เข้าสู่ระบบหนึ่งเดือนถัดมา... งานวิวาห์ที่ถูกกล่าวถึงทั้งประเทศก็เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว ซึ่งที่นี่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ เพราะพื้นที่ทั้งหมดถูกประดับประดาด้วยดอกคามิลเลียขาวบริสุทธิ์และกุหลาบหายากสีชมพูอ่อน ซึ่งมันส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วงาน ใครเข้ามาต้องเพ้อฝันอย่างแน่นอน บนเวทีขนาดใหญ่ เจ้าบ่าวกำลังยืนยิ้มกริ่มท่ามกลางแขกเหรื่อนับพัน ที่ต่างก็มาเพื่อให้เห็นกับตาว่า สองพี่น้องตระกูลฟางแต่งภรรยาคนเดียวกันจริงอย่างที่ข่าวในโซเชียลพูดถึงกันหรือไม่ และตอนนี้พวกเขาก็เห็นแล้วว่า งานแต่งนี้ถูกจัดขึ้นด้วยความเต็มใจของคนในตระกูลฟาง โดยเฉพาะพ่อแม่ของเจ้าบ่าว เพราะดูเหมือนทั้งคู่จะปลื้มในตัวลูกสะใภ้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นพูดชมเชยไม่หยุด ทั้งที่ม่านหมอกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย นอกจากเปลี่ยนเกย์ให้กลับมาเป็นชายได้ก็เท่านั้น แต่นั่นอาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนอื่น ทว่าในตระกูลใหญ่ที่ต้องมีทายาทสืบสกุล นี่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ คุณนายหลี่และสามีก็สมหวังแล้ว เพราะหลังจากที่ม่านหมอกตอบตกลงในคืนนั้
ฉืออี้ผละจากริมฝีปากเลื่อนลงมาขบเม้มยอดอกสีหวาน ใช้ลิ้นสากตวัดรัวสลับกับการบีบเค้นเต้าอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล แต่ก็แฝงความหนักแน่นที่เน้นทำให้เมียรักของเขาเสียวซ่าน ด้านเฉิงอี้ที่อยู่เบื้องล่างกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาค่อย ๆ แยกกลีบเนื้อนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มออก แล้วฝังใบหน้าลงไปดอมดมกลิ่นกายสาวก่อนจะใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียจุดกระสันอย่างประณีต “อ๊ะ! พี่เฉิง... ตรงนั้น... มันสกปรกนะ” ม่านหมอกประท้วงเสียงสั่น ทว่าสะโพกมนกลับแอ่นรับสัมผัสอย่างลืมตัว “สำหรับพี่... หมอกสะอาดและหอมหวานที่สุดครับ” เฉิงอี้พึมพำชิดรอยแยก ก่อนจะรัวลิ้นใส่ติ่งเนื้อสวาทจนม่านหมอกครางกระเส่าไม่เป็นศัพท์ น้ำหวานใสไหลซึมออกมาเคลือบชโลมใบหน้าของเขา ทว่าอดีตเกย์กลับดูดกินมันอย่างไม่นึกรังเกียจ ฉืออี้มองดูน้องชายปรนเปรอเมียรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ก็นึกอยากช่วยให้เธอมีความสุขมากขึ้น มือที่บีบเค้นเต้าอวบจึงเลื่อนลงไปขยี้ติ่งเสียวรัวเร็ว พลางก้มลงจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความเสียวซ่านอย่างอ่อนโยน “เสียวมากเหรอครับ พี่ดีใจที่หมอกชอบนะ” ฉืออี้กระซิบเสียงกระเส่า พร้อมกับขยับนิ้วที่เขี่ยติ่งเสียวเร็วขึ้นอ
เฉิงอี้มองดูแววตาเศร้าหม่นของคนข้างกาย เขาเลยรีบยื่นมือมากุมมือเธอไว้มั่น แล้วพูดขึ้นเสียงทุ้มอ่อนโยน “หมอกไม่ต้องอายนะ เพราะต่อไปหมอกจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกอิจฉามากที่สุด หมอกจะมีผู้ชายที่รักและหวงแหนหมอกมากถึงสองคน มีเงินทองให้ใช้สอยไปตลอดชาติ เป็นคุณนายที่อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย อยากใช้จ่ายแค่ไหนก็ได้ เพราะพี่กับฉืออี้จะหาเงินและเติมความรักให้เธอเอง” น้ำเสียงคนเจ้าเล่ห์ ยังคงหนักแน่นและแน่วแน่จนคนฟังถึงกับน้ำตาคลอ “หมอก แกห้ามปล่อยพวกเขาให้หลุดมือไปนะ” เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง และมีตามมาอีกเรื่อย ๆ “อิจฉาอ่ะ คนเดียวฉันยังหาไม่ได้เลย นี่ได้ตั้งสอง ทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งเอาใจใส่ หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนะ” “ใช่ ๆ ฉันอยากได้บ้าง ต้องไปกราบไหว้พระวัดไหนเนี่ย” เสียงของเหล่านักศึกษาสาวเริ่มดังไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมันทำให้ม่านหมอกรู้สึกคลายความกังวลลงไปได้มากทีเดียว “กลับได้แล้วค่ะ หมอกอายคน” สุดท้ายเธอก็ต้องรีบหาทางหนี เพราะตอนนี้คนในคณะมองมาที่เธอเป็นตาเดียวแล้ว และหลังจากนั้น โลกโซเชียลและเพจซุบซิบของมหาลัยก็เดือดอย่างกับลาวา เพราะมีทั้งภาพและเสียงของรองประธานเฉิง ท
พอสองพี่น้องออกไป ดารินก็หันมาหาคนที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมาจากตักได้เสียที “หมอก หนูชอบพวกพี่เขาหรือเปล่า” เธอเจาะจงถามในสิ่งที่สงสัย หากไม่เธอก็จะไม่บีบบังคับ ถึงแม้เรื่องนี้มันจะมีความสำคัญต่อตระกูลฟางมากก็ตาม เพราะตลอดหลายปีมานี้ แม้เธอกับสามีจะยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น ทว่าในใจก็ยังหวังอยากให้พวกเขากลับมาชอบผู้หญิงตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายก็ผิดหวังทุกครั้งไป ม่านหมอกได้ยินคำถามก็หันมาหาผู้มีพระคุณของครอบครัว “หมอกชอบพวกเขาค่ะ เพียงแต่” “เพียงแต่หนูไม่มั่นใจว่า พวกเขาจะหันมาชอบผู้หญิงได้จริง ๆ ใช่ไหม” ดารินถามในสิ่งที่เธอเองก็คิดเหมือนกัน ม่านหมอกพยักหน้ารับ “หมอกกลัวว่าวันหนึ่งถ้าเราอยู่ด้วยกันไปแล้วพวกเขาเกิดมีความชอบเหมือนเดิม ถึงตอนนั้นหมอกคงเสียใจมาก ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกัน ชีวิตคงจะ…” “ป้าเข้าใจ ที่ป้าไม่เร่งรัดหนู ทั้งที่อยากให้ตระกูลฟางมีทายาท ก็เพราะนึกถึงอนาคตที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อของหนู ป้าไม่อยากเอาความทุกข์โยนให้หนูรับคนเดียว ถ้าหนูไม่มั่นใจ ก็ไม่ต้องแต่งกับคนเห็นแก่ตัวพรรคนั้นหรอกนะ” ดารินพูดพร้อมกับรั้งเอาหลานสาวที่เธอเห็นตั้งแต่เด็กมากอด “ขอบคุณนะคะคุณป้า
ม่านหมอกถึงกับนิ่งงันเป็นรูปปั้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวตอนนี้กลับเห่อร้อนและแดงก่ำด้วยความอับอายปนสับสน เธอไม่คาดคิดเลยว่ามาเฟียหนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีอย่างสองพี่น้องตระกูลฟาง จะยอม เปิดโปง การกระทำที่แสนป่าเถื่อนของตัวเองต่อหน้าผู้เป็นแม่เพียงเพื่อจะรั้งเธอไว้ “พวกแก! พวกแกกล้าทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้กับยัยหนูที่ฉันฝากไว้ให้ดูแลอย่างนั้นเหรอ มิน่ายัยหนูถึงไม่อยากกลับมาอยู่ที่นี่” มาดามดารินเค้นเสียงอย่างยากลำบาก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดเป้งสั่นระริก ก่อนจะหันมามองม่านหมอกที่ก้มหน้าจนคางชิดอก “หนูหมอก... ที่เจ้าพวกนี้พูด... มันเป็นความจริงงั้นเหรอลูก?” ม่านหมอกทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ตามด้วยน้ำตาที่สะกดกั้นมานานร่วงแหมะลงบนหน้าตัก และไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสายตาผิดหวังของคุณป้าที่เคารพรัก “ผมยอมรับว่าจุดเริ่มต้นมันอาจจะเลวร้าย และเราก็มีความคิดที่จะใช้เธอเป็นตัวขัดดอกจริง ๆ กระทั่งปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ผมกับเฉิงอี้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข จนเธอหายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกเราถึงได้แน่ใจว่า ชีวิตนี้ขาดม่านหมอกไม่ได้แล้วครับ”
ความเงียบงันที่แสนทรมานปกคลุมเพนท์เฮาส์หรูนานนับสัปดาห์ ทว่าวันนี้มันกลับถูกทำลายลงเพราะเสียงเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นมาในช่วงเวลาหัวค่ำ ฉืออี้รีบเงยหน้าขึ้นจ้องมองจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดในทันที ส่วนเฉิงอี้ที่นอนเหม่อลอยอยู่บนโซฟาพร้อมขวดเหล้าในมือ ก็รีบหันขวับไปมองที่ประตูตามสัญชาตญาณ ทว่าคนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ตงหลี่ที่มารายงานข่าวเหมือนทุกวัน คนที่มากลับเป็นมาดามดาริน หรือคุณนายฟางหลี่แม่ของพวกเขาต่างหาก และเธอก็ไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังนั้นยังมีร่างเล็กของม่านหมอกเดินตามเข้ามาด้วย ซึ่งเธอเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาใคร “ม่านหมอก!” เฉิงอี้ดีดตัวลุกขึ้นยืนจนขวดเหล้าที่วางอยู่ด้านล่างเกือบล้ม เขาคิดจะโผเข้าไปหาเธอด้วยความดีใจ ทว่าสายตาดุจัดของผู้เป็นแม่กลับหยุดเขาไว้เสียก่อน “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเจ้าเฉิง! อย่ามาทำเหมือนดีใจที่เห็นน้องหน่อยเลย ส่วนเจ้าฉือ... เลิกทำหน้าเหมือนคนเสียสติแล้วมานั่งนี่ซะ” มาดามดารินตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะหันมาคว้าแขนของม่านหมอกพาไปนั่งที่โซฟา ซึ่งก่อนนี้เป็นที่นอนของเฉิงอี้ ฉืออี้รีบก้าวเดินออกมาจากมุมมืด แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นไหวอย่างรุน
ม่านหมอกไม่ได้ต่อต้าน เพราะตอนนี้อารมณ์ของเธอมันค้างเติ่งอยู่บนเพดานแล้ว เธอกำลังรอให้อีกฝ่ายช่วยจัดการมันต่างหาก และดูเหมือนเขาจะทำมันได้ดีเหลือเกิน เพราะทันทีที่ตัวเธอถูกอีกฝ่ายดันติดผนัง ริมฝีปากหนาก็แนบลงมาบดจูบ สอนให้เธอได้เรียนรู้สัมผัสอันแปลกใหม่ ซึ่งเธอไม่เคยได้รับมาก่อน ไหนจะความรู้สึกวาบ
คเชนทร์มองรุ่นน้องที่เอาแต่ยืนนิ่งก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เพื่อพูดความในใจที่เขาเก็บเอาไว้มานาน “พี่ชอบหมอกนะ ถ้าหมอกหึงพี่ งั้นเรามาคบกันดีไหมคะ เป็นแฟนพี่นะ” ทว่าคนตัวเล็กกลับถอยห่างออกมา ก่อนจะพูดว่า “หมอกมีนิสัยเสียอยู่อย่างค่ะ คือหมอกไม่ชอบเสียเปรียบใคร ถ้าพี่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็
หลังจากนั้น ความเงียบก็เข้ามาปกคลุม กระทั่งรถยนต์คันหรูได้หยุดลง ม่านหมอกก็หันมาไหว้ขอบคุณคนที่นั่งข้าง ๆ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงเงียบนิ่ง เธอเลยต้องลงมาก่อนจะถูกดุอีก พอประตูปิด รถมันก็เคลื่อนออกไปทันที “เอ๋! แล้วเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ แล้วทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะ เราไม่ได้ยิน ถามใหม่ไม่ได้หรือไง
ม่านหมอกหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ กระทั่งเสียงมือถือเธอดังขึ้นนั่นแหละ หญิงสาวถึงได้งัวเงียตื่นขึ้นมาพอเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบกดรับ“ฮัลโลพี่เชน”“หมอก ทำไมลาออกจากมหาลัยล่ะ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”เธอเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับเสียงเบา“หมอกมาเรียนที่จีนค่ะ ตอนนี้ก็อยู่ที่จีนแล้ว”“อะไรนะ! แล้วทำไมก่อ







