LOGIN“อีกอย่างพี่มีน้องวัช พี่ต้องดูแลลูก คงไม่ยุติธรรมกับใครหากพี่จะให้เขามาร่วมรับรู้ปัญหากับเรา”
อวัชสุขภาพไม่แข็งแรงตั้งแต่เกิด เด็กชายมีโรคประจำตัวคือหอบหืด เป็นหนักมากในช่วงอายุสามสี่ขวบเป็นหนักจนมัทรีแทบไม่ยอมให้ลูกทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบออกแรงหรือเล่นกีฬาเลย
เด็กชายเพิ่งมีอาการดีขึ้นในปีนี้ สามเดือนที่ผ่านมาหมอประจำตัวเห็นว่าสุขภาพของอวัชดีขึ้นมากจึงให้ลดการพ่นยาลงเหลือเพียงแค่วันละหนึ่งครั้ง เธอหวังว่าเมื่อโตขึ้นอวัชจะหายขาดได้จริงๆ แบบที่คุณหมอเคยบอก
“ก็นี่ไงน้องวัชมีโรคประจำตัว มีพ่อเป็นหมอน่ะดีที่สุดเลยนะพี่” บุษบาไม่วายออกความเห็น ขณะที่มัทรีส่ายหน้าไปมาและพูดตัดบทไม่สนใจกองเชียร์
“พี่ไม่คุยกับเธอแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า”
“น้องมาศนี่แฟนเก่าพี่เหรอพี่ต้น” วิศรุตถามพี่ชายตรงๆ ในยามที่ได้อยู่กันตามลำพังที่บ้านพักตากอากาศของเพื่อนพี่ชาย
“อืมม” รามตอบสั้นๆ
“ไม่ใช่แค่แฟนทั่วไปใช่ไหมพี่ เด็กคนนั้นก็หน้าตาคล้ายพี่อยู่นะ”
รามมองหน้าน้อง ไอ้หมอนี่คิดเหมือนเขาเลย
“ฉันก็ว่างั้น แต่มาศเขาบอกว่าน้องวัชเป็นหลานเป็นลูกพี่สาวเขา”
“เขาโกรธพี่อยู่หรือเปล่าเลยไม่ยอมรับ” วิศรุตเดาซึ่งยิ่งตอกย้ำความเชื่อของรามไปกันใหญ่
“ฉันก็ไม่ได้เชื่อเขาหรอก ว่าแต่จะทำยังไงดีวะ”
“ตรวจดีเอ็นเอไงพี่” น้องชายเสนอ
“แม่เขาไม่อนุญาตฉันจะไปตรวจได้ยังไง อีกอย่างเด็กก็เหมือนฉันขนาดนั้นต้องตรวจอีกเหรอ”
“ผมก็ว่างั้นพี่ ดีเอ็นเอมันอยู่บนใบหน้าชัดๆ จะตรวจทำไมให้เสียเวลา” วิศรุตเออออผสมโรงไปกับพี่ชายยิ่งเสริมความมั่นใจให้รามไปกันใหญ่
“แล้วเย็นนี้พี่มีแพลนจะทำไร”
“ฉันว่าจะไปเดินเล่นชายหาดเผื่อเจอมาสกับน้องวัช นายล่ะ”
“ผมว่าจะพักผ่อน งั้นผมไปล่ะนะถ้าพี่ไปไหนก็ไม่ต้องห่วงผมกับปริม พี่ออกไปได้เลย”
วิศรุตลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เขายักคิ้วให้พี่ชายหนึ่งครั้งก่อนจะเดินหนีทางห้องพักอีกปีกตึกของบ้าน
เย็นนั้นรามมาเดินเล่นชายหาด ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตฮาวายสีสันสดใสกับกางเกงสแลคขาสั้น สาวน้อยและไม่น้อยต่างมองตามเขาเป็นแถวแต่รามไม่สนใจใคร เขากวาดตามองหามัทรีกับลูกเพราะได้ยินว่าพวกเขาจะมาเดินเล่นที่ชายหาดในช่วงเย็น
แต่ผู้คนมากมายที่หาดทำให้เขาหาสองแม่ลูกไม่เจอ ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปซื้อน้ำแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนฮือฮา
“เด็กเป็นหอบมั้งหอบจนน่ากลัวเลย” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งแว่วเข้าหู สัญชาตญาณของหมอทำให้รามถามทันที
“มีคนเจ็บตรงไหนเหรอครับ”
ผู้หญิงคนนั้นชี้บอกทางเขาอย่างรวดเร็ว รามรีบแหวกผู้คนไปทางนั้นเมื่อไปถึงเขาตกใจมากเพราะพบว่ามัทรีกำลังประคองลูกชาย อีกมือก็กดโทรศัพท์ท่าทางร้อนรนจนเขามองออกว่าเธอกำลังจะทำอะไรไม่ถูก
“มาศลูกเป็นอะไร”
“วัชหอบค่ะหมอต้น บุษกำลังวิ่งไปหยิบยาที่ห้องค่ะ” หญิงสาวร้องไห้ไปด้วย
รามมองเด็กชายที่กำลังหอบเหนื่อย ไอและแน่นหน้าอกเขาตัดสินใจทันที
“ไปโรงพยาบาลดีกว่า ไปเดี๋ยวนี้เลย”
“มาศสอนลูกดีมากเลยครับพี่โชคดีจังที่ได้มาศมาเป็นแม่ของลูก” ชายหนุ่มค่อนข้างทึ่งกับคำสอนของเธอและยอมรับว่ามันดีมากจริงๆ“พ่อแม่มาศก็สอนเรามาแบบนี้ค่ะพี่หมอ คนเป็นพี่ไม่จำเป็นต้องเสียสละทุกอย่างให้น้องเพียงเพราะว่าเป็นพี่เท่านั้น แต่เราต้องเต็มใจที่จะแบ่งปันกันค่ะ” มัทรีมาถึงเชียงใหม่ในตอนสิบสี่นาฬิกา หญิงสาวโทรหาบุษบาติดในตอนนั้นเอง “บุษอยู่ที่ไหนตอนนี้” “พี่มาศมาถึงรึยังคะ” เสียงบุษบาอู้อี้จนเธอขมวดคิ้ว หรือว่าน้องสาวไม่สบาย“มาถึงแล้ว พี่เช็คอินที่โรงแรมแล้วจะออกไปแก้บนที่พระธาตุดอยคำเลย บุษจะไปไหม” “ไปค่ะ เราไปเจอกันที่นั่นเลยก็ได้นะคะตอนนี้บุษอยู่บ้านเพื่อน” “โอเคจ้ะ”สองชั่วโมงต่อมามัทรีพบน้องสาวที่วัดพระธาตุดอยคำ แถมด้วยอีกคนคือหัสดี เธอนิ่วหน้าเพราะคิดว่าหัสดีไม่มาด้วยแล้วจากที่ตอนแรกรามบอกว่าเพื่อนเขาจะไปด้วยกัน“มาด้วยกันได้ยังไงคะสองคนนี้” เธอถามตรงๆ“บังเอิญเจอกันบนรถไฟค่ะ พอดีเราจองตั๋วขบวนเดียวกัน” บุษบารีบตอบมัทรีพยักหน้า “แล้วก็เลยมาด้วยกันตั้งแต่ลงรถไฟเหรอคะพี่หัส” “เปล่าค่ะ เราต่างคนต่างไปแยกกันตั้งแต่ลงรถไฟเลย” บุษยารีบปฏิเสธทันทีทำให้หัสดีหน้าตึ
รามใช้รถตู้ครอบครัวในการเดินทางครั้งนี้ เขาตรวจเช็คว่าไม่ลืมอะไรแล้วจึงบอกให้สมาชิกทุกคนขึ้นรถได้ รอบนี้เขาไม่ได้ขับรถเองเพราะบิดามารดาเป็นห่วงจึงให้คนขับรถที่บ้านขับไปให้“ไปกันได้แล้วลูกเดี๋ยวแดดร้อน” คุณวิชุตามาส่งลูกหลานไปเที่ยวกำชับไม่ให้แต่ละคนโอ้เอ้“เดี๋ยวน้องวัชซื้อขนมมาฝากคุณย่านะฮะ” อวัชบอกคุณย่าพลางโบกมือบ๊ายบายตามประสาเด็ก วันใหม่เห็นก็ทำตามคุณย่าโบกมือตอบหลานทั้งสองคนอย่างชื่นใจพวกเขาเดินทางกันอย่างไม่รีบเร่ง มีแวะลงเข้าห้องน้ำ แวะร้านกาแฟ แวะเข้าร้านสะดวกซื้อเป็นระยะๆ ซึ่งไม่มีใครหงุดหงิดเพราะเป็นการพักผ่อนจริงๆ อวัชและวันใหม่จูงมือกันเข้าร้านกาแฟชื่อดังทำให้หลายคนมองอย่างเอ็นดู“รับอะไรดีคะ พี่น้องคู่นี้น่ารักจังเลย” พนักงานประจำร้านสอบถามเด็กชาย“เอานมน้ำผึ้งปั่นให้น้องครับกับของผมเอาน้ำส้มปั่นหนึ่งแก้วฮะ” เด็กชายอวัชเลือกเมนู ส่วนเด็กหญิงวันใหม่พูดตามพี่ชาย“เอานมๆ โนมน้ำผึ้งปั่น ปั่นๆๆๆ” มัทรีและรามที่เดินตามมามองอย่างดีใจที่พี่น้องรักกัน รวมถึงอนวัชเองก็มีความรู้สึกเดียวกันหากแต่เมื่อได้รับเครื่องดื่ม พี่น้องที่รักกันในตอนแรกเริ่มแตกคอก
ชายหนุ่มรูดม่านออกครึ่งหนึ่งแล้วกวาดขาลงจากที่นอน เขาลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจก่อนจะส่งมือให้หญิงสาวลุกตาม ขณะนั้นในขบวนรถไฟเงียบสนิท ทุกที่นั่งปิดม่านมิดชิดไม่มีใครเปิดออกมาเลยหญิงสาวเดินไปตามทางตรงไปที่ห้องน้ำท้ายตู้ บนรถไฟขบวนนี้แต่ละตู้จะมีห้องน้ำสามห้อง ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการและได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดอย่างดีหัสดีอาศัยจังหวะที่บุษบาเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวของตนเองบ้าง ออกมาพอดีกับที่หญิงสาวเปิดประตูห้องน้ำออกมา“แปรงฟันเลยไหมเดี๋ยวก็เช้าแล้ว” เธอพยักหน้า “ก็ดีค่ะ แต่ต้องเดินกลับไปเอาของก่อน” บุษบาซื้อชุดแปรงฟันและล้างหน้าสำหรับพกพามาด้วยในกระเป๋าที่วางทิ้งไว้บนที่นอน“พี่ไปหยิบให้เอง กระเป๋าบนที่นอนใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” เธอมองตามหลังชายหนุ่มไปส่วนตัวเองยืนรอที่หน้าห้องน้ำ ไม่กี่นาทีหัสดีกลับมาพร้อมกับกระเป๋าของใช้ส่วนตัวมายื่นส่งให้“พี่ก็จะล้างหน้าแปรงฟันเหมือนกัน” เขาบอกสั้นๆบุษบาใช้เวลาราวสิบห้านาทีในการล้างหน้าแปรงฟัน เธอเปิดประตูห้องน้ำกลับพบคนที่มารอเข้าเหมือนกัน“อ้าว อาจารย์พี่เนศสวัสดีค่ะ” ชายหนุ่มผิวขาวสวมแว่นเลิกคิ้วเมื่อพบเธอบนรถไฟขบวนนี้“บุษ
“มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้นหรอกค่ะ ใครๆ เขาก็เดินทางรถไฟกันปกติ” บุษบาเถียง คนที่อยู่ข้างๆ อันตรายกว่าคนอื่นข้างนอกอีก“ใครๆ ที่ว่าไม่ใช่บุษ เราทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้ใครเห็นมันก็หวังทั้งนั้น” หัสดีพูดตรงๆ ทำให้บุษบายิ่งเคืองหนัก แต่อีกใจเธอเองก็เริ่มกลัวเมื่อนึกถึงข่าวไม่ดีที่ออกมาบ่อยๆ โดยเฉพาะในขบวนรถตู้นอนบุษบาเม้มปากแน่น เห็นเขาล้วงมือเข้ามาในถุงขนมหยิบไปกินไม่หยุดก็ถามปนประชด“ข้าวมีนะ ซื้อขึ้นมาเผื่อคุณไม่อิ่ม” “แหม... บุษรู้ใจว่าพี่กินดุ” เธอตาเขียวกับคำว่า 'กินดุ' หัสดีจึงรีบพูดต่อ“พี่กะแล้วว่าบุษต้องซื้อข้าวมาฝากพี่ เพราะตอนอยู่ญี่ปุ่นพี่ก็เลี้ยงข้าวบุษหลายมื้ออยู่” “อย่าพูดเรื่องที่ญี่ปุ่นนะ คุณรับปากแล้ว” เธอถลึงตาใส่“นั่นก็อยู่ที่บุษว่าทำตัวดีแค่ไหน ตามใจพี่บ้าง พูดเพราะๆ แล้วเรื่องของเราจะเป็นความลับต่อไปอีกสักระยะก็ได้” ชายหนุ่มหยิบถุงใส่อาหารแช่แข็งที่หญิงสาวซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ มันถูกอุ่นเรียบร้อยแล้วมีทั้งหมดสองกล่องมาเปิดวางบนที่นอนเลื่อนกล่องหนึ่งมาวางตรงหน้าเธอ“บุษกินข้าวไข่เจียวดีกว่าจะได้ไม่ปวดท้อง พี่กินผัดกะเพราเอง” ชายหนุ่มแก
บุษบาโล่งอกที่หัสดีไม่ตามมา เธอมองเวลาแล้วรีบเข้าไปที่ชานชาลาเดินหาตู้ของตัวเองพอเจอแล้วก็นั่งลงให้หายเหนื่อย ตู้นี้เป็นตู้นอนแต่ในเวลาที่ยังไม่ได้ปูเตียง โต๊ะอเนกประสงค์จะถูกกางมาใช้ร่วมกันสำหรับผู้โดยสารเตียงบนและเตียงล่างเมื่อได้เวลาตามตารางเดินรถ รถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีหญิงสาวจึงโทรหามัทรีเพื่อบอกว่ารถออกแล้ว“ค่ะพี่มาศ เจอกันพรุ่งนี้นะคะเดี๋ยวบุษโทรบอกว่าเจอกันที่ไหน”หญิงสาวกดวางสายเธอหยิบขวดน้ำมาเปิดเอาหลอดใส่ดูดไปสองทีแล้วมองวิวนอกหน้าต่าง รู้สึกสบายใจและเป็นอิสระ วันนี้ในตู้มีผู้โดยสารเกือบทุกที่นั่ง เธอคิดว่าออกจากกรุงเทพฯ ไปสักห้าหกสถานีคนที่จองตั๋วไว้คงทยอยขึ้นมาจนเต็มรถแน่เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเดินมาถึงที่นั่งของเธอ หญิงสาวจึงส่งตั๋วให้เขาตรวจ “ถ้าจะปูที่นอนเมื่อไหร่เรียกได้เลยนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” บุษบานั่งเล่นเกมในไอแพดไม่ได้สังเกตว่าที่นั่งตรงข้ามมีใครเดินมานั่งด้วย เธอเงยหน้าเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้อง “คุณ ! มาได้ยังไง” หัสดีเหวี่ยงเป้ลงกับที่นั่งที่หุ้มเบาะด้วยกำมะหยี่สีแดง เขานั่งเหยียดเท้ามาอีกฝั่งชนขาของบุษบาจนเธอรีบชักขาหนี สีหน้าบึ
มัทรีมองน้องสาว คนเป็นพี่เห็นท่าทีกระอักกระอ่วนใจจึงสงสัยว่าบุษบากับหัสดีไปเจอกันได้อย่างไร แบบไหน และทำไมบุษบาไม่เคยพูดเรื่องนี้“ถ้าบุษไม่โอเคไม่เป็นไรนะ ยังไงนายหัสมันก็เจอพี่บ่อย ๆ อยู่แล้ว” รามหรี่ตามเพื่อนที่ทำอะไรแปลกไปจากเดิม“ไม่เป็นไรค่ะพี่ต้น บุษโอเค” บุษบาไม่อยากให้ใครๆ สงสัยว่าทำไมเธอมีพิรุธ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาเตรียมกดสายโทรออก“ขอเบอร์พี่หัสดีด้วยค่ะ เดี๋ยวบุษจะโชว์เบอร์ไป” หัสดียิ้มกริ่มในที่สุดเขาก็ได้ตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มบอกเลขจำนวนสิบตัวให้เธอ หลังจากนั้นไม่นานเสียงเตือนสายเรียกเข้าของเขาดังขึ้นหนึ่งครั้งและเงียบไป“เมื่อกี้บุษคิดเรื่องงานอยู่ค่ะเลยตอบช้าไปหน่อย บุษไม่มีปัญหาค่ะพี่ต้น” หญิงสาวยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะอาหาร รามมองหน้าภรรยาทั้งสองสบตากันและไม่พูดอะไรอีก ส่วนคุณวิชุตามองสองหนุ่มสาวเงียบๆ อย่างครุ่นคิดแต่ท่านไม่พูดอะไรเช่นกันต่อมาครอบครัวของรามพากันไปเชียงใหม่โดยที่รอบนี้ชายหนุ่มเอารถไปเองเพื่อที่จะได้เดินทางกันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ มีแขกพิเศษที่ไปด้วยคืออนวัชที่ตามลูกชายมา และหัสดีที่รู้จากรามจึงขอไปด้วย ส่วนบุษบาขอแยกเดินทางไปต่างหาก“ท
ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนเกิดอาการภูมิแพ้ก็มาจากโปรตีนชนิดนี้ ฉะนั้นเมื่อมีอยู่น้อย ก็ทำให้ความเสี่ยงที่จะแพ้น้อยลงนั่นเอง โดยแมวไซบีเรียนเป็นแมวธรรมชาติสายพันธุ์เก่าแก่ ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค 1870 ต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย เป็นแมวขนาดกลางถึงใหญ่ ขนยาว ทนหนาวได้ดี นิสัยฉลาด ร่าเริง ขี้เล่น ขี้อ้อน ชอบอย
สองชั่วโมงต่อมาทุกคนแยกย้ายหลังจากที่ได้รู้เรื่องในวันวานจนครบถ้วน แม้ว่าคุณศิวะจะยังเคืองพี่สาวแต่สิ่งที่นางศิริแสดงออกมาในวันนี้ทำให้เขารู้ว่านางเองก็ไม่เคยมีความสุข จึงคิดจะปล่อยเรื่องในอดีตไปเพียงเท่านี้ส่วนมัทรีคดีของเธอเข้าสู่กระบวนการไปแล้ว หญิงสาวจึงบอกอนวัชว่าทุกอย่างขอให้เป็นไปตามเรื่
“พอเถอะพี่ศรี” เสียงทุ้มแต่หนักแน่นของคุณศิวะดังขึ้น เขาเข้ามาในห้องไกล่เกลี่ยครู่ใหญ่แล้วและได้ยินทุกอย่างที่นางศิริพูด ได้แต่สังเวชใจที่นางไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยปรับปรุงตนเอง คุณศิวะมาหยุดตรงหน้าพี่สาวแท้ๆ ที่ไม่ได้พบกันมาหลายปีแม้ว่าจะอยู่ในสังคมเดียวกัน “มาแล้วเ
“ขอบคุณมากค่ะคุณครู ให้เขามาเยี่ยมได้แต่มาศไม่อนุญาตให้คุณย่าน้องพาน้องออกไปนอกโรงเรียนนะคะ” มัทรีรับสายจากครูประจำชั้นในช่วงพักของครู หญิงสาวไม่อยากกีดกันนางศิริไม่ให้เจออวัช ถึงอย่างไรนางก็เป็นย่าแท้ๆ แต่ก็ไม่ไว้ใจให้นางเข้าใกล้มากกว่าการมาหาที่โรงเรียนหญิงสาวกำลังช่วยแม่สามีและบุษ





![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

