เข้าสู่ระบบรามไม่ใช่พ่อของอวัชและเธอเองก็ไม่ใช่แม่ แต่เมื่อเจ็ดปีก่อนเรื่องที่ทำให้เธอต้องรีบกลับออกจากห้องของเขาทั้งที่ยังไม่ได้คุยกัน เพราะพี่สาวแท้ๆ ของเธอเองสร้อยฟ้าเป็นพี่สาวคนโตของเธอและบุษบา
เธอเลิกกับสามีและพยายามทำการฆ่าตัวตายทั้งที่ตั้งครรภ์อยู่ เรื่องของสร้อยฟ้าทำให้เธอต้องวางเรื่องของตัวเองและหันมาดูแลคนในครอบครัวก่อนอย่างใกล้ชิด
จนกระทั่งถึงวันที่น้องวัชลืมตามาดูโลก จากนั้นไม่นานสร้อยฟ้าก็ฆ่าตัวตายอีกครั้งและคราวนี้เธอทำได้สำเร็จ เรื่องนี้ทำให้มัทรีต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้น้องวัชเต็มตัว
เพราะตอนนั้นบุษบาเองก็เพิ่งอายุสิบห้ายังช่วยอะไรมากไม่ได้ ครอบครัวที่เหลือเพียงสองคนพี่น้องกับหลานชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกทำให้มัทรีไม่คิดจะมีความรักอีกเลย
“คุณหมายความว่ายังไงมาศ”
เธอมองหน้ารามให้เต็มตา ตัวเขาในวันนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดถึงวันนี้เขาก็ไม่ผิด นอกจาก 'เข้าใจผิด'
“น้องวัชไม่ใช่ลูกของคุณค่ะหมอต้น” เธอบอกจริงจังที่สุดแต่ทว่า...
“ผมไม่เชื่อ”
“หมอต้นนี่เขาเป็นใครเหรอพี่มาศ”
บุษบาถามในตอนบ่าย พวกเธอเช็คอินเข้าที่พักแล้วหลังจากไปรับประทานกับคณะของราม
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ลูกค้าน่ะ” มัทรีบอกปัด
หญิงสาวใช้เวลาช่วงที่อวัชหลับตอนบ่ายจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ เธอจองห้องพักที่นี่ไว้สองคืน ห้องพักโรงแรมสะดวกสบายใช้ได้ มีตู้เย็นและไมโครเวฟ จานชามช้อนแก้วน้ำจำนวนหนึ่งไว้อำนวยความสะดวก
“บุษว่าไม่น่าใช่”
บุษบาทำสีหน้าครุ่นคิด ถึงเธอจะอายุเพียงยี่สิบสองแต่ก็พอมองออกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของพี่สาวกับคุณหมอหนุ่มรูปหล่อที่เพิ่งเจอเมื่อเช้า
“บุษว่าเขาดูสนใจน้องวัชมากเลยนะพี่”
มัทรีหันมามองน้องสาว รู้ดีว่าบุษบาเป็นคนช่างสังเกตุการโกหกคงใช้ไม่ได้ผล
“อืม... เขาคิดว่าน้องวัชเป็นลูกเขาน่ะ”
บุษบาทำหน้าตกใจ
“ฮะ... ทำไมเขาคิดแบบนั้นล่ะพี่ เขาไม่ใช่อดีตพี่เขยเราสักหน่อย” ถึงแม้ว่าตอนสร้อยฟ้าพี่สาวของเธอแต่งงานกับพ่อน้องวัช บุษบาจะยังเด็กก็ตาม แต่เธอจำได้ว่าอดีตพี่เขยไม่ได้ดูดีแบบรามแน่ๆ
“คือว่าเขาคิดว่าพี่ท้องกับเขาตอนที่เลิกกันเมื่อเจ็ดปีก่อนน่ะ” มัทรีตัดสินใจบอกความจริงทำเอาน้องสาวมีสีหน้าตื่นเต้น
“พี่เคยเป็นแฟนของเขาเหรอ ว้าว... อดีตพี่เขย ถ้าเขาคิดว่าพี่ท้องกับเขาก็แปลว่าพี่กับเขาเคย...” บุษบายังพูดไม่จบก็โดนพี่สาวเบรก
“หยุดเลยเรา มันจบไปนานแล้วตอนนี้พี่ไม่ได้อยากมีแฟนหรือครอบครัวสักหน่อย”
“ทำไมล่ะพี่ มีคนช่วยคิดมีครอบครัวดีๆ ไม่ดีตรงไหน”
“ครอบครัวแบบพี่ฟ้าดีไหมล่ะ”
เจอประโยคนี้ไปบุษบาถึงกับเงียบ สามีของสร้อยฟ้าจู่ๆ ก็มาบอกเลิกภรรยาขอหย่าแบบไม่ทันตั้งตัวโดยที่ไม่มีใครคิดเลย เพราะก่อนหน้านั้นความรักของพวกเขาหวานชื่นกันมาก แต่หลังแต่งงานเพียงสองปีสร้อยฟ้ากลับมาอยู่บ้านในสภาพที่ยิ่งกว่านกปีกหัก หญิงสาวบอกแค่ว่าถูกสามีขอหย่าไม่ว่าใครจะถามถึงเหตุผลเธอก็ไม่ยอมพูด
“ผู้ชายมันก็คงไม่ได้แย่ทุกคนมั้งพี่มาศ” บุษบาเสียงอ่อยลง
“มาศสอนลูกดีมากเลยครับพี่โชคดีจังที่ได้มาศมาเป็นแม่ของลูก” ชายหนุ่มค่อนข้างทึ่งกับคำสอนของเธอและยอมรับว่ามันดีมากจริงๆ“พ่อแม่มาศก็สอนเรามาแบบนี้ค่ะพี่หมอ คนเป็นพี่ไม่จำเป็นต้องเสียสละทุกอย่างให้น้องเพียงเพราะว่าเป็นพี่เท่านั้น แต่เราต้องเต็มใจที่จะแบ่งปันกันค่ะ” มัทรีมาถึงเชียงใหม่ในตอนสิบสี่นาฬิกา หญิงสาวโทรหาบุษบาติดในตอนนั้นเอง “บุษอยู่ที่ไหนตอนนี้” “พี่มาศมาถึงรึยังคะ” เสียงบุษบาอู้อี้จนเธอขมวดคิ้ว หรือว่าน้องสาวไม่สบาย“มาถึงแล้ว พี่เช็คอินที่โรงแรมแล้วจะออกไปแก้บนที่พระธาตุดอยคำเลย บุษจะไปไหม” “ไปค่ะ เราไปเจอกันที่นั่นเลยก็ได้นะคะตอนนี้บุษอยู่บ้านเพื่อน” “โอเคจ้ะ”สองชั่วโมงต่อมามัทรีพบน้องสาวที่วัดพระธาตุดอยคำ แถมด้วยอีกคนคือหัสดี เธอนิ่วหน้าเพราะคิดว่าหัสดีไม่มาด้วยแล้วจากที่ตอนแรกรามบอกว่าเพื่อนเขาจะไปด้วยกัน“มาด้วยกันได้ยังไงคะสองคนนี้” เธอถามตรงๆ“บังเอิญเจอกันบนรถไฟค่ะ พอดีเราจองตั๋วขบวนเดียวกัน” บุษบารีบตอบมัทรีพยักหน้า “แล้วก็เลยมาด้วยกันตั้งแต่ลงรถไฟเหรอคะพี่หัส” “เปล่าค่ะ เราต่างคนต่างไปแยกกันตั้งแต่ลงรถไฟเลย” บุษยารีบปฏิเสธทันทีทำให้หัสดีหน้าตึ
รามใช้รถตู้ครอบครัวในการเดินทางครั้งนี้ เขาตรวจเช็คว่าไม่ลืมอะไรแล้วจึงบอกให้สมาชิกทุกคนขึ้นรถได้ รอบนี้เขาไม่ได้ขับรถเองเพราะบิดามารดาเป็นห่วงจึงให้คนขับรถที่บ้านขับไปให้“ไปกันได้แล้วลูกเดี๋ยวแดดร้อน” คุณวิชุตามาส่งลูกหลานไปเที่ยวกำชับไม่ให้แต่ละคนโอ้เอ้“เดี๋ยวน้องวัชซื้อขนมมาฝากคุณย่านะฮะ” อวัชบอกคุณย่าพลางโบกมือบ๊ายบายตามประสาเด็ก วันใหม่เห็นก็ทำตามคุณย่าโบกมือตอบหลานทั้งสองคนอย่างชื่นใจพวกเขาเดินทางกันอย่างไม่รีบเร่ง มีแวะลงเข้าห้องน้ำ แวะร้านกาแฟ แวะเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นระยะๆ ซึ่งไม่มีใครหงุดหงิดเพราะเป็นการพักผ่อนจริงๆ อวัชและวันใหม่จูงมือกันเข้าร้านกาแฟชื่อดังทำให้หลายคนมองอย่างเอ็นดู“รับอะไรดีคะ พี่น้องคู่นี้น่ารักจังเลย” พนักงานประจำร้านสอบถามเด็กชาย“เอานมน้ำผึ้งปั่นให้น้องครับกับของผมเอาน้ำส้มปั่นหนึ่งแก้วฮะ” เด็กชายอวัชเลือกเมนู ส่วนเด็กหญิงวันใหม่พูดตามพี่ชาย“เอานมๆ โนมน้ำผึ้งปั่น ปั่นๆๆๆ” มัทรีและรามที่เดินตามมามองอย่างดีใจที่พี่น้องรักกัน รวมถึงอนวัชเองก็มีความรู้สึกเดียวกันหากแต่เมื่อได้รับเครื่องดื่ม พี่น้องที่รักกันในตอนแรกเริ่มแตกคอก
ชายหนุ่มรูดม่านออกครึ่งหนึ่งแล้วกวาดขาลงจากที่นอน เขาลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจก่อนจะส่งมือให้หญิงสาวลุกตาม ขณะนั้นในขบวนรถไฟเงียบสนิท ทุกที่นั่งปิดม่านมิดชิดไม่มีใครเปิดออกมาเลยหญิงสาวเดินไปตามทางตรงไปที่ห้องน้ำท้ายตู้ บนรถไฟขบวนนี้แต่ละตู้จะมีห้องน้ำสามห้อง ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการและได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดอย่างดีหัสดีอาศัยจังหวะที่บุษบาเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวของตนเองบ้าง ออกมาพอดีกับที่หญิงสาวเปิดประตูห้องน้ำออกมา“แปรงฟันเลยไหมเดี๋ยวก็เช้าแล้ว” เธอพยักหน้า “ก็ดีค่ะ แต่ต้องเดินกลับไปเอาของก่อน” บุษบาซื้อชุดแปรงฟันและล้างหน้าสำหรับพกพามาด้วยในกระเป๋าที่วางทิ้งไว้บนที่นอน“พี่ไปหยิบให้เอง กระเป๋าบนที่นอนใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” เธอมองตามหลังชายหนุ่มไปส่วนตัวเองยืนรอที่หน้าห้องน้ำ ไม่กี่นาทีหัสดีกลับมาพร้อมกับกระเป๋าของใช้ส่วนตัวมายื่นส่งให้“พี่ก็จะล้างหน้าแปรงฟันเหมือนกัน” เขาบอกสั้นๆบุษบาใช้เวลาราวสิบห้านาทีในการล้างหน้าแปรงฟัน เธอเปิดประตูห้องน้ำกลับพบคนที่มารอเข้าเหมือนกัน“อ้าว อาจารย์พี่เนศสวัสดีค่ะ” ชายหนุ่มผิวขาวสวมแว่นเลิกคิ้วเมื่อพบเธอบนรถไฟขบวนนี้“บุษ
“มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นหรอกค่ะ ใครๆ เขาก็เดินทางรถไฟกันปกติ” บุษบาเถียง คนที่อยู่ข้างๆ อันตรายกว่าคนอื่นข้างนอกอีก“ใครๆ ที่ว่าไม่ใช่บุษ เราทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้ใครเห็นมันก็หวังทั้งนั้น” หัสดีพูดตรงๆ ทำให้บุษบายิ่งเคืองหนัก แต่อีกใจเธอเองก็เริ่มกลัวเมื่อนึกถึงข่าวไม่ดีที่ออกมาบ่อยๆ โดยเฉพาะในขบวนรถตู้นอนบุษบาเม้มปากแน่น เห็นเขาล้วงมือเข้ามาในถุงขนมหยิบไปกินไม่หยุดก็ถามปนประชด“ข้าวมีนะ ซื้อขึ้นมาเผื่อคุณไม่อิ่ม” “แหม... บุษรู้ใจว่าพี่กินดุ” เธอตาเขียวกับคำว่า 'กินดุ' หัสดีจึงรีบพูดต่อ“พี่กะแล้วว่าบุษต้องซื้อข้าวมาฝากพี่ เพราะตอนอยู่ญี่ปุ่นพี่ก็เลี้ยงข้าวบุษหลายมื้ออยู่” “อย่าพูดเรื่องที่ญี่ปุ่นนะ คุณรับปากแล้ว” เธอถลึงตาใส่“นั่นก็อยู่ที่บุษว่าทำตัวดีแค่ไหน ตามใจพี่บ้าง พูดเพราะๆ แล้วเรื่องของเราจะเป็นความลับต่อไปอีกสักระยะก็ได้” ชายหนุ่มหยิบถุงใส่อาหารแช่แข็งที่หญิงสาวซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ มันถูกอุ่นเรียบร้อยแล้วมีทั้งหมดสองกล่องมาเปิดวางบนที่นอนเลื่อนกล่องหนึ่งมาวางตรงหน้าเธอ“บุษกินข้าวไข่เจียวดีกว่าจะได้ไม่ปวดท้อง พี่กินผัดกะเพราเอง” ชายหนุ่มแก
บุษบาโล่งอกที่หัสดีไม่ตามมา เธอมองเวลาแล้วรีบเข้าไปที่ชานชาลาเดินหาตู้ของตัวเองพอเจอแล้วก็นั่งลงให้หายเหนื่อย ตู้นี้เป็นตู้นอนแต่ในเวลาที่ยังไม่ได้ปูเตียง โต๊ะอเนกประสงค์จะถูกกางมาใช้ร่วมกันสำหรับผู้โดยสารเตียงบนและเตียงล่างเมื่อได้เวลาตามตารางเดินรถ รถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีหญิงสาวจึงโทรหามัทรีเพื่อบอกว่ารถออกแล้ว“ค่ะพี่มาศ เจอกันพรุ่งนี้นะคะเดี๋ยวบุษโทรบอกว่าเจอกันที่ไหน”หญิงสาวกดวางสายเธอหยิบขวดน้ำมาเปิดเอาหลอดใส่ดูดไปสองทีแล้วมองวิวนอกหน้าต่าง รู้สึกสบายใจและเป็นอิสระ วันนี้ในตู้มีผู้โดยสารเกือบทุกที่นั่ง เธอคิดว่าออกจากกรุงเทพฯ ไปสักห้าหกสถานีคนที่จองตั๋วไว้คงทยอยขึ้นมาจนเต็มรถแน่เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเดินมาถึงที่นั่งของเธอ หญิงสาวจึงส่งตั๋วให้เขาตรวจ “ถ้าจะปูที่นอนเมื่อไหร่เรียกได้เลยนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” บุษบานั่งเล่นเกมในไอแพดไม่ได้สังเกตว่าที่นั่งตรงข้ามมีใครเดินมานั่งด้วย เธอเงยหน้าเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้อง “คุณ ! มาได้ยังไง” หัสดีเหวี่ยงเป้ลงกับที่นั่งที่หุ้มเบาะด้วยกำมะหยี่สีแดง เขานั่งเหยียดเท้ามาอีกฝั่งชนขาของบุษบาจนเธอรีบชักขาหนี สีหน้าบึ
มัทรีมองน้องสาว คนเป็นพี่เห็นท่าทีกระอักกระอ่วนใจจึงสงสัยว่าบุษบากับหัสดีไปเจอกันได้อย่างไร แบบไหน และทำไมบุษบาไม่เคยพูดเรื่องนี้“ถ้าบุษไม่โอเคไม่เป็นไรนะ ยังไงนายหัสมันก็เจอพี่บ่อย ๆ อยู่แล้ว” รามหรี่ตามเพื่อนที่ทำอะไรแปลกไปจากเดิม“ไม่เป็นไรค่ะพี่ต้น บุษโอเค” บุษบาไม่อยากให้ใครๆ สงสัยว่าทำไมเธอมีพิรุธ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาเตรียมกดสายโทรออก“ขอเบอร์พี่หัสดีด้วยค่ะ เดี๋ยวบุษจะโชว์เบอร์ไป” หัสดียิ้มกริ่มในที่สุดเขาก็ได้ตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มบอกเลขจำนวนสิบตัวให้เธอ หลังจากนั้นไม่นานเสียงเตือนสายเรียกเข้าของเขาดังขึ้นหนึ่งครั้งและเงียบไป“เมื่อกี้บุษคิดเรื่องงานอยู่ค่ะเลยตอบช้าไปหน่อย บุษไม่มีปัญหาค่ะพี่ต้น” หญิงสาวยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะอาหาร รามมองหน้าภรรยาทั้งสองสบตากันและไม่พูดอะไรอีก ส่วนคุณวิชุตามองสองหนุ่มสาวเงียบๆ อย่างครุ่นคิดแต่ท่านไม่พูดอะไรเช่นกันต่อมาครอบครัวของรามพากันไปเชียงใหม่โดยที่รอบนี้ชายหนุ่มเอารถไปเองเพื่อที่จะได้เดินทางกันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ มีแขกพิเศษที่ไปด้วยคืออนวัชที่ตามลูกชายมา และหัสดีที่รู้จากรามจึงขอไปด้วย ส่วนบุษบาขอแยกเดินทางไปต่างหาก“ท
ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนเกิดอาการภูมิแพ้ก็มาจากโปรตีนชนิดนี้ ฉะนั้นเมื่อมีอยู่น้อย ก็ทำให้ความเสี่ยงที่จะแพ้น้อยลงนั่นเอง โดยแมวไซบีเรียนเป็นแมวธรรมชาติสายพันธุ์เก่าแก่ ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค 1870 ต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย เป็นแมวขนาดกลางถึงใหญ่ ขนยาว ทนหนาวได้ดี นิสัยฉลาด ร่าเริง ขี้เล่น ขี้อ้อน ชอบอย
สองชั่วโมงต่อมาทุกคนแยกย้ายหลังจากที่ได้รู้เรื่องในวันวานจนครบถ้วน แม้ว่าคุณศิวะจะยังเคืองพี่สาวแต่สิ่งที่นางศิริแสดงออกมาในวันนี้ทำให้เขารู้ว่านางเองก็ไม่เคยมีความสุข จึงคิดจะปล่อยเรื่องในอดีตไปเพียงเท่านี้ส่วนมัทรีคดีของเธอเข้าสู่กระบวนการไปแล้ว หญิงสาวจึงบอกอนวัชว่าทุกอย่างขอให้เป็นไปตามเรื่
“พอเถอะพี่ศรี” เสียงทุ้มแต่หนักแน่นของคุณศิวะดังขึ้น เขาเข้ามาในห้องไกล่เกลี่ยครู่ใหญ่แล้วและได้ยินทุกอย่างที่นางศิริพูด ได้แต่สังเวชใจที่นางไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยปรับปรุงตนเอง คุณศิวะมาหยุดตรงหน้าพี่สาวแท้ๆ ที่ไม่ได้พบกันมาหลายปีแม้ว่าจะอยู่ในสังคมเดียวกัน “มาแล้วเ
“ขอบคุณมากค่ะคุณครู ให้เขามาเยี่ยมได้แต่มาศไม่อนุญาตให้คุณย่าน้องพาน้องออกไปนอกโรงเรียนนะคะ” มัทรีรับสายจากครูประจำชั้นในช่วงพักของครู หญิงสาวไม่อยากกีดกันนางศิริไม่ให้เจออวัช ถึงอย่างไรนางก็เป็นย่าแท้ๆ แต่ก็ไม่ไว้ใจให้นางเข้าใกล้มากกว่าการมาหาที่โรงเรียนหญิงสาวกำลังช่วยแม่สามีและบุษ







