LOGIN“ถ้าอยากได้ฉันเป็นเมียจนตัวสั่นขนาดนั้น...”เธอกระตุกยิ้มมุมปาก
“แต่งกันเย็นนี้เลยไหม?” วายุชะงัก “...” คราวนี้กลายเป็นเขาที่เงียบน้ำเห็นดังนั้นก็ยิ่งได้ใจ เธอก้าวเข้าไปหาเขาทีละนิด ก่อนจะเงยหน้ามองด้วยสายตาท้าทาย “ถ้าจะรีบขนาดนั้น ก็เอาสิ” “...” “ฉันจะยอมแต่งงานกับนายก็ได้...”น้ำเว้นจังหวะ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนที่มั่นใจว่าตัวเองกำลังโยนโจทย์ที่ไม่มีทางเป็นไปได้ให้อีกฝ่าย “แต่ต้องเป็น เย็นนี้เท่านั้น” "__"วายุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงยืนนิ่งฟัง “งานแต่งต้องหรูหราสมเกียรติ มีเค้กก้อนโต ๆ สักสิบชั้น มีอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวานครบเซต มีแขกมาร่วมงานอย่างน้อยหนึ่งพันคน มีเวทีพร้อมนักร้องมาร้องเพลงให้แขกฟัง มีดอกไม้จัดฉากสวย ๆ อีกสักพันดอก” น้ำยกนิ้วนับเงื่อนไขไปทีละข้อ ก่อนจะปิดท้ายด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “แล้วชุดแต่งงานของฉันต้องสวย หรู และอลังการที่สุด!”เธอหยุดพูด ก่อนจะมองนาฬิกาบนข้อมือตอนนี้เพิ่งจะบ่ายโมงกว่า ๆหญิงสาวจึงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน”น้ำเดินเข้าไปใกล้วายุอีกนิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา “ตอนนี้บ่ายโมงตรง ฉันให้เวลานาย สามชั่วโมง” เธอยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเขา “เริ่มนับตั้งแต่วินาทีนี้เลย” “...” “พอบ่ายสี่โมงตรง ทุกอย่างที่ฉันพูดต้องพร้อมสำหรับงานแต่งของเรา ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เค้ก อาหาร เครื่องดื่ม ดอกไม้ เวที นักร้อง แขกหนึ่งพันคน รวมถึงชุดแต่งงานของฉัน” น้ำยิ้มกว้างขึ้น “ถ้าทำได้...ฉันจะแต่งงานกับนายวันนี้” เธอเน้นคำสุดท้ายชัด ๆ “แต่ถ้าบ่ายสี่โมงแล้วขาดแม้แต่อย่างเดียว นายก็เป็นหม้ายขันหมากไปได้เลย เพราะฉันจะถือว่านายแพ้ และฉันจะไม่แต่งงานกับนายเด็ดขาด” น้ำไหว่ไหล่หนึ่งครั้งอย่างผู้ชนะ “ตกลงตามนี้ไหม?” "__"วายุไม่ได้ตอบในทันที เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า “ตอนนี้บ่ายโมงตรง”วายุพูดตามเวลาที่เพิ่งดูหลังจากเงียบมานาน “ใช่” “แปลว่าผมมีเวลาถึงสี่โมงเย็น” “ถูกต้อง” “เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงเต็ม” “ใช่!”น้ำตอบอย่างมั่นใจ "อืม ผมเข้าใจแล้วครับ" “ถ้าสี่โมงตรงฉันยังไม่ได้แต่งงานนายก็หมดสิทธิ์” “ตกลงครับ”วายุตอบง่าย ๆ จนน้ำชะงัก “...อะไรนะ?” “ผมบอกว่าตกลง”เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ก่อนจะกดโทรออกหาใครบางคนทันที “เริ่มจัดการได้เลยครับ” “เดี๋ยวนะ นายจะทำจริงเหรอ?”น้ำมองเขาอย่างงุนงง วายุหันกลับมายิ้มให้“คุณเป็นคนตั้งกติกาเองนะครับ" เขาเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง13:01 น. “ตอนนี้เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงห้าสิบเก้านาที” น้ำเบิกตากว้าง“นาย...” “ไม่ต้องห่วงครับ” ชายหนุ่มพูดพลางเดินผ่านเธอไปอย่างใจเย็น “ผมจะทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็น” “แต่แขกตั้งหนึ่งพันคนเลยนะ!” น้ำรีบหันกลับไปมอง “นายจะไปหามาจากไหนทัน!” “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาของคุณครับ” วายุยกโทรศัพท์แนบหู ขณะเดินตรงไปยังรถ “หน้าที่ของคุณคือเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว” “...” “ส่วนหน้าที่ของผมคือทำตามเงื่อนไขที่คุณตั้งไว้ทุกข้อ”ชายหนุ่มหยุดอยู่ข้างรถแล้วหันกลับมามองเธอรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเวลาเขาจริงจังก็ทำให้น้ำรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว “เจอกันตอนสี่โมงเย็นนะครับ...ทูนหัว” ปิ๊ง! เขาขยิบตาให้หนึ่งที ก่อนจะส่งจูบผ่านอากาศมาให้เธอจากนั้นจึงขึ้นรถและขับออกไปทันที “...”น้ำยืนนิ่งอยู่กับที่เธอค่อย ๆ หันกลับไปมองนาฬิกาอีกครั้ง13:02 น.เหลือเวลาอีก...สองชั่วโมงห้าสิบแปดนาที “หึ!”หญิงสาวยกยิ้มอย่างมั่นใจ “ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่านายจะทำยังไง”เธอเหลือบมองไปทางถนนที่รถของวายุเพิ่งหายลับไป “สามชั่วโมง..."น้ำพึมพำกับตัวเอง “งานแต่งหนึ่งงาน แขกหนึ่งพันคน ชุดแต่งงาน เค้กสิบชั้น ดอกไม้อีกเป็นพันดอก แล้วก็เวที นักร้อง อาหารทุกอย่าง...”เธอหัวเราะเบา ๆ “ต่อให้นายมีเงินเป็นพันล้าน ก็ไม่มีทางทำทันหรอก!”แต่หญิงสาวยังไม่รู้เลยว่า...ในขณะที่เธอกำลังยืนหัวเราะกับชัยชนะของตัวเองนั้น อีกฟากหนึ่งของเมือง วายุกำลังสั่งงานทีมงานชุดใหญ่ด้วยคำสั่งเดียว “ผมต้องการให้งานแต่งทั้งหมดพร้อมก่อน 16:00 น. วันนี้”นับจากเวลา 13:02 น.เขาเหลือเวลาเพียง...2 ชั่วโมง 58 นาที“อะไรที่ปล่อยวางได้ สุขภาพจิตเราก็ดีขึ้นค่ะ” น้ำตอบกลั้วหัวเราะ ท่าทางไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้นัก ตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ในสายตาของเธอ “แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาหาของดีมีคุณภาพอยู่ดีครับ ไม่ใช่ของที่ผ่านมือใครต่อใครมาแล้วตั้งกี่คน” รอยยิ้มของน้ำค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนจะค่อย ๆ จางลง ทำไมประโยคนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนักนะ? คำพูดที่เหมือนจะเหน็บแนมผู้หญิงเบา ๆ แต่พอฟังจริง ๆ กลับเจ็บจี๊ดขึ้นสมองแบบนี้... ชวนให้นึกถึงไอ้หมาวายุไม่มีผิด! “ดูท่าทางคุณคงไว้ใจแฟนคุณมากเลยนะครับ” “ก็ไม่เชิงค่ะ ถ้าเขาอยู่ในสายตา น้ำก็พอจะรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่” “อ๋อ!” ไฟพยักหน้ารับ สีหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ก็ยังมีแววสงสัยอยู่เล็กน้อย “ความจริงเราสองคนเพิ่งแต่งงานกันค่ะ ทางผู้ใหญ่เขาจัดใส่พานถวายมาให้” “ฮ่า ๆ ๆ!” ไฟหัวเราะลั่นจนคนที่เดินผ่านโต๊ะต่างหันมามองเป็นตาเดียว น้ำหันไปมองเขาอย่างงุนงง “คุณไฟขำอะไรเหรอคะ?” “ก็ขำที่คุณพูดไงครับ” เขายิ้มกว้าง พลางเบะปากเล็กน้อย “จัดใส่พานถวายมาให้... หึ! ตลกฉิบหาย” ไฟยกแก้วขึ้นดื่มต่อ ปล่อยให้เสียงเพลงจากชั้นล่างเข้ามาแทนที่บทสนทนาที่ขาดหายไป หลังจากน
“คิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ? เหอะ! ปัญญาอ่อนชะมัด... ‘อย่าทำให้ผมโมโห ถ้าไม่อยากโดนคว้านไส้ให้อีกากิน หึ!’” น้ำเลียนเสียงวายุในใจอย่างหมั่นไส้ ก่อนยกแก้วขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าคำพูดที่กำลังนินทาเขาอยู่จะมีทางไปถึงหูเจ้าตัวได้ หลังจากเสร็จธุระ วายุก็ลงไปนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนที่ชั้นล่างของผับ ส่วนน้ำเลือกขึ้นมานั่งบนชั้นสอง เพราะบรรยากาศเงียบสงบกว่าด้านล่าง เธอไม่ชอบสายตาของบรรดาสาว ๆ ที่มองมา โดยเฉพาะเวลาที่พวกหล่อนเข้ามาขอเบอร์วายุแล้วหันมามองเธอราวกับต้องการหยั่งเชิง แค่เห็นก็หงุดหงิดแล้ว! “นั่งคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ?” น้ำชะงักมือที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนหันไปมองทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบอยู่ใกล้ ๆ จากด้านหลัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวออกมาจากด้านหลังโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่ชวนให้เธอรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด “ไงครับ คุณน้ำ” “คุณ...?” น้ำขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้า พยายามนึกว่าเคยเจอกันที่ไหน “อย่าบอกนะครับว่าคุณจำผมไม่ได้ น่าน้อยใจจัง” “...” เธอยังคงนึกไม่ออก แม้ใบหน้าของเขาจะดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อยก็ตาม “
"เหม่... พูดมาซะยาวเหยียดยันชาติชั่ว ที่แท้คุณก็แค่งอนผมเรื่องเมื่อเช้า" "ฉันไม่ได้งอน! มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องงอนนายด้วย" น้ำปฏิเสธเสียงแข็งแบบลนลาน ดวงตาคู่สวยเลิ่กลั่กเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าโกหก "นั่นสินะ... คุณมีเหตุผลอะไรต้องงอน นอกเสียจาก..." วายุเว้นช่วงคำพูดพลางใช้นิ้วชี้เรียวเขี่ยริมฝีปากบางเบาๆ แล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "คุณเริ่มหลงรักผมแล้ว... ใช่ไหมล่ะครับคุณน้ำ?" "__" หญิงสาวเม้มปากแน่น ความเงียบกลายเป็นคำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มจุดยิ้มร้ายเหนือกว่า "แค่บอกว่างอนเรื่องเมื่อเช้าก็จบ ผมจะได้ง้อ... ไม่ใช่มาตะคอกเสียงใส่ผัวแบบนี้ มันดูไม่น่ารักเลยรู้ไหม? แต่ถ้าคุณชอบแบบฮาร์ดคอร์... ผมก็จัดให้ได้ ถ้าชอบสไตล์นั้น" "พูดบ้าอะไรของนาย! ฉะ...ฉันไม่ได้.. อื้อ!" ริมฝีปากเรียวบางถูกปิดลงด้วยจูบหนักหน่วงจากคนร่างสูง วายุไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวไร้สาระให้เสียเวลา กำปั้นเล็กๆ ของน้ำรบระทุบลงบนอกแกร่งซ้ำๆ เพื่อหวังให้เขาถอนจูบ แต่กลับยิ่งกระตุ้นความกระหายในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่านขึ้นไปอีก "อืม... ทุบอีกสิ ทุบแรงๆเวลาลงโทษผมจะได้กระแทกคืนให้แรงกว่าน
น้ำมองตั้งแต่ใบหน้าของหญิงสาวลงไปยังแขนของวายุ ก่อนยกคิ้วขึ้นอย่างประชดประชัน นมติดแขนเลยนะ... ไม่ใช่แค่ตัวติดกันแล้ว “ทีหลังหัดเคาะประตูก่อนเข้าด้วยนะครับ” น้ำเสียงของวายุฟังดูขุ่นเคือง “เข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาท” น้ำแทบหลุดหัวเราะ เซ็งล่ะสิ คงเสียดายที่เธอโผล่มาขัดจังหวะความสุขของเขา สันดานผู้ชายก็เป็นแบบนี้สินะ “ทำไม” เธอเท้าสะเอว ก่อนปรายตามองสามสาวตรงหน้า “กลัวฉันเข้ามาแล้วเจอนายกำลังสวิงแม่สาวน้อยสามคนอยู่ว่างั้น” วายุถอนหายใจยาว แต่แทนที่จะตอบ เขากลับลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตรงมาหาเธอ “เอาเป็นว่า ถ้าสะดวกเริ่มงานพรุ่งนี้ก็มาทำได้เลยครับ” เขาพูดพลางเหลือบมองสามสาว “ที่นี่ยังว่างอีกหลายตำแหน่ง จะสมัครตำแหน่งไหนก็ลงชื่อไว้” ชายหนุ่มหยุดตรงหน้าเธอ “ที่นี่มีทุกตำแหน่ง ยกเว้นตำแหน่ง...” “เมียน้อย” น้ำสวนขึ้นทันที เธอแสยะยิ้ม ก่อนเบะปากแล้วยักไหล่ให้หญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังมองมาอย่างไม่เป็นมิตร อย่านะคะ อย่านะคะ อีน้ำไม่สู้แรดนะคะ สู้แต่คนนะคะ “หึงผมเหรอ” น้ำชะงัก เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าวายุมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไร แ
วายุมองท่าทางนั้นเงียบ ๆ น้ำเป็นคนขี้สงสัยกว่าที่เจ้าตัวคิดเสียอีก เธอหันซ้าย หันขวา มองทุกอย่างรอบตัวราวกับเด็กที่เพิ่งเข้ามาในสถานที่แปลกใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และน่าจะคุ้นเคยกับสถานบันเทิงมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับประเทศไทย น้ำแทบไม่ได้ออกเที่ยวกลางคืนเท่าไร เรื่องแบบนี้...วายุรู้ดี เพราะเขาไม่ได้ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้คลาดสายตาไปง่าย ๆ อยู่แล้ว เรียกว่าตามติดทุกฝีก้าวก็ยังได้ “สวัสดีครับคุณวายุ” เสียงของลูกน้องดังขึ้นจากด้านหน้า “พวกเด็ก ๆ รออยู่ด้านในแล้วครับ” “อืม” วายุพยักหน้ารับสั้น ๆ ก่อนก้าวขายาวเดินเข้าไปด้านในทันที ทิ้งให้น้ำเดินตามหลังด้วยสีหน้าขมวดมุ่น ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมองในทันที แต่เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เหลือบมองผ่านหางตา แล้วก็ต้องกลั้นยิ้ม หญิงสาวกำลังทำหน้าราวกับคนกำลังคิดบัญชีใครสักคนอยู่ในใจ ปากขยับยุกยิกโดยไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สำหรับวายุ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เขาเดาได้ไม่ยากว่าเธอกำลังคิดอะไร ‘รีบแบบนี้ น่าจะมีพวกอีหนูมาแหกขารอให้เสียบล่ะสิ’ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้น หึงหรือ? น่าสนใจด
น้ำจ้องเขาเขม็ง ก่อนจำใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ก็ได้ ฉันจะเชื่อฟังนาย!” “ดี” วายุปล่อยมือทันทีน้ำรีบถอยออกมา จัดเสื้อผ้าตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ ส่วนชายหนุ่มกลับยืนมองอย่างใจเย็น “ตกลงตามนี้” เขากระตุกยิ้ม “ถ้าคุณผิดคำกับผมเมื่อไหร่ ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ คุณน้ำ” น้ำกำหมัดแน่น “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เธอจ้องเขาอย่างคาดโทษ ก่อนเปิดประตูขึ้นรถ แต่ในใจกลับสาปแช่งผู้ชายตรงหน้าไม่หยุด ‘ไอ้หมาวายุ!’ #โรงพยาบาล ทันทีที่มาถึง น้ำก็รีบตรงไปหาเจ๊ปู วายุเดินตามหลังมาเงียบๆตลอดทางเขาแทบไม่ได้พูดอะไร แต่ภาพที่น้ำคอยถามถึงอาการของเจ๊ปูซ้ำๆ กลับติดอยู่ในหัวอย่างน่ารำคาญทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแค่รุ่นพี่ แถมยังมีสามีแล้วแต่ทำไมเธอถึงดูเป็นห่วงขนาดนั้น? “คุณหมอคะ พี่ฉันเป็นยังไงบ้างคะ?” วายุเหลือบมองทันที ‘พี่ฉัน’ คำเรียกธรรมดาแท้ๆ แต่พอฟังจากปากน้ำแล้วกลับรู้สึกขัดหูอย่างบอกไม่ถูก “ไม่ทราบว่าคนไข้ไปโดนอะไรมาครับ?” คุณหมอถาม น้ำหันไปมองวายุแวบหนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้ากวนๆ “พอดีเจ๊เขาสะดุดล้มค่ะ แล้วหัวไปฟาดกับสันแข้งหมา” "__"วายุเลิกคิ้วขึ้น..สันแข้งหมา ?เขาก้มมองขาตัวเ







