เข้าสู่ระบบได้ยินคำว่า ‘ชนะ’ แววตาของคนฟังก็ดูวาววับขึ้น ท่าทางดูผยองราวกับนางพญาเลยทีเดียว
“ป้าสาสวยกว่า แถมยังกินอยู่อย่างมีความสุข แต่ดูคุณสำลีสิคะ นอนนิ่งๆอยู่แต่บนที่นอน ข้าวปลาไม่ยอมกิน หมดราศีคนรวยๆเสียนี่ แล้วจะไประรานแกทำไมอีกคะ”
“พูดแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่ยัยเพียง”
“ป้าสารับปากเพียงก่อนได้ไหมคะ”
อรสาเลิกคิ้วคล้ายจะถาม ว่า ‘อะไรล่ะ’ แต่ไม่ยอมเอ่ยปากท่านไม่ตกหลุมคนเป็นหลานง่ายๆหรอก อรสาเองก็เก๋าเกมพอดู ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่เป็นท่านมาจนถึงทุกวันนี้
“ป้าสาคะ”
“อะไรเล่า”
“รับปากเพียงสิคะ”
“ฉันไม่รับปากซี้ซั้ว แกพูดมาก่อนว่าจะให้ฉันรับปากอะไร”
“อย่าไปยุ่งกับคุณสำลีอีกได้ไหมคะ”
อรสาไม่ได้รับปากอะไรกับเพียงใจทั้งนั้น เธอไม่นิยมการผูกมัดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีครอบครัว มีสามี มีลูก แต่ไม่มีความสุขแบบที่เคยเห็นเพื่อนๆหรือญาติๆหลายต่อคนเป็นกันหรอก ได้แต่ยิ้มมุมปากไม่ตอบว่าอะไร เพียงใจถอนหายใจยาวไม่ใช่ว่าโล่งอกตรงข้ามกันด้วยซ้ำ หนักใจยิ่งกว่าเดิม
วิชญ์รอจนมารดาของตนตื่น เขาอยู่ป้อนอาหารให้ท่านแล้วรอจนหลับไปอีกครั้งจึงตรงไปยังร้านอาหารที่คุ้นเคย เขาต้องจัดการอะไรสักอย่างบ้างแล้ว กิจการร้าน บาร์ รีสอร์ทในจังหวัดนี้ กึ่งหนึ่งถูกผูกขาดด้วยชีวิน ชีวินเป็นบุตรชายคนโตของท่านสส.อเนก วิชญ์และชีวินจบจากสถาบันการศึกษาเดียวกันมา หัวหกก้นขวิดและสัญญาสาบานตามประสาผู้ชายว่าจะรักและจริงใจต่อกันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ดีอยู่อย่างที่ทำให้วิชญ์คบกับชีวินมาได้นาน หนึ่งในหลายๆข้อคือรสนิยมของเขาและชีวินสวนทางแทบทุกเรื่อง ไม่อย่างนั้นคงคบไม่ได้มาถึงป่านนี้
“ไงน้องรัก ทำไมวันนี้แวะมานี่ได้” ชีวินทักทายเพื่อนรุ่นน้องอย่างยินดีที่เห็นอีกฝ่ายแวะมาที่ร้านของตน แม้อายุมากกว่า แต่ชีวินกลับเกรงใจวิชญ์ ด้วยเรื่องของความคิด ความสามารถและพรรคพวกที่เพื่อนรุ่นน้องมีอยู่ในมือ
“ไม่เจอพี่นาน เลยว่าจะแวะมาคุยด้วยน่ะครับ”
ชีวินเข้ามาจับแขนอย่างประจบแล้วออกปากย้ำถึงเรื่องที่เขาเคยเชิญวิชญ์ไปแล้ว ไม่วายต้องพูดอีก เพราะอยากให้อีกฝ่ายมางานของตน งานไหนหากวิชญ์ไปร่วมงานก็เป็นอันรู้กันว่างานนั้นหนทางราบรื่นอย่างแน่นอน “เปิดตัวรีสอร์ทต้องมาให้ได้นะวิชญ์”
วิชญ์พยักหน้ารับอย่างเนือยๆก็รีบเข้ามาเอาอกเอาใจตามประสาคนต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ “ที่พี่เคยคุยเรื่องลงทุนน่ะ...ว่ายังไง”
“ผมลงได้แค่สามสิบเปอร์เซ็นนะพี่ มากกว่านั้นไม่อยากเสี่ยง” วิชญ์บอกไปตรงๆ เพราะใจจริงๆเขาไม่ชอบนักกับธุรกิจพวกนี้ แต่ที่ยอมตกลงด้วยเพราะเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องร่วมสถาบันและผลประโยชน์ในอนาคตเพียงเท่านั้น
“ได้ๆ เท่าไรก็ได้น้องรัก ขอแค่วิชญ์ลงด้วยพี่ก็สบายใจแล้วละ”
ชีวินตาวาวหัวสมองปลอดโปร่งทันทีเมื่อวิชญ์ยอมรับปากจะหุ้นด้วย เมื่อผ่อนคลายลงแล้ว ไม่วายสัพยอกเพื่อนรุ่นน้อง “เอ... จำได้ว่าไปไหนต้องมีสาวแว่นคอยติดตามมาด้วยนี่ ทำไมวันนี้ไม่มีมาล่ะ”
วิชญ์ค่อยยิ้มออก เมื่อทุกอย่างเข้าทางโดยที่ไม่ได้ลงแรงอะไรมากนัก “ชอบหรือครับ”
เห็นประกายตาวาวๆแล้วถึงได้ออกปากถามไปแบบนั้น พร้อมผุดรอยยิ้มที่มุมปาก คนสนิทวงในรู้รสนิยมของชีวินดี ชีวินไม่ได้ชอบสาวสวยจัดๆ แต่ชอบผู้หญิงเรียบๆ หรือพวกที่ยังไม่เคยผ่านโลกกามารมณ์มาก่อนนั่นละยิ่งถูกใจนัก
“ถามแบบนี้ ถ้าขอจะให้พี่หรือ”
คราวนี้วิชญ์หัวเราะอย่างนึกสนุก เขาว่า “ … มาขออะไรกับผมเล่า ผมเป็นแค่เจ้านายไม่ใช่พ่อเขานี่ แต่ถ้าพี่ชอบ ผมจะจัดการให้”
“พี่นึกว่านายจะเก็บไว้กินเอง”
ว่าก่อนยิ้มอย่างหมายมาดนี่ถ้าวิชญ์ไม่ออกปากเชิงอนุญาตเขาไม่กล้าแตะอย่างเด็ดขาด วิชญ์ไม่ใช่คนเสียงดังโวยวาย แต่หากน่ากลัวนักถ้าวิชญ์จะเอาเรื่องใครสักคน ขนาดว่าตนที่เป็นลูกผู้มีอิทธิพลพอตัวอยู่แล้วยังไม่กล้าเสี่ยงกับวิชญ์เลย ขออยู่ฝั่งเดียวแบบนี้ดีกว่าจะเป็นศัตรูกับหนุ่มรุ่นน้อง
วิชญ์ยิ้มก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ สายตาของเขาก็ดูอ่านยากเฉกเช่นเดิมรู้แค่ว่ากำลังสนุกกับเรื่องที่คิดในสมองตอนนี้พอควรเชียวล่ะ
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้นคล้อยหลังจากที่เพียงใจออกไปทำงานครู่ใหญ่แล้ว อรสาจึงลุกขึ้นแต่งหน้าแต่งตัวสวยสดในแบบของเธอ แล้วตรงไปจุดหมายที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอชอบมันมาตลอด การเสี่ยงโชคก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวหลงใหล เวลาได้มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองรวย มีอำนาจ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่นับตอนที่เธอเสียหมดตัวนั่นนะ อรสาเบ้ปากเมื่อคิดคำนวณในหัวก็พบว่าอัตราส่วนได้เสียนั้น ได้มีไม่เท่าไรแต่มันน่าจดจำกว่าตอนเสียมากเอาการนัก
คาสิโนในตึกแถวห้าคูหาถูกสร้างอย่างเร้นลับมิดชิดและจำลองแบบกาสิโนชื่อดังของเมืองนอกมาชนิดที่เรียกได้ว่าแทบไม่ผิดเพี้ยนเลยอรสาเดินตัวปลิว ถือกระเป๋าเข้าไปก็มีคนของบ่อนเข้ามารับหล่อนในทันที
“วันนี้เท่าไรดีครับ” หนุ่มรุ่นลูกค้อมตัวถามอย่างเอาใจ
“แสนเดียวก่อน” ว่าจบเดินเชิดไปนั่งยังโต๊ะวีไอพีที่คุ้นหน้ากันดีกับคนในโต๊ะ จากใบหน้าสดใสเมื่อตอนย่างเท้าเข้ามาไม่นานก็หมองลงเรื่อย… เพราะวันนี้อรสาเสียจนหมดตัวอีกแล้ว
วิชญ์บิดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะปิดภาพเคลื่อนไหวในจอมือถือที่ชีวินส่งมาให้ดูลง อรสาติดพนันหนำซ้ำยังจอเครดิตเพิ่มอีก ชายหนุ่มหรี่ตาคมเข้มมองไปยังร่างเล็กของอีกคนที่เขาคิดจะจัดการด้วย
อีกไม่นานหรอก ได้กระเจิงกันไปหมดแน่
เพียงใจส่งสรุปผลการประชุมที่กว่าจะเสร็จสิ้นก็ล่วงบ่ายสองเข้าไปแล้ว มื้อกลางวันยังไม่ทันตกถึงท้อง แต่ต้องรีบจัดชุดให้เขาสำหรับงานเปิดตัวรีสอร์ทชื่อดังที่เป็นของลูกชายสส.ในจังหวัดที่จะไปร่วมในคืนนี้
ปกติงานกลางคืนวิชญ์จะไปกับเคน คนสนิทของเขา แต่คราวนี้เธอกลับได้ยินเขาเรียกหา
“เพียงใจ…เตรียมชุดของคุณด้วย”
“คะ?”
“เคนติดธุระ คุณไปแทนเคน”เขาสั่งไว้เพียงแค่นั้นและหญิงสาวก็ไม่มีสิทธิ์ถามเขา ได้แต่รับคำสั่งแบบทุกที
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ







