เข้าสู่ระบบใบหน้าอันหล่อเหลากระตุกรอยยิ้มอันร้ายกาจ ผมหล่อมากจนยัยนี้จะวูบ เลยงั้นเหรอ หึ...
“หล่อจะวูบ งั้นเหรอ จะเป็นลม ก็เป็นไปสิใครสน หึ...อ่อยนิหว่า ไม่มีวิธีอื่น จะอ่อยฉันแล้วหรือไง เดิมๆแบบนี้มันไม่ตื่นเต้น น่าเบื่อ” สายตาสำรวจคนตัวเล็ก มอสไม่พูดเปล่าและในจังหวะนั้น
“หน้าแบบเธอไม่ต้องอ่อยให้เหนื่อย” สายตาสำรวจคนในอ้อมแขน
“เพราะเธอ ไม่ใช่สเปคฉัน... หน้าแบบนี้ไม่ทำใจฉันสั่น ไม่เอา” เชอเนมที่มอสเอ่ยมาเช่นนั้น ใบหน้าสวยยิ้มกริ่มเมื่อครู่ ถึงกับหุบยิ้มลง ร่างบางถึงกับหน้าเหวอ
!! พรึ่บ!! มือหนาก็ปล่อยแขนลง ก้นเล็กกระแทกลงบนพื้น
!! ตุบ!!
“โอ้ย...อ่า...ปล่อยมาได้ นี้เจ็บนะ” มือเรียวลูบเข้าที่ก้น พร้อมกับต่อว่าคนที่ปล่อยเธอลง ที่เขาปล่อยฉันลงเจ็บก้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่คำพูดของเขา มันเจ็บมันจี๊ดๆ ที่ใจฉันนี้ หล่อแต่ ห่วยสินะ
“เห้ย...หล่อแล้วไง ใจร้ายชะมัด” เชอเนมได้แต่มองคาดโทษมอสที่เดินหนีออกไป
เมื่อครู่ ด้านมอสที่กำลังเดินผ่านเข้าซุ้มนั้น ทว่ากับมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เดินเซมาชนผม ผมจึงพยุงเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขนของผม ใบหน้าอันหล่อเหลาสบตากับใบหน้าเรียวใต้กรอบแว่นตา ปกติชินละครับที่สาวๆ เข้าหาผมด้วยวิธีแบบนี้ ถ้าสวยมากก็จะช่วย แต่พอมองคนที่ตั้งใจชนผมแล้วนั้น มอสได้แต่หงุดหงิดและหัวเสียสุดๆ ไม่เล่นครับ แบบนี้เสียเวลาผมชิบหาย
มอสใบหน้าอันหล่อเหลา ร่างสูงเดินหงุดหงิดออกมานั้น เขาไม่ชอบวิธีที่พวกสาวๆ ใช้เข้าหาตนเพราะมันเจ็บตัวและเสียเวลาผมชิบหาย
“ยัยบ้านั้นชนมาได้ ตัวเล็กนิดเดียว แต่กระแทกทีเกือบตัวกูปลิว” สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีนี้เข้าหาและจับเขา แกล้งชนเพื่อสานความสัมพันธ์ต่อ
“หน้าแบบนั้นใครมันจะเอา ไปต่อลงละวะ” มอสได้แต่พึมพำออกมา แต่นั้นกับลืมไปว่าตนไม่ได้มาคนเดียว
“น้องเขาตั้งใจเข้าหาขนาดนั้น มึงก็น่าจะสานต่อให้เธอชื่นใจหน่อย” แทคิณว่าให้กับมอส
“กูไม่สานต่อ เป็นมึงจะเอายัยนั้นปะละ” มอสถาม
“ไม่ว่ะ ของกูมีเยอะแล้ว” แทคิณที่ผมเอ่ยมาเช่นนั้นเพราะเห็นว่าช่วงนี้ไอ้เชี่ยมอสมันของขาด
ด้านเชอเนมหลังจากที่มอสปล่อยเธอล้มลงก้นกระแทกพื้นนั้น
“หว่า...ยัยเนม แกเป็นไงบ้าง” นับดาวและเพื่อนคนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับตกใจไปตามๆกัน นับดาวพยุงเพื่อนของเธอขึ้นมา
“ก็เจ็บก้นน่ะสิ ถามได้” เชอเนมเอ่ยหน้ามุ้ย ก้นไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจนี้สิ
“ไหนบอกไม่สนไงเนม เห็นซื่อๆ แบบนี้ไว้ใจได้ที่ไหน อ่อยพี่มอส เหมือนกันนะเนี้ย” ฟ้าครามเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม ใครจะคิดว่ายัยเชอเนมจะใช้วิธีนี้เข้าหาพี่มอสของฉันซื่อๆนิ่งๆแบบนี้ แผนสูงไม่เบา
“ฉันเนี้ยนะ อ่อยนายนั้น มันเป็นอุบัติเหตุพวกเธอก็เห็น ละใครกันที่มันอยากได้ภาพสวยๆมุมนี้ที มุมนั้นก็เอา” เชอเนมตอบกลับเพื่อนร่วมชมรมอย่างไม่ยอม
“ไม่ได้อ่อย เธอจะร้อนตัวไปทำไม” ฟ้าครามเอ่ยพร้อมกับเบื้องหน้าหนี
“แต่อย่างเธอไม่ต้องอ่อยให้เหนื่อย พี่มอสก็คงไม่เสียเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ เพราะเมื่อกี้ก็ชัดแล้วนิ” ฟ้าครามยังเอ่ยต่ออย่างสนุกปาก
“พอๆ กันเถอะ เด็กๆ อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้งานกร่อยกันเลยนะ” พี่ปูเป้ที่เห็นเหตุการณ์ เอ่ยห้ามปรามพวกฉัน ยัยฟ้าครามยัยบ้านี้ จริงๆ เลย
เมื่อเป็นเช่นนั้นฉันจึงเดินออกจากซุ้ม ถ้าขืนอยู่ตรงหน้าต่อฉันคงจะกัดกับยัยฟ้าครามมากกว่านี้
“เนม นั้นแกจะไปไหนอะ” ยัยนับดาวหันมาถามฉัน
“จะไปห้องน้ำ ไปด้วยปะ”
“ไม่อะ ฝากหน่อยได้ไหม ฉันผสมสีไว้ในถังที่ห้อง 108 ไหนๆ แกก็ผ่านทางนั้นช่วยหยิบมาให้ได้ปะ เพราะฉันติดงานปั้นน่ะ” ยับนับดาวหันมาเอ่ยกับฉัน
“ได้สิ”
“ขอบใจมาก” เอ่ยจบร่างบางก็เดินมาที่ตึกอาคารเรียน พอเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วนั้น ก็ไม่ลืมแวะไปเอาถังสีที่ยัยนับดาวเตรียมไว้
มาแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อเชอเนม เชอลิตา คณะศิลปศาสตร์ปี 2 และที่ฉันมาจัดนิทรรศการวันนี้ไม่ใช่วิชาเอกฉันหรอกค่ะ แต่เป็นงานของทางชมรมนั้นเอง ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่ 3 คน ยัยนับดาว และยัยวาววา ที่ฉันเข้ามาเรียนที่มหาลัยนี้เพราะมีพี่สาวลูกพี่ลูกน้องฉันเป็นคนส่งเรียน ลำพังครอบครัวฉันคงส่งเรียนมหาลัยแพงๆ แบบนี้ไม่ได้หรอก
ขณะที่เชอเนมเดินไปเอาถังสีให้นับดาวนั้น สายตากับสะดุดเข้ากับร้านซุ้มน้ำที่เห็นเหล่าสาวๆ นักศึกษาต่างมุงกัน
“หูย...แก้วสวยมาก ถ่ายรูปสวย น่ากินแฮะ” เมื่อเป็นเช่นนั้น เชอเนมก็ไม่รอช้า คนเยอะต้องอร่อยมากแน่เลย ลืมบอกไปว่าที่งานวันนี้ไม่ได้มีแค่งานนิทรรศการนะ มีตลาดนัดของกินของขายอีกมากมายเมื่อมาถึงร้าน 20 คิวเลยเหรอ ยัยนับดาวคงไม่รีบเอาสีหรอกรอไปก่อนละกัน
10 นาทีต่อมา
เชอเนมหลังจากที่ยืนต่อคิวนานถึง 10 นาที ฉันก็ได้ชานมไข่มุกที่แสนอร่อย อากาศร้อนๆ แบบนี้ ดูดแล้ว ชื่นใจไปอีกแบบ ร่างกายต้องการชานม ใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ทว่าขณะที่เดินดูดชานมอยู่นั้น เสียงสมาร์ตโฟนฉันกับสั่นขึ้นมา
Rrrrrrrrr นับดาว
หึ...ยัยนี้คงโทรตามถังสีกับฉันแล้วสินะ
[ว่า]
[โอ้ย นางงาม นี้แกอยู่ไหน ฉันคิดว่าแกตกส้วมตายแล้วซะอีก]
[เป็นห่วง] ฉันถาม
[ตามถังสีย่ะ เขาจะเริ่มงานกันแล้ว]
[ไม่เกิน 5 นาที]
[ฉันตั้งไว้หลังห้อง ถังไม่ได้ใหญ่มาก เป็นกล่องสีขาว เท่าๆ กล่อง เคเอฟซี มีกระดาษสีขาวปิดอยู่] ยัยนับดาวเอ่ยกับฉัน
[เค แค่นี้ก่อนนะแก] ไม่กี่นาทีคนตัวเล็กก็มาถึงห้องเก็บสี โอ้...มีตั้งหลายถังแหนะ แต่สะดุดเข้ากับถังขนาดเล็กอันนึง
“หึ...นี้อย่าบอกนะว่า ถังนี้” ฝาปิดไม่มีแล้วฉันจะถือไปยังไงละเนี้ย ให้คนซุ่มซ่ามแบบฉันนี้นะมาเอาของแบบนี้ แค่เดินตัวเปล่ายังสะดุดล้ม
!! เห้ย...!! เชอเนมได้แต่ถอนหายใจยาว แต่นั้นก็ถือถังสีไปให้เพื่อนอยู่ดี ทว่าขณะที่เดินออกจากตัวอาคารลัดเลาะออกมายังทางลานจอดรถนั้น เสียงสมาร์ตโฟนกับสั่นขึ้นมา มืออีกข้างหิ้วถังสีที่ไม่มีฝาปิด ส่วนมืออีกข้างกับถือแก้วชานมขึ้นมาดูด และไหนจะสมาร์ตโฟนที่ดังขึ้นมาอีกนั้น โอ้ย...ไม่รู้จะตั้งถังสี ชาไข่มุก หรือรับสายก่อนดี แต่นั้นเชอเนมกับเลือกรับสาย ทว่าขณะที่มือวุ่นวายหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงอยู่นั้น ขาเล็กกับเหยียบเข้ากับกระป๋องน้ำตรงหน้า ทำให้น้ำถังสีที่อยู่ในมือกระจายไปโดนรถที่จอดอยู่บริเวณนั้น
!! ซ่า...!!
“อ่า...เต็มๆ สียัยนับดาว หมดถังเลยน่ะสิ ฝีมือคนสวยอย่างฉันเอง” อ่า ดีนะที่ฉันเบรกไว้ทัน ไม่งั้นคงล้มรอบที่ 2 ของวัน เสื้อยืดสีขาวของฉันเลอะเป็นรอยจุดเล็ก ทว่าขณะที่คนตัวเล็กวุ่นวายกับการเช็ดคราบสีเลอะออกจากเสื้อของตนนั้น ใบหน้าสวยละขึ้นมา ภาพที่เห็นน้ำสีเขียวสาดกระจาย ใส่รถลัมโบกินี่คันสีแดงเป็นหย่อมๆ กระจายเป็นจุดๆ
“ห๊ะ.....” สภาพของรถที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้น ดวงตาเบิกกว้าง ขาที่จะก้าวเดินไปเช็ดคราบสีนั้นแทบช็อก หัวใจกระตุกวูบลงที่ปลายเท้า จะวายตาย ลมแทบจับ จะล้มตัวไปกองกับพื้น
“โอ้...” สีชนิดพิเศษของยัยนับดาว คนตัวเล็กนั้นแทบจะร้องไห้ กับสภาพรถตรงหน้า
ด้านมอสที่ผมขึ้นไปรอบซาวด์เช็คคู่ไอ้เชี่ยคิณ เพราะขึ้นซ้อมแทนไอ้เจรามี่เท่านั้นเอง นี้เป็นการขึ้นร้องเวทีใหญ่ๆ ที่มีผู้ชมประมาณ 200 คนปกติ ผมจะร้องแค่ในห้องคาราโอเกะหรือไม่ก็ที่ห้องซ้อมไอ้เชี่ยคิณเท่านั้นโห้...ใครจะคิดว่าสาวๆ จะกรี๊ดผมมากขนาดนี้ สงสัยต้องเปลี่ยนอาชีพละวะ แต่ไม่เอาดีกว่า กลัวไอ้เชี่ยคิณแม่งตกงาน ผมแค่เบื่อๆ เซ็งๆ กับคนที่มันทำรถผม เลยหาอะไรสนุกๆ คลายเครียดหน่อยเท่านั้นเองครับ เวลา 10 นาทีที่ขึ้นร้องนี้ก็เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ก็ชอบนะครับสนุกดี เสียงสาวๆ ที่กรี๊ดขึ้นมาบนเวทีนั้น ทำเอาใบหน้าหล่อเหลาที่คลอเพลงและโยกเบาๆ ถึงกับยิ้มไม่หุบ “กรี๊ด พี่มอส พี่มอส หล่อจึ้ง เท่มากค่ะ” ก็รับบทเป็นคนดังไปแล้ว1 นะสิครับ นาทีนี้“แต้มบุญค่ะ ที่ได้เห็นพี่มอส ร้องเพลงโชว์บนเวที บุญตาฉันมาก” เสียงที่ตะโกนขึ้นมา ทำเอามอสปลื้มปริ่มคำชมและรอยยิ้มของสาวๆ ไม่ไหวด้านรามที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์นั้น“เชี่ยมอส แม่งอ่อยสาวนิหว่า พวกมึงดูมัน พออยู่บนเวทีนี้เอาใหญ่เลยวู้ย เชี่ยมอสของกู”“พรุ่งนี้คลิปมันว่อนติ๊กต๊อก ปกติสาวๆ ก็ชอบถ่ายภาพมันไปลงอยู่แล้ว” วาคิมว่าให้กับมอส ที่ตอนนี้ดูเหมื
ส่วนคนที่ทำเอาชายหนุ่มรูปงามใบหน้าอันหล่อเหลาอย่างมอสหงุดหงิดและหัวเสียอยู่นั้น ร่างบางของเชอเนมเดินมาถึงซุ้มชมรม สภาพชายเสื้อยืดของคนตัวเล็กที่มีรอยสีเขียวกระจายเป็นจุดๆ อยู่นั้น“อ่า...ยัยเนม นี้เสื้อแกไปโดนอะไรมา” วาววาที่โทรตามเพื่อนสายแทบไหม้นั้นถึงกับขมวดคิ้วถาม“ถามได้ ก็โดนสีของยัยนับดาวน่ะสิ” “สีฉันเกี่ยวอะไรอะ เออ ละไหนถังสีนี้ฉันจะเริ่มลงสีแล้วนะ” นับดาวที่เห็นเชอเนมถึงกับถามหาสีทันที“แก...ฉันซุ่มซ่ามทำสีของแกหกหมดแล้วอะ ผสมใหม่ได้ปะ” เชอเนมเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวล ยัยนับดาวอย่าพึ่งมาถามฉันหน่อยเลย ทำสีเลอะรถหรูนั้นฉันก็เครียดปวดกบาลจะตายแล้ว“เออ น๊าแกแค่สีหกฉันผสมใหม่ได้ แต่หน้าแกไม่แหกยังปกติก็ดีแล้วปะ” เห้ย...นับดาวได้แต่ส่ายหน้าให้เชอเนม เรื่องซุ่มซ่ามไว้ใจยัยเนมเถอะ เพื่อนผู้ชายในคณะถึงได้ให้ฉายายัยเนม “น้องซุ่มไง” ซุ่มที่ว่าคือซุ่มซ่ามค่ะ“ดีที่ไหนละแก” จากนั้นเชอเนมก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสองสาว วาววา และนับดาวสองสาวที่ได้ฟังเช่นนั่นถึงกับตาโต“ลัมโบกินี่ เลยเหรอแก” วาววานับดาวสองสาวถึงกับประสานเสียงกัน ด้วยสีหน้าตกใจสุด ทำเอาสองสาว ฟ้าคราม นานิ ที่อยู่ในซุ้มน
เชอเนมร่างบางของคนตัวเล็ก ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ ฉันมองไปบริเวณโดยรอบดีนะแถวนี้ไม่มีคน ให้ตายสิ สติ สติเท่านั้นยัยเนม รถคันนี้ไม่ใช่ราคาหลักแสน ถึงฉันไม่ใช่เด็กบ้านรวย และย่อมรู้ราคารถหรูคันนี้ “ให้ตายสิ จะเช็ดออกไหมเถอะ” คนกลัวความผิดเอ่ยออกมา ฉันมองไปรอบๆ เศษผ้า ทิชชู่ก็ไม่มี เพราะอยู่ในกระเป๋า เอาไงดีเสื้อก่อนละกัน เสื้อก็เป็นเสื้อทางชมรมที่แจกมามีตัวเดียวซะอีก เมื่อเป็นเช่นนั้น ร่างบางจึงวิ่งไปขอยืมเศษผ้าจากแม่บ้าน ไม่นานเชอเนมก็กลับมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำ ทว่าขณะที่เช็ดนั้น คราบและร่องรอยเป็นจุดๆ เช็ดๆ ถูๆ จนแทบจะหมดแรงแล้ว แต่นั้นกับเช็ดไม่ออก อ่า...นี้ยัยนับดาว ใช้สีอะไรผสมละนี้ ยังเป็นคราบที่พอสังเกตจะเห็นได้อย่างชัดเจน มือเรียวที่ลูบไป น้ำตาก็จะไหลไป ภาวนาให้เจ้าของรถคันนี้ไม่เห็นคราบสีพวกนี้ทีเถอะ ไม่งั้นฉันต้องตายแน่ๆ เช็ดไปในใจก็ภาวนาไป เชอเนมเช็ดอยู่เช่นนั่นนานนับหลายนาทีคนที่เดินผ่านไปมาตอนนี้คงสงสัย ฉันแน่เลย เมื่อเห็นว่าไม่มีท่าทีจะเช็ดคราบสีพวกนี้ออกนั้น“เชี่ย มอส มึง” เสียงที่ดังเข้ามาใกล้นั้น คนกลัวความผิดถึงกับรีบวิ่งหนีกระเจิงไป ถ้ามีคนมาเจอเข้าฉันต้องซวยมากแน่ๆ ร่าง
ใบหน้าอันหล่อเหลากระตุกรอยยิ้มอันร้ายกาจ ผมหล่อมากจนยัยนี้จะวูบ เลยงั้นเหรอ หึ...“หล่อจะวูบ งั้นเหรอ จะเป็นลม ก็เป็นไปสิใครสน หึ...อ่อยนิหว่า ไม่มีวิธีอื่น จะอ่อยฉันแล้วหรือไง เดิมๆแบบนี้มันไม่ตื่นเต้น น่าเบื่อ” สายตาสำรวจคนตัวเล็ก มอสไม่พูดเปล่าและในจังหวะนั้น“หน้าแบบเธอไม่ต้องอ่อยให้เหนื่อย” สายตาสำรวจคนในอ้อมแขน “เพราะเธอ ไม่ใช่สเปคฉัน... หน้าแบบนี้ไม่ทำใจฉันสั่น ไม่เอา” เชอเนมที่มอสเอ่ยมาเช่นนั้น ใบหน้าสวยยิ้มกริ่มเมื่อครู่ ถึงกับหุบยิ้มลง ร่างบางถึงกับหน้าเหวอ!! พรึ่บ!! มือหนาก็ปล่อยแขนลง ก้นเล็กกระแทกลงบนพื้น!! ตุบ!!“โอ้ย...อ่า...ปล่อยมาได้ นี้เจ็บนะ” มือเรียวลูบเข้าที่ก้น พร้อมกับต่อว่าคนที่ปล่อยเธอลง ที่เขาปล่อยฉันลงเจ็บก้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่คำพูดของเขา มันเจ็บมันจี๊ดๆ ที่ใจฉันนี้ หล่อแต่ ห่วยสินะ“เห้ย...หล่อแล้วไง ใจร้ายชะมัด” เชอเนมได้แต่มองคาดโทษมอสที่เดินหนีออกไปเมื่อครู่ ด้านมอสที่กำลังเดินผ่านเข้าซุ้มนั้น ทว่ากับมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เดินเซมาชนผม ผมจึงพยุงเธอขึ้นไว้ในอ้อมแขนของผม ใบหน้าอันหล่อเหลาสบตากับใบหน้าเรียวใต้กรอบแว่นตา ปกติชินละครับที่สาวๆ เข้าหาผมด้วยว
!! บรื้น บรื้น!!เสียงรถสปอร์ตหรูที่ดังกระหึ่ม ที่มีเพียง 200 คันในโลก วิ่งเข้ามาในรั้วอาณาเขตมหาวิทยาลัยB เพียงแค่เห็นรถไม่ต้องมองหน้าก็รู้แล้วว่าเป็นรถเจ้าของหนุ่มผมดำใบหน้าฟ้าประทาน มอส ชลันธร ครูซเซอร์ ใบหน้าอันหล่อเหลา มีเสน่ห์ที่ใครๆ ได้เห็นเป็นอันต้องหลงไหลสวมทับด้วยแว่นกันแดดสีชา เจ้าของรถสปอร์ตคันหรูเปิดประทุนรับแสงแดดเวลาช่วง 10 โมง กว่าๆ ทะยานเข้าเขตคณะศิลปศาสตร์ เนื่องจากวันนี้ไม่มีการเรียนการสอนทางมหาวิทยาลัยมีจัดกิจกรรมจัดนิทรรศการของแต่ละคณะ ซึ่งวันนี้ทางชมรมผมนัด 9 โมง แต่ด้วยที่เมื่อคืนดริ้งหนักไปหน่อยผมเลยมาสาย พอมาสายก็ไม่มีที่จอดอย่างที่เห็น วันนี้น้องเชอรี่ลูกรักผมเลยต้องจอดที่คณะอื่นแทนคณะบริหารที่ผมเรียนมอสไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าตาที่หล่อเหลาใบหน้าฟ้าประทาน เรื่องความรวยนั้นก็ถือเป็นอันดับต้นๆ ลูกหลานเศรษฐีของเมืองไทย ก็ต้องมีชื่อ มอส ชลันธร ครูซเซอร์ ลูกเสี้ยวอังกฤษฮ่องกง ลูกชายนักธุรกิจชื่อดัง คุณชลธร เจ้าของเรือสำราญลำใหญ่ที่สุดของประเทศ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาดามริชชา ครูซเซอร์ เจ้าแม่วงการแฟชั่นชื่อดังในเมืองไทย นั้นถูกพูดถึงติดปากอยู่ในวงการไฮโซเซเลป แค่ข







