทำให้คนตรงหน้าตื่น
เมื่อเข้าไปใกล้พอ เธอค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ เขา แล้วก้มมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างพินิจ
เพียงแค่มองชัด ๆ หัวใจก็เหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
“มะ...แม่เจ้า”
เสียงกระซิบหลุดออกจากปากโดยไม่รู้ตัว
“นี่คนจริง ๆ หรือเทวดาที่ดูแลสวรรค์กันแน่”
เธอมองเขาตาค้าง ใบหน้าของชายหนุ่มงดงามจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นมนุษย์ ผิวขาวเกลี้ยงเกลา คิ้วเรียวสวยได้รูป ขนตายาวกว่าที่ผู้ชายทั่วไปควรมี จมูกโด่งรับกับริมฝีปากได้สัดส่วน ทุกอย่างบนใบหน้าของเขาดูลงตัวจนเหมือนถูกวาดขึ้นอย่างตั้งใจ
“ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนหล่อขนาดนี้...นี่แหละมั้ง ที่เขาเรียกว่าเทวดา”
เธอนั่งจ้องเขาอยู่อย่างนั้นนานกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่รู้ว่าการจ้องคนหลับใกล้ ๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องสุภาพนัก แต่เธอกลับละสายตาไม่ได้จริง ๆ
‘คนอะไร นอนหลับยังหล่อ’
เธอคิดในใจ ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้นทีละนิด
‘หน้าตาสวยได้รูปเหมือนผู้หญิงเลย ผิวก็ขาว คิ้วก็สวย ขนตาก็ยาว...สมบูรณ์แบบเหมือนภาพวาดเกินไปแล้ว’
ระหว่างที่เธอกำลังแอบชื่นชมใบหน้าของเขา สายลมอ่อนก็พัดผ่านเข้ามาพอดี เส้นผมสีดำขลับของชายหนุ่มไหวไปตามแรงลม ขณะเดียวกันแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ก็ขยับตกลงบนใบหน้าของเขา
โดยไม่ต้องคิด มือเล็กของเธอก็ยกขึ้นบังแดดให้เขาทันที
“เจ้าแดดบ้า”
เธอบ่นเบา ๆ ใส่แสงแดดอย่างจริงจัง
“คนเขากำลังนอน อย่าส่องมาสิ”
เธอพูดเหมือนแสงแดดจะฟังรู้เรื่อง ทั้งยังขยับมือนิด ๆ เพื่อบังแสงไม่ให้ตกกระทบใบหน้าของชายหนุ่มอีก
ในโลกที่เธอยังไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้วหรือแค่ฝันไป ในสถานที่ที่ไม่มีคำตอบใด ๆ เลยสักอย่าง เธอกลับกำลังนั่งบังแดดให้ชายแปลกหน้าที่หลับอยู่ใต้ต้นไม้
และน่าแปลกที่การกระทำเล็ก ๆ นั้นทำให้หัวใจของเธอสงบลงอย่างประหลาด
เขายังหลับอยู่
เธอยังนั่งอยู่ตรงนั้น
ท่ามกลางทุ่งดอกเดซี่สีขาว สายลมอ่อน และแสงแดดที่เหมือนหยุดอยู่ในช่วงเวลางดงามที่สุด
เทวดาองค์นี้จะรู้ไหมนะ
ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังแอบมองเขาอยู่ใกล้ ๆ
และยังไม่รู้เลยว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่จะเปลี่ยนหัวใจของเธอไปตลอดกาล
ความเดิมตอนที่แล้วหลายปีผ่านไป เดซี่ยังคงเฝ้ามองแทโออยู่ห่าง ๆ ผ่านหน้าจอและข่าวสารต่าง ๆ แม้เธอจะพยายามใช้ชีวิตต่อ เรียนภาษาเกาหลี และเตรียมสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่เกาหลี แต่ข่าวความรักของแทโอก็ยังทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดทุกครั้ง เธอรู้ว่าไม่มีสิทธิ์หึง ไม่มีสิทธิ์เสียใจ แต่ก็ยังรักเขาเพียงคนเดียว และหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเพื่อถามว่า เขายังจำเดซี่ของเขาได้ไหมแทโอหลายปีที่ผ่านมา วง VOIDX (วอยด์เอ็กซ์) ของพวกเราผ่านอะไรมามากมาย ผ่านทั้งคำชม คำวิจารณ์ กระแสเพลงที่เปลี่ยนไป ความคาดหวังจากผู้คน และสายตาของโลกที่คอยจับจ้องอยู่เสมอ พวกเราทั้งห้าคนเติบโตขึ้นจากเด็กผู้ชายที่เคยมีเพียงความฝันและความดื้อรั้น กลายเป็นศิลปินที่ผู้คนมากมายรู้จัก จนวันนี้คงพูดได้ว่า VOIDX (วอยด์เอ็กซ์) ยืนอยู่ในจุดสูงสุดจุดหนึ่งของวงการ K-POP แล้วก็ว่าได้
ความเดิมตอนที่แล้วเดซี่เฝ้ามองแทโออยู่ห่าง ๆ ผ่านสื่อต่าง ๆ ขณะที่แทโอเองก็ได้ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว ทั้งสองต่างจำความรักในโลกทุ่งดอกเดซี่ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ที่ไหน เดซี่ลังเลที่จะเข้าไปหาเขาเพราะกลัวว่าเขาจะจำไม่ได้ส่วนแทโอก็ยังเชื่อว่าเดซี่อาจถูกทิ้งไว้ในโลกนั้น ทั้งคู่จึงทำได้เพียงใช้ชีวิตต่อไปพร้อมความคิดถึงที่ไม่เคยจางหายหลายปีผ่านไป'เดซี่'ตอนนี้ฉันเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว และกำลังเตรียมตัวสอบชิงทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศเกาหลี ความจริงแล้วถ้าย้อนกลับไปถามเดซี่ในวันที่เพิ่งฟื้นจากอุบัติเหตุ ฉันคงไม่มีทางคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะจริงจังกับภาษาเกาหลีมากถึงขั้นเอามาเป็นเส้นทางในอนาคตได้ขนาดนี้ แต่ชีวิตคนเราก็แปลกดี บางสิ่งที่เริ่มต้นจากการถูกพี่เนย์ลากไปเป็นเพื่อน กลับกลายเป็นประตูบานเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าอาจได้เข้าใกล้เขามากขึ้นต้องขอบคุณพี่เนย์จริง ๆ ที่ลากฉันไปเรียนภาษาเกาหลีในวันนั้นเพราะตอนนี้การสอบไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับฉันอย่างที่เคยกังวล ภาษาเกาหลีที่เคยเป็นเพียงคำง่าย ๆ จากซีรีส์ กลายเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจเรียนอย่างจริงจังทุกวัน ฉันท่องศัพท์ ฝึก
ความเดิมตอนที่แล้วเดซี่ได้พบแทโอบนโลกความจริงผ่านการเดบิวต์ของวง VOIDX (วอยด์เอ็กซ์) และรู้ว่า TAO คือฮันแทโอ คนเดียวกับผู้ชายที่เธอรักในโลกทุ่งดอกเดซี่ขณะเดียวกัน หลังงานเดบิวต์ แทโอได้รับช่อดอกเดซี่สีขาวพร้อมการ์ดปริศนา สิ่งนั้นนำความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาให้เขาเช่นกัน ทั้งสองคนจำกันได้แล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน และจะได้พบกันอีกครั้งหรือไม่เดซี่หลังจากวันนั้น ฉันได้แต่คอยเฝ้ามองและติดตามเรื่องราวของเขาผ่านสื่อต่าง ๆ ทุกช่องทางเท่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะทำได้ ฉันค้นหาชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปิดรูปของเขาดูทุกวัน อ่านข่าวของเขา ดูคลิปการแสดงของเขา และคอยเก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อ G-Dragon เอาไว้ในสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ของฉันมันแปลกมากที่เพียงแค่ได้เห็นหน้าเขาผ่านหน้าจอ หัวใจที่เคยเหมือนแตกสลายก็อบอุ่นขึ้นมาได้เล็กน้อย ฉันได้เห็นเขาเท่าที่อยากจะเห็น ได้ยินเสียงเขาเท่าที่ต้องการ แม้เสียงนั้นจะไม่ได้เรียกชื่อฉันเหมือนในทุ่งดอกเดซี่ แม้รอยยิ้มนั้นจะไม่ได้ส่งมาให้ฉันเพียงคนเดียวเหมือนในโลกของเรา แต่มันก็ยังเป็นรอยยิ้มเดียวกัน รอยยิ้มของเขายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ย
ความเดิมตอนที่แล้วเดซี่ได้เห็นวงบอยแบนด์น้องใหม่ที่ชื่อ วง VOIDX (วอยด์เอ็กซ์) เปิดตัวผ่านรายการโทรทัศน์ และหนึ่งในสมาชิกวงนั้นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เขาคือ TAO หรือชื่อจริงว่า ฮันแทโอ ชื่อเดียวกับผู้ชายที่เธอรักในโลกทุ่งดอกเดซี่ เดซี่ดีใจทั้งน้ำตาที่ได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกความจริง และเริ่มค้นหาข้อมูลของเขา พร้อมเขียนบันทึกถึงเขาในสมุดลายดอกเดซี่เสมอหลังจากจบงานเดบิวต์ ณ หลังเวทีเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากด้านหน้าเวทียังคงก้องอยู่ในหูของผม แม้พวกเราจะเดินลงมาหลังเวทีแล้วก็ตาม แสงไฟร้อนจัด กลิ่นเหงื่อ กลิ่นเครื่องสำอาง และเสียงทีมงานที่วิ่งวุ่นอยู่รอบตัว ทุกอย่างยังคงหมุนเร็วเหมือนโลกทั้งใบเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกันผ่านมาหลายเดือนแล้วหลังจากที่ผมฟื้นขึ้นมา และวันนี้คือวันที่ผมกับเพื่อน ๆ ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการวันนี้คือวันที่ผมเคยกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้มาถึงทุกอย่างออกมาดีกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก แฟนคลับจำนวนมากมาร่วมให้กำลังใจ เสียงเรียกชื่อพวกเรา เสียงปรบมือ และสายตาของผู้คนที่มองขึ้นมาบนเวที ทำให้ผมรู้สึกเหมือนความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่า ผมพอใจ