Home / โรแมนติก / รักหมดใจยัยตัวอ้วน / ใกล้เข้าไปทีละนิด(2)

Share

ใกล้เข้าไปทีละนิด(2)

last update Petsa ng paglalathala: 2025-09-07 03:17:54

อาจารย์ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าปีเริ่มอธิบายวิชากฎหมายแรงงานซึ่งเป็นวิชาหลักของช่วงชั้นสุดท้ายของนักศึกษาปีสี่

“สิทธิของลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด สามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ”

อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งนักศึกษาแทบทุกคนเลือกหลบสายตายกเว้นช้องนางซึ่งเธอตั้งใจฟังมาตั้งแต่เริ่มสอนแต่อาจารย์ก็ไม่เลือกถามเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอตอบได้จึงมองเลยไปด้านหลังสุดซึ่งเห็นเตย์มีนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ

เรียวขาสวยก้าวไปด้านหลังสุดแล้วใช้ปากกาเมจิกเคาะไปยังโต๊ะสองสามครั้งจนนักศึกษาหน้าหล่องัวเงียเงยหน้าขึ้น

“มีอะไรครับเหรอครับอาจารย์”

“ที่ฉันสอนไปเมื่อครู่ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม” อาจารย์สาวเริ่มเสียงดังขึ้นเพื่อนทั้งห้องจึงหันหลังไปมอง คำถามของอาจารย์เมื่อครู่เขาหูแว่วได้ยินเหมือนในฝัน

“ก็คงงั้นครับ สอนน่าเบื่อขนาดนี้ผมเลยง่วงนอน” เขาไหว่ไหล่ยกมือป้องปากหาว อาจารย์ประจำวิชาได้แต่ถอนหายใจออกมาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นถึงลูกชายผู้พิพากษาสูงสุดศาลฎีกา

“ไม่แปลกใจหรอกที่ท่านกมลหนักใจและเป็นกังวลกับลูกชายคนเดียว”

เตย์มีเห็นแววตาดูถูกของอาจารย์แล้วเธอก็ผละออกจากตรงนั้นเดินไปถึงกลางห้องฝีจึงชะงักลงจากคำตอบของเขา

“กรณีลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดลูกจ้างสามารถเรียกสิทธิในการเรียกค่าเสียหาย ถ้าสัญญาจ้างงานยังไม่สิ้นสุด เรียกค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเฉพาะกรณีสัญญาจ้างแรงงานมิได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลงไว้ นายจ้างต้องจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าต้องการให้ลูกจ้างออกจากงานทันที แล้วก็เรียกค่าชดเชยได้

หากเพื่อน ๆ อยากรู้สึกรายละเอียดเรื่องค่าชดเชยก็อ่านเพิ่มในหนังสือเอาแล้วกันขี้เกียจแยกย้อยให้ฟัง แล้วก็ข้อสุดท้ายสิทธิที่ลูกจ้างจะกลับเข้าทำงานตามเดิมโดยได้รับค่าจ้างเท่าเดิม” ชายหนุ่มฉีกยิ้มให้อาจารย์ประจำวิชาซึ่งท่านก็พยักหน้าให้ว่าถูกต้องทั้งหมด

ช้องนางยกยิ้มมุมปากพรางหมุนปากกาไปมา อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นแฮะ

“พักเบรก เข้าห้องน้ำสิบห้านาทีนะคะ เราจะได้มาต่อหัวข้ออื่นกัน”

ปกติแล้ววิชาเรียนแต่ละคาบจะมีช่วงพักให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายจากการเรียนยาวนานติดต่อกันถึงสี่ชั่วโมง

มืออวบเก็บปากกาเข้ากระเป๋ากำลังจะลุกจากเก้าอี้ก็มีมือปริศนาเอาแซนวิชเกาหลีพร้อมนมหนึ่งกล่องมาวางบนโต๊ะ ช้องนางเงยหน้าขึ้นแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นเตย์มียืนอยู่

“อะไร”

“แซนวิชกับนมไง ไม่รู้จักเหรอ” ยิ้มกวนประสาท

“รู้จัก แต่เอามาให้ทำไม”

“ก็เธอไม่ได้กินอะไรเลยนะ นี่ก็บ่ายสามแล้วไม่หิวเหรอ”ร่างสูงโน้มตัวลงมือซ้ายจับพนักพิงเก้าอี้ มือขวาวางบนโต๊ะด้านหน้าความหล่อของเขาประชิดจนเธอต้องเบือนหนี

“ไม่หิว” ตอบปฎิเสธทันควันเพียงครู่เดียวก็อยากมุดโต๊ะเรียนหนีด้วยความอาย “โครกกก ครากกก”

“ไหนบอกว่าไม่หิวไง ท้องร้องซะดังเลย” เขาอมยิ้มแล้วทำสายตาล้อเลียนก่อนจะเดินกลับไปนั่งกลังห้องเหมือนเดิม

“เฮ้ย ช้องนาง มันอะไรยังไง” ใช้ไหล่กระแทกไหล่เพื่อถามด้วยความอยากรู้ เพราะตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเห็นสองคนนี้คุยกันเลยนอกจาก

เมื่อวานนี้ เวลาแค่ข้ามคืนมีอะไรเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เมื่อเช้าติดรถเขามาเรียนน่ะ”

“ฮา...กับเดือนสุดหล่อเนี่ยนะ”

“อือ คงบังเอิญผ่านมามั่งก็เลยชวนฉันมาด้วย ฉันเห็นว่าสายแล้วไม่มีทางเลือกน่ะ” ช้องนางตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย หากเป็นคนอื่นก็คงพูดจาดี๊ด๊าไปแล้ว ทว่ากับผู้หญิงขั้วโลกเหนือคนนี้มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

เอื้อมมือไปแตะขนมกับนมแล้วหันกลับไปมองเตย์มีอีกครั้ง เขาพยักหน้าให้เล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ มุมปากจนแทบมองไม่ทัน เธอจังโค้งหัวให้เพื่อเป็นการขอบคุณ

เพื่อนร่วมคณะเห็นท่าทีของคนทั้งคู่แล้วต่างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนก็นินทาว่าน่าจะเป็นเหยื่อคนใหม่ แต่บางคนก็ค้านว่ารูปลักษณ์แบบนี้นะเหรอ แล้วต่างก็พากันหัวเราะ

คำพูดเหล่านั้นช้องนางได้ยินทั้งหมดแล้วถอนหายใจออกมาหันกลับไปทำตาเขียวใส่กลุ่มนั้น ทั้งหมดจึงสลายกลับไปนั่งที่ตัวเองซึ่งประจวบเหมาะกับอาจารย์เข้ามาสอนพอดี

หึ รูปลักษณ์แบบนี้แล้วมันทำไมเหรอ คนอ้วนก็มีหัวใจโว้ยแต่แค่หัวใจไม่ได้มีไว้เพื่อรักใครตอนนี้ โดยเฉพาะผู้ชายที่พวกคนเหล่านั้นคิดว่าหล่อปานเทพบุตร แต่จะว่าไปก็จริงแหละ

สลัดความคิดในหัวออกแล้วหันกลับไปตั้งใจเรียนต่อเพราะถึงอย่างไรแล้วผู้ชายเพอเฟกค์อย่างนั้นคงไม่ได้มาชายตาแลเธอแน่นอน

“คณินแกว่าของอะไรที่ได้มายากๆ มันจะมีคุณค่าไหมวะ” ปากเอ่ยถามดวงตากลับจ้องมองแผ่นหลังใหญ่ของผู้หญิงด้านหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจดเล็คเชอร์งาน พรางถอดแว่นตาขึ้นมาเช็ดฝ้าละอองน้ำบนกรอบแว่น

“ก็เออดิวะ ถามทำไมหรือว่าไปเจอสาว ๆ คนไหนเล่นตัวใส่ แล้วอยากได้ขึ้นมาวะ” คณินยังคงพูดเล่นแกมจริงแล้วก็ต้องชะงักลง

“ไม่ได้เล่นตัววะ แต่มองไม่เห็นฉันในสายตาเลยต่างหาก” เพื่อนรักขมวดคิ้วสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร จะเซ้าซี้ถามต่อเตย์มีก็ลุกพรวดเดินออกจากห้องเรียนเพราะหมดคาบเรียนพอดี

“งั้นแยกกันตรงนี้นะช้อง พ่อมาจอดรถรอแล้ว บางทีก็อิจฉาแกวะ ได้เป็นอิสระ อยากไปไหนก็ได้ไป ดูฉันสิโตจนอายุยี่สิบสองแล้วพ่อยังมารับ มาส่งอยู่เลย” เอื้อมไปแตะแขนเพื่อนแล้วทำสีหน้าเศร้าสร้อย

“เอาน่า ดีเสียอีกอย่างน้อยก็มีต้นโพธิ์ ต้นไทรคอยเป็นเงาปกป้องนะ”

“จ้า คุณเพื่อน งั้นฉันไปแล้วนะ” สองเท้าก้าวไปข้างหน้าแต่เอี้ยวตัวกลับมาโบกมือลาเพื่อน ช้องนางยืนมองรถเพื่อนจนลับตาจึงหันหลังกลับจะเดินไปอีกทางทว่าดันชนอกแกร่งของใครบางคนโดยไม่ตั้งใจ

“โอ๊ย ขอโทษค่ะ ช้องไม่ทันได้มอง” หญิงสาวหรี่ตามองยกมือขอโทษเป็นพัลวัน ร่างอ้วนควานหาแว่นตาซึ่งตกพื้นไปตอนชนเมื่อครู่

เตย์มีนึกเอ็นดูใบหน้ากลมซึ่งพยายามหรี่ตามองหาแว่นตาที่ทำตกทั้งที่มันอยู่ข้างเท้าตัวเองแท้ๆ แว่นตาถูกหยิบขึ้นไปสวมให้ความขมุกขมัวเมื่อครู่สว่างขึ้นมาทันที

“ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นพร้อมรอยบุ๋มเล็ก ๆสองมุมปากล่าง เมื่อดวงตาปรับแสงเข้าที่เธอจึงเห็นหน้าบุคคลตรงหน้าชัดขึ้น

“นายเองเหรอ”

“อือ เราเอง ไม่ยักรู้ว่าเวลาเธอยิ้มก็น่ารักดีแถมมีลักยิ้มด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยปากชมออกมาตรง ๆ แววตาวาววับเหมือนเสือร้ายเจอเหยื่อที่ถูกใจ

“เข้าเรื่องเลยนะ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ต้องการอะไร เราว่านายทำตัวแปลกๆ เราไม่ไว้ใจ” การดิ้นรนใช้ชีวิตมาด้วยความยากลำบากมันสร้างกำแพงใจของช้องนางจนหนาหลายชั้น เพราะฉะนั้นการเข้าหาของเพื่อนร่วมชั้นเรียนตรงหน้ามันจึงไม่น่าไว้ใจสักเท่าไร

“เราไม่ได้ต้องการอะไร เป็นเพื่อนกันเราก็แค่อยากทักทาย”

“ทั้งที่สี่ปีที่ผ่านมาไม่เคยคุยกันหรือจำกันได้เนี่ยนะ ตลกล่ะ ถ้านายอยากให้เราช่วยทำงานส่งอาจารย์เราทำให้ได้นะแต่คิดเงินตามความเหมาะสม ไม่ต้องเอาใบหน้าหล่อๆมาหลอกล่อหรอก เราไม่หลงกล”

คำพูดทุกอย่างถูกไตร่ตรองออกมาอย่างถี่ถ้วนทำเอาเตย์มีหัวเราะร่วนออกมา ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีวิธีคิดซับซ้อนขนาดนี้

“หัวเราะอะไร”

“หัวเราะเธอนั่นแหละ คิดได้ไงเนี่ย” เขาส่ายหัวแล้วพูดต่อ “ก็เพราะสี่ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ใส่ใจเพื่อนร่วมชั้นมากพอไงถึงอยากทำดีด้วย” เขายิ้มหวานส่งมาให้แต่เธอเลือกส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่จำเป็นเพราะอีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบกันแล้ว

“อ้อ ไม่ต้องห่วงนะยังไงรายงานวิชาป.วิอาญา นายก็ยังอยู่กลุ่มเราเหมือนเดิม” ช้องนางยกข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วเห็นว่าสายมากแล้วจึงผละจากไปทว่าเรียวนิ้วยาวกลับจับแขนเธอเอาไว้

“อะไรอีก ฉันจะไปทำงานสายแล้ว”หันมาตวาดแล้วก็ต้องอึ้งเมื่อเขายัดร่มพับใส่มือเธอ

“วันนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก พกติดตัวไว้นะจะได้ไม่ลำบาก” พูดจบเขาก็สาวเท้าไวๆ จากไปเรียกเท่าไรก็ไม่หยุดครั้นจะวิ่งตามเอาไว้คืนก็สายมากแล้วจึงตัดใจถือมันติดตัวไปด้วย

...พรุ่งนี้ค่อยเอามาคืนก็แล้วกัน

เตย์มีมองร่างอวบเดินจากไปแล้วยิ้มออกมาอีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ ให้ของแทนตัวไปแล้วอย่างน้อยก็เข้าหาเธอเพื่อทวงคืนได้สิ ได้คุยวันละนิดวันละหน่อยก็เอา

ชายหนุ่มฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ ดีแล้วขึ้นรถขับกลับบ้านโดยไม่รู้เลยว่าพริมายืนมองอยู่ตั้งแต่แรกอย่างปวดใจ ตอนอยู่กับเธอทำไมเขาไม่ดูอารมณ์ดีแบบนี้จะทำดีกับเธอก็ต่อเมื่ออยากเอาก็เท่านั้น

ทำไมกันนะ....

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ปริญญาของหัวใจ(จบ)

    “ผมไม่ได้ตั้งใจนะแม่ เขาให้เงินผมบอกว่าเป็นเพื่อนของพี่ช้อง ผมก็เลยพาไป” รภัทรเขย่าแขนคนเป็นแม่ด้วยอาการลนลานทว่า ระวีกับนั่งนิ่งไม่อยากจะเชื่อคำโกหกของลูกชายครั้งนี้มันมากเกินไปจริง ๆ กับการกระทำของรภัทร“ถ้าแกไม่ตั้งใจแกจะถึงขั้นโกหกฉันว่าป้าระวีป่วยทำไม” ช้องนางเดินเข้ามาพร้อมกับณาราเธอจับจ้องไปยังรภัทรด้วยความโกรธจนอยากจะเดินเข้าไปทึ้งหัวสักทีสองที หากวันนั้นคนที่เจ็บตัวเป็นเธอล่ะ มันจะรู้สึกผิดบ้างไหม“ภัทรขอโทษนะพี่ช้อง อย่าแจ้งความจับภัทรเลยนะ” ยกมือไหว้ปรกๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เธอใจอ่อนได้เหมือนทุกครั้ง“ไม่ คนอย่างแกต้องเข้าไปดัดสันดานในสถานพินิจดูบ้าง เผื่อจะดีขึ้น ต่อให้วันนี้ฉันยอมความ แต่กฎหมายอาญามันยอมความไม่ได้หรอกนะ”รภัทรเริ่มหน้าซีดหันไปหาคนเป็นแม่เพื่อขอร้องให้ช่วยตนเองอีกครั้ง ช้องนางรู้ทันจึงหันไปหาป้าระวี“ป้ารู้ใช่ไหมว่าป้ารักลูกและเลี้ยงลูกไม่ถูก” ระวีพยักหน้ารับว่าใช่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากสถานีตำรวจไปด้วยความปวดใจ แม้ว่าลูกชายจะตะโกนเรียกเท่าไรเธอก็ไม่ยอมหันกลับไป อย่างน้อยการไปอยู่ในนั้นมันน่าจะช่วยให้ลูกเธอดีขึ้นช้องนางมองตามหลังคนเป็นป้าไป แม้จะรู้ส

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(2)

    “มาแล้วเหรอเพื่อนรัก กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้ามา สงสัยคงจะรักอีอ้วนนี่จริง ๆ” มันแค่นหัวเราะออกมา“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ ช้องนางไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”“เกี่ยวสิ เพราะมันเป็นผู้หญิงของมึงไง แถมน่าจะเป็นคนที่มึงรักด้วยอีกต่างหาก กูอยากให้มึงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเวลาที่ต้องเสียคนรักไปบ้าง เหมือนที่กูเสียน้องสาวไปเพราะมึง”“กูไม่ได้ตั้งใจทำให้เทียร่าเสียใจ กูแค่ปฏิเสธความรักของน้องมึงไปเพราะไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าน้องสาวอยู่แล้ว เรื่องนี้มึงน่าจะรู้ดีกว่าใคร มึงแค่ไม่ยอมรับความจริงแล้วเอาแต่หาเหตุผลโทษคนอื่น”แววตาของเทียร์ฉายแววความเหี้ยม เปลวไฟแห่งความโทสะแผดเผาในใจ แม้จะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่เคยยอมรับมันเลยสักครั้งยังคงจ่มอยู่กับเรื่องนี้มาห้าปีเสียงตะโกนพูดคุยกันทำให้ร่างอ้วนที่นอนไม่ได้สติตื่นขึ้นมา เธอลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงไฟสปอตไลฟ์“เตย์” เมื่อเห็นว่าเตย์มียืนอยู่ต่อหน้าเธอครางชื่อเขาออกมาแล้วยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง น้ำตาเริ่มไหลรินออกมา“ช้องนาง” เตย์มีจะวิ่งเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมันยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวของเธอ“อย่านะมึง ไม่อย่างนั้

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(1)

    “ยังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอ” คณินเห็นณาราเดินอยู่ข้างหน้าจึงรีบเดินไปดักเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ยอมให้เขาไปรับไปส่งอีกเลย แถมยังเลือกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอีกต่างหาก“ฉันไม่ได้โกรธนายนี่”“จริงเหรอ?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอยกยิ้มมุมปาก “แต่ฉันเกลียดเลยต่างหาก”พูดจบก็กระแทกไหล่เขาให้หลบทาง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย คณินเองก็ไม่ได้อยากจะง้อสักเท่าไรหรอก แต่เพราะทางบ้านกดดันมาเขาจึงจำใจต้องเข้าหาก่อนเดินมาได้ไม่นานณาราเห็นช้องนางหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จึงเดินเข้าไปจะถามว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ แต่พอเข้าไปใกล้เธอก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะอะไร‘จริงดิ เตย์มีตามจีบยัยช้องนางเพราะเห็นเป็นของเล่น’‘คิดไว้แล้วคนอย่างเตย์มีนะเหรอจะมาจริงจัง’ อีกคนพูดเสริมพร้อมกับเบะปาก โดยที่ทั้งกลุ่มไม่รู้เลยว่าช้องนางยืนฟังอยู่ณารายืนฟังแล้วทนไม่ไหวจะเดินเข้าไปปะทะแทนเพื่อนเสียหน่อยแต่ช้ากว่าร่างอ้วนที่เอาประมวลกฎหมายเล่มใหญ่ไปว่างกระแทกลงโต๊ะกลางวง“ใครบอกเธอเหรอว่าเตย์มีเห็นฉันเป็นของเล่น ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าฉันอาจจะเห็นผู้ชายคนนี้เป็นของเล่นเหมือนกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกันอย่ามาดูถูกกันสิ แต

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(2)

    “ช้อง” เตย์มีขยับตัวเข้าไปใกล้ ทว่าเธอกลับถอยล่นหนี มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะใบหน้าค้างอยู่กลางอากาศ“เราอยากอยู่คนเดียว เราขออยู่คนเดียวสักพักนะเตย์ นายกลับไปก่อน” เบือนใบหน้ามองไปทางอื่นเหมือนกำลังปรับสภาวะความคิดเพื่อรับมือกับเรื่องนี้เตย์มีพยักหน้ารับรู้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มสูบก้าวเท้าไปจนถึงประตูห้องนอนแล้วหันกับมาพูดทิ้งท้ายช้องนางอีกครั้ง“เราขอแค่เธออย่าโกรธ อย่าเกลียดเราเลยนะ เพราะเราคงทนไม่ไหวหากต้องเสียคนที่เรารักไปอีกคน” เตย์มียืนคอตกมองด้านข้างของใบหน้าเธอก่อนจะตัดสินใจพูดต่อก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด“เป็นแฟนกันไหม?”ช้องนางนิ่งอึ้งเพิ่มขึ้นเข้าไปอีกหันไปมองเขาด้วยแววตาที่กำลังสับสน เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาลูกชายของคุณป้าคนนั้นไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ ก็มาขอเธอเป็นแฟนเนี่ยนะ“ไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ เราจะรอวันที่เธอให้อภัยครอบครัวเรา”เสียงประตูห้องนอนปิดลงแล้วตามด้วยเสียงประตูด้านนอก เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากลับไปแล้ว หัวใจเธอยามนี้ปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูกความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเลยเพราะเข้าใจเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาคุณลุงก็ส่งเสียเธอและรับ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(1)

    เสียงรถยนต์ยามเช้าวิ่งขวักไขว่ไปมาแม้ว่าห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นยี่สิบแปดก็ตามแต่หูของคนตัวสูงที่กำลังเหยียดกายนอนอยู่บนโซฟาก็ได้ยินมันชัดแจ๋วอยู่ดีวันนี้เป็นวันเสาร์จึงไม่มีเรียนเตย์มีจึงคิดว่าจะนอนตื่นสายเสียหน่อยแต่มันคงหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะเขาเป็นคนนอนหลับยากหากตื่นมาแล้วมักจะนอนต่อไม่ได้สองแขนบิดไปบิดมาเพื่อไล่ความเมื่อยออกจากร่างกายแล้วยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกเมื่อลืมตาตื่นคือเขารีบหันไปมองยังประตูห้องนอนทันทีแล้วเห็นว่ามันเปิดแง้มอยู่แสดงว่าคนด้านในคงตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วก๊อกๆ“เข้าไปได้ไหม” ชายหนุ่มเคาะประตูขออนุญาตคนที่อยู่ด้านใน เมื่อได้ยินเธอเอ่ยอนุญาตจึงเปิดประตูเข้าไปภาพตรงหน้าคือเหมือนหญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของอันน้อยนิดเข้าที่และจัดให้มันเป็นระเบียบ จะว่าไปสองวันมานี้ห้องนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นนับตั้งแต่มีคนตัวกลมเข้ามาอยู่“ของบางส่วนเป็นของดูต่างหน้าจากพ่อกับแม่เรานะ เวลาเราคิดถึงเราก็มักจะเอามันออกมาดู” ช้องนางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปไม่ถามเซ้าซี้เหมือนเคย เธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง“ลืมบอกไปว่าพ่อแม่เราเสียจากอุบัติเหตุทางรถย

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เป็นห่วงความปลอดภัย(2)

    ตอนแรกกายไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของช้องนางด้วย ผู้หญิงหน้านิ่งคนนั้นมีศัตรูด้วยเหรอ ดูแล้วไม่น่าจะมีพิษภัยกับใคร เมื่อเห็นเตย์มีส่งภาพถ่ายข้อความขู่ทำร้ายช้องนางจากเทียร์มาให้ดูเขาจึงเข้าใจแล้วว่าศัตรูนั้นไม่ใช่ของผู้หญิงร่างอ้วนคนนั้นแต่มันเป็นศัตรูจากเพื่อนรักเขานี่เอง“ยังไม่กลับกันอีกเหรอ”ชายหนุ่มสามคนยืนพูดคุยกันอยู่หน้าร้านทั้งที่ร้านแห่งนี้ปิดไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทว่าเพื่อนของเตย์มียังไม่ได้แยกกันกลับบ้านเลย“ออ กำลังจะกลับ เธอจะกลับแล้วใช่ไหม” กายก้าวเท้าเข้ามาหาจนช้องนางต้องขยับหนีสองก้าวเพราะเกรงว่ามันจะใกล้เกินไป“อือ เรากำลังจะกลับ”“ให้พวกเราไปส่งไหม” กายและผองเพื่อนเป็นคนอาสาหญิงสาวมองหน้าทั้งสามคนสลับไปมาครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอคิดเอาไว้แน่นอน“เราถามอะไรหน่อยสิ” ช้องนางหันไปหากายซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะสลับสายตามองเลยไปยังชายหนุ่มสองคนที่เหลือด้านหลัง“เตย์มีส่งพวกนายมาจับตาดูเราใช่ไหม” คนอ้วนท้วนไม่ได้รอให้พวกเขาตอบแต่เลือกยิงคำถามออกไปแทน คิดจะปิดบังใครก็ปิดบังไปแต่กับผู้หญิงที่หูตาไวและขี้ระแ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ต้นเหตุความเย็นชา(2)

    ช้องนางรีบจ่ายค่ารถสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังห้องแจ้งความภาพที่เห็นคือคนเป็นป้าทุบหลังลูกชายพรางกร่นด่าไปด้วย ความเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาปกคลุมหัวใจอีกครั้ง เธออยากหนีความวุ่นวายไปให้ไกล ๆ ทว่าก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เหลือแค่ป้าระวีเป็นญาติเพียงคนเดียว“เลิกเสียงดัง หรือโวย

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ต้นเหตุความเย็นชา(1)

    “พวกมึง ตำรวจมา!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นแล้วก็วิ่งแซงหน้าไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ตัวเองแล้วเร่งเครื่องออกไปตามด้วยขบวนเด็กแว๊นหลายคันขับตามกัน มีเพียงแค่รภัทรเท่านั้นที่ชักช้าเพราะรถสตาร์ทไม่ติดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวกลับไปยังโรงพักชาวบ้านย่านนั้นโทรเข้ามาร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาตั้งแก๊งแข่งรถกันเกื

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(2)

    แสงแดดจ้าสาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบใบหน้าเนียนใส ทว่าคนหลับลึกกลับไม่รู้ตัว เตย์มีเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือยกป้องแดดร่างอ้วนเอนหลังพงกับแท่นบัลลังก์จำลอง มือข้างหนึ่งยังคงถือชีตสรุปย่อของมาตรากฎหมาย สองขาป้อมเหยียดตรงในท่านั่ง กระโปรงทรงพีชเลิกขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อยชายหนุ่มจึงถือวิสาสะดึงลงให้เมื่อช่

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(1)

    เช้าของวันใหม่เตย์มีตื่นตั้งแต่ไก่โห่โดยที่ป้าอุ่นไม่ได้เข้ามาปลุกเลย ทำเอาแม่บ้านสูงวัยประจำบ้านถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนเดินไปหยิกแขนคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“โอ้ย...เจ็บ” สะดุ้งโหยงสะบัดแขนเราๆ “หยิกผมทำไมป้าอุ่น”“คุณหนูเจ็บ?”“อ้าว ก็เจ็บนะสิโดนหยิกแรงขนาดนี้”“แสดงว่าป้าไม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status