LOGINคเชนทร์มองรุ่นน้องที่เอาแต่ยืนนิ่งก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เพื่อพูดความในใจที่เขาเก็บเอาไว้มานาน “พี่ชอบหมอกนะ ถ้าหมอกหึงพี่ งั้นเรามาคบกันดีไหมคะ เป็นแฟนพี่นะ”
ทว่าคนตัวเล็กกลับถอยห่างออกมา ก่อนจะพูดว่า “หมอกมีนิสัยเสียอยู่อย่างค่ะ คือหมอกไม่ชอบเสียเปรียบใคร ถ้าพี่บอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เพื่อน งั้นหมอกก็จะหาเพื่อนสักคนมาเป็นจูบแรกให้ตัวเอง ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคุยเรื่องคบกัน แบบนี้พี่ว่าดีไหมคะ” ม่านหมอกตอบกลับเสียงแข็ง ไม่ใช่ว่าเธอโกรธจนไม่มีเหตุผล หากเรื่องที่คเชนทร์พูดมันเป็นจริง เธอก็เข้าใจได้ แต่ช่วงเวลานั้น เธอเห็นเต็มสองตาว่ารุ่นพี่ไม่ได้ยกมือผลักไสผู้หญิงคนนั้นออก ที่สำคัญคือนัวร์กันจนลิ้นแลบออกมา แล้วยังจะมาบอกว่าเพื่อนแกล้งอย่างนั้นเหรอ เชิญไปพูดให้ลิงฟังเถอะ… “หมอกอย่าทำตัวไม่มีเหตุผลสิครับ หมอกจะไปจูบกับคนนั้นคนนี้ได้ยัง เรื่องพวกนี้ผู้หญิงไม่ควรทำนะครับ” “ทีพี่ยังทำได้ ทำไมหมอกจะทำไม่ได้คะ” “หมอก! หมอกไม่มีเหตุผลเลยนะ” “นี่แหละเหตุผลของหมอก พี่คเชนทร์จูบคนอื่นได้ หมอกก็จูบคนอื่นได้เหมือนกัน มันจะได้แฟร์ไงคะ” พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินหนี แต่พอก้าวเดิน ม่านหมอกกลับรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามันเบลออย่างไรไม่รู้ คนด้านหลังเลยรีบตรงเข้ามาเพื่อประคอง แต่ร่างเล็กกลับเซถลาเข้าหาผู้ชายที่กำลังเดินสวนมาก่อน “คุณช่วยฉันด้วย ฉันถูกวางยา” เธอพึมพำกับคนแปลกหน้าอย่างสะลึมสะลือ และคนที่เข้ามาเพื่อประคองก็ได้ยินชัดเจน “หมอก ใครวางยาหมอก” คเชนทร์รีบถามอย่างเป็นห่วง “ไม่! อย่ามาแตะอย่ามาแตะ” มือเล็กรีบปัดไปมา เพราะภาพเมื่อครู่ยังทำเธอใจเจ็บ ม่านหมอกจึงไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ “ถอยออกไป ผู้หญิงเขาบอกไม่ไปด้วยยังจะตอแยอีก” คนที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น แต่ก็ใช่ว่าคเชนทร์จะกลัว “เธอเป็นแฟนผมครับ เธอดื่มมากไปเลยเมา ผมกำลังจะพากลับ” คเชนทร์ยื่นมือออกไปตั้งใจจะรั้งเอาร่างที่ยืนโซเซเข้ามาหาตัว ทว่ามือเขากลับถูกคนตัวเท่ากันปัดออก “แต่ฉันคือผู้ปกครองของม่านหมอก ฉะนั้นนายไม่ต้องยุ่ง” คเชนทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “ผะ… ผู้ปกครอง มะ…หมายความว่าไง หมอกอยู่กับคุณป้าไม่ใช่เหรอ แล้วคุณจะมาเป็นผู้ปกครองเธอได้ไง” “ไม่เชื่อก็ตามใจ” เฉิงอี้ตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะถอนหายใจในเวลาต่อมา เพราะคนที่ยืนกอดเขากำลังสอดมือเข้าไปลูบวนที่หน้าท้อง หากมือเธอเลื่อนต่ำกว่านี้เป็นได้โดนงูฉกแน่ “อื้อ…ร้อนจัง พี่คะพาฉันไปอาบน้ำที” เสียงกระเส่าเปล่งออกมาร้องขอ ซึ่งอันที่จริงม่านหมอกไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ เพียงแต่ฤทธิ์ยามันทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้จะมีสติ ทว่าร่างกายมันเริ่มจะทนต่อความต้องการไม่ไหวแล้ว “เหว่ยซา นายโทรตามฉืออี้ ให้เขามาจัดการแล้วกัน” พูดจบ เฉิงอี้ก็แบกเอาร่างเล็กขึ้นบ่าแล้วเดินออกไปดื้อ ๆ “หยุดนะ! นี่คุณจะพาหมอกไปไหน” คเชนทร์ยังคงไม่ยอม เพราะเขาไม่เชื่อว่าคนคนนี้จะเป็นผู้ปกครองม่านหมอกจริง ๆ แต่พอวิ่งตรงไปหา เขากลับโดนทั้งมัดทั้งเท้าจากลูกน้องของผู้ชายคนนั้น ในที่สุดคเชนทร์ก็ต้องยอมแพ้เพราะสู้ไม่ได้ “หมอก พี่ขอโทษ” ในห้องรับรองชั้นที่ยี่สิบห้า…ม่านหมอกยังคงนอนบิดเร้าอย่างทรมาน เพราะความต้องการมันเพิ่มมากขึ้นทุกที และเมื่อเธอทนไม่ไหว หญิงสาวก็พาตัวเองวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ โดยมีเฉิงอี้ตามไปยืนดูด้วยท่าทางเย็นชา “ประธานเฉิง จะไม่ช่วยจริง ๆ เหรอครับ” เหว่ยซายืนหลบข้างประตู เพราะไม่กล้าโผล่หน้าเข้าไปมอง “ไม่ ทำไม่ลง นายอยากช่วยก็ไปช่วยสิ รับรองฉันไม่บอกหลิงหลิงหรอก” เฉิงอี้ที่ยืนพิงประตูตอบอย่างไม่ยีหระ “อย่าพูดแบบนี้สิครับ ผมรักเดียวใจเดียวนะ” “หึหึ รักเดียวมันมีที่ไหนกัน” “ประธานก็พูดได้สิครับ ก็คุณยังไม่เคยรักใครนี่” “พอ ๆ อย่ามาพูดเรื่องนี้กับฉัน ไปดูสิพี่ชายฉันมาหรือยัง เสียเวลากินเด็กจริง ๆ” พูดพร้อมกับดันไหล่เลขาไปข้างหน้า และยังไม่ทันที่เหว่ยซาจะเดินถึงประตู ร่างสูงของฉืออี้ก็เดินเข้ามา “อยู่ที่ไหน” “ในห้องน้ำ สงสัยช็อคตายไปแล้วมั้ง เงียบเชียว” “นายนี่ก็ใจดำนะ ทำไมไม่รู้จักช่วยบรรเทาก่อน รู้ก็รู้ว่าที่นี่เล่นยาแรง เด็กตัวแค่นี้จะไปรับไหวได้ยังไง” “เอาน่า พี่ก็มาแล้ว รีบ ๆ เข้าไปเถอะ ผมไปก่อนนะ” “ไม่ได้ นายต้องอยู่ด้วย” “ไม่เอา ใครจะมาอยู่ดูพี่เอาผู้หญิง เอาผู้ชายก็ว่าไปอย่าง” พูดจบ เฉิงอี้ก็รีบสาวเท้าออกไปจากห้องทันที “ไอ้คนเห็นแก่ตัว” ฉืออี้ตะโกนด่าตามหลัง และก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ประธานหนุ่มก็ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นเขาก็ถอดสูดออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว และยังปลดเข็มขัดโยนทิ้งมันหน้าห้องน้ำด้วย พอเข้ามาเขาก็ยืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะภาพที่เห็นมันทำสติเขาเตลิดเปิดเปิงยังไงไม่รู้ หากจะว่าไป ใช่ว่าเขาจะไม่เคยลองทำกับผู้หญิง แฟนเก่าสมัยมหาลัยก็มีแต่สวย ๆ ทั้งนั้น ทว่าผู้หญิงที่หุ่นสวยขนาดนี้เขายังไม่เคยเจอ ขนาดเห็นแค่ร่างเปลือยทางด้านหลังเขายังว่ามันงดงาม แล้วข้างหน้ามันจะสวยขนาดไหนกันนะ “ม่านหมอก” เขาเรียกชื่อเธอครั้งเดียว คนที่ยืนตากฝักบัวก็ชะงัก และเธอไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย “คะ…คุณให้ฉันอยู่คนเดียวได้ไหมคะ ฉันยังไหว” เธอบอกเสียงสั่น แต่ถ้าจะสังเกตดีดี จะเห็นว่าที่แขนมันมีรอยฟันอยู่ “ยามันไม่มีทางหมดฤทธิ์จนกว่าร่างกายเธอจะปลดปล่อย น้ำมันไม่ช่วยอะไร มีแต่จะทำให้เธอป่วยไม่รู้เหรอ” “แต่ฉัน” “ก็แค่วันไนท์สแตน จะกลัวไปทำไม ทำอย่างกับไม่เคย” ฉืออี้ไม่พูดเปล่า มือเขายังหันมาถอดชุดตัวเองออกจนหมดด้วย จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปยืนซ้อนหลังเปลือยเปล่าของเธอ “อื้อ… ยะ…อย่าค่ะ” เสียงร้องท้วงพร่ากระเส่าเปล่งออกมา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า มันได้กระตุ้นความต้องการของประธานหนุ่มวัยสามสิบเป็นอย่างมาก และตอนนี้เขาก็กำลังลูบไล้ตัวเธอ “อื้อ… ยะ…อย่า” ม่านหมอกร้องท้วง เพราะคนตัวโตกำลังใช้มือสัมผัสร่างกายเธอราวกับต้องการสำรวจ มือข้างหนึ่งลูบวนที่เต้าอวบ บีบขยำมันอย่างไม่ปรานี ส่วนอีกข้างเขากำลังเลื่อนมันลงต่ำไปที่เนินอวบที่เต็มอุ้งมือ “อื้อ…” เธอครางหวาน เมื่อนิ้วเรียวเริ่มอยู่ไม่สุก เพราะมันกำลังแหวกว่ายเข้าไปในร่องหลึบที่ปิดสนิท และเมื่อเขากดนิ้วเข้าไป เธอก็เชิดหน้าครางเสียงหลง เพราะอีกฝ่ายไม่ได้หยุดเอาไว้เฉย ๆ นิ้วของเขากำลังขยับเข้าออกในร่องรูของเธอ ร่างกายที่ไม่เคยโดนใครสัมผัส เริ่มตอบสนองอย่างรุนแรง จนม่านหมอกไม่รู้ตัวเลยว่า เธอยกขาขึ้นไปยันที่มุมกำแพงตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอรู้แค่ว่าต้องเปิดทางให้นิ้วเรียวเข้าออกง่ายที่สุด เพราะตอนนี้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน “อื้อ…พี่เชน อ่า…แรงอีกค่ะ” เธอเผลอครางชื่อคนที่แอบรักออกมาอย่างลืมตัว ส่วนหนึ่งคงมาจากสติสัมปชัญญะเริ่มจะไม่มีแล้ว เลยทำให้อารมณ์ที่มีมันเตลิดไปไกลจนคุมไม่อยู่ แต่แล้ว ความสุขที่มีกลับต้องหยุดชะงัก เพราะนิ้วเรียวที่กำลังขยับมันได้หยุดลง และก่อนที่เธอจะได้ทักท้วง ร่างเปลือยของม่านหมอกก็ถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา คนที่เธอเคยจ้องหน้าจนลืมไปว่าอีกฝ่ายพูดอะไรด้วย “คุณ…” “ฉันไม่ใช่ใครคนนั้นของเธอ ถ้าอยากให้ช่วย ก็อย่าเรียกชื่อผิด จำไว้ว่าฉันคือฟางฉืออี้” พูดจบเขาก็ดันตัวเธอไปติดผนัง และฉืออี้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก ริมฝีปากหนากลับฉกวูบลงบนปากอิ่มที่เผยออ้าเพื่อจะกล่าวทักท้วงบางสิ่งหนึ่งเดือนถัดมา... งานวิวาห์ที่ถูกกล่าวถึงทั้งประเทศก็เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว ซึ่งที่นี่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ เพราะพื้นที่ทั้งหมดถูกประดับประดาด้วยดอกคามิลเลียขาวบริสุทธิ์และกุหลาบหายากสีชมพูอ่อน ซึ่งมันส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วงาน ใครเข้ามาต้องเพ้อฝันอย่างแน่นอน บนเวทีขนาดใหญ่ เจ้าบ่าวกำลังยืนยิ้มกริ่มท่ามกลางแขกเหรื่อนับพัน ที่ต่างก็มาเพื่อให้เห็นกับตาว่า สองพี่น้องตระกูลฟางแต่งภรรยาคนเดียวกันจริงอย่างที่ข่าวในโซเชียลพูดถึงกันหรือไม่ และตอนนี้พวกเขาก็เห็นแล้วว่า งานแต่งนี้ถูกจัดขึ้นด้วยความเต็มใจของคนในตระกูลฟาง โดยเฉพาะพ่อแม่ของเจ้าบ่าว เพราะดูเหมือนทั้งคู่จะปลื้มในตัวลูกสะใภ้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นพูดชมเชยไม่หยุด ทั้งที่ม่านหมอกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย นอกจากเปลี่ยนเกย์ให้กลับมาเป็นชายได้ก็เท่านั้น แต่นั่นอาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนอื่น ทว่าในตระกูลใหญ่ที่ต้องมีทายาทสืบสกุล นี่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ คุณนายหลี่และสามีก็สมหวังแล้ว เพราะหลังจากที่ม่านหมอกตอบตกลงในคืนนั้
ฉืออี้ผละจากริมฝีปากเลื่อนลงมาขบเม้มยอดอกสีหวาน ใช้ลิ้นสากตวัดรัวสลับกับการบีบเค้นเต้าอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล แต่ก็แฝงความหนักแน่นที่เน้นทำให้เมียรักของเขาเสียวซ่าน ด้านเฉิงอี้ที่อยู่เบื้องล่างกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาค่อย ๆ แยกกลีบเนื้อนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มออก แล้วฝังใบหน้าลงไปดอมดมกลิ่นกายสาวก่อนจะใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียจุดกระสันอย่างประณีต “อ๊ะ! พี่เฉิง... ตรงนั้น... มันสกปรกนะ” ม่านหมอกประท้วงเสียงสั่น ทว่าสะโพกมนกลับแอ่นรับสัมผัสอย่างลืมตัว “สำหรับพี่... หมอกสะอาดและหอมหวานที่สุดครับ” เฉิงอี้พึมพำชิดรอยแยก ก่อนจะรัวลิ้นใส่ติ่งเนื้อสวาทจนม่านหมอกครางกระเส่าไม่เป็นศัพท์ น้ำหวานใสไหลซึมออกมาเคลือบชโลมใบหน้าของเขา ทว่าอดีตเกย์กลับดูดกินมันอย่างไม่นึกรังเกียจ ฉืออี้มองดูน้องชายปรนเปรอเมียรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ก็นึกอยากช่วยให้เธอมีความสุขมากขึ้น มือที่บีบเค้นเต้าอวบจึงเลื่อนลงไปขยี้ติ่งเสียวรัวเร็ว พลางก้มลงจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความเสียวซ่านอย่างอ่อนโยน “เสียวมากเหรอครับ พี่ดีใจที่หมอกชอบนะ” ฉืออี้กระซิบเสียงกระเส่า พร้อมกับขยับนิ้วที่เขี่ยติ่งเสียวเร็วขึ้นอ
เฉิงอี้มองดูแววตาเศร้าหม่นของคนข้างกาย เขาเลยรีบยื่นมือมากุมมือเธอไว้มั่น แล้วพูดขึ้นเสียงทุ้มอ่อนโยน “หมอกไม่ต้องอายนะ เพราะต่อไปหมอกจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกอิจฉามากที่สุด หมอกจะมีผู้ชายที่รักและหวงแหนหมอกมากถึงสองคน มีเงินทองให้ใช้สอยไปตลอดชาติ เป็นคุณนายที่อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย อยากใช้จ่ายแค่ไหนก็ได้ เพราะพี่กับฉืออี้จะหาเงินและเติมความรักให้เธอเอง” น้ำเสียงคนเจ้าเล่ห์ ยังคงหนักแน่นและแน่วแน่จนคนฟังถึงกับน้ำตาคลอ “หมอก แกห้ามปล่อยพวกเขาให้หลุดมือไปนะ” เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง และมีตามมาอีกเรื่อย ๆ “อิจฉาอ่ะ คนเดียวฉันยังหาไม่ได้เลย นี่ได้ตั้งสอง ทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งเอาใจใส่ หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนะ” “ใช่ ๆ ฉันอยากได้บ้าง ต้องไปกราบไหว้พระวัดไหนเนี่ย” เสียงของเหล่านักศึกษาสาวเริ่มดังไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมันทำให้ม่านหมอกรู้สึกคลายความกังวลลงไปได้มากทีเดียว “กลับได้แล้วค่ะ หมอกอายคน” สุดท้ายเธอก็ต้องรีบหาทางหนี เพราะตอนนี้คนในคณะมองมาที่เธอเป็นตาเดียวแล้ว และหลังจากนั้น โลกโซเชียลและเพจซุบซิบของมหาลัยก็เดือดอย่างกับลาวา เพราะมีทั้งภาพและเสียงของรองประธานเฉิง ท
พอสองพี่น้องออกไป ดารินก็หันมาหาคนที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมาจากตักได้เสียที “หมอก หนูชอบพวกพี่เขาหรือเปล่า” เธอเจาะจงถามในสิ่งที่สงสัย หากไม่เธอก็จะไม่บีบบังคับ ถึงแม้เรื่องนี้มันจะมีความสำคัญต่อตระกูลฟางมากก็ตาม เพราะตลอดหลายปีมานี้ แม้เธอกับสามีจะยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น ทว่าในใจก็ยังหวังอยากให้พวกเขากลับมาชอบผู้หญิงตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายก็ผิดหวังทุกครั้งไป ม่านหมอกได้ยินคำถามก็หันมาหาผู้มีพระคุณของครอบครัว “หมอกชอบพวกเขาค่ะ เพียงแต่” “เพียงแต่หนูไม่มั่นใจว่า พวกเขาจะหันมาชอบผู้หญิงได้จริง ๆ ใช่ไหม” ดารินถามในสิ่งที่เธอเองก็คิดเหมือนกัน ม่านหมอกพยักหน้ารับ “หมอกกลัวว่าวันหนึ่งถ้าเราอยู่ด้วยกันไปแล้วพวกเขาเกิดมีความชอบเหมือนเดิม ถึงตอนนั้นหมอกคงเสียใจมาก ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกัน ชีวิตคงจะ…” “ป้าเข้าใจ ที่ป้าไม่เร่งรัดหนู ทั้งที่อยากให้ตระกูลฟางมีทายาท ก็เพราะนึกถึงอนาคตที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อของหนู ป้าไม่อยากเอาความทุกข์โยนให้หนูรับคนเดียว ถ้าหนูไม่มั่นใจ ก็ไม่ต้องแต่งกับคนเห็นแก่ตัวพรรคนั้นหรอกนะ” ดารินพูดพร้อมกับรั้งเอาหลานสาวที่เธอเห็นตั้งแต่เด็กมากอด “ขอบคุณนะคะคุณป้า
ม่านหมอกถึงกับนิ่งงันเป็นรูปปั้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวตอนนี้กลับเห่อร้อนและแดงก่ำด้วยความอับอายปนสับสน เธอไม่คาดคิดเลยว่ามาเฟียหนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีอย่างสองพี่น้องตระกูลฟาง จะยอม เปิดโปง การกระทำที่แสนป่าเถื่อนของตัวเองต่อหน้าผู้เป็นแม่เพียงเพื่อจะรั้งเธอไว้ “พวกแก! พวกแกกล้าทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้กับยัยหนูที่ฉันฝากไว้ให้ดูแลอย่างนั้นเหรอ มิน่ายัยหนูถึงไม่อยากกลับมาอยู่ที่นี่” มาดามดารินเค้นเสียงอย่างยากลำบาก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดเป้งสั่นระริก ก่อนจะหันมามองม่านหมอกที่ก้มหน้าจนคางชิดอก “หนูหมอก... ที่เจ้าพวกนี้พูด... มันเป็นความจริงงั้นเหรอลูก?” ม่านหมอกทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ตามด้วยน้ำตาที่สะกดกั้นมานานร่วงแหมะลงบนหน้าตัก และไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสายตาผิดหวังของคุณป้าที่เคารพรัก “ผมยอมรับว่าจุดเริ่มต้นมันอาจจะเลวร้าย และเราก็มีความคิดที่จะใช้เธอเป็นตัวขัดดอกจริง ๆ กระทั่งปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ผมกับเฉิงอี้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข จนเธอหายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกเราถึงได้แน่ใจว่า ชีวิตนี้ขาดม่านหมอกไม่ได้แล้วครับ”
ความเงียบงันที่แสนทรมานปกคลุมเพนท์เฮาส์หรูนานนับสัปดาห์ ทว่าวันนี้มันกลับถูกทำลายลงเพราะเสียงเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นมาในช่วงเวลาหัวค่ำ ฉืออี้รีบเงยหน้าขึ้นจ้องมองจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดในทันที ส่วนเฉิงอี้ที่นอนเหม่อลอยอยู่บนโซฟาพร้อมขวดเหล้าในมือ ก็รีบหันขวับไปมองที่ประตูตามสัญชาตญาณ ทว่าคนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ตงหลี่ที่มารายงานข่าวเหมือนทุกวัน คนที่มากลับเป็นมาดามดาริน หรือคุณนายฟางหลี่แม่ของพวกเขาต่างหาก และเธอก็ไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังนั้นยังมีร่างเล็กของม่านหมอกเดินตามเข้ามาด้วย ซึ่งเธอเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาใคร “ม่านหมอก!” เฉิงอี้ดีดตัวลุกขึ้นยืนจนขวดเหล้าที่วางอยู่ด้านล่างเกือบล้ม เขาคิดจะโผเข้าไปหาเธอด้วยความดีใจ ทว่าสายตาดุจัดของผู้เป็นแม่กลับหยุดเขาไว้เสียก่อน “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเจ้าเฉิง! อย่ามาทำเหมือนดีใจที่เห็นน้องหน่อยเลย ส่วนเจ้าฉือ... เลิกทำหน้าเหมือนคนเสียสติแล้วมานั่งนี่ซะ” มาดามดารินตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะหันมาคว้าแขนของม่านหมอกพาไปนั่งที่โซฟา ซึ่งก่อนนี้เป็นที่นอนของเฉิงอี้ ฉืออี้รีบก้าวเดินออกมาจากมุมมืด แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นไหวอย่างรุน
ม่านหมอกไม่ได้ต่อต้าน เพราะตอนนี้อารมณ์ของเธอมันค้างเติ่งอยู่บนเพดานแล้ว เธอกำลังรอให้อีกฝ่ายช่วยจัดการมันต่างหาก และดูเหมือนเขาจะทำมันได้ดีเหลือเกิน เพราะทันทีที่ตัวเธอถูกอีกฝ่ายดันติดผนัง ริมฝีปากหนาก็แนบลงมาบดจูบ สอนให้เธอได้เรียนรู้สัมผัสอันแปลกใหม่ ซึ่งเธอไม่เคยได้รับมาก่อน ไหนจะความรู้สึกวาบ
หลังจากนั้น ความเงียบก็เข้ามาปกคลุม กระทั่งรถยนต์คันหรูได้หยุดลง ม่านหมอกก็หันมาไหว้ขอบคุณคนที่นั่งข้าง ๆ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงเงียบนิ่ง เธอเลยต้องลงมาก่อนจะถูกดุอีก พอประตูปิด รถมันก็เคลื่อนออกไปทันที “เอ๋! แล้วเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ แล้วทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะ เราไม่ได้ยิน ถามใหม่ไม่ได้หรือไง
ม่านหมอกหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ กระทั่งเสียงมือถือเธอดังขึ้นนั่นแหละ หญิงสาวถึงได้งัวเงียตื่นขึ้นมาพอเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบกดรับ“ฮัลโลพี่เชน”“หมอก ทำไมลาออกจากมหาลัยล่ะ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”เธอเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับเสียงเบา“หมอกมาเรียนที่จีนค่ะ ตอนนี้ก็อยู่ที่จีนแล้ว”“อะไรนะ! แล้วทำไมก่อ
ณ คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมืองไทย“คุณหมอก เก็บของเรียบร้อยหรือยังคะ ช้ากว่านี้มันจะไม่ทันเครื่องนะคะ” เสียงสาวใช้ที่ดูแลกันมาตั้งแต่เกิดร้องเตือน เพราะเจ้านายยังคงนั่งเหม่อไม่ยอมขยับ และไม่ยอมพูดอะไรม่านหมอก หรือ ฐณิชา เธอคือสาวสวยวัยสิบเก้าปี และเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งได้แค่เทอมเดียว ทว่าวันนี้เธอกลับต







