Masuk“คุณน้ำ นั่นคุณจะไปไหนครับ? คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลย”เสียงของวายุดังไล่หลังมาติด ๆ
หญิงสาวที่กำลังเดินหนีชะงักฝีเท้า ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆอย่างสุดจะทน “นายอย่ามาปัญญานิ่มกับฉันได้ไหม วายุ...ให้ตายเถอะ!”น้ำหันกลับไปมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเอือมระอา “ฉันไม่น่ากลับมาเลยจริง ๆ น่าจะอยู่ฝรั่งเศสต่อ แล้วหาแฟนสักคน แต่งงาน มีลูกอยู่ที่นั่นไปเลย!” “เล่นของนอกคุณไหวเหรอครับ?”วายุถามกลับหน้าตาย “ของนอกเขาว่ากันว่าไม่ธรรมดานะครับคุณตัวเล็กนิดเดียวรับไม่ไหวหรอกครับ” “...”น้ำหยุดเดินทันทีมือทั้งสองข้างยกขึ้นเท้าเอว ดวงตากะพริบถี่ ๆ อย่างพยายามระงับอารมณ์ ก่อนจะกัดฟันถอนหายใจออกมาแรง ๆ นี่ฉันกำลังคุยกับคนแบบไหนอยู่เนี่ย?เธอค่อย ๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มที่กำลังเดินตาม ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนคนที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำให้คนอื่นอยากเอาหัวโขกกำแพงมากแค่ไหน “ให้ฉันบวชชีดีกว่า...”น้ำพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย "___" “ถ้าฉันต้องแต่งงานกับคนโรคจิตอย่างนาย” วายุหยุดเดินเมื่อมาถึงตรงหน้าเธอเขามองหญิงสาวนิ่ง ๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ พร้อมรอยยิ้มหวานที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ “แต่งงานกับผมแสนดีจะตายครับ” “...” “มีแต่ได้กับได้”ชายหนุ่มยกนิ้วนับอย่างอารมณ์ดี “ได้ผมเป็นสามี ได้เงินเดือนใช้ อยากเที่ยวอยากช้อป หรืออยากใช้เงินเท่าไหร่ ผมให้วงเงินไม่อั้น”เขายิ้มกว้างกว่าเดิม "__" “ผัวแสนดีขนาดนี้ หาอีกกี่ชาติก็คงไม่มีใครดีเท่าผมแล้วครับ” น้ำถึงกับกลอกตาบนแล้วบนอีก “หลงตัวเอง!”เธอผลักหน้าอกเขาเบา ๆ ให้ถอยห่าง “คิดว่าทั้งโลกใบนี้มีนายเป็นผู้ชายอยู่คนเดียวหรือไง? ผู้ชายคนอื่นมีให้ฉันเลือกเยอะแยะ ถ้าฉันอยากได้ใครมาเป็นผัว แค่กระดิกนิ้วเรียกก็มีคนเดินเข้าหาแล้ว!” วายุเลิกคิ้วสูง “อั้ยยะ...” เขาพยักหน้าช้า ๆ ราวกับเพิ่งค้นพบเรื่องน่าสนใจ “ฟังแล้วคุณดูแสบไม่เบาเลยนะครับ” “นี่!” น้ำถลึงตาใส่เขา “ฉันหมายถึงฉันมีสิทธิ์เลือก ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไปเรียกใครมั่วซั่ว!” “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยครับ” “หน้านายมันฟ้อง” “หน้าผมหล่อครับ ไม่ได้ฟ้องอะไร” “...”น้ำกำหมัดแน่นอดทนไว้ยัยน้ำ...ถ้าฆ่าคนกลางวันแสก ๆติดคุกแน่ วายุเห็นสีหน้าของหญิงสาวแล้วก็หัวเราะในลำคอ “ผู้หญิงก็มีตั้งเยอะแยะครับ”เขาพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน “แต่ผมเป็นคนขี้เบื่อ” "เบื่อ?"น้ำขมวดคิ้ว “ครับ”วายุยักไหล่ “ของที่ได้มาง่าย ๆ ต่อให้ดีแค่ไหน พออยู่ด้วยกันนาน ๆ ก็อาจจะชินจนไม่รู้สึกอะไร”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบตาเธอตรง ๆ "__" “แต่ของที่ผมตั้งใจเลือกเอง ต่อให้มีค่ามากแค่ไหน ก็ยังอยากรักษาเอาไว้” "__"น้ำชะงักไปเล็กน้อยประโยคเมื่อครู่ฟังดูเหมือนจริงจัง? แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดต่อวายุก็ยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเหมือนเดิม “โดยเฉพาะของราคาหลายร้อยล้าน” “...”น้ำหมดคำพูดทันที เมื่อกี้ฉันคิดอะไรของฉันเนี่ย! ผู้ชายคนนี้จะจริงจังได้ไม่ถึงสามวินาทีเลยหรือไง! “งั้นนายก็ตามหาตัวจริงของนายสิ”น้ำพูดขึ้นในที่สุด "อืม ก็นั่นสิครับ" “นายจะมาแต่งงานกับฉันทำไม อีกอย่างนายกับฉันก็ไม่ได้รักกัน ถึงแต่งงานกันไปก็มีแต่จะสร้างความทุกข์ใจให้กันเปล่า ๆ” “ความทุกข์?”วายุทวนคำ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ "__" “ผมว่ามันจะทุกข์ยิ่งกว่าถ้าหากผมไม่ได้คุณมาเป็นเมีย” “...” “ผมคงเศร้าใจมากเลยครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนหญิงสาวเกือบเผลอใจอ่อนแต่แล้วชายหนุ่มก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดด้วยประโยคถัดมา “เพราะผมคงเสียดายแย่ ถ้าไม่ได้ภรรยาที่ทั้งสวย ทั้งดื้อ แล้วก็ชอบทำให้ผมปวดหัวทุกวัน” น้ำเม้มปากแน่น “นี่นายกำลังชมฉันหรือด่าฉันกันแน่?” “ชมครับ” “ตรงไหน?” “ตรงที่บอกว่าสวย” “แล้วที่เหลือล่ะ?” “ข้อเท็จจริงครับ” “วายุ!” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด ให้ตายเถอะ!ในสมองของเขามีอะไรอยู่บ้างเนี่ย?นอกจากเรื่องกวนประสาทเธอแล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม น้ำสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดว่าน่าจะทำให้ผู้ชายตรงหน้าหยุดกวนเธอได้สักที“อะไรที่ปล่อยวางได้ สุขภาพจิตเราก็ดีขึ้นค่ะ” น้ำตอบกลั้วหัวเราะ ท่าทางไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้นัก ตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ในสายตาของเธอ “แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาหาของดีมีคุณภาพอยู่ดีครับ ไม่ใช่ของที่ผ่านมือใครต่อใครมาแล้วตั้งกี่คน” รอยยิ้มของน้ำค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนจะค่อย ๆ จางลง ทำไมประโยคนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนักนะ? คำพูดที่เหมือนจะเหน็บแนมผู้หญิงเบา ๆ แต่พอฟังจริง ๆ กลับเจ็บจี๊ดขึ้นสมองแบบนี้... ชวนให้นึกถึงไอ้หมาวายุไม่มีผิด! “ดูท่าทางคุณคงไว้ใจแฟนคุณมากเลยนะครับ” “ก็ไม่เชิงค่ะ ถ้าเขาอยู่ในสายตา น้ำก็พอจะรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่” “อ๋อ!” ไฟพยักหน้ารับ สีหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ก็ยังมีแววสงสัยอยู่เล็กน้อย “ความจริงเราสองคนเพิ่งแต่งงานกันค่ะ ทางผู้ใหญ่เขาจัดใส่พานถวายมาให้” “ฮ่า ๆ ๆ!” ไฟหัวเราะลั่นจนคนที่เดินผ่านโต๊ะต่างหันมามองเป็นตาเดียว น้ำหันไปมองเขาอย่างงุนงง “คุณไฟขำอะไรเหรอคะ?” “ก็ขำที่คุณพูดไงครับ” เขายิ้มกว้าง พลางเบะปากเล็กน้อย “จัดใส่พานถวายมาให้... หึ! ตลกฉิบหาย” ไฟยกแก้วขึ้นดื่มต่อ ปล่อยให้เสียงเพลงจากชั้นล่างเข้ามาแทนที่บทสนทนาที่ขาดหายไป หลังจากน
“คิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ? เหอะ! ปัญญาอ่อนชะมัด... ‘อย่าทำให้ผมโมโห ถ้าไม่อยากโดนคว้านไส้ให้อีกากิน หึ!’” น้ำเลียนเสียงวายุในใจอย่างหมั่นไส้ ก่อนยกแก้วขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าคำพูดที่กำลังนินทาเขาอยู่จะมีทางไปถึงหูเจ้าตัวได้ หลังจากเสร็จธุระ วายุก็ลงไปนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนที่ชั้นล่างของผับ ส่วนน้ำเลือกขึ้นมานั่งบนชั้นสอง เพราะบรรยากาศเงียบสงบกว่าด้านล่าง เธอไม่ชอบสายตาของบรรดาสาว ๆ ที่มองมา โดยเฉพาะเวลาที่พวกหล่อนเข้ามาขอเบอร์วายุแล้วหันมามองเธอราวกับต้องการหยั่งเชิง แค่เห็นก็หงุดหงิดแล้ว! “นั่งคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ?” น้ำชะงักมือที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนหันไปมองทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบอยู่ใกล้ ๆ จากด้านหลัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวออกมาจากด้านหลังโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่ชวนให้เธอรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด “ไงครับ คุณน้ำ” “คุณ...?” น้ำขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้า พยายามนึกว่าเคยเจอกันที่ไหน “อย่าบอกนะครับว่าคุณจำผมไม่ได้ น่าน้อยใจจัง” “...” เธอยังคงนึกไม่ออก แม้ใบหน้าของเขาจะดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อยก็ตาม “
"เหม่... พูดมาซะยาวเหยียดยันชาติชั่ว ที่แท้คุณก็แค่งอนผมเรื่องเมื่อเช้า" "ฉันไม่ได้งอน! มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องงอนนายด้วย" น้ำปฏิเสธเสียงแข็งแบบลนลาน ดวงตาคู่สวยเลิ่กลั่กเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าโกหก "นั่นสินะ... คุณมีเหตุผลอะไรต้องงอน นอกเสียจาก..." วายุเว้นช่วงคำพูดพลางใช้นิ้วชี้เรียวเขี่ยริมฝีปากบางเบาๆ แล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "คุณเริ่มหลงรักผมแล้ว... ใช่ไหมล่ะครับคุณน้ำ?" "__" หญิงสาวเม้มปากแน่น ความเงียบกลายเป็นคำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มจุดยิ้มร้ายเหนือกว่า "แค่บอกว่างอนเรื่องเมื่อเช้าก็จบ ผมจะได้ง้อ... ไม่ใช่มาตะคอกเสียงใส่ผัวแบบนี้ มันดูไม่น่ารักเลยรู้ไหม? แต่ถ้าคุณชอบแบบฮาร์ดคอร์... ผมก็จัดให้ได้ ถ้าชอบสไตล์นั้น" "พูดบ้าอะไรของนาย! ฉะ...ฉันไม่ได้.. อื้อ!" ริมฝีปากเรียวบางถูกปิดลงด้วยจูบหนักหน่วงจากคนร่างสูง วายุไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวไร้สาระให้เสียเวลา กำปั้นเล็กๆ ของน้ำรบระทุบลงบนอกแกร่งซ้ำๆ เพื่อหวังให้เขาถอนจูบ แต่กลับยิ่งกระตุ้นความกระหายในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่านขึ้นไปอีก "อืม... ทุบอีกสิ ทุบแรงๆเวลาลงโทษผมจะได้กระแทกคืนให้แรงกว่าน
น้ำมองตั้งแต่ใบหน้าของหญิงสาวลงไปยังแขนของวายุ ก่อนยกคิ้วขึ้นอย่างประชดประชัน นมติดแขนเลยนะ... ไม่ใช่แค่ตัวติดกันแล้ว “ทีหลังหัดเคาะประตูก่อนเข้าด้วยนะครับ” น้ำเสียงของวายุฟังดูขุ่นเคือง “เข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาท” น้ำแทบหลุดหัวเราะ เซ็งล่ะสิ คงเสียดายที่เธอโผล่มาขัดจังหวะความสุขของเขา สันดานผู้ชายก็เป็นแบบนี้สินะ “ทำไม” เธอเท้าสะเอว ก่อนปรายตามองสามสาวตรงหน้า “กลัวฉันเข้ามาแล้วเจอนายกำลังสวิงแม่สาวน้อยสามคนอยู่ว่างั้น” วายุถอนหายใจยาว แต่แทนที่จะตอบ เขากลับลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตรงมาหาเธอ “เอาเป็นว่า ถ้าสะดวกเริ่มงานพรุ่งนี้ก็มาทำได้เลยครับ” เขาพูดพลางเหลือบมองสามสาว “ที่นี่ยังว่างอีกหลายตำแหน่ง จะสมัครตำแหน่งไหนก็ลงชื่อไว้” ชายหนุ่มหยุดตรงหน้าเธอ “ที่นี่มีทุกตำแหน่ง ยกเว้นตำแหน่ง...” “เมียน้อย” น้ำสวนขึ้นทันที เธอแสยะยิ้ม ก่อนเบะปากแล้วยักไหล่ให้หญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังมองมาอย่างไม่เป็นมิตร อย่านะคะ อย่านะคะ อีน้ำไม่สู้แรดนะคะ สู้แต่คนนะคะ “หึงผมเหรอ” น้ำชะงัก เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าวายุมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไร แ
วายุมองท่าทางนั้นเงียบ ๆ น้ำเป็นคนขี้สงสัยกว่าที่เจ้าตัวคิดเสียอีก เธอหันซ้าย หันขวา มองทุกอย่างรอบตัวราวกับเด็กที่เพิ่งเข้ามาในสถานที่แปลกใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และน่าจะคุ้นเคยกับสถานบันเทิงมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับประเทศไทย น้ำแทบไม่ได้ออกเที่ยวกลางคืนเท่าไร เรื่องแบบนี้...วายุรู้ดี เพราะเขาไม่ได้ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้คลาดสายตาไปง่าย ๆ อยู่แล้ว เรียกว่าตามติดทุกฝีก้าวก็ยังได้ “สวัสดีครับคุณวายุ” เสียงของลูกน้องดังขึ้นจากด้านหน้า “พวกเด็ก ๆ รออยู่ด้านในแล้วครับ” “อืม” วายุพยักหน้ารับสั้น ๆ ก่อนก้าวขายาวเดินเข้าไปด้านในทันที ทิ้งให้น้ำเดินตามหลังด้วยสีหน้าขมวดมุ่น ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมองในทันที แต่เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เหลือบมองผ่านหางตา แล้วก็ต้องกลั้นยิ้ม หญิงสาวกำลังทำหน้าราวกับคนกำลังคิดบัญชีใครสักคนอยู่ในใจ ปากขยับยุกยิกโดยไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สำหรับวายุ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เขาเดาได้ไม่ยากว่าเธอกำลังคิดอะไร ‘รีบแบบนี้ น่าจะมีพวกอีหนูมาแหกขารอให้เสียบล่ะสิ’ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้น หึงหรือ? น่าสนใจด
น้ำจ้องเขาเขม็ง ก่อนจำใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ก็ได้ ฉันจะเชื่อฟังนาย!” “ดี” วายุปล่อยมือทันทีน้ำรีบถอยออกมา จัดเสื้อผ้าตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ ส่วนชายหนุ่มกลับยืนมองอย่างใจเย็น “ตกลงตามนี้” เขากระตุกยิ้ม “ถ้าคุณผิดคำกับผมเมื่อไหร่ ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ คุณน้ำ” น้ำกำหมัดแน่น “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เธอจ้องเขาอย่างคาดโทษ ก่อนเปิดประตูขึ้นรถ แต่ในใจกลับสาปแช่งผู้ชายตรงหน้าไม่หยุด ‘ไอ้หมาวายุ!’ #โรงพยาบาล ทันทีที่มาถึง น้ำก็รีบตรงไปหาเจ๊ปู วายุเดินตามหลังมาเงียบๆตลอดทางเขาแทบไม่ได้พูดอะไร แต่ภาพที่น้ำคอยถามถึงอาการของเจ๊ปูซ้ำๆ กลับติดอยู่ในหัวอย่างน่ารำคาญทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแค่รุ่นพี่ แถมยังมีสามีแล้วแต่ทำไมเธอถึงดูเป็นห่วงขนาดนั้น? “คุณหมอคะ พี่ฉันเป็นยังไงบ้างคะ?” วายุเหลือบมองทันที ‘พี่ฉัน’ คำเรียกธรรมดาแท้ๆ แต่พอฟังจากปากน้ำแล้วกลับรู้สึกขัดหูอย่างบอกไม่ถูก “ไม่ทราบว่าคนไข้ไปโดนอะไรมาครับ?” คุณหมอถาม น้ำหันไปมองวายุแวบหนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้ากวนๆ “พอดีเจ๊เขาสะดุดล้มค่ะ แล้วหัวไปฟาดกับสันแข้งหมา” "__"วายุเลิกคิ้วขึ้น..สันแข้งหมา ?เขาก้มมองขาตัวเ







![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)