Masukณ ร้านหนังสือแห่งหนึ่ง15 สิงหาคม 2549
วันนี้ฉันมาร้านหนังสือกับพี่เนย์ เพื่อซื้อหนังสือภาษาเกาหลีเบื้องต้นไว้เตรียมตัวก่อนเริ่มเรียนจริง พี่เนย์ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษตั้งแต่ก่อนออกจากห้อง เธอพูดวนไปวนมาว่าต้องซื้อเล่มไหนดี เล่มไหนเหมาะกับคนเริ่มต้น เล่มไหนอ่านง่ายที่สุด และเล่มไหนจะทำให้เธอเข้าใกล้ความฝันในการไปใช้ชีวิตที่เกาหลีได้มากขึ้นอีกนิด
ฉันเดินตามพี่เนย์เข้าไปในโซนหนังสือภาษาอย่างเงียบ ๆ กลิ่นกระดาษใหม่กับเสียงพลิกหน้าหนังสือเบา ๆ ทำให้บรรยากาศในร้านสงบกว่าข้างนอกมาก พี่เนย์เดินดูหนังสือภาษาเกาหลีทีละชั้นอย่างตั้งใจ ส่วนฉันที่ยังไม่รู้ว่าควรช่วยเลือกอะไรดี ก็เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย ปล่อยให้สายตากวาดผ่านปกหนังสือมากมายโดยไม่ได้หยุดสนใจเล่มไหนเป็นพิเศษ
จนกระทั่งฉันมาหยุดอยู่หน้าชั้นเครื่องเขียนเล็ก ๆ ข้างโซนหนังสือ ตรงนั้นมีสมุดบันทึกหลายแบบวางเรียงกันอยู่ ทั้งลายเรียบ ๆ สีพาสเทล ลายการ์ตูน ลายดอกไม้ และลายวิวต่างประเทศ ฉันมองผ่านมันไปช้า ๆ ก่อนสายตาจะสะดุดกับสมุดบันทึกเล่มเล็กเล่มหนึ่ง ปกของมันเป็นสีขาวนวล มีดอกเดซี่เล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วปกอย่างอ่อนโยน กลีบดอกสีขาวกับเกสรสีเหลืองดูเรียบง่ายมาก แต่เพียงแค่เห็นมัน หัวใจของฉันก็เหมือนถูกดึงกลับไปยังทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ในความทรงจำ
ฉันไม่ลังเลเลยที่จะหยิบมันขึ้นมา
ปลายนิ้วลูบผ่านลายดอกเดซี่บนปกเบา ๆ ความรู้สึกเจ็บปนอบอุ่นแล่นขึ้นมาในอกอีกครั้ง เหมือนสมุดเล่มนี้ไม่ได้เป็นแค่ของชิ้นหนึ่งในร้านหนังสือ แต่เป็นบางอย่างที่ฉันควรมีไว้ เพื่อเก็บสิ่งสำคัญที่สุดที่เพิ่งได้กลับคืนมา
// เราควรมีสมุดบันทึกสักเล่ม ไว้เขียนถึงเขา ฉันไม่อยากให้ความทรงจำของเราหายไปตามกาลเวลา นับจากวันนี้ ฉันจะเขียนบันทึกถึงเขา //
หลังจากพี่เนย์เลือกหนังสือภาษาเกาหลีได้หลายเล่มจนพอใจ เราก็ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ด้วยกัน ฉันวางสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ลงบนโต๊ะคิดเงินอย่างทะนุถนอม เหมือนกลัวว่าถ้าวางแรงเกินไป ความทรงจำบางอย่างในใจจะสั่นไหวไปด้วย พนักงานคิดเงินอย่างรวดเร็ว ใส่ทุกอย่างลงในถุงกระดาษ ก่อนยื่นคืนมาให้เรา
หลังออกจากร้านหนังสือ ฉันกับพี่เนย์แวะหาอะไรกินกันเล็กน้อย พี่เนย์ยังคงพูดถึงภาษาเกาหลีอย่างตื่นเต้น บอกว่าถ้าเริ่มเรียนแล้วจะตั้งใจมาก จะท่องศัพท์ทุกวัน จะฝึกออกเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษา และจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะพูดกับโอปป้าในฝันรู้เรื่อง ฉันฟังแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ ถึงจะยังเศร้าอยู่ แต่ความจริงจังแสนตลกของพี่เนย์ก็ทำให้หัวใจหนัก ๆ ของฉันเบาลงได้บ้าง
ทันทีที่กลับมาถึงห้อง ฉันวางถุงหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วหยิบสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ออกมาเป็นอย่างแรก ฉันนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ เปิดหน้าแรกของสมุดอย่างช้า ๆ กระดาษสีครีมสะอาดตาว่างเปล่าอยู่ตรงหน้า รอให้ฉันเติมเรื่องราวลงไป ฉันจับปากกาไว้แน่นอยู่พักหนึ่ง กว่าคำแรกจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากหัวใจ
// ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณจะมีตัวตนจริง ๆ หรือเปล่า แต่ฉันก็อยากเชื่อว่าเรื่องราวของเราคือความจริง ฉันได้แต่หวังว่าขอให้คุณได้ไปเกิดใหม่ และได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ได้ทำตามความฝันเหมือนที่คุณเคยเล่าให้ฉันฟัง ฉันอยากให้คุณมีความสุข ถึงจะมีแค่ฉันที่จำเรื่องราวทั้งหมดได้ก็ไม่เป็นไร ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน รอยยิ้มและอ้อมกอดของคุณ ฉันยังจำมันได้เสมอ ฉันรักคุณ...แทโอ //
น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหน้ากระดาษจนหมึกตรงคำว่ารักซึมออกเล็กน้อย ฉันรีบใช้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา ความเจ็บในอกยังคงอยู่ แต่มันไม่เหมือนคืนแรกที่ความทรงจำกลับมาแล้วฉันเอาแต่ร้องไห้จนเหมือนจะขาดใจ
ครั้งนี้ฉันยังเจ็บ แต่การได้เขียนชื่อเขาลงไป ทำให้แทโอดูใกล้ขึ้นมานิดหนึ่ง เหมือนเขาไม่ได้หายไปจนไม่มีอะไรเหลือ อย่างน้อยเขายังอยู่ในตัวอักษร อยู่ในหน้ากระดาษ และอยู่ในหัวใจของฉัน
ฉันเขียนเรื่องราวทั้งหมดของเราลงไปในสมุดบันทึก ตั้งแต่วันที่ฉันลืมตาขึ้นในทุ่งดอกเดซี่ วันแรกที่เจอเขาหลับอยู่ใต้ต้นไม้ วันที่ฉันบังแดดให้เขา วันที่เขาหัวเราะเพราะรู้ว่าฉันแอบชมเขาเหมือนเทวดา วันที่เรากลายเป็นเพื่อนผี วันที่เราสร้างบ้านหลังเล็กด้วยกัน วันที่เขานั่งแต่งเพลงในห้องทำงาน และวันที่เขาค่อย ๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
ทุกครั้งที่เขียนถึงช่วงเวลาที่เราจากกัน มือของฉันจะสั่น และน้ำตาก็จะไหลออกมาเอง แต่ฉันก็ยังเขียนต่อไป เพราะฉันกลัวเหลือเกินว่าถ้าวันหนึ่งเวลาผ่านไปนานกว่านี้ ความทรงจำอาจพร่าเลือนอีกครั้ง ฉันไม่อยากลืมเขา ไม่อยากลืมแม้แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขา ไม่อยากลืมสัมผัสจากมืออุ่น ๆ ที่เคยจับมือฉันไว้ และไม่อยากลืมว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยได้รับความรักมากมายขนาดนั้นจากผู้ชายคนหนึ่ง
ตอนเย็น ฉันกับพี่เนย์ออกไปซื้อของมาทำเนื้อย่างเกาหลีกินที่หอ ด้วยความที่พี่เนย์เป็นคนชอบเกาหลีและชอบทำอาหารมาก การอยู่กับเธอทำให้ฉันพลอยได้อานิสงส์ในการกินอาหารเกาหลีไปด้วยโดยไม่รู้ตัว และถ้าถามว่าฉันชอบกินอะไรมากที่สุด ก็คงต้องตอบว่า กิมจิ
ใช่ค่ะ กิมจิ และแน่นอนว่าพี่เนย์ทำกิมจิเป็น
บางครั้งฉันก็ทึ่งในความรักเกาหลีของพี่เนย์มาก ทึ่งจนรู้สึกว่าถ้าพี่เนย์บอกว่าชาติที่แล้วตัวเองเกิดที่เกาหลี ฉันก็คงไม่แปลกใจเท่าไร เธอจริงจังกับทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกาหลี ตั้งแต่อาหาร ภาษา เพลง ซีรีส์ ไปจนถึงความฝันที่เคยบอกฉันซ้ำ ๆ ว่า ตอนแก่ เธออยากไปอยู่เกาหลี
ฉันไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกว่าความรู้สึกรักโอปป้าและการเป็นติ่งเกาหลีของพี่เนย์มันลึกซึ้งขนาดไหน แต่เท่าที่ดู มันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยสิ่งนั้นก็ทำให้เธอมีแรงผลักดัน มีความฝัน และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ
แทโอผมเฝ้ารอเธออยู่ในคาเฟ่อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็จะได้เจอเธอ'เดซี่'ผู้หญิงที่ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจสร้างขึ้นมาในความฝัน ผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาด อยู่ในเพลง อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในทุกความเงียบของผมมาตลอดหลายปี ตอนนี้เธอกำลังจะกลับมาที่นี่ กลับมาหาผมจริง ๆครืนนนครืนนนเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ เหมือนท้องฟ้ากำลังเก็บงำบางอย่างไว้ ก่อนจะปล่อยมันตกลงมาเป็นสายฝนในอีกไม่ช้า ผมหันไปมองนอกกระจก เมฆสีเทาเข้มกดต่ำลงเหนือท้องทะเล ลมพัดแรงจนต้นไม้หน้าคาเฟ่ไหวเอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมกระวนกระวายไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง ไม่ใช่ฝนที่กำลังจะตกเป็นหัวใจของผมเองต่างหากหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บผมกำสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ไว้ในมือแน่น จนขอบปกกดลงบนฝ่ามือ สมุดเล่มนี้ยังมีรอยน้ำตาของเธออยู่บนหลายหน้า ทุกตัวอักษรในนั้นเหมือนบอกผมซ้ำ ๆ ว่า เธออยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ เธอรักผมจริง ๆ และเธอเจ็บปวดเพราะผมมาตลอดจริง ๆยิ่งคิด หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดแน่นผมอยากเจอเธอ อยากขอโทษ อยากกอดเธออยากบอกว่าเธอไม่ได้รออยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็เฝ้าคิดถึงเธอเหมือนกัน ถึงแม้จะโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาตลอดก็ตามผ่านไปไม่ถึงสิบนา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเจ็บกับข่าวของเขามามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันเห็นมันด้วยตาของตัวเองน้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นน้ำตาของความเจ็บปวดที่ลึกจนหายใจไม่ออกมินอาตะโกนขึ้นอีก“ปล่อยเธอนะ นี่คุณทำอะไร ไม่ไว้หน้าฉันเลยเหรอ” เธอหันมาจ้องฉัน “เธอเองก็เหมือนกัน มายืนกอดกับแฟนชาวบ้าน หน้าไม่อายจริง ๆ”คำพูดนั้นเหมือนฟาดลงกลางใจฉันแฟนชาวบ้านมือของฉันเย็นเฉียบลงทันทีมินอาพยายามดึงมือแทโอออกจากมือฉัน แล้วเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรง แทโอโมโหมาก เขารีบจับตัวมินอาออกห่างจากฉัน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานในร้านให้ช่วยกันเธอไว้ พี่เนย์ มาย และบิวเองก็รีบเข้ามาช่วยกันมินอาออกไปอีกแรง“อะไรเนี่ย! ปล่อยฉันนะ แทโอนายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยนะ! ปล่อย!”เสียงมินอาดังลั่นอยู่ด้านข้าง แต่แทโอไม่ได้สนใจเธอเลย เขารีบเดินกลับมาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ ฉันไม่สามารถกอดตอบเขาได้ร่างกายของฉันแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของ







