LOGINทว่าพอได้เห็นหน้าก็เผลออุทานคำพูดติดปากออกมาอีก “เหี้ย!” เขารีบปิดหน้าจอมือถือแล้วเก็บลงกระเป๋ากางเกงไป “มึง... ใครให้มึงแอบดูแชตกู”
“มึงด่ากูเหี้ยอีกแล้วนะ” คุณ เหวินไล่สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “เตี้ยอย่างมึง กูไม่เห็นต้องแอบเลย ยืนเฉย ๆ ก็เห็นแล้วปะ”
“แม่งคำก็เด็กสองคำก็เตี้ย กูก็สูงตั้งร้อยแปดสิบเหอะ” แม้ว่าเพื่อนของดินมักจะบอกว่าเขาปัดเศษเอาก็เถอะ
คุณไล่สายตามองสำรวจตั้งหัวจรดเท้า “เอาสิมึงอะ”
มึงก็เอากับเขาด้วยเหรอ
ถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกล้อแบบนี้มาจนชิน แต่กับคนคนนี้กลิ่นดินไม่อยากชินเอาเสียเลย “ถึงยังไงแบบกูก็ไม่เรียกว่าเตี้ย มึงสูงเป็นเปรตเองต่างหาก ไอ้คุณ ไอ้ขี้เสือก”
“ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว สรุปมึงรู้ชื่อกูใช่ปะ มึงรู้ได้ไง?” แต่ไหนแต่ไรมาคนทั่วไปมักจะเรียกเขาว่าเหวินที่เป็นนามสกุล และเขาก็ขี้เกียจแก้จึงใช้ชื่อนี้มาตลอด
หลังจากนั้นเขาก็ให้ทุกคนเรียกเขาว่าเหวิน มีแค่คนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทอย่างไอ้เขตเท่านั้นที่เขาจะยอมให้เรียกชื่อได้
“ชื่อมึงเป็นความลับมากเลยเหรอ ถึงรู้ไม่ได้อะ” ดินหันหน้ากลับมา เขยิบเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เงยหน้าขึ้นสบตากับคุณอย่างท้าทาย “ทำไงดีล่ะ กูรู้แล้วด้วยสิ ต้องฆ่ากูปิดปากมั้ย”
“กูถามมึงดี ๆ นะ” คุณกัดฟันพูดช้า ๆ อย่างข่มใจ บอกให้รู้ว่าตอนนี้เขาเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว
ปกติแล้วคุณไม่ใช่คนชอบต่อล้อต่อเถียงกับใครให้มากความ เรียกว่าไม่คุยกับใครเลยก็ได้ถ้าไม่จำเป็น แต่กับคนตรงหน้านี้กลับต่างออกไป
“แต่ กู ไม่ อยาก ตอบ ดี ๆ มีไรปะ” กลิ่นดินเองก็ตอบกลับเขาทีละคำช้า ๆ บวกกับสีหน้าท่าทางที่แสนจะกวนตีน
“กูเป็นรุ่นพี่มึงนะ” คุณเค้นเสียงเข้มดุใส่คนตรงหน้า จับเนกไทประจำตัวเด็กปีหนึ่งเอาไว้ ออกแรงดึงให้หน้าดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
ระยะห่างแบบนี้ถ้าเป็นสาววายมาเห็นคงสวมรอยเป็นผีผลักให้ปากชนกันไปแล้ว
กลิ่นดินยกสองมือขึ้นจับมือแกร่งไว้ ค่อย ๆ หยิบนิ้วมือหนาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น “มึงปีสอง กูปีหนึ่ง หึ... โทษทีว่ะ พอดีกูไม่ได้เคารพคนที่อายุหรือชั้นปี” เขาขยับเนกไทให้เข้าที่ เมื่อสามารถแกะออกจากมือคุณมาได้แล้ว
สายตาคมมองจ้องไปที่ใบหน้าสวยตรงหน้า ท่าทางกวนตีน กับปากอวบอิ่มที่พ่นแต่คำอวดดีออกมากำลังเย้ยหยันเขาในตอนนี้ เห็นแล้วมันน่านัก
ทว่าจู่ ๆ เสียงหวานหูก็ดังแทรกผ่านอากาศมาเรียกพวกเขาเอาไว้ก่อนที่สงครามจะเกิด
“พี่เหวินคะ” มิลค์ / “พี่ดิน” กลิ่นฝน
สองสาวที่ปกติก็ไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว พอพูดขึ้นมาพร้อมกัน ก็หันหน้ามาสบตากัน ก่อนจะสะบัดหน้าเชิดใส่แล้วเดินไปหาผู้ชายของตัวเอง
“พี่เหวิน รอมิลค์นานไหมคะ” มิลค์เดินไปเกาะแขนคุณเอาไว้ ดันอกอวบ ๆ ถูไถกับท่อนแขนแกร่ง
“พี่ดินขาาา รอฝนนานไหมคะ” กลิ่นฝนพอเห็นมิลค์อ้อนผู้ชายที่มารับก็นึกหมั่นไส้ตั้งใจทำใส่บ้าง เดินไปเกาะแขนดินเอาไว้แล้วเอาหน้าซุกบ่าแกร่ง ช้อนสายตาหวานขึ้นมองอย่างออดอ้อน
“สำหรับฝนเนี่ย ให้พี่รอนานแค่ไหนก็ได้ค่ะ จุ๊บ” กลิ่นดินลูบหัวสวยเบา ๆ แล้วจุ๊บไปหนึ่งทีที่หน้าผากมน เหลือบสายตามองไปที่คุณ ยักคิ้วให้อย่างท้าทาย
“เด็กน้อยว่ะ” คุณเบะปากใส่ดินก่อนจะหันมาคุยกับมิลค์ “ไปเถอะค่ะ” เขาโอบเอวบางพาหญิงสาวเดินออกไป ไม่วายหันมายกยิ้มมุมปากให้คนหล่อหน้าสวยที่ยืนคิ้วขมวดจ้องเขาตาเขม็ง
คุณเห็นว่ากลิ่นดินขยับปากมุบมิบ ๆ เหมือนกำลังด่าทอเขาอยู่ แต่น่าเสียดายที่เขาเดินมาไกลจนไม่ได้ยินแล้ว
หลังจากที่แยกตัวออกมาจากกลิ่นดินกับผู้หญิงของมันแล้ว คุณ เหวินก็ตรงไปที่รถเพื่อพามิลค์กลับไปส่งที่บ้านตามคำขอของพ่อเธอ ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทครอบครัวเขา
เขารู้ว่าคุณลุงพิศาลเจตนาอยากจับคู่ใครสักคนในบรรดาสามพี่น้องให้กับลูกสาวคนเดียวของตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็มักจะพามิลค์ไปออกงานกับคณินบ่อย ๆ
แต่ด้วยช่วงวัยที่ดูจะห่างกันและดูเหมือนคณินจะไม่เล่นด้วย พอลูกสาวถึงวัยเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยและได้เรียนที่เดียวกับคุณและคเณศ พิศาลก็เบนเข็มมาที่พวกเขาสองคนทันที
เมื่อวานคุณเห็นมิลค์ส่งข้อความหาคเณศเยอะมาก เขาเองก็ได้อ่านทุกข้อความ มีมาหมดทั้งออดอ้อน อ่อย กระทั่งรูปของเธอที่แสนจะยั่วเย
อย่างรูปล่าสุดที่เธอส่งมาเมื่อคืน เป็นรูปเนินอกตู้มขาวอวบที่หัวนมแทบจะโผล่พ้นปมผ้าขนหนูที่รัดรึงเอาไว้กับข้อความของเธอที่บอกว่าเพิ่งออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ไม่มีใครถาม
โชคดีแค่ไหนที่เจ้าหล่อนไม่มีช่องทางติดต่อของเขา
ปกติคุณจะไม่แจกเบอร์ ไม่ให้คอนแทคกับใครง่าย ๆ ถ้าจำเป็นต้องให้จริง ๆ คุณจะให้ช่องทางติดต่อของกล้าซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเขาเอง
เรียกว่านอกจากพ่อแม่พี่น้องเพื่อนสนิทอย่างเขตแดนและกล้าก็ไม่มีใครมีแล้ว
ส่วนวันนี้ที่คุณต้องเป็นคนมารับ เพราะพิศาลโทรหาคณินพี่ชายของพวกเขาว่าขอให้ใครไปส่งมิลค์ให้หน่อย อ้างว่ารถของที่บ้านไม่ว่างเลย ส่วนรถของมิลค์เห็นว่าเสียจอดอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี่แหละ
คเณศน้องชายเขายืนกระต่ายขาเดียว หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มา เขาเหลือบสายตาไปเห็นหนุ่มหน้าสวยปากจัดที่เถียงกับเขาเมื่อกี้กำลังเดินไปทางคณะมนุษยศาสตร์พอดีจึงจำยอมรับหน้าที่นี้เอง
ตลอดทางคุณไม่พูดกับผู้หญิงด้านข้างเลย หน้าเขามองตรงไปยังถนนด้านหน้าไม่มีวอกแวกแม้แต่น้อย ปล่อยคนด้านข้างเจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทองไปคนเดียว
“พี่เหวินทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะคะ วันนี้คุณแม่มิลค์ลงมือทำกับข้าวด้วยตัวเองเลย” มิลค์ตัดสินใจออกปากชวน เมื่อรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ ผมยังมีงานที่ต้องไปทำอีก” น้ำเสียงเรียบนิ่งปฏิเสธทันที ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเธอสักนิด
“งานที่ผับพี่ณินเหรอคะ”
“ครับ”
“มิลค์อยากไปบ้างจังเลยค่ะ ยังไม่เคยไปเที่ยวแบบนี้เลย คุณพ่อคุณแม่มิลค์ท่านเป็นห่วงเลยไม่ค่อยให้ออกไปไหนน่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นพี่เหวินพาไป ไม่แน่ว่า...”
“อย่าเลยครับ ผมว่าสถานที่แบบนั้นไม่เหมาะกับลุ๊คเรียบร้อยแบบตอนนี้ของคุณมิลค์หรอกครับ”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่เหวิน ถ้าไปกับพี่เหวิน มิลค์ว่า...”
“ผมไม่มีเวลาดูแลหรอกครับ”
“อ้อ ค่ะ งั้นเอาไว้วันหลังมิลค์จะลองไปกับเพื่อนดูนะคะ” หล่อนล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋า “มิลค์ขอเบอร์กับไลน์พี่เหวินไว้ได้มั้ยคะ เผื่อว่า...”
“ถึงแล้วครับ อ้อ รถของคุณมิลค์ผมให้ช่างที่อู่เพื่อนมาดูให้แล้วนะครับ เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแค่มีคนมาปล่อยลมยางแค่นั้น ตอนนี้กำลังเอามาส่งที่บ้านให้แล้วด้วย พรุ่งนี้คุณมิลค์ก็ขับรถไปเองได้แล้วนะครับ”
ตอนท้ายคุณเหลือบสายตาเข้มดุ สีหน้าท่าทางติดจะรำคาญมองไปยังหญิงสาวด้านข้าง
แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ประโยคเมื่อกี๊กับสายตาดุ ๆ ตอนนี้มิลค์เองก็ไม่กล้าที่จะยื้อต่อ “อ่อ อ๋อค่ะ ขอบคุณพี่เหวินมากนะคะที่มาส่ง” เธอตอบเขาทั้งน้ำเสียงติดจะไม่พอใจอย่างห้ามไม่อยู่
มิลค์เป็นลูกสาวคนเดียวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ เธอเป็นคนที่ใครต่างก็ให้ความสนใจมาตลอดตั้งแต่เด็ก แม้แต่คณินพี่ชายของคุณก็ยังให้เกียรติเธอกว่านี้
นี่แทบจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ปฏิเสธเธอแบบไม่แม้แต่จะรักษาหน้า รักษาน้ำใจกัน
“ไม่เป็นไรครับ ขอตัวนะครับ” คุณเอ่ยอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยังไม่ยอมลงจากรถ เขาพยักเพยิดหน้าให้เธอไปที่ประตูรถ เธอถอนหายใจแรงก่อนจะเปิดประตูลงไป
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







