Beranda / โรแมนติก / รักหมดใจยัยตัวอ้วน / ต้นเหตุความเย็นชา(2)

Share

ต้นเหตุความเย็นชา(2)

last update Tanggal publikasi: 2025-09-07 03:21:22

ช้องนางรีบจ่ายค่ารถสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังห้องแจ้งความภาพที่เห็นคือคนเป็นป้าทุบหลังลูกชายพรางกร่นด่าไปด้วย ความเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาปกคลุมหัวใจอีกครั้ง เธออยากหนีความวุ่นวายไปให้ไกล ๆ ทว่าก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เหลือแค่ป้าระวีเป็นญาติเพียงคนเดียว

“เลิกเสียงดัง หรือโวยวายได้แล้วค่ะป้า เกรงใจคนอื่นบ้าง” ช้องนางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ ดวงตากลมจ้องมองลูกพี่ลูกน้องด้วยสายตา คาดโทษที่มันมักสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน

“ยัยช้อง”

“พี่ช้อง”

ทั้งคู่อุทานเรียกชื่อพร้อมกันเหมือนมองเห็นนางฟ้ามาโปรดแต่กับอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนบ่วงกรรมคล้องคอเสียมากกว่า เธอผ่อนลมหายใจออกมาแล้วเดินไปย่อตัวนั่งเก้าอี้ว่างด้านข้างพร้อมยกมือไหว้คุณตำรวจ

“ฉันเป็นลูกพี่ ลูกน้องของคนนี้ค่ะ” น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าถามโดยไม่หันไปมองหน้าสองแม่ลูกเสียด้วยซ้ำ

“หนูขอทราบข้อกล่าวหาของนายรภัทรหน่อยได้ไหมคะ”

เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยับปากจะแจ้งรายละเอียดแล้วก็ต้องเงียบลงเมื่อระวีพูดจาท้าทายอวดเก่งว่าหลานตัวเองเรียนกฎหมายมาจนช้องนางรู้สึกหมดความอดทน

“พอได้แล้วป้าวี! ช้องเรียนกฎหมายมาก็จริงไม่ได้เอามาเบ่งใส่ใคร”

ระวีหน้าเจื่อนลงทันทีอยากจะโต้กลับแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะต้องอาศัยความรู้และเงินช่วยเหลือลูกชายตัวเอง

ตำรวจเวรประจำวันถึงกับส่ายหน้าในความพ่อแม่รังแกฉันและรู้สึกเวทนาหญิงสาวตรงหน้าแทนเพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กคนนั้นสร้างปัญหาจนต้องขึ้นโรงพัก

“มีไม่กี่กระทงหรอก หนึ่งขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย เปรียบเทียบปรับสองพันบาท สองไม่มีใบอนุญาตขับขี่ปรับหนึ่งพันบาท สามท่อดังเกินกว่ากฎหมายกำหนดปรับหนึ่งพันบาท ข้อสุดท้ายหนักหน่อยขับรถโดยไม่มีคำนึงถึงความปลอยภัย ปรับหนึ่งหมื่นบาท ดีนะโดนจับเรื่องพวกนี้ครั้งแรกสารวัตรท่านเลยให้แค่เปรียบเทียบปรับเป็นเงินไม่ต้องจำคุก” ผู้หมวดหันไปยังสองแม่ลูกว่าดีแค่ไหน แล้วยังมีคนเมตตาไม่นึกหมั่นไส้ในความปากแจ๋ว

ช้องนางไล่เปิดพ.ร.บจราจรในหัวสมองกับข้อกล่าวหาเมื่อครู่อย่างน้อยข้อหาสุดท้ายก็ไม่ต้องติดคุกติดตารางทว่าเบี้ยปรับนั้นคือเต็มเพดานของค่าปรับโดยไม่ลดให้เลยสักบาทเดียว

“ป้าวีต้องจ่ายค่าปรับทั้งหมดหนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงจะเอารถแล้วก็พาตัวไอ้ภัทรกลับไปได้” กดเสียงให้ต่ำมากที่สุดจะได้ไม่ต้องมานั่งกับป้าที่หัวรั้นไม่ฟังใคร

“ไม่มี ข้าไม่มีหรอก เงินเป็นหมื่นข้าจะไปหามาจากไหน” ยังคงไหวไหล่ยืนยันคำเดิม พรางหันไปหยิกแขนลูกชาย

“ถ้าป้าวีไม่มีก็ต้องให้เขายึดรถและคุมประพฤติไอ้ภัทร หรือไม่ก็ต้องติดคุกแทนค่าปรับ”

ประโยคหลังนี้เธอโกหกแล้วขยิบตาให้ตำรวจเล่นตามน้ำให้หน่อยเพื่อให้ลูกพี่ลูกน้องเธอหลาบจำบ้าง

“ไม่เอานะพี่ช้อง ภัทรไม่อยากติดคุก รถนั้นก็ให้คุณตำรวจยึดไม่ได้ เพราะเป็นรถลูกพี่ผม ไม่งั้นเขาฆ่าผมตายแน่” เด็กหนุ่มเขย่าขาสั่นไปมาดังกึกๆ ด้วยความกลัว แววตาหวั่นวิตกกังวลเพราะรู้ดีว่าเจ้าของรถนั้นทั้งโหดและป่าเถื่อนแค่ไหน

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง แกเป็นคนสร้างปัญหานั้นมาเองก็ต้องตามแก้เองสิ” เรียวนิ้วชี้จิ้มไปยังหน้าผากด้วยความโมโห

“แกก็จ่ายปรับให้ก่อนสิ ฉันสัญญานะขายของได้แล้วฉันจะถยอยจ่ายคืนให้” ระวีส่งสายตาอ้อนวอนหลานสาว

“หนูไม่มีหรอก แล้วป้าไม่ต้องมาพูดหรอกว่าจะคืน หลายครั้งที่ผ่านมาหนูยื่นมือช่วยทีไรไม่เห็นได้คืนสักบาท”

“เอะ บอกว่าจะคืนก็คืนสิ เป็นญาติกันช่วยกันหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ก็ช้องไม่มีจริง ๆ นี่ป้า”

“แกอย่ามาโกหกฉันเห็นเงินในบัญชีแกมีตั้งสองหมื่น” ล้วงสมุดบัญชีเล่มสีเขียวขึ้นมาโชว์ให้ดู

แววตาของช้องนางสั่นระริกเช่นเดียวกับสีปากเมื่อเห็นว่าป้ารื้อค้นเอาเงินเก็บของเธอมาด้วย จนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีเงิน

“ช้องให้ไม่ได้ นี่มันเป็นเงินค่าเทอมของช้อง” เธอรีบคว้ามาถือไว้ในมือ ส่ายหัวระรัวเพื่อยืนกรานว่าให้ไม่ได้จริงๆ

“ถ้าแกไม่ให้น้องก็ต้องติดคุก ออกมาก็ต้องโดนพวกนั้นทำร้ายนะคิดซะว่าเห็นแก่ป้าที่เลี้ยงแกมาเถอะนะ” ไม้ตายสุดท้ายของระวีคือการนั่งคุกยกมือขึ้นไหว้

หญิงสาวถลาลงไปพยุงคนเป็นป้าแทบไม่ทันน้ำเสียงของท่านเริ่มสั่น หัวไหล่เริ่มสะท้านจากแรงสะอื้น

การเรียนก็สำคัญ บุญคุณก็ต้องทดแทน...

ทุกอย่างทุกถ้อยคำตกอยู่ในสายตาของเตย์มี เขาได้มันตั้งแต่แรกและแอบยืนฟังอยู่เงียบ ๆ เขาอยากยื่นมือเข้าไปช่วยแต่รู้ดีว่าเธอคงไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรโดยที่ได้มาฟรีๆ แน่นอน

เตย์มีรู้แล้วว่าอะไรทำให้ผู้หญิงคนนี้แข็งกระด้างและเย็นชา มันไม่ง่ายเลยที่ต้องรับมือกับเรื่องพวกนี้แถมยังเป็นผู้หญิงที่เติบโตขึ้นมาโดยไร้พ่อแม่ดูแลอีกต่างหาก

หากวันนั้นณาราไม่เผลอพูดออกมาเขาก็คงไม่รู้เรื่องนี้ความเข้มแข็งของเธอทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบลงจนกลายเป็นสงสารแล้วนึกย้อนกลับมาเปรียบเทียบกับตัวเองว่ามันช่างต่างกันลิบลับ

เขาได้ทุกอย่างมาโดยง่ายเพราะมีพ่อปูพื้นฐานและคอยตามใจทุกอย่างต่อให้เขาจะทำตัวเละเทะแค่ไหนก็ตามแตกต่างกับช้องนางที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด

สุดท้ายแล้วคำว่าครอบครัวที่เหลืออยู่ก็ทำให้ช้องนางยอมใช้เงินเก็บที่มีจ่ายค่าปรับเพื่อรักษาชีวิตของลูกพี่ลูกน้องเอาไว้

ปลายเท้าอวบเดินทอดน่องเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงผ่านหน้าเตย์มีโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มสืบเท้าเดินตามอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ชายหนุ่มได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นจนไหล่สั่นสะท้านเขารับรู้ได้ถึงความเสียใจและแรงกดดันที่เธอได้รับ การร้องไห้น่าจะเป็นการระบายความรู้สึกได้ดีที่สุดเพราะเธอจะได้ไม่ต้องมานั่งแบกว่าเป็นคนเข้มแข็งต่อหน้าใคร

ช้องนางเดินเหม่อลอยเคล้าหยาดน้ำตามาเรื่อย ๆ จนถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งจึงเดินไปทรุดตัวชันเข่าฟุบหน้าร้องไห้ตรงสนามหญ้าริมสระน้ำขนาดใหญ่

แม้จะพยายามกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้มันก็ไม่เป็นผล เธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะลุกขึ้นไหว ทำไมอุบัติเหตุครั้งนั้นเธอถึงรอดมาเพียงคนเดียวทำไมเธอถึงไม่ตายจากไปพร้อมกับพ่อและแม่

ใบหน้าหม่นนัยน์ตาเศร้าก้มมองพื้นดินจังหวะนั้นปลายรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังก็โผล่มาให้เห็น เป็นวินาทีเดียวกันกับช้องนางเงยหน้าด้วยดวงหน้าเปื้อนน้ำตา

“เตย์มี นายมาที่นี่ได้ยังไง” เบือนหน้าหนีแล้วเช็ดน้ำตาออก

“เดินตามมา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

“ฉันไม่มีอารมณ์มานั่งให้นายกวนประสาทใส่หรอกนะ”

“เราก็ไม่ได้มากวนประสาทสักหน่อย”

ช้องนางไม่สบสายตาเลือกมองต้นหญ้าบนพื้นดิน

“เตย์ เราอยากอยู่เงียบๆ”

คราวนี้เธอหันหน้าไปทางอื่นเตย์มีจึงเลือกนั่งลงข้าง ๆ ชิดกันเธอจึงหันมามองเพราะคิดว่าเขาตั้งใจแกล้งกวนประสาท

“ไม่ได้ยินที่เราพูดเหรอ ทำไมยังไม่ไปอีกอ่า”

“เธอบอกว่าอยากอยู่เงียบๆ ไม่ได้บอกว่าอยากอยู่คนเดียวนี่”

ช้องนางถอนหายใจออกมาทำท่าจะลุกขึ้นเตย์มีจึงรีบคว้าข้อมืออวบเอาไว้ “จะไปไหน”

“ไปอยู่เงียบ ๆ คนเดียว”

“ไม่ต้องไปไหนหรอก เราสัญญาว่าจะนั่งเงียบๆ ไม่รบกวนเธอ”

ดวงตาแกงช้ำมองเขาด้วยความไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรกันแน่ มือป้อมของเธอถูกกอบกุมอย่างอ่อนโยนด้วยมือของเขาอย่างน้อยยามอ่อนแอเธอก็มีผู้ชายคนนี้โผล่มาอยู่เป็นเพื่อน

ร่างอ้วนท้วนซบใบหน้าลงบนไหล่ปล่อยให้น้ำตาอาบแก้มไร้เสียงสะอื้น ไม่มีการพูดจาใดๆ นอกจากการนั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้าง ๆ แบบเงียบ ๆ ตามที่บอก

เธอใช้เวลาหลายสิบนาทีในการร้องไห้เพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจแล้วสูดน้ำมูกเบา ๆเหลือเพียงคราบน้ำตาข้างแก้มก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดราวกับหลุดพ้นความหนักใจ ทุกปัญหามันก็ต้องมีทางออกเสมอในเมื่อเงินมันเป็นของนอกกาย เสียไปแล้วก็เสียไปเธอจะหาเอาใหม่เพราะยังไงเทอมแรกเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือน

เมื่อคิดได้แบบนั้นบรรยากาศความสดชื่นก็หลั่งไหลเข้ามาในใจ

หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายออก ความเคร่งเครียดจางหายไปจากใบหน้าจนเตย์มีสังเกตเห็นแล้วก็คลี่ยิ้มน้อย ๆ

“ขอบใจนะที่มาส่งเราแล้วก็...ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนเราโดยไม่ถามอะไรด้วย”

ช้องนางเปิดประตูรถลงแล้วเคาะกระจกเรียกให้เขาเลื่อนลงเพื่อขอบคุณในความมีน้ำใจ ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย

ขาอวบกำลังจะก้าวขึ้นตึกก็ถูกเรียกไว้อีกครั้ง “ช้อง”

“ฮือ มีอะไร”

“คืนนี้ฝันดีนะ...แต่ถ้าจะให้ดีอย่าลืมฝันถึงเราด้วย” พูดจบก็เข้าเกียร์เคลื่อนรถไปจากตรงนั้น ปล่อยให้ช้องนางยืนอึ้งกับประโยคเมื่อครู่

สองแก้มแดงเห่อร้อนเธอกัดริมฝีปากเบาๆ ด้วยความเขิน หัวใจสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่แล้วก็ต้องตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติอีกครั้ง ผู้หญิงอ้วนไม่มีความมั่นใจแบบเธอ ใครจะมาสนใจ

ห้ามคิดไปไกลและห้ามเข้าข้างตัวเองเด็ดขาดนะช้องนาง....

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Aoy Sothornudomsap
เรื่องนี้ไม่อัฟเดตแล้วเหรอ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ปริญญาของหัวใจ(จบ)

    “ผมไม่ได้ตั้งใจนะแม่ เขาให้เงินผมบอกว่าเป็นเพื่อนของพี่ช้อง ผมก็เลยพาไป” รภัทรเขย่าแขนคนเป็นแม่ด้วยอาการลนลานทว่า ระวีกับนั่งนิ่งไม่อยากจะเชื่อคำโกหกของลูกชายครั้งนี้มันมากเกินไปจริง ๆ กับการกระทำของรภัทร“ถ้าแกไม่ตั้งใจแกจะถึงขั้นโกหกฉันว่าป้าระวีป่วยทำไม” ช้องนางเดินเข้ามาพร้อมกับณาราเธอจับจ้องไปยังรภัทรด้วยความโกรธจนอยากจะเดินเข้าไปทึ้งหัวสักทีสองที หากวันนั้นคนที่เจ็บตัวเป็นเธอล่ะ มันจะรู้สึกผิดบ้างไหม“ภัทรขอโทษนะพี่ช้อง อย่าแจ้งความจับภัทรเลยนะ” ยกมือไหว้ปรกๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เธอใจอ่อนได้เหมือนทุกครั้ง“ไม่ คนอย่างแกต้องเข้าไปดัดสันดานในสถานพินิจดูบ้าง เผื่อจะดีขึ้น ต่อให้วันนี้ฉันยอมความ แต่กฎหมายอาญามันยอมความไม่ได้หรอกนะ”รภัทรเริ่มหน้าซีดหันไปหาคนเป็นแม่เพื่อขอร้องให้ช่วยตนเองอีกครั้ง ช้องนางรู้ทันจึงหันไปหาป้าระวี“ป้ารู้ใช่ไหมว่าป้ารักลูกและเลี้ยงลูกไม่ถูก” ระวีพยักหน้ารับว่าใช่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากสถานีตำรวจไปด้วยความปวดใจ แม้ว่าลูกชายจะตะโกนเรียกเท่าไรเธอก็ไม่ยอมหันกลับไป อย่างน้อยการไปอยู่ในนั้นมันน่าจะช่วยให้ลูกเธอดีขึ้นช้องนางมองตามหลังคนเป็นป้าไป แม้จะรู้ส

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(2)

    “มาแล้วเหรอเพื่อนรัก กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้ามา สงสัยคงจะรักอีอ้วนนี่จริง ๆ” มันแค่นหัวเราะออกมา“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ ช้องนางไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”“เกี่ยวสิ เพราะมันเป็นผู้หญิงของมึงไง แถมน่าจะเป็นคนที่มึงรักด้วยอีกต่างหาก กูอยากให้มึงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเวลาที่ต้องเสียคนรักไปบ้าง เหมือนที่กูเสียน้องสาวไปเพราะมึง”“กูไม่ได้ตั้งใจทำให้เทียร่าเสียใจ กูแค่ปฏิเสธความรักของน้องมึงไปเพราะไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าน้องสาวอยู่แล้ว เรื่องนี้มึงน่าจะรู้ดีกว่าใคร มึงแค่ไม่ยอมรับความจริงแล้วเอาแต่หาเหตุผลโทษคนอื่น”แววตาของเทียร์ฉายแววความเหี้ยม เปลวไฟแห่งความโทสะแผดเผาในใจ แม้จะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่เคยยอมรับมันเลยสักครั้งยังคงจ่มอยู่กับเรื่องนี้มาห้าปีเสียงตะโกนพูดคุยกันทำให้ร่างอ้วนที่นอนไม่ได้สติตื่นขึ้นมา เธอลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงไฟสปอตไลฟ์“เตย์” เมื่อเห็นว่าเตย์มียืนอยู่ต่อหน้าเธอครางชื่อเขาออกมาแล้วยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง น้ำตาเริ่มไหลรินออกมา“ช้องนาง” เตย์มีจะวิ่งเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมันยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวของเธอ“อย่านะมึง ไม่อย่างนั้

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(1)

    “ยังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอ” คณินเห็นณาราเดินอยู่ข้างหน้าจึงรีบเดินไปดักเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ยอมให้เขาไปรับไปส่งอีกเลย แถมยังเลือกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอีกต่างหาก“ฉันไม่ได้โกรธนายนี่”“จริงเหรอ?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอยกยิ้มมุมปาก “แต่ฉันเกลียดเลยต่างหาก”พูดจบก็กระแทกไหล่เขาให้หลบทาง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย คณินเองก็ไม่ได้อยากจะง้อสักเท่าไรหรอก แต่เพราะทางบ้านกดดันมาเขาจึงจำใจต้องเข้าหาก่อนเดินมาได้ไม่นานณาราเห็นช้องนางหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จึงเดินเข้าไปจะถามว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ แต่พอเข้าไปใกล้เธอก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะอะไร‘จริงดิ เตย์มีตามจีบยัยช้องนางเพราะเห็นเป็นของเล่น’‘คิดไว้แล้วคนอย่างเตย์มีนะเหรอจะมาจริงจัง’ อีกคนพูดเสริมพร้อมกับเบะปาก โดยที่ทั้งกลุ่มไม่รู้เลยว่าช้องนางยืนฟังอยู่ณารายืนฟังแล้วทนไม่ไหวจะเดินเข้าไปปะทะแทนเพื่อนเสียหน่อยแต่ช้ากว่าร่างอ้วนที่เอาประมวลกฎหมายเล่มใหญ่ไปว่างกระแทกลงโต๊ะกลางวง“ใครบอกเธอเหรอว่าเตย์มีเห็นฉันเป็นของเล่น ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าฉันอาจจะเห็นผู้ชายคนนี้เป็นของเล่นเหมือนกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกันอย่ามาดูถูกกันสิ แต

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(2)

    “ช้อง” เตย์มีขยับตัวเข้าไปใกล้ ทว่าเธอกลับถอยล่นหนี มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะใบหน้าค้างอยู่กลางอากาศ“เราอยากอยู่คนเดียว เราขออยู่คนเดียวสักพักนะเตย์ นายกลับไปก่อน” เบือนใบหน้ามองไปทางอื่นเหมือนกำลังปรับสภาวะความคิดเพื่อรับมือกับเรื่องนี้เตย์มีพยักหน้ารับรู้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มสูบก้าวเท้าไปจนถึงประตูห้องนอนแล้วหันกับมาพูดทิ้งท้ายช้องนางอีกครั้ง“เราขอแค่เธออย่าโกรธ อย่าเกลียดเราเลยนะ เพราะเราคงทนไม่ไหวหากต้องเสียคนที่เรารักไปอีกคน” เตย์มียืนคอตกมองด้านข้างของใบหน้าเธอก่อนจะตัดสินใจพูดต่อก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด“เป็นแฟนกันไหม?”ช้องนางนิ่งอึ้งเพิ่มขึ้นเข้าไปอีกหันไปมองเขาด้วยแววตาที่กำลังสับสน เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาลูกชายของคุณป้าคนนั้นไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ ก็มาขอเธอเป็นแฟนเนี่ยนะ“ไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ เราจะรอวันที่เธอให้อภัยครอบครัวเรา”เสียงประตูห้องนอนปิดลงแล้วตามด้วยเสียงประตูด้านนอก เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากลับไปแล้ว หัวใจเธอยามนี้ปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูกความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเลยเพราะเข้าใจเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาคุณลุงก็ส่งเสียเธอและรับ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(1)

    เสียงรถยนต์ยามเช้าวิ่งขวักไขว่ไปมาแม้ว่าห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นยี่สิบแปดก็ตามแต่หูของคนตัวสูงที่กำลังเหยียดกายนอนอยู่บนโซฟาก็ได้ยินมันชัดแจ๋วอยู่ดีวันนี้เป็นวันเสาร์จึงไม่มีเรียนเตย์มีจึงคิดว่าจะนอนตื่นสายเสียหน่อยแต่มันคงหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะเขาเป็นคนนอนหลับยากหากตื่นมาแล้วมักจะนอนต่อไม่ได้สองแขนบิดไปบิดมาเพื่อไล่ความเมื่อยออกจากร่างกายแล้วยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกเมื่อลืมตาตื่นคือเขารีบหันไปมองยังประตูห้องนอนทันทีแล้วเห็นว่ามันเปิดแง้มอยู่แสดงว่าคนด้านในคงตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วก๊อกๆ“เข้าไปได้ไหม” ชายหนุ่มเคาะประตูขออนุญาตคนที่อยู่ด้านใน เมื่อได้ยินเธอเอ่ยอนุญาตจึงเปิดประตูเข้าไปภาพตรงหน้าคือเหมือนหญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของอันน้อยนิดเข้าที่และจัดให้มันเป็นระเบียบ จะว่าไปสองวันมานี้ห้องนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นนับตั้งแต่มีคนตัวกลมเข้ามาอยู่“ของบางส่วนเป็นของดูต่างหน้าจากพ่อกับแม่เรานะ เวลาเราคิดถึงเราก็มักจะเอามันออกมาดู” ช้องนางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปไม่ถามเซ้าซี้เหมือนเคย เธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง“ลืมบอกไปว่าพ่อแม่เราเสียจากอุบัติเหตุทางรถย

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เป็นห่วงความปลอดภัย(2)

    ตอนแรกกายไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของช้องนางด้วย ผู้หญิงหน้านิ่งคนนั้นมีศัตรูด้วยเหรอ ดูแล้วไม่น่าจะมีพิษภัยกับใคร เมื่อเห็นเตย์มีส่งภาพถ่ายข้อความขู่ทำร้ายช้องนางจากเทียร์มาให้ดูเขาจึงเข้าใจแล้วว่าศัตรูนั้นไม่ใช่ของผู้หญิงร่างอ้วนคนนั้นแต่มันเป็นศัตรูจากเพื่อนรักเขานี่เอง“ยังไม่กลับกันอีกเหรอ”ชายหนุ่มสามคนยืนพูดคุยกันอยู่หน้าร้านทั้งที่ร้านแห่งนี้ปิดไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทว่าเพื่อนของเตย์มียังไม่ได้แยกกันกลับบ้านเลย“ออ กำลังจะกลับ เธอจะกลับแล้วใช่ไหม” กายก้าวเท้าเข้ามาหาจนช้องนางต้องขยับหนีสองก้าวเพราะเกรงว่ามันจะใกล้เกินไป“อือ เรากำลังจะกลับ”“ให้พวกเราไปส่งไหม” กายและผองเพื่อนเป็นคนอาสาหญิงสาวมองหน้าทั้งสามคนสลับไปมาครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอคิดเอาไว้แน่นอน“เราถามอะไรหน่อยสิ” ช้องนางหันไปหากายซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะสลับสายตามองเลยไปยังชายหนุ่มสองคนที่เหลือด้านหลัง“เตย์มีส่งพวกนายมาจับตาดูเราใช่ไหม” คนอ้วนท้วนไม่ได้รอให้พวกเขาตอบแต่เลือกยิงคำถามออกไปแทน คิดจะปิดบังใครก็ปิดบังไปแต่กับผู้หญิงที่หูตาไวและขี้ระแ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ใกล้เข้าไปทีละนิด(2)

    อาจารย์ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าปีเริ่มอธิบายวิชากฎหมายแรงงานซึ่งเป็นวิชาหลักของช่วงชั้นสุดท้ายของนักศึกษาปีสี่“สิทธิของลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด สามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ”อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งนักศึกษาแทบทุกคนเลือกหลบสายตายกเว้นช้องนางซึ่งเธอตั้งใจฟังมาตั้งแต่เริ่มสอนแต่อ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ต้นเหตุความเย็นชา(1)

    “พวกมึง ตำรวจมา!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นแล้วก็วิ่งแซงหน้าไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ตัวเองแล้วเร่งเครื่องออกไปตามด้วยขบวนเด็กแว๊นหลายคันขับตามกัน มีเพียงแค่รภัทรเท่านั้นที่ชักช้าเพราะรถสตาร์ทไม่ติดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวกลับไปยังโรงพักชาวบ้านย่านนั้นโทรเข้ามาร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาตั้งแก๊งแข่งรถกันเกื

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(2)

    แสงแดดจ้าสาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบใบหน้าเนียนใส ทว่าคนหลับลึกกลับไม่รู้ตัว เตย์มีเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือยกป้องแดดร่างอ้วนเอนหลังพงกับแท่นบัลลังก์จำลอง มือข้างหนึ่งยังคงถือชีตสรุปย่อของมาตรากฎหมาย สองขาป้อมเหยียดตรงในท่านั่ง กระโปรงทรงพีชเลิกขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อยชายหนุ่มจึงถือวิสาสะดึงลงให้เมื่อช่

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(1)

    เช้าของวันใหม่เตย์มีตื่นตั้งแต่ไก่โห่โดยที่ป้าอุ่นไม่ได้เข้ามาปลุกเลย ทำเอาแม่บ้านสูงวัยประจำบ้านถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนเดินไปหยิกแขนคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“โอ้ย...เจ็บ” สะดุ้งโหยงสะบัดแขนเราๆ “หยิกผมทำไมป้าอุ่น”“คุณหนูเจ็บ?”“อ้าว ก็เจ็บนะสิโดนหยิกแรงขนาดนี้”“แสดงว่าป้าไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status