เข้าสู่ระบบ“งั้น ไม่เกรงใจแล้วนะคร้าปปป” ในเมื่อเพื่อนเกรงใจงั้นเขาจะจัดการให้เอง เพียงรักหันไปหาพนักงานคนที่ยืนอยู่ เขาสั่งทุกออร์เดอร์ที่เคยอยากกินตอนมาคนเดียวแต่ไม่มีปัญญาสั่ง
“เสียดายน้องฝนมาไม่ได้” ต้นแบบอดคิดถึงน้องสาวเพื่อนไม่ได้ รายนั้นถ้าเรื่องกินฟรีจะดี๊ด๊ากว่าใคร
“อืม พูดไปก็ชักจะเป็นห่วง ถึงห้องเพื่อนหรือยังก็ไม่รู้” ดินหยิบมือถือขึ้นมากดหาน้องทันที
“มึงสองคนกินกันไปก่อนนะ กูไปห้องน้ำแป๊บ” พูดจบต้นแบบก็ลุกเดินออกไป
ทว่าประตูที่ต้นแบบเปิดออกไปปิดได้เพียงไม่นานก็ถูกเปิดอีกครั้ง “ไอ้แบบ มึงกลับมาเร็วจังวะ... ไอ้คุณ” กลิ่นดินเปลี่ยนโทนเสียงทันทีที่เห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เพื่อน
“กูให้เรียกใหม่” คุณ เหวินเอ่ยสั้น ๆ
“ไอ้ คุณ” ดินยังคงคำว่าไอ้ไว้อย่างท้าทาย
“กูเป็นเจ้านายมึงนะ” คุณเพิ่มความเข้มดุของเสียงขึ้น
กลิ่นดินถอนหายใจแรง ใบหน้างอหงิกลงทันที “แต่นี่ไม่ใช่เวลางานกูปะ”
ทว่าน้ำเสียงที่ดินใช้ตอบเขาติดไปทางงอแงจนคุณ เหวินต้องลดวอลุ่มเสียงลง “ถึงงั้นก็ควรให้เกียรติกูหน่อยมั้ย เกิดพวกลูกน้องมันได้ยินจะคิดไง”
ตลอดเวลาที่เถียงกันน้ำเสียงของคุณไม่ได้ดุ ไม่ได้ดูหาเรื่องหรือข่มอะไรกลิ่นดินเลย เขาก็แค่อยากเลิกทะเลาะกันแล้วมาคุยกันดี ๆ สักที
ที่ผ่านมาเขาก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ดินโกรธ คนที่เดินชนจนเสื้อผ้าเลอะก็เป็นดินเอง เขาเป็นคนถูกกระทำด้วยซ้ำ แต่กลิ่นดินก็เอาแต่โกรธทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา
พอได้ฟังเหตุผลที่คุณให้มา ดินเองก็เถียงไม่ออกจำต้องยอมเรียกใหม่ “ครับ เจ้า นาย”
“พี่คุณ” คุณย้ำ
“ห๊ะ” หนุ่มหล่อหน้าสวยนึกฉงน พนักงานทุกคนเรียกเฮียได้ ทำไมถึงให้เขาเรียกพี่อยู่คนเดียว
“เรียกกูว่าพี่คุณ กลางสุดแล้ว เรียกได้ทั้งที่มหาวิทยาลัยทั้งที่ร้าน” คุณให้เหตุผลเพิ่ม แม้จะเป็นเหตุผลที่ทุกคนรอบตัวเขารู้ดีว่ามันคือข้ออ้าง แต่กลิ่นดินไม่รู้ก็พอแล้ว
ดินถอนหายใจแรง ๆ เฮือกใหญ่ไปหนึ่งทีก่อนเอ่ย “ครับ”
หลังจากแนะนำตัวให้ได้รู้จักกันอีกครั้ง ภายในห้องวีไอพีตอนนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด แม้ว่ากลิ่นดินจะไม่ยินดี แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะไล่น้องชายเจ้าของร้านไป
ดินส่งสายตาหาเพียงรักขอให้ช่วยที ในบรรดาทั้งหมดหกคนนี้ มีแค่เพียงรักเท่านั้นที่ดูจะอารมณ์ดีที่สุดแล้ว เพื่อนเขาคนนี้เป็นที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่นเสมออยู่แล้ว
เพียงรักเห็นท่าทางขอความช่วยเหลือจากเพื่อนก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยขึ้นขัดบรรยากาศชวนอึดอัด “เอ่อ พี่เขตดื่มเยอะแบบนี้ไม่มีผลต่อการร้องเพลงเหรอครับ”
“คืนนี้พี่ไม่ต้องร้องต่อแล้วน่ะ เพราะงั้น พี่ไม่เป็นไรหรอก” เขตแดนตอบกลับอย่างใจดีพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาชนกับเพียงรักแล้วดื่มรวดเดียวหมด เพียงรักเองก็ทำแบบเดียวกัน
เขตแดนไม่ใช่คนเจ้าชู้คบไปเรื่อยแบบคเณศก็จริง แต่ถ้ามีคนเข้าหาเขาก็ไม่ขัด เงื่อนไขของเขตแดนชัดเจนว่าแค่สนุกไม่คิดผูกพัน คนที่เข้าหาเขาทุกคนล้วนแต่รู้เงื่อนไขดีอยู่แล้ว
สำหรับเขาแล้วเด็กคนนี้ก็คงไม่ต่างจากทุกคนที่เข้ามา
ทำไมเขตแดนจะจำหน้าของเด็กที่มานั่งเฝ้าเขาร้องเพลงที่ร้านแทบทุกคืนไม่ได้ น้องมักจะนั่งฟัง ร้องตามและส่งยิ้มหวานให้เขาแบบนี้ตลอดแต่ไม่เคยเข้ามาหาเขาเลยสักครั้ง
ต่างจากวันนี้ที่ดูใจกล้าขึ้นมา ชงเหล้าให้เขาเอย นั่งยิ้มหวานทิ้งสายตาอ่อยเขาเอย ดูก็รู้ว่าคืนนี้คงอยากไปต่อกับเขาแค่ไหน ยิ่งดื่มยิ่งตาหวานฉ่ำขนาดนี้มีหรือเขตแดนจะปฏิเสธ
เขาหยิบแก้วที่น้องดื่มหมดแล้วมาเติมให้อีก เพียงรักก็ยกขึ้นดื่มไปยิ้มหวานให้เขาไป
“เห้ย ไอ้เพียงพอก่อน มึงไม่เคยดื่มเยอะขนาดนี้นี่” กลิ่นดินร้องห้ามเพื่อนไว้
“กูววว ดื่ม ด้าย พี่เขตของกูชงให้เชียวนาาา” เสียงของเพียงรักยานคางตามปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย
คำว่าพี่เขตของกูทำเอามุมปากสองข้างของเขตแดนยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ได้ยินแบบนี้แล้วเขายิ่งมั่นใจว่าเด็กคนนี้ชอบเขามาก ก็นะน้องมันแสดงออกชัดจะตายไป
แว๊บหนึ่งคเณศเห็นว่าเขตแดนเพื่อนรักหลุดยิ้มออกมา ทั้งที่ปกติเขตแดนเป็นเสือยิ้มยากไม่ต่างจากคุณพี่ชายของเขาก็อดอยากรู้ไม่ได้
“ยิ้มไรวะ” คเณศออกปากถาม
“เปล๊า” เขาไหวไหล่น้อย ๆ แล้วมองหน้าเพื่อน “ว่าแต่มึงเหอะ เปลี่ยนสเป็กตั้งแต่เมื่อไหร่” เขตแดนพยักหน้าเล็กน้อยไปที่ข้างกายเพื่อน
พวกเขาคบกันมานานมากทำไมจะมองไม่ออก คนอย่างคเณศไม่เคยมานั่งเอาอกเอาใจ นั่งจ้องมองใครแบบนี้มาก่อน ขนาดว่าน้องมันเมินใส่ชัดขนาดนั้น แต่เพื่อนเขาก็ยังไม่ยอมหยุด
ส่วนไอ้คุณยิ่งแล้วใหญ่ เจ้าพ่อเย็นชาปานน้ำแข็งแบบมัน อย่าว่าแต่ปล่อยให้ใครมานั่งใกล้แบบนี้เลย แค่เดินมาเฉียดมันก็ยังยาก
แต่การที่มันเดินไปนั่งข้างเด็กคนนั้นเองแบบนี้ ก็ชัดมากพอแล้วว่าเพื่อนรักเขาสนใจมากขนาดไหน
เขาเคยอยากเห็นมาตลอดว่าต้องเป็นผู้หญิงที่สวยขนาดไหนกันถึงจะมัดใจเพื่อนเขาคนนี้ได้ แต่พอได้มาเห็นตอนนี้ ถึงจะไม่ใช่ผู้หญิงแต่ต้องยอมรับเลยว่าหน้าสวยมากจริง ๆ
ยิ่งดึกปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายแต่ละคนยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กระทั่งได้เวลาร้องเพลงอวยพรวันเกิดของร้าน นักร้องบนเวทีก็ร้องเพลงไป ประตูห้องพวกเขาก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเค้กสองก้อน
พนักงานเดินเอาเค้กมาวางต่อหน้าดินก้อนหนึ่ง ส่วนก้อนที่ใหญ่กว่าวางไว้ระหว่างคุณกับคเณศ
มือหนาของคุณหยิบเค้กสองก้อนสลับที่กัน เงยหน้าขึ้นมองน้องชาย “มึงเป่าคนเดียว เป่าอันเล็กไปแล้วกัน เดี๋ยวพวกกูเป่าก้อนนี้เอง”
คุณหันกลับมายักคิ้วให้ดินก่อนจะก้มลงหวังเป่าเทียนเมื่อสิ้นเสียงร้องเพลง แต่พอเห็นดินยังนิ่งเฉยอยู่เอาแต่จ้องมองเขาไม่ลดละ คิ้วของน้องขมวดมุ่น “เป่าสิ”
เสียงของคุณเรียกสติดินกลับมา เขาหลับตาอธิฐานแล้วก้มลงเป่าเทียนตรงหน้าพร้อมกับอีกคน
ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีของทุกคนที่อวยพรพวกเขาทั้งสามคน กลิ่นดินไม่คิดกักเก็บความสงสัยเอาไว้ “ไอ้... เอ่อ พี่คุณ วันนี้ก็วันเกิดพวกพี่เหรอ?”
“ใช่และไม่ใช่” คุณตอบ
“อะไรของพี่มึงเนี่ย” ใบหน้าของกลิ่นดินงอง้ำเล็กน้อย ตั้งใจว่าจะคุยดี ๆ ด้วยแล้วเชียว
“ใจเย็นน้องดิน ไอ้คุณมันหมายถึงตัวมันอะเกิดยี่สิบเก้ากุมภา แต่พี่น่ะออกทีหลังมันนิดหนึ่งเลยมาเกิดวันที่หนึ่งมีนา ปีไหนไม่มีวันที่ยี่สิบเก้ามันก็มาเป่าเค้กวันเดียวกับพี่เนี่ย” คเณศอธิบาย
“ยี่สิบเก้ากุมภา วันเดียวกันกับมึงเลยไอ้ดิน” ต้นแบบโพล่งออกมา ชี้หนาเพื่อนทีชี้หน้ารุ่นพี่ทีก่อนจะหันไปหาเพียงรักคนที่เชื่อเรื่องนี้มากที่สุดแล้ว “แบบนี้เรียกบังเอิญหรือพรหมลิขิตวะไอ้เพียง”
แต่เขาคงลืมไปว่าพ่อหมอประจำกลุ่มนั้นเมามากแล้วตอนนี้
“พรหม ม่ายยย ต้อม ลิขิต ฝานนนไอ้ดินลิขิตด้ายยย อื้อ ๆ...” คนเมาพิมพำ ๆ ยานคางออกมา
กลิ่นดินรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนขี้เมาเอาไว้ ขืนปล่อยให้พูดต่อ มีหวังเพื่อนเขาคงเล่าหมดตั้งแต่ฝันครั้งแรกจนถึงล่าสุดเมื่อคืนนี้แน่
“ฝัน เหรอ?” คุณขมวดหัวคิ้วชนกันพลางยกแก้วขึ้นดื่ม
“ไอ้เพียง มึ มึงเมามากแล้ว พูดไปเรื่อยแล้วมึงอะ คอยดูนะเดี๋ยวมันก็จะพูดเรื่องฝันอยากเป็นผู้พิพากษาปีศาจเหมือนซีรีส์ที่มันดูอีก ใช่มะไอ้แบบ” กลิ่นดินพยายามเปลี่ยนเรื่องไป
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







