เข้าสู่ระบบปัง!
เสียงปิดประตูรถตามแรงอารมณ์ของเจ้าหล่อนทำเอาคุณสูดหายใจเข้าแรง ๆ มือหนากำพวงมาลัยแน่นพยายามอย่างมากที่จะข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้ลงไปบีบคอเธอ
กล้าดียังไงมาทำนิสัยหยาบ ๆ กับรถที่แสนรักของเขา อย่าหวังว่าหล่อนจะมีโอกาสได้ขึ้นมาอีก
“เฮ้อออ น่ารำคาญ” คุณขับรถออกจากซอยบ้านของมิลค์ไม่นาน ก็มีสายเรียกเข้าผ่านโปรแกรมแชต เขาเหลือบสายตาไปดูก็เห็นว่าเป็นการโทรเข้าของกลุ่มพี่น้องจึงกดรับ
Khลูกรักพระเจ้า (3)
Khanin {ไอ่คุณ เรียนเสร็จแล้วรีบเข้ามาร้านหน่อยนะ}
Khun “กำลังไปครับเฮีย”
Khanin {มึงด้วยไอ่เณศ อย่าเนียน}
Khanes [โธ่เฮีย วันนี้ผมมีนัดแล้ว]
Khanin {แล้วแต่มึงนะ แต่ถ้าไม่มากูจะบอกพ่อให้เอามึงไปช่วยงานที่จีนช่วงปิดเทอม}
Khanes [อีกสิบนาทีผมก็น่าจะถึงแล้วเฮีย]
Khanin {เฮ้อ มึงนี่น๊าาา เอ้อคุณ วันนี้มีสัมภาษณ์การ์ดด้วย มึงลองทดสอบด้วยตัวเองก็ดีนะ}
Khun “ได้เฮีย แต่ถ้าไม่ผ่านสักคน อย่าว่าผมใจร้ายนะ”
Khanes [มึงก็เบามือบ้าง แค่การ์ดคุมผับไอ้สัด ไม่ได้คัดหน่วยสวาท]
Khun “หรือมึงจะคัดเอง”
Khanes [เฮียณินอย่าเพิ่งเก็บใบสมัครนะ ผมว่าน่าจะยังต้องใช้อยู่]
Khun “แค่นี้ก่อนนะเฮีย ผมขับรถอยู่ กดวางให้ด้วยนะ”
คุณ เหวินกดเปิดเพลงที่เขาฟังมาตลอดทั้งวันหลังจากที่ได้ยินมันครั้งแรกเมื่อเช้า ตอนที่เขาเปิดวิทยุฟังมาด้วยระหว่างขับรถ แต่เขาไม่ได้ฟังตั้งแต่เริ่มเพลงจึงไม่รู้ว่าเพลงนี้ชื่อเพลงอะไร
เขาพยายามหาชื่อเพลงมาตลอดช่วงเช้า แต่เขาจำได้เพียงทำนองกับเนื้อเพลงที่แปลมาแล้วจากในหัวเขาว่าคนตรงหน้าดูสวยมาก และเขามองเห็นความรักส่องสว่างในแววตาคู่นั้น
พยายามแล้วที่จะค้นหาจากเนื้อเพลงเท่าที่จำได้ แต่เขาคงเรียบเรียงมันไม่ถูกจึงหาไม่เจอสักที
เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการหาเพลงนี้จนคเณศและเขตแดนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากถาม คุณจึงฮัมทำนองเพลงให้ทั้งสองฟัง แล้วก็เป็นเขตแดนที่ไขข้อข้องใจให้เขาได้
สมกับที่เป็นนักร้องประจำของผับเฮียกูจริง ๆ
ทว่าพอถูกเพื่อนถามว่าไปได้ยินเพลงเก่าขนาดนี้มาจากที่ไหน คุณก็ตอบไปแค่ว่าได้ยินมาจากวิทยุ แต่พอเพื่อนถามว่าทำไมถึงชอบเพลงนี้ เพราะมันเก่ามากและไม่ใช่แนวเพลงที่เขาชอบเลย คุณก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง
ครั้นจะให้เขาตอบไปตามตรงว่าได้ยินแล้วทำให้คิดถึงคนในฝันเมื่อคืนตอนที่กำลังเอากันก็จะยังไง ๆ อยู่
ชีวิตปกติของคุณ เหวินไม่ใช่คนที่นอนหลับฝันจริงจังอะไรขนาดนี้ เรียกว่าหลับสนิทดีทุกคืนแทบไม่เคยจะฝันเลย แต่พอได้ฝันกับเขาสักที ก็ดันฝันว่ากำลังเอาอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าสวยกว่าผู้หญิงทั้งหมดที่เขาเคยเจอ
รอยยิ้มหวานจนเขาอดใจไม่ไหวขโมยจูบอยู่หลายครั้งตอนที่พักยกกันอยู่ ไหนจะสองแก้มนิ่มที่แดงก่ำด้วยไฟราคะตอนที่กำลังหลอมละลายพวกเขาเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
ดวงตาสุกสกาวแวววาวราวกับลูกกวางน้อยไหวระริกยามที่จ้องมองคุณตอนที่กำลังโยกเข้าสุดออกสุด
คุณเคยมีเซ็กส์มาบ้างก็จริง เคยลองมาหมดแล้วทั้งหญิงชาย ซึ่งมันก็เสียวเหมือน ๆ กัน ไม่ได้มีอะไรแตกต่างสำหรับเขา แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้คุณทั้งเสียวและมีความสุขไปพร้อมกันเหมือนอย่างคนในฝันเมื่อคืน
สุขมากจนเขาเสร็จไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกระทั่งถึงเวลาที่ต้องตื่น เล่นเอาเขาเพลียอยู่เหมือนกัน
คุณจำหน้าของคนที่ทำให้เขามีความสุขเต็มอิ่มทั้งคืนได้ดี เพราะเขาแทบไม่เอาสายตาเหลือบไปมองใครเลยหลังจากตื่น กระทั่งตอนที่ดึงตัวไอ้คนที่ชนเขาในโรงอาหารมามองชัด ๆ
“กลิ่นดินคือชื่อของคนในฝัน ส่วนนาย เพื่อนนายเรียกนายว่าดิน เห้อออ จะใช่ดินเดียวกับคนในฝันเมื่อคืนหรือเปล่านะ” เขาคิดถึงท่าทางยียวนกวนประสาทกับคำพูดคำจาที่แสนจะกวนตีนนั่นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา
“แล้วถ้านายคืนคนเดียวกันจริง ๆ ตอนอยู่บนเตียงนายตัวจริงจะเป็นแบบไหนกัน” ลึก ๆ ในใจคุณได้แต่ภาวนาให้เป็นเหมือนในฝันน่าจะดีกว่าแม้ว่ามันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ตาม
เขาเลี้ยวรถเข้าซอยถัดจากมหาวิทยาลัย ขับตรงไปอีกนิดก็จะถึงร้านของพี่ชายแล้ว ทว่าร่างสูงโปร่งตรงหน้าที่กำลังด้อม ๆ มอง ๆ เข้าไปในร้านของเขา คุณจำได้ดีแม้จะเห็นจากด้านหลัง
ก็นะ เขาได้สำรวจมาทั่วทั้งตัวแล้วนี่ในฝันเมื่อคืนนี้ พอคิดถึงตอนที่เขาใช้ปลายลิ้นลากเลียไปจนทั่วแผ่นหลังขาวเนียนนั่น คุณ เหวินก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว
เขาชะลอความเร็วรถให้ช้าลง กดโทรออกหาลูกน้องที่อยู่ในร้านให้มาจับไอ้คนตัวขาวนั่นไปไว้ที่ห้องทำงาน ไม่ลืมที่จะกำชับว่าให้เบามือที่สุดห้ามมีแม้แต่รอยขีดข่วน ก่อนจะขับรถเข้าไปจอดในพื้นที่ส่วนตัว
ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถคันหรูของตัวเอง แล้วตรงเข้าร้านจากทางด้านหลัง ทว่าเขานั่งรออยู่นานแต่ก็ไม่เห็นลูกน้องพาคนที่ต้องการเข้ามาสักที จึงเดินออกไปดู
ที่หน้าร้านเขามีไทยมุงอยู่เต็มไปหมด ทั้งเด็กเสิร์ฟ คนในครัว สาวเชียร์เบียร์ หรือแม้แต่พวกการ์ดกำลังส่งเสียงเชียร์กลุ่มคนที่สู้กันอยู่
คุณ เหวินแหวกฝูงกองเชียร์เข้าไปเห็นลูกน้องของเขาสี่ห้าคนกำลังสู้อยู่กับคนที่เขาสั่งให้พาตัวเข้าไปแบบไร้รอยขีดข่วน “พวกมึงกำลังทำอะไร”
สภาพลูกน้องของคุณดูยับเยินไม่น้อย ต่างจากดินที่ยังยืนหล่อเท่แต่หน้าสวยอยู่ตรงกลาง ท่าทีสบาย ๆ แบบนั้นทำเอาคุณ เหวินประหลาดใจไม่น้อย
“นาย แฮ่ก” คนของเขาเดินตัวงอเอามือกุมท้องไว้เข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้า “ขอโทษครับนาย แฮ่ก ๆ แต่น้องเขา...”
“ไม่เป็นไร ไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” คุณยกมือห้ามลุกน้องไว้ไม่ให้พูดต่อ ดูท่าคงจะโดนมาหนักถึงได้เดินตัวงอขนาดนั้น
กลิ่นดินไล่สายตามองตามไอ้คนที่เพิ่งสู้กับตัวเองคนล่าสุดไป คิ้วขมวดมุ่นทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร “ไอ้คุณ!” ก็แล้วใครมันจะไปคิดว่าจะได้มาเจอกันอีกกับไอ้คนในฝันเป็นครั้งที่สามภายในวันเดียวกัน
กูจะต้องเป็นคนดวงซวยขนาดไหนวะ?
“มึงเรียกใครว่าไอ้วะ” ลูกน้องคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา ทำท่าจะตรงเข้าใส่กลิ่นดิน
คุณหันไปมองหน้าลูกน้องที่เรียกดินว่ามึงทันทีเช่นกัน สายตาวาวโรจน์ของเขาทำเอาลูกน้องรีบก้มหน้าหนีความผิด ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าผิดอะไร
“ไม่มีงานทำกันหรือไง ถึงได้มามุงกันอยู่ตรงนี้” น้ำเสียงเข้มดุทว่าทรงอำนาจของเจ้าของร้านที่เดินตามน้องชายตัวเองออกมา เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวไทยมุงทั้งหลายก็หายไปราวกับไม่เคยมี
“เป็นอะไรหรือเปล่า” คุณเดินเข้าไปหาดิน จับต้นแขนสองข้างไว้แน่น พลิกตัวเขาซ้ายทีขวาทีตรวจดูให้แน่ใจ น้ำเสียงที่ใช้เป็นช่องเสียงที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน
“เสือก” กลิ่นดินบิดแขนสองข้างออก ผลักอกแกร่งคนตรงหน้าแรง ๆ ดีว่าคณินยืนอยู่ด้านหลังจึงรับเอาตัวน้องชายไว้
ปกติแล้วน้องชายของคณิณคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาห่วงใยอะไรใครนัก ขนาดเขาที่เป็นพี่ชายแท้ ๆ แถมสู้ไม่เป็นอย่างน้อยชายสองคน ตอนที่โดนลอบทำร้ายมามันยังไม่เคยถามสักคำ
พอเห็นท่าทางห่วงใยเหลือเกินของน้องชายเมื่อกี้ เขาจึงคิดว่ายังไม่ควรเข้าไปยุ่งน่าจะดีกว่า
“เอ้า ไอ้เด็กนี่ กูมาช่วยมึงนะ” คุณ เหวินเปลี่ยนน้ำเสียงเข้มขึ้นทันที
“ใครขอร้องมึงไม่ทราบ อีกอย่างนะ มึงไม่ได้ช่วยกู แต่มึงกำลังทำให้กูเสียงาน” กลิ่นดินโวยให้คนหน้าหล่อตรงหน้า
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







