LOGINคีรินไม่ได้ตอบกลับด้วยคำพูดในทันที เขาเลือกที่จะใช้การกระทำแทนความรู้สึก มือหนาที่เคยดุดันและแข็งกร้าว เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามโครงหน้าและเส้นผมของภาคินอย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่ผู้ชายอย่างเขาจะทำได้ เขาโน้มใบหน้าลงไป จุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน ราวกับจะประทับตราความรักนี้ไว้ในจิตวิญญาณ
"ฉันก็รักนาย รักจนแทบบ้าอยู่แล้ว คิน"
น้ำเสียงของเขาไม่ได้นิ่งสุขุมเหมือนตอนอยู่ที่ทำงาน แต่มันกลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนเร้น คีรินจูบซับหยาดเหงื่อที่ข้างขมับของคนรัก ก่อนจะขยับกายล้มตัวลงนอนเคียงข้าง แล้วรวบตัวภาคินเข้ามาไว้ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งแต่ปลอดภัย เขาจูบที่ขมับของอีกฝ่ายซ้ำๆ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงวินาทีเดียว คนตรงหน้าจะเลือนหายไปจากชีวิตของเขา
"ฉันรักนาย"
เขาพึมพำชิดใบหูของภาคินซ้ำๆ สายตาที่มองคนในอ้อมแขนนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและความคุ้มครองอย่างที่สุด ในวันที่เหนื่อยล้าและเปี่ยมไปด้วยรสรักนี้ คีรินค้นพบว่าอำนาจที่แท้จริงของเขา ไม่ใช่การสั่งการผู้คนมากมายในบริษัท แต่คือการได้เป็นผู้ครอบครองหัวใจของคน คนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้นหลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันเร่าร้อนและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ถาโถม คีรินก็ได้จัดการดูแลร่างกายของทั้งคู่ให้สะอาดสะอ้าน แม้ว่าความอ่อนล้าจะยังคงตกค้างอยู่ในกล้ามเนื้อบ้าง แต่ความเป็นมืออาชีพก็ทำให้เขากลับมาสวมชุดสูทที่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขามได้อีกครั้ง ภาคินเองก็ดูสดใสและผ่องใสขึ้นผิดกับสภาพเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งคู่กลับเข้ามานั่งประจำตำแหน่งในห้องทำงานใหญ่ โดยที่บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนปกติสุข หากแต่สายตาที่คีรินลอบมองภาคินเป็นระยะนั้น กลับยังคงทิ้งร่องรอยของความโหยหาไว้อย่างปิดไม่มิด
เวลาผ่านไปได้ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นเบาๆ อย่างเป็นจังหวะ คีรินละสายตาจากแฟ้มเอกสารสำคัญบนโต๊ะไม้ราคาแพง แล้วปรายตามองไปทางประตูด้วยท่าทางนิ่งสุขุมตามฉบับประธานบริหารผู้เด็ดขาด เขาขยับเนกไทให้เข้าที่เล็กน้อย ก่อนจะส่งสัญญาณทางสายตาให้เลขาส่วนตัวทราบว่าเขารับรู้แล้ว
"เข้ามา"
เลขาหน้าห้องเปิดประตูเข้ามา
“ท่านประธานคะ เลขานุการชั่วคราวที่คุณภาคินคัดเลือกมาถึงแล้วค่ะ” คีรินเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของคีรินเอ่ยออกไปเพียงสั้นๆ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ วางมือประสานกันบนโต๊ะอย่างสง่างาม สายตาคมกริบคู่เดิมจ้องมองไปยังบานประตูที่กำลังจะเปิดออก ขณะที่ภาคินซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนักก็ขยับตัวจัดแจงเอกสารตรงหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในใจของทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า การกลับเข้าสู่โหมดการทำงานในวันนี้ มันมีกลิ่นอายของความสุขที่ทั้งคู่พึ่งมอบให้แก่กันและกัน
คีรินเหลือบมองภาคินครู่หนึ่ง มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยราวกับจะสื่อสารบางอย่างที่รู้กันเพียงสองคน ก่อนจะหันกลับไปสนใจผู้มาเยือนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานของเขา คีรินละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววความปรารถนาอันเร่าร้อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บัดนี้กลับคืนสู่ความเย็นชาและนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น เขาจ้องมองหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่อ่านยาก มันไม่ใช่สายตาที่ดูถูก แต่เป็นสายตาของผู้ทรงอำนาจที่กำลังประเมินคุณภาพของทรัพยากรใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในอาณาจักรของเขา
หญิงสาวในชุดกระโปรงสีครีมก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสุภาพ เรียบร้อย และสงบนิ่งผมยาวสลวยถูกมัดรวบไว้หลวม ๆ ดวงตากลมใสสะท้อนความประหม่าเล็กน้อย แต่ยังคงมีประกายมั่นใจอยู่ในนั้น
เธอยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพิมพ์ดาว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ห้องทั้งห้องเหมือนเงียบลง คีรินมองเธอนิ่งกว่าปกติ ส่วนภาคินเองก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่หญิงสาวตรงหน้าไม่ได้สวยบาดตา
แต่มีบางอย่างในรอยยิ้มและน้ำเสียงนุ่มนวลของเธอที่ทำให้ทั้งสองคนไม่อาจละสายตาได้
พยายามทำตัวโดดเด่นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา คีรินภาพลักษณ์ของหญิงสาวตรงหน้าพิมพ์ดาวดูสะอาดสะอ้าน เรียบร้อย และดูมีความเป็นมืออาชีพอย่างที่เขาคาดหวัง ชุดกระโปรงสีครีมที่ดูเรียบง่ายแต่ส่งเสริมบุคลิก และท่าทางการไหว้ที่อ่อนน้อมนั้น ทำให้เธอดูแตกต่างจากพนักงานทั่วไปที่มักจะมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเงียบงันครู่หนึ่ง จนบรรยากาศในห้องเริ่มมีความกดดันจางๆ แผ่ซ่านออกมา
"พิมพ์ดาว"
เขาพึมพำชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุม คีรินไม่ได้ยิ้มตอบ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธ เขาเพียงแค่พยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงรับรู้ถึงการมาถึงของเธอ
"ภาคินบอกว่าเธอทำงานคล่องแคล่ว หวังว่าความสามารถของเธอจะตรงตามที่เขาแนะนำไว้นะ"
เขาเอ่ยพลางปรายตาไปทางภาคิน ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก สายตาของคีรินที่มองไปยังคนรักนั้นมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้ง ราวกับจะบอกว่าเขาจะคอยดูว่า ของที่ภาคินเลือกมานั้นจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน ก่อนที่เขาจะหันกลับมาสบตากับพิมพ์ดาวอีกครั้งด้วยแววตาที่จริงจัง
"นั่งลงสิ พิมพ์ดาว เริ่มทำความคุ้นเคยกับตารางงานของฉันและภาคินได้เลย ฉันต้องการคนที่ทำงานได้รวดเร็วและไม่ทำให้เกิดปัญหาเข้ามาช่วยแบ่งเบางานที่เยอะในช่วงนี้"
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนเป็นการสั่งการธรรมดา แต่โทนเสียงที่เฉียบขาดนั้นกลับทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงมาตรฐานที่สูงลิ่วของ
เค กรุ๊ปคีรินเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง ท่าทางที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างามนั้น ทำให้เขายิ่งดูมีอำนาจเหนือทุกคนในห้องนี้อย่างสมบูรณ์แบบคีรินเพียงแค่พยักหน้าตอบรับสั้นๆ อย่างเย็นชา เขาไม่ได้แสดงท่าทีชื่นชมหรือสนับสนุนในความกระตือรือร้นนั้นเป็นพิเศษ สำหรับเขา ความตั้งใจเป็นเพียงพื้นฐานขั้นต่ำที่พนักงานทุกคนต้องมี สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติเท่านั้น เขาจึงไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่หันกลับไปหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมเซ็นเอกสารต่อ ราวกับว่าการสนทนาอันสั้นนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความเงียบของการทำงาน คีรินก็ลอบสังเกตอาการของพิมพ์ดาวผ่านหางตา เขาเห็นความพยายามที่จะเก็บอาการประหม่าของเธอได้อย่างน่าเอ็นดู ทว่าเขาก็ยังคงรักษามาดประธานผู้เข้มงวดเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เขาไม่ได้ปล่อยให้ความอ่อนน้อมของเธอมาทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของเขาสั่นคลอนได้ง่ายๆ
คีรินไม่รอช้า เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีเขาผลักพิมพ์ดาวให้นอนลงบนเตียงก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ ร่างกายกำยำของเขาบดเบียดเข้าหาเธออย่างทรงพลัง แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความสุขุมหลงเหลืออยู่ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่ต้องการจะกลืนกินเหยื่อสาวตรงหน้าให้สิ้นซาก"วันนี้ฉันจะไม่ปรานีเธอ พิมพ์ เตรียมตัวรับความต้องการของฉันไว้ให้ดี"คีรินคำรามเสียงต่ำพร่า เขาบดจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและกระหายหิว มือหนาซุกซนเริ่มทำหน้าที่บีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วง จนพิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเสียวซ่านในขณะเดียวกัน ภาคินที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า ก่อนจะขยับกายขึ้นมาประคองเรียวขาขาวผ่องของพิมพ์ดาวให้แยกออกกว้าง ภาคินใช้สายตาหวานฉ่ำแต่แฝงไปด้วยความหิวกระหายจ้องมองไปยังจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นของเธอ เขาโน้มตัวลงไปใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียร่องรักอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหยอกเย้ากับจุดกระสันเบื้องล่างอย่างแม่นยำ"อา... พิมพ์ ร่างกายของคุณช่างเย้ายว
เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้และความสุขสงบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการสนับสนุนและการปกป้องจากผู้ชายทั้งสองคนนี้พิมพ์ดาวเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองด้วยท่าทางร่าเริง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากตัวเธอโชยมาแตะจมูกคีรินทันทีที่เธอขยับเข้าใกล้ เธอไม่ได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น แต่ยังถือวิสาสะเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของคีรินอย่างออดอ้อน ใบหน้าสวยซบลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความสนิทสนมและความไว้วางใจที่เธอมีต่อเขาอย่างหมดหัวใจคีรินที่ตอนแรกยังคงรักษาท่าทีสุขุมนิ่งเฉย ถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มจากร่างกายของหญิงสาวที่เบียดเสียดเข้าหาเขา ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองพังทลายลงทันที เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับเลื่อนมือหนาลงมาวางบนสะโพกมนของเธอแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงตอบรับสัมผัสนั้น"อ้อนใหญ่เลยนะ เมื่อเช้ายังดูเหนื่อยอยู่เลยไม่ใช่หรือไง"คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนดุ แต่ถ้าใครสังเกตดีๆ จะพบว่ามันมีความเอ็นดูและอ่อนโยนปนอยู่ในนั้นอย่างปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ขม
ทางด้านคีริน เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของพิมพ์ดาวแม้แต่วินาทีเดียว เขามองดูผลงานแห่งการปรนเปรอของเขาและภาคินด้วยความพึงพอใจอันดิบเถื่อน มือหนาที่เคยบีบเค้นทรวงอกเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แก้มเนียนที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ เขาโน้มตัวลงไปหาเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การรุกรานที่ดุดัน แต่เป็นการกดจูบลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธออย่างหนักแน่นและมั่นคง เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้ครอบครองเธอในทุกช่วงเวลา ทั้งในยามที่เธอกำลังมีความสุขที่สุดเช่นนี้"แตกออกมาให้หมดให้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นของพวกเรา"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาคมกริบยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่ดับมอดลงง่ายๆ เขามองดูร่างกายที่อ่อนระทวยของหญิงสาวใต้ร่าง และมองสบตากับภาคิน ทั้งคู่รู้ดีว่า แม้พายุลูกแรกจะสงบลง แต่พายุแห่งความปรารถนานี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบทเพลงบทใหม่เท่านั้นความเงียบสงบหลังพายุลูกแรกพัดผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับเป็นเพียงความสงบก่อนที่คลื่นยักษ์ลูกใหม่จะโถมเข้าใส่ คีรินไม่ได้ปล่อยให้ความอ่อนระทวยของพิมพ์ดาวได้พักผ่อนนานนัก ความต้องการอันดิบเถื่อนในกายเขายังคงพุ่งพล่าน และครั้งนี้เขาต้องการสัมผัสกั
ขณะเดียวกัน ภาคินก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนเพียงลำพัง เขาขยับกายเข้ามาประกบอีกด้านหนึ่ง มือเรียวสวยที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเธออย่างเชี่ยวชาญ ภาคินก้มลงจูบปลอบประโลมริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลเพื่อลดทอนความรุนแรงจากคีริน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้มืออีกข้างปรนเปรอจุดอ่อนไหวของเธออย่างรู้จังหวะ ทำให้พิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างไม่อาจขัดขืน"อา... พิมพ์... คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนพวกเราแทบคลั่ง"ภาคินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้พิมพ์ดาวแทบละลาย คีรินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาวผ่อง สายตาคมกริบดุจนักล่าประสานเข้ากับสายตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยราคะของพิมพ์ดาว เขาใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ บังคับให้เธอนอนราบอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ"มองฉัน... พิมพ์ดาว... มองแค่ฉันกับคินเท่านั้น"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้า เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เหลืออยู่ออกอย่างไม่รีบร้อนแต่เต็มไปด้วยความกระหาย ความแตกต่างระหว่างความดุดันเด็ดขาดของคีริน และความพลิ้วไหวช่ำชองของภาคิน
รินนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่กราฟหุ้นหรือรายงานอสังหาริมทรัพย์ที่วางกองอยู่ตรงหน้า แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ หนังสือเล่มนั้นคือผลงานนิยายรักโรแมนติกเล่มล่าสุดของพิมพ์ดาว ที่ตอนนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศเขายกยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบารอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและมีไว้สำหรับคนพิเศษเท่านั้นเมื่อนึกถึงความสำเร็จของหญิงสาวที่เขาและภาคินร่วมกันทะนุถนอมมากับมือ จากเลขาสาวผู้อ่อนโยนในวันนั้น บัดนี้เธอกลายเป็นนักเขียนผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์"เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรักได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียวหรือ"คีรินพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมทว่าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาจำได้ดีถึงคืนวันที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัว และเขาก็จำได้ดีถึงทุกหยาดน้ำตาที่เธอเสียไป ความสำเร็จของเธอในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือความสามารถที่เธอมี และเขาก็ภูมิใจเหลือเกินที่เป็นคนมอบพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ใช้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้เสี
บทรักอันเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง คีรินจัดการปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกายของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงขับเคลื่อนจากด้านหลังนั้นดุดันและทรงอำนาจ ราวกับเขาต้องการจะตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว ในขณะที่ภาคินคอยปรนเปรอเธอจากด้านหน้าด้วยสัมผัสที่ช่ำชองและพลิ้วไหว คอยรับฟังเสียงครางหวานหูและตอบสนองทุกความต้องการของเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมปนเปไปกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวถูกโอบล้อมด้วยพายุแห่งอารมณ์ที่ทั้งสองคนร่วมกันสร้างขึ้น เธอถูกกระแทกกระทั้นด้วยความแข็งแกร่งจากคีริน และถูกปลอบประโลมด้วยความซ่านสยิวจากภาคิน ความรู้สึกเสียวซ่านทวีคูณจนสมองขาวโพลน เธอทำได้เพียงโอบกอดร่างหนาของทั้งคู่ไว้แน่น ยอมจำนนต่อการดูแลที่แสนจะรุนแรงและหยาบโลนนี้ อย่างเต็มใจที่สุดพายุแห่งกามารมณ์โหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์สองลูกซัดสาดเข้าใส่จากทุกทิศทาง คีรินคือคลื่นยักษ์







