เข้าสู่ระบบ“เคนติดธุระ คุณไปแทนเคน”เขาสั่งไว้เพียงแค่นั้นและหญิงสาวก็ไม่มีสิทธิ์ถามเขา ได้แต่รับคำสั่งแบบทุกที
งานเลี้ยงเปิดตัวรีสอร์ทถูกจัดขึ้นภายในรีสอร์ทที่เปิดตัวนี่เอง บรรยากาศดีทีเดียวเพราะอยู่ติดกับเทือกเขามีน้ำตกสวยงามอยู่ติดกับตัวรีสอร์ท ทั้งยังมีลำธารไหลผ่านผ่ากลางอีกด้วย
ชีวินคือเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่กับวิชญ์ สมัยเรียนมัธยมในโรงเรียนชายล้วนชื่อดังของประเทศ
“ยินดีด้วยครับพี่กับรีสอร์ตใหม่ ขอให้กิจการไปได้ด้วยดีครับ” วิชญ์มอบม้าสลักจากไม้เนื้อดีที่สั่งทำพิเศษส่งให้พร้อมอวยพรอีกฝ่ายตามธรรมเนียม
ชีวินทิ้งแขกคนอื่นทันทีเพื่อมาต้อนรับเพื่อนรุ่นน้องอย่างวิชญ์
ใบหน้าขาวจัดยิ้มร่าอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมางานของตน เพราะน้อยนักที่วิชญ์จะปรากฏตัวไปที่ไหน หากไม่สนิทกันจริงจัง “ขอบใจมากวิชญ์” ชีวินตอบรับด้วยสีหน้าดีใจ
วิชญ์ส่งสัญญาณบอกด้วยสายตา ชีวินจึงมองตามแล้วออกปากทักคนที่ตามมาด้วย “สวัสดีครับคุณเพียงใจ ขอบคุณมากนะครับที่ให้เกียรติมางานเปิดตัวรีสอร์ทของผม”
เพียงใจยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมไม่ให้มากจนเกินไปหรือน้อยจนดูแข็ง ชีวินมองด้วยสายตาแสดงความถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง วิชญ์เองก็ใช่จะไม่รู้ความคิดของชีวิน
เขาแทบจะจับแม่นี่ใส่พานให้ชีวินเสียตอนนี้เลย แต่เพียงใจไม่ได้ ‘ง่าย’ แบบท่าทางที่พยายามแสดงออกมา เธออาจทำงานด้วยง่ายๆ แต่ไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ข้อนี้วิชญ์รู้ดี เขาจึงต้องหยิบยืมมือคนอื่นมาทำงานแบบนี้แทน และลงตัวพอดีที่ชีวินอยากเคลมเพียงใจ
“พี่ต้องขอบวิชญ์มากนะที่เป็นเจ้านายใจดีพาคุณเพียงใจออกงานด้วยแบบนี้ ยิ่งใส่ชุดแบบนี้ก็ยิ่งดูว่า...สวย น่าค้นหา”
เพียงใจได้ยินอย่างนั้นก็หน้าตึงขึ้นหน่อยๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร ชั่วขณะที่ความรู้สึกฉุนโกรธแฝงด้วยความเกลียดเล็กๆพุ่งไปที่วิชญ์ แล้วพยายามเก็บงำความคิดความรู้สึกของตนเองเอาไว้ เธอเคยพบกับชีวินมาก่อนหน้าที่จะเจอกันครั้งนี้ราวๆสี่ถึงห้าครั้ง และรู้สึกได้ถึงแววตาของอีกฝ่ายยามที่มองสบมา บอกได้อย่างเดียวด้วยสัญชาตญาณว่าไม่ปลอดภัย มีความหื่นหิวกระหายแฝงมาในสายตาตี่ๆคู่นั้น หากไม่เปิดโอกาส ไม่มีโอกาส จะไม่มีใครเข้าถึงตัวเธอได้แน่นอน เพียงใจบอกตัวเองแบบนี้เสมอ
“วิชญ์ มางานด้วยหรือคะ”
เสียงหวานๆจากหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสเปิดไหล่สีดำอวดเนื้อนวลเนียนขาวสะอาดตาให้บรรดาเหล่าเพศชายได้น้ำลายหก เจ้าของชื่อเองก็มองคนทักตาหวานวาววับเช่นกัน
“กลับมาเมื่อไรครับ”
“เมื่อคืนนี้เองค่ะ” หญิงสาวสวยจัดคนนั้นเข้ามากอดวิชญ์แล้วหอมแก้มซ้ายขวา กระซิบอะไรกันข้างหูแล้วยิ้มหัวเราะร่าราวกับคนรู้ใจ นั่นทำให้เพียงใจรู้สึกเหมือนว่าตนเองอยู่ผิดที่ผิดทางขึ้นมาในทันที
“ผมฝากเพียงใจไว้ด้วยนะครับพี่ ขอแวะไปสวัสดีคุณลุงอเนกสักครู่”
แล้วโอกาสก็ถูกเปิดออกจากวิชญ์ เจ้านายของเธอ เขาบอกชีวินแต่ไม่ได้สนใจความต้องการของเธอเลยว่าอยากยืนอยู่ตรงนี้กับชีวินหรือไม่ ก่อนจะเดินควงไปกับหญิงสาวสวยจัดคนนั้น
“ดื่มอะไรดีครับ ผมจัดการให้” ชีวินพยายามต้อนรับอย่างดีเพียงใจทำเพียงยิ้มรับอย่างรักษามารยาทอย่างที่สุดไว้เท่านั้น
คล้อยหลังมาแล้ว วิชญ์เองต้องอยู่คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในงานอยู่นาน ชั่วขณะที่นึกไปถึงสายตาที่เขาทำเมินไม่มองสบด้วย เหมือนเอาสัตว์เลี้ยงไปปล่อยไว้และจะไม่ไปรับกลับมาอีก ใจที่เคยคิดว่าคงสะใจ หากชีวินจัดการเพียงใจได้จริง กลับนึกอยากปลีกตัวออกไปดูเสียหน่อยแต่ก็ยากเหลือเกิน ร่วมชั่วโมงกว่าที่วิชญ์จะร่ำลามาได้ เขาเดินกลับไปยังจุดเดิมสายตาสอดส่ายหาชีวินและร่างเล็กๆของอีกคนปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเจอคนทั้งคู่แต่อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้เมื่อไม่พบทั้งสองคนนั้นจริงๆ
“พี่วินไปไหน” เขาถามเอากับการ์ดที่ยืนตั้งรับแถวนั้น
“ไม่ทราบฮะคุณวิชญ์ อ้อ... แต่เห็นพาคุณผู้หญิงที่มาด้วยกันกับคุณวิชญ์เข้าไปดูห้องพักตัวอย่างที่ด้านในแล้วฮะ”
เพียงใจนึกขอบคุณอิทธิที่มางานเปิดรีสอร์ทในคืนนี้ด้วย เธอปลีกตัวมาจากชีวินเมื่อเขาถูกสื่อท้องถิ่นขอสัมภาษณ์พอดี ท่าทางของเขาดูหัวเสียไม่น้อยที่เธอปลีกตัวออกมาได้
เธอยืนส่งจนรถของอิทธิเคลื่อนตัวผ่านไปจึงเดินเข้าบ้านหลังจากนั้น
อรสาคงหลับไปแล้วน่าแปลกที่วันนี้นอนแต่หัววัน กลับเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายตัวแล้วแต่ไม่สบายใจเลยสักนิด จำได้ว่าตลอดทางกลับ อิทธิสบถเรื่องที่เห็นเธออยู่กับชีวินมาตลอดทาง
‘นี่เราไม่รู้ชื่อเสียของนายนั่นหรือยังไง’
‘ทำไมหรือคะ’
‘เอาเถอะ อย่าให้พี่พูดอะไรมาก แค่อย่าไปอยู่ใกล้มันก็พอ ไอ้บ้านั่นมันไม่ใช่คนดี แล้วนี่เรามากับใคร’ อิทธิบอกแบบนั้นและข้อนี้เธอพอรู้มาบ้าง ค่อยกระจ่างชัดในใจว่าเหตุใดวิชญ์ถึงได้กล้าทิ้งเธอไว้กับชีวิน บอกเสียงปลงๆ
‘คุณวิชญ์ค่ะ’
‘แล้วทำไมถึงอยู่กับไอ้บ้านั่นแค่สองคน นายเราไปไหน’
เป็นเขานั่นละที่จงใจทิ้งเธอไว้กับชีวิน วิชญ์กำลังจะทำอะไรของเขากันแน่
เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบใจที่เธอเข้ามาทำงานเหมือนเป็นเด็กเส้น เพราะคุณลุงอานนท์ฝาก เธอเองก็ไม่สบายใจเช่นกัน ก่อนหน้าเธอคิดว่าเขาคงแค่ไม่ชอบหน้าเธอเพียงเท่านั้น แต่เหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำเตือนเธอว่าจงระวังตัวเอาไว้ให้ดี วิชญ์ร้ายกาจและเหมือนเขาหาหนทางเล่นงานเธออยู่ตลอด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้น เพียงใจลุกอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดแบบทะมัดทะแมงออกบ้านได้ก็ตรงไปที่โรงพยาบาลที่คุณสำลีนอนพักรักษาตัวอยู่ เธอรู้ว่าวิชญ์มานอนเฝ้ามารดาของเขา และไม่คิดจะไปเยี่ยมโดยมีเขาอยู่ด้วย โชคดีที่เธอเห็นหลังเขาไวไวเดินออกจากตัวของโรงพยาบาลในตอนที่แวะซื้อของเยี่ยมที่ร้านสะดวกซื้อด้านหน้าแถบนั้นพอดี รอจนวิชญ์ออกไปแล้วถึงแอบเข้าไปเยี่ยมคนที่นอนป่วยอยู่
ร่างผอมบอบบางนอนนิ่งๆบนเตียงมีผ้าห่มผืนหนาสีสะอาดตาห่มคลุมให้ถึงกลางหน้าอก
“หนูมาเยี่ยมคุณท่านค่ะ” บอกเมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนที่พอจำได้ว่าเป็นคนใกล้ชิดของท่านเปิดประตูเข้ามาพร้อมเหยือกใสใส่น้ำ
“หลับจ้ะ สักครึ่งชั่วโมงได้แล้ว” อีกฝ่ายบอกเสียงเบาเดินไปวางของที่โต๊ะใกล้ๆทางออกสู่ระเบียงด้านนอก
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่อยากมาเยี่ยมเยียนท่านเท่านั้น หนูลานะคะ” ยกมือไหว้เตรียมจะไป แต่อีกฝ่ายก็เรียก
“เดี๋ยวหนู”
“คะ”
“หนูเป็นเลขาคุณวิชญ์...ใช่ไหม”
เพียงใจพยักหน้าพร้อมตอบรับ “ค่ะ”
“คุณท่านตื่น ฉันจะเรียนท่านให้”
“ไม่เป็นไรค่ะไม่ต้อง ไว้โอกาสหน้าหนูจะแวะมาอีกนะคะ”
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
