INICIAR SESIÓNรักหลงระเริงไฟ ตอนที่ 04 ผู้หญิงที่กำลังรอเขา นามปากกา มุกรัญจวน
“ธุรกิจไม่พูดราคาแล้วพูดอะไร”
“พูดเรื่องคุณค่าบ้างก็ได้ค่ะ”
เขามองเธอ “เธอคิดว่าผมสร้างโรงแรมโดยไม่รู้จักคำว่าคุณค่า?”
พิมพ์พิชชาหยุดยิ้มเล็กน้อย “งั้นก็ไปพิสูจน์เองค่ะ”
เธอกดส่งข้อความ ไม่นานหน้าจอก็สว่างขึ้น
ถ้ามาเจรจาเรื่องซื้อผืนเก่า ไม่ต้องพามา
จิรภพอ่านแล้วเลิกคิ้ว “ตอบไปว่าผมไม่ได้ไปซื้อ”
“แล้วไปทำไม”
“ไปดูของจริงก่อน”
“แล้วถ้าเห็นแล้วอยากได้?”
“ก็ค่อยว่ากัน”
พิมพ์พิชชาส่ายหน้า “นี่แหละที่มุนไม่ชอบ”
สุดท้ายเธอก็ได้นัดวันเสาร์สิบโมง
หลังพิมพ์ออกจากห้อง จิรภพกลับไปทำงานต่อ กระทั่งเกือบหนึ่งทุ่มโทรศัพท์จึงสั่น
รสิกา
“ครับ”
“ยังไม่กลับอีกเหรอคะ คืนนี้คุณพ่อให้มาทานข้าวที่บ้าน ภพลืมหรือเปล่า”
จิรภพหลับตาชั่วครู่ เขาลืมจริง “ประมาณสองทุ่มผมไป”
ก่อนวางสาย รสิกากลับถาม “ได้ยินว่าภพกำลังตามหาผ้าไหมอยู่ ใช่ของอินทรเทพหรือเปล่า”
“คุณรู้จัก?”
“ใครจะไม่รู้จัก โดยเฉพาะไหมทับทิม”
“เคยเห็นของจริง?”
“ไม่เคยค่ะ แต่เคยขอซื้อ”
“แล้ว?”
“เขาไม่ขาย”
ประโยคเดิมอีกครั้ง
“คุณเสนอเท่าไร”
“เยอะพอให้คนทั่วไปขาย”
“แต่เขาไม่ขาย”
“ค่ะ บ้านนั้นหวงของ โดยเฉพาะลูกสาว”
จิรภพชะงัก “คุณรู้จักเจ้าของ?”
“ไม่สนิท”
“ชื่ออะไร”
“มุนินทร์ธิตา อินทรเทพ”
บางอย่างกระตุกอยู่กลางอก มุนินทร์ธิตา เขาทวนชื่อในใจอย่างไร้เหตุผล เหมือนเคยได้ยินที่ไหน แต่ต่อให้พยายามนึกเท่าไรก็จับความทรงจำนั้นไม่ได้
คืนนั้นหลังกลับจากอาหารค่ำ จิรภพเปิดข้อมูลอินทรเทพที่ฝ่ายกลยุทธ์ส่งมาเพิ่มเติม เขาอ่าน ประวัติเรือนทอ ภาพงานแฟชั่น และบทสัมภาษณ์เจ้าของกิจการ
ภาพหนึ่งเป็นหญิงสาวในชุดไทยสีงาช้างยืนอยู่หน้ากี่ทอ เธอไม่ได้สวมไหมทับทิม แต่ดวงตา ในภาพทำให้เขาหยุดมองนานกว่าที่ควร เขาปิดหน้าจอแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
ไร้สาระ
ยังไม่ทันพบตัวจริง กลับสนใจเจ้าของกิจการมากกว่าวัสดุที่ตั้งใจจะซื้อ
โทรศัพท์สว่างขึ้น พิมพ์พิชชาส่งข้อความมา วันเสาร์ 10.00 น. บ้านอินทรเทพ ตามด้วยอีกบรรทัด
มุนบอกว่า ถ้าพี่ภพพูดเรื่องซื้อไหมทับทิมเกินสองครั้ง นางจะให้พิมพ์พากลับเอง
มุมปากจิรภพยกขึ้นนิดเดียว ยังไม่เคยพบหน้า กลับตั้งกฎกับเขาเสียแล้ว ก่อนนอน เขาเปิดภาพผ้าสีแดงในแฟ้มขึ้นดูอีกครั้ง ภาพหนึ่งวาบผ่านสมอง ผ้าแดงอยู่บนร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง เขาเห็นเพียงแผ่นหลัง ผมดำยาว และปลายผ้าที่ไหวตามลม จากนั้นมีเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ อยู่ไกล ๆ
จิรภพสะดุ้งตื่นกลางดึก ทั้งที่จำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหน เขาจำใบหน้าผู้หญิงไม่ได้ จำได้เพียงความรู้สึกประหลาดว่า ผู้หญิงคนนั้นกำลังรอเขาอยู่
มุนินทร์ธิตาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะตื่นเต้นเพราะต้องพบลูกค้าคนหนึ่ง แต่เช้าวันเสาร์ เธอเปลี่ยน ชุดถึงสามครั้ง ชุดแรกดูเป็นทางการเกินไป ชุดที่สองสีเข้มจนทำให้นึกถึงภาพในฝัน ส่วนชุดที่สามเป็น ชุดไทยร่วมสมัย เสื้อไหมสีงาช้างกับผ้าซิ่นทอลายละเอียดสีแดงเข้ม
“หนูไม่ได้ไปแต่งงานเสียหน่อย”
เสียงหัวเราะดังจากหน้าประตู “แต่แต่งตัวเหมือนจะไปดูตัว”
มุนินทร์ธิตาหันขวับ “พี่ธี!”
ธีรทัต วัฒนศิลป์ ยืนพิงวงกบด้วยสีหน้าขำ “เดินผ่านสามรอบ เห็นเปลี่ยนสามชุด ไม่เรียกแอบ แล้วมั้ง”
“เพราะอากาศร้อนค่ะ”
“อืม แล้ววันนี้บังเอิญอยากสวย”
“ปกติไม่สวยหรือไง”
“สวยครับ”
คำตอบเร็วเกินไปจนเธอชะงัก ธีรทัตเองก็หยุดเล็กน้อยก่อนยิ้มกลบ “แต่วันนี้เลือกนานกว่าปกติ”
“ลูกค้ามาจากกรุงเทพฯ ต้องให้เกียรติเขาหน่อย”
“ให้พี่อยู่ด้วยไหม”
“ไม่ต้อง เรื่องงานหนูจัดการเองได้”
ธีรทัตพยักหน้า แต่ก่อนเดินออกไปกลับพูดเบา ๆ “ถ้าไม่สบายใจ เรียกพี่”
มุนินทร์ธิตามองตาม เขารู้จริง ๆ ว่าเธอไม่สบายใจ ไม่ใช่เพราะการเจรจา แต่เพราะชื่อจิรภพวน อยู่ในหัวตั้งแต่วันก่อน คำของหลวงปู่ก็เช่นกัน กรรมเก่าตามมาถึงแล้ว
ตอนที่ 20 จะคิดถึงเขาทำไมมุนินทร์ธิตาเดินมาตามทางดินเล็ก ๆ ด้านข้างไซต์งาน เธอไม่ได้โกรธธีรทัตจริงจัง เพียงแต่ไม่อยากยอมรับว่าคำพูดนั้นแทงถูกตรงจุดเสียจนเถียงไม่ออก ตั้งแต่กลับมาถึงเหนือ เธอพยายามเอางานเข้ากลบความคิดทุกอย่าง แต่ยิ่งพยายามไม่คิด กลับยิ่งคิด บางครั้งขณะอ่านเอกสารก็เผลอนึกถึงสายตาคู่นั้น บางครั้งเมื่อโทรศัพท์ดัง หัวใจก็เผลอกระตุกเพราะคิดว่าอาจเป็นเขา แล้วพอเห็นว่าไม่ใช่... กลับรู้สึกผิดหวังอย่างน่าหงุดหงิด “บ้าจริง...” หญิงสาวพึมพำพลางใช้ปลายรองเท้าเขี่ยก้อนกรวดเล็ก ๆ บนทาง“จะคิดถึงเขาทำไม” คำถามนั้นลอยหายไปกับสายลมโดยไม่มีคำตอบลมจากแนวเขาพัดแรงขึ้นจนปอยผมที่หลุดจากมวยต่ำปลิวระแก้ม มุนินทร์ธิตายกมือขึ้นทัดผมหลังใบหู ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้า เมื่อเช้ายังมีแสงแดดอยู่บ้าง แต่เวลานี้เมฆสีเทากลับรวมตัวหนาแน่นเหนือยอดเขาแล้ว สีของท้องฟ้าค่อย ๆ หม่นลง ลมเย็นมีกลิ่นฝนติดมาด้วยจาง ๆเธอกำลังจะหันกลับ เสียงเครื่องยนต์จากถนนด้านหน้าไซต์ก็ดังแทรกเข้ามา ตอนแรกหญิงสาวไม่ได้สนใจ จนกระทั่งรถสีดำคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นผ่า
ตอนที่ 19 ผมกำลังตามหัวใจตัวเองเช้าวันถัดมา ถนนสายยาวที่ทอดตัวขึ้นสู่ภาคเหนือค่อย ๆ พาจิรภพห่างออกจากกรุงเทพฯ ทีละกิโลเมตร ท้องฟ้าในยามแรกยังเปิดกว้างและแจ่มใส แสงแดดอ่อนสาดผ่านกระจกหน้ารถลงบนพวงมาลัยและหลังมือของชายหนุ่ม ทว่าเมื่อเดินทางลึกขึ้นเรื่อย ๆ สีของท้องฟ้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป เมฆสีเทาเริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มเหนือแนวภูเขาซึ่งปรากฏราง ๆ อยู่สุดสายตา ราวกับผืนฟ้ากำลังเก็บซ่อนพายุบางอย่างเอาไว้หลังความสงบของเช้าวันใหม่สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกสูงและชุมชนหนาแน่นเป็นทุ่งกว้าง บ้านเรือนที่ตั้งห่างกัน และแนวต้นไม้เขียวครึ้มซึ่งทอดยาวไปจนจรดเชิงเขา บางช่วงของถนนมีหมอกบางหลงเหลืออยู่เหนือยอดไม้ แม้แดดจะขึ้นสูงแล้วก็ตาม ภายในรถกลับเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ครางต่ำสม่ำเสมอจิรภพขับรถด้วยตัวเองมาตลอดทาง กระเป๋าเดินทางใบเล็กวางอยู่บนเบาะหลัง ข้างกันเป็นซองเอกสารที่เลขาฯ เตรียมมาให้ก่อนออกเดินทาง หากตั้งแต่พ้นกรุงเทพฯ มา เขายังไม่ได้หยิบมันขึ้นมาเปิดดูแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเดียวที่เขาหยิบขึ้นมาบ่อยเสียยิ่งกว่าโทรศัพท์ในวันทำงาน กลับเป็นโทรศัพท์เครื่องนั้นเอง ชื่อของมุนินทร์ธิตายังอยู่
ตอนที่ 18 ผมจะขึ้นเหนือ ความโกรธรสิกาก็พุ่งขึ้นช่วงสาย รถของจิรภพแล่นออกจากวัด ต้นไม้สองข้างทางถอยผ่านกระจกไปอย่างรวดเร็ว แต่ชายหนุ่มกลับแทบไม่ได้มองทิวทัศน์ด้านนอกเลย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลายครั้ง ชื่อของมุนินทร์ธิตายังคงอยู่ในหน้ารายชื่อ เพียงกดโทรออก เขาก็อาจรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ปลายนิ้วกลับหยุดอยู่เหนือหน้าจอเขาจะโทรไปพูดอะไร ถามว่าเธอถึงบ้านหรือยัง? ถามว่างานเป็นอย่างไร? หรือถามว่าเธอยังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเหมือนที่เขาคิดอยู่หรือไม่ จิรภพถอนหายใจ ก่อนวางโทรศัพท์ลงแต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็หยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้โทรหามุนินทร์ธิตา“ครับ” เสียงของคนปลายสายดังขึ้น “ช่วยเช็กตารางให้ผมหน่อยครับ พรุ่งนี้ผมมีอะไรที่เลื่อนไม่ได้บ้าง” เขาฟังอยู่ครู่หนึ่ง “ส่วนที่เลื่อนได้ เลื่อนไปก่อนครับ” ปลายสายเหมือนถามบางอย่างเพิ่มเติมจิรภพเงียบไปนิด ก่อนตอบ “ผมจะไปต่างจังหวัดครับ” เขาเว้นจังหวะ ก่อนบอกว่า “ผมจะขึ้นเหนือ”ทันทีที่วางสาย ความรู้สึ
ตอนที่ 17 ใจอยู่ที่ใด จงตามไปที่นั่นเช้าวันรุ่งขึ้น รถของธีรทัตเคลื่อนออกจากโครงการตั้งแต่ฟ้ายังมีหมอกบางเหนือถนนมุนินทร์ธิตานั่งเงียบอยู่ข้างคนขับ กระเป๋าเดินทางวางอยู่ด้านหลัง โทรศัพท์ในมือมีข้อความที่เธอยังไม่ได้เปิดอ่านหลายข้อความ“เมื่อคืนได้นอนบ้างไหมครับ” ธีรทัตถาม“นิดหน่อยค่ะ” “มีอะไรหรือเปล่า” มุนินทร์ธิตาหันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง“ไม่มีอะไรค่ะพี่ธีร์ มุนแค่อยากกลับไปทำงานแล้ว” ธีรทัตมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“งั้นกลับบ้านกันครับ” รถค่อย ๆ แล่นห่างออกไป พร้อมกับพามุนินทร์ธิตาออกจากชีวิตประจำวันที่จิรภพเพิ่งเริ่มคุ้นชิน โดยไม่มีใครรู้เลยว่า การกลับเหนือครั้งนี้จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป///เช้าวันใหม่เหนือวัดเก่าเงียบสงบกว่าทุกวันที่ผ่านมา หมอกบางสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแนวไม้ด้านหลังศาลา แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดผ่านกิ่งโพธิ์เป็นริ้วสีทองทอดลงบนพื้นอิฐเก่า เสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ ตามแรงลมสลับกับเสียงนกที่ร้องแว่วมาจากแนวป่า กลิ่นธูปจาง ๆ ลอยปะปนกับกลิ่นดินชื้นและกลิ่นดอกจำปีที่ร่วงอยู่ตามลานวัดจิรภพนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหลวงตา หลังจากถวายของและกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย
ตอนที่ 16 เธอคือคู่หมั้นของคุณมุน...สิ้นเสียงเรียกนั้น รสิกาจ้องเขา ไม่ใช่เพียงการออกหน้าปกป้อง แต่เขาเรียกผู้หญิงคนนี้อย่างสนิทสนมตั้งแต่เมื่อไรกัน“ภพเรียกเธอว่ามุนหรือคะ”จิรภพนิ่งไปเล็กน้อย “ก็ชื่อเธอครับ”“แต่รสไม่เคยเห็นภพสนิทกับผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักเร็วขนาดนี้”มุนินทร์ธิตาเริ่มอึดอัดขึ้นมาจริง ๆ เธอไม่ต้องการยืนฟังคู่หมั้นทะเลาะกันเพราะเรื่องของตน“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวหมุนตัวออกจากบริเวณนั้นทันที“มุน” เสียงจิรภพดังตามหลังเธอหยุดเพียงครู่เดียว แต่ไม่ได้หันกลับไป “ฉันจะไปห้องน้ำค่ะ” แล้วเดินจากไปรสิกามองตามด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนหันกลับมามองคู่หมั้น“ภพกำลังทำให้รสคิดมากนะคะ”“ไม่มีอะไรให้คิดครับ”“รสก็หวังว่าจะไม่มีค่ะ” เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนเดินออกไปทางด้านหน้าเพื่อรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพอดีทว่าความไม่พอใจยังค
ตอนที่ 15 หญิงงาม ผู้หญิงของคุณช่วงเย็นของวันนั้น เรือนรับรองแขกหลังเล็กซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างโครงการวรเวชเมธาเงียบสงบกว่าบริเวณสำนักงานขายที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ตัวเรือนสองชั้นตกแต่งด้วยโทนสีอ่อน รายล้อมด้วยสนามหญ้าและแนวไม้ประดับซึ่งช่วยบดบังสายตาจากถนนภายในโครงการ จึงเหมาะสำหรับใช้รับรองแขกหรือพักชั่วคราวในช่วงที่มีงานต้องติดตามต่อเนื่องหลายวันมุนินทร์ธิตาเพิ่งเดินกลับเข้ามาจากสวนพร้อมธีรทัต หลังจากนั่งคุยกันใต้ต้นสาเกอยู่นานพอสมควร“พี่ต้องกลับไปจัดการธุระอีกนิดครับ” ธีรทัตบอกพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “มุนอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”“ได้สิคะ มุนไม่ได้เป็นเด็กแล้วนะ”“พี่รู้ครับ แต่เห็นช่วงนี้ชอบเหม่อ”“พี่ธีร์...”หญิงสาวลากเสียงอย่างคนถูกจับผิด ธีรทัตจึงหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือแตะศีรษะเธออย่างที่เคยทำมาตั้งแต่รู้จักกัน“คืนนี้พักผ่อนให้พอนะครับ พรุ่งนี้เราต้องกลับแต่เช้า”“ค่ะ พี่ขับกลับดี ๆ นะคะ”มุนินทร์ธิตายืนส่







