로그인คีรินไม่รอช้าที่จะตอบสนองความปรารถนาอันแรงกล้าของภาคิน เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างยึดสะโพกมนของคนรักไว้แน่น ราวกับต้องการจะล็อกร่างกายนี้ไว้ไม่ให้เคลื่อนหนีไปไหนได้แม้แต่สักนิดเดียว เขาตัดสินใจโถมแรงกายทั้งหมดที่มี กระแทกกระทั้นแกนกายที่แข็งขึงและร้อนผ่าวเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดเขาอย่างบ้าคลั่ง จังหวะที่เคยเนิบนาบเปลี่ยนเป็นความรุนแรง หนักแน่น และรวดเร็วราวกับพายุคลั่ง
"อืม! อ๊า"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บ พั่บสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด คีรินคำรามออกมาในลำคออย่างพึงพอใจ ทุกครั้งที่เขาส่งแรงกระแทกเข้าไปจนสุดทาง ความคับแน่นที่โอบรัดรอบท่อนเอ็นทำให้เขาแทบจะสำลักความสุขสม เขาโน้มตัวลงไปกดจูบที่รุนแรงบนริมฝีปากของภาคิน พร้อมกับเร่งจังหวะสะโพกให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นตามคำบัญชาของคนใต้ร่าง
เขามองดูใบหน้าของภาคินที่กำลังแหงนหงายและครางระงมด้วยความเสียวซ่าน ภาพความทรมานที่แสนหวานนั้นกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พุ่งสูงถึงขีดสุด คีรินจงใจเน้นย้ำจุดกระสันภายในร่างกายของภาคินอย่างแม่นยำและรุนแรง ทุกจังหวะที่เขาส่งเข้าไปมันช่างลึกซึ้งและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ราวกับต้องการจะฝังตัวตนของเขาให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของภาคิน
"อา... คิน... นายแม่ง... สุดยอดที่สุด... ฮึ่ม”
เขาคำรามเสียงต่ำอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่ เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามแผ่นหลังกว้างและใบหน้าคมเข้ม คีรินเร่งเครื่องยนต์แห่งราคะให้ทำงานอย่างเต็มกำลัง แรงขับเคลื่อนจากสะโพกหนาที่กระแทกเข้าหาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำเอาเตียงกว้างสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นร่วมกันในวันที่ยาวนานนี้เสียงครางกระเส่าที่ปนเปไปด้วยความทรมานอันแสนหวานของภาคิน พร้อมกับคำร้องขอที่สั่นพร่าเรียกชื่อเขาอย่างไม่ถือตัว ทำเอาสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของคีรินขาดสะบั้นลงทันที ความรู้สึกที่เห็นคนรักกำลังจะถึงจุดสูงสุดภายใต้การควบคุมของเขามันช่างเป็นความรู้สึกที่ทรงอำนาจและน่าหลงใหลเกินกว่าจะบรรยายได้
คีรินไม่ได้ผ่อนแรงลงแม้แต่นิดเดียว ในทางตรงกันข้าม เขากลับยิ่งโถมกายเข้าใส่ด้วยความบ้าคลั่งยิ่งขึ้น จังหวะการกระแทกกระทั้นหนักหน่วงและลึกซึ้งจนถึงขีดสุด ราวกับต้องการจะกระแทกความปรารถนาทั้งหมดของเขาเข้าไปให้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ ภาคินมือหนาที่ยึดสะโพกมนไว้บัดนี้จิกแน่นจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้วมือ เขาโน้มตัวลงไป ใช้มืออีกข้างรวบเอวบางของภาคินให้ยกขึ้นรับแรงส่งที่รุนแรงขึ้นไปอีก
"ฮึ่ม...! จะไปง่ายแบบนี้ไม่ได้ คิน! ต้องไปพร้อมกับฉัน ไปพร้อมกับฉัน!"
เขาคำรามเสียงต่ำอย่างดุดัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความเครียดขึงจากแรงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นถึงจุดพีค คีรินจงใจเน้นจังหวะสุดท้ายให้รัวเร็วและหนักแน่นที่สุด เขาขยับกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง เน้นย้ำจุดกระสันที่ลึกที่สุดซ้ำๆ จนร่างกายของทั้งคู่สั่นเทิ้มไปตามแรงส่ง ความร้อนผ่าวที่ปลุกเร้าอยู่ภายในทำให้คีรินรู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา
และในวินาทีที่ความเสียวซ่านพุ่งทะลุขีดจำกัด คีรินก็คำรามออกมาสุดเสียงเมื่อเขาโถมกายกระแทกครั้งสุดท้ายที่ลึกที่สุด ร่างหนากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงขณะที่เขาปลดปล่อยสายธารแห่งความปรารถนาอันร้อนระอุเข้าไปในตัวของภาคินจนหมดสิ้น ความรู้สึกอุ่นวาบที่ถูกเติมเต็มอยู่ภายในทำให้เขาต้องซบหน้าลงกับไหล่ของคนรัก หอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับคนเพิ่งผ่านศึกหนักมา
เขายังคงค้างกายค้างอยู่ในท่านั้น ปล่อยให้ความอุ่นร้อนของน้ำรักไหลวนอยู่ภายในร่องรักที่ตอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย คีรินหลับตาลงช้าๆ ซึมซับความสุขสมที่ยังคงตกค้างอยู่ทั่วสรรพางค์กาย ขณะที่หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวแข่งกับจังหวะลมหายใจที่เหนื่อยหอบของคนใต้ร่างความเงียบสงบที่แสนอบอุ่นเริ่มเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง แทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ค่อยๆ ปรับจังหวะให้คีรินค่อย ๆ ชะลอการเคลื่อนไหวลง ก่อนทิ้งน้ำหนักตัวแนบชิดอยู่เหนือร่างของภาคินโดยไม่ยอมผละห่าง อ้อมแขนแข็งแรงยังคงโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่น ราวกับต้องการยืนยันว่าคนตรงหน้าเป็นที่พักใจเพียงแห่งเดียวของเขา
ภายในห้องทำงานยังคงอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของคีรินสั่นไหวยิ่งกว่านั้น คือถ้อยคำสั้น ๆ ที่ภาคินเพิ่งเอ่ยออกมา คำว่ารัก
มันไม่ใช่เพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยผ่านไปตามอากาศ หากแต่เป็นถ้อยคำที่ก้องกังวานอยู่ลึกลงไปถึงหัวใจของชายผู้เคยเชื่อมั่นในเหตุผล การควบคุม และการไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของตน
แต่ภาคินทำได้เพียงคำพูดไม่กี่คำ และสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ก็สามารถทำให้กำแพงทั้งหมดที่คีรินสร้างไว้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากลาดไหล่ของคนรัก ดวงตาคมเข้มทอดมองใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความอ่อนโยนอย่างที่แทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
ภาคินยกมือขึ้นลูบแก้มของเขาเบา ๆ ก่อนยิ้มบาง ๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก
“ผมรักคุณนะคีย์”
เสียงนั้นยังคงนุ่มนวลและจริงใจเหมือนเดิม ไม่มีความลังเล ไม่มีความคลุมเครือ มีเพียงความรู้สึกบริสุทธิ์ที่ส่งตรงมาจากหัวใจ
“ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน” ภาคินกระซิบต่อ พลางใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “สำหรับผม คุณคือคนที่ผมอยากอยู่ด้วยทุกวัน”
ลมหายใจของคีรินสะดุดไปชั่วขณะ
ภาคินยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของ
คีรินอ่อนยวบลงอย่างสิ้นเชิง
“ผมรักคุณไม่ใช่เพราะคุณสมบูรณ์แบบ แต่เพราะเวลาที่อยู่กับคุณ ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขที่สุด”
คีรินมองอีกฝ่ายนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงแตะริมฝีปากเบา ๆ ที่หน้าผากของภาคินอย่างทะนุถนอม
“นายรู้ไหม” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “ว่าคำพูดของนาย ทำให้ฉันอยากรักนายให้มากขึ้นทุกวัน”
ภาคินหัวเราะเบา ๆ ก่อนโอบรอบคอของเขาไว้หลวม ๆ
“งั้นก็รักผมไปนาน ๆ นะครับ”
คีรินยิ้มบาง ๆ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่ปิดบัง
มองดูใบหน้าของภาคินที่ดูอ่อนเพลียแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสุข
คีรินไม่รอช้า เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีเขาผลักพิมพ์ดาวให้นอนลงบนเตียงก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ ร่างกายกำยำของเขาบดเบียดเข้าหาเธออย่างทรงพลัง แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความสุขุมหลงเหลืออยู่ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่ต้องการจะกลืนกินเหยื่อสาวตรงหน้าให้สิ้นซาก"วันนี้ฉันจะไม่ปรานีเธอ พิมพ์ เตรียมตัวรับความต้องการของฉันไว้ให้ดี"คีรินคำรามเสียงต่ำพร่า เขาบดจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและกระหายหิว มือหนาซุกซนเริ่มทำหน้าที่บีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วง จนพิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเสียวซ่านในขณะเดียวกัน ภาคินที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า ก่อนจะขยับกายขึ้นมาประคองเรียวขาขาวผ่องของพิมพ์ดาวให้แยกออกกว้าง ภาคินใช้สายตาหวานฉ่ำแต่แฝงไปด้วยความหิวกระหายจ้องมองไปยังจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นของเธอ เขาโน้มตัวลงไปใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียร่องรักอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหยอกเย้ากับจุดกระสันเบื้องล่างอย่างแม่นยำ"อา... พิมพ์ ร่างกายของคุณช่างเย้ายว
เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้และความสุขสงบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการสนับสนุนและการปกป้องจากผู้ชายทั้งสองคนนี้พิมพ์ดาวเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองด้วยท่าทางร่าเริง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากตัวเธอโชยมาแตะจมูกคีรินทันทีที่เธอขยับเข้าใกล้ เธอไม่ได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น แต่ยังถือวิสาสะเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของคีรินอย่างออดอ้อน ใบหน้าสวยซบลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความสนิทสนมและความไว้วางใจที่เธอมีต่อเขาอย่างหมดหัวใจคีรินที่ตอนแรกยังคงรักษาท่าทีสุขุมนิ่งเฉย ถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มจากร่างกายของหญิงสาวที่เบียดเสียดเข้าหาเขา ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองพังทลายลงทันที เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับเลื่อนมือหนาลงมาวางบนสะโพกมนของเธอแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงตอบรับสัมผัสนั้น"อ้อนใหญ่เลยนะ เมื่อเช้ายังดูเหนื่อยอยู่เลยไม่ใช่หรือไง"คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนดุ แต่ถ้าใครสังเกตดีๆ จะพบว่ามันมีความเอ็นดูและอ่อนโยนปนอยู่ในนั้นอย่างปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ขม
ทางด้านคีริน เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของพิมพ์ดาวแม้แต่วินาทีเดียว เขามองดูผลงานแห่งการปรนเปรอของเขาและภาคินด้วยความพึงพอใจอันดิบเถื่อน มือหนาที่เคยบีบเค้นทรวงอกเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แก้มเนียนที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ เขาโน้มตัวลงไปหาเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การรุกรานที่ดุดัน แต่เป็นการกดจูบลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธออย่างหนักแน่นและมั่นคง เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้ครอบครองเธอในทุกช่วงเวลา ทั้งในยามที่เธอกำลังมีความสุขที่สุดเช่นนี้"แตกออกมาให้หมดให้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นของพวกเรา"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาคมกริบยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่ดับมอดลงง่ายๆ เขามองดูร่างกายที่อ่อนระทวยของหญิงสาวใต้ร่าง และมองสบตากับภาคิน ทั้งคู่รู้ดีว่า แม้พายุลูกแรกจะสงบลง แต่พายุแห่งความปรารถนานี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบทเพลงบทใหม่เท่านั้นความเงียบสงบหลังพายุลูกแรกพัดผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับเป็นเพียงความสงบก่อนที่คลื่นยักษ์ลูกใหม่จะโถมเข้าใส่ คีรินไม่ได้ปล่อยให้ความอ่อนระทวยของพิมพ์ดาวได้พักผ่อนนานนัก ความต้องการอันดิบเถื่อนในกายเขายังคงพุ่งพล่าน และครั้งนี้เขาต้องการสัมผัสกั
ขณะเดียวกัน ภาคินก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนเพียงลำพัง เขาขยับกายเข้ามาประกบอีกด้านหนึ่ง มือเรียวสวยที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเธออย่างเชี่ยวชาญ ภาคินก้มลงจูบปลอบประโลมริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลเพื่อลดทอนความรุนแรงจากคีริน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้มืออีกข้างปรนเปรอจุดอ่อนไหวของเธออย่างรู้จังหวะ ทำให้พิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างไม่อาจขัดขืน"อา... พิมพ์... คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนพวกเราแทบคลั่ง"ภาคินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้พิมพ์ดาวแทบละลาย คีรินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาวผ่อง สายตาคมกริบดุจนักล่าประสานเข้ากับสายตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยราคะของพิมพ์ดาว เขาใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ บังคับให้เธอนอนราบอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ"มองฉัน... พิมพ์ดาว... มองแค่ฉันกับคินเท่านั้น"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้า เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เหลืออยู่ออกอย่างไม่รีบร้อนแต่เต็มไปด้วยความกระหาย ความแตกต่างระหว่างความดุดันเด็ดขาดของคีริน และความพลิ้วไหวช่ำชองของภาคิน
รินนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่กราฟหุ้นหรือรายงานอสังหาริมทรัพย์ที่วางกองอยู่ตรงหน้า แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ หนังสือเล่มนั้นคือผลงานนิยายรักโรแมนติกเล่มล่าสุดของพิมพ์ดาว ที่ตอนนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศเขายกยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบารอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและมีไว้สำหรับคนพิเศษเท่านั้นเมื่อนึกถึงความสำเร็จของหญิงสาวที่เขาและภาคินร่วมกันทะนุถนอมมากับมือ จากเลขาสาวผู้อ่อนโยนในวันนั้น บัดนี้เธอกลายเป็นนักเขียนผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์"เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรักได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียวหรือ"คีรินพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมทว่าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาจำได้ดีถึงคืนวันที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัว และเขาก็จำได้ดีถึงทุกหยาดน้ำตาที่เธอเสียไป ความสำเร็จของเธอในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือความสามารถที่เธอมี และเขาก็ภูมิใจเหลือเกินที่เป็นคนมอบพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ใช้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้เสี
บทรักอันเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง คีรินจัดการปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกายของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงขับเคลื่อนจากด้านหลังนั้นดุดันและทรงอำนาจ ราวกับเขาต้องการจะตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว ในขณะที่ภาคินคอยปรนเปรอเธอจากด้านหน้าด้วยสัมผัสที่ช่ำชองและพลิ้วไหว คอยรับฟังเสียงครางหวานหูและตอบสนองทุกความต้องการของเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมปนเปไปกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวถูกโอบล้อมด้วยพายุแห่งอารมณ์ที่ทั้งสองคนร่วมกันสร้างขึ้น เธอถูกกระแทกกระทั้นด้วยความแข็งแกร่งจากคีริน และถูกปลอบประโลมด้วยความซ่านสยิวจากภาคิน ความรู้สึกเสียวซ่านทวีคูณจนสมองขาวโพลน เธอทำได้เพียงโอบกอดร่างหนาของทั้งคู่ไว้แน่น ยอมจำนนต่อการดูแลที่แสนจะรุนแรงและหยาบโลนนี้ อย่างเต็มใจที่สุดพายุแห่งกามารมณ์โหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์สองลูกซัดสาดเข้าใส่จากทุกทิศทาง คีรินคือคลื่นยักษ์







