กริ๊ง....กริ๊ง.....
ตึง!
“.................”
บ้าชิบ!
เสียงคำรามสบถในใจชายหนุ่ม หลังได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เผลอลุกขึ้นพรวด จนเก้าอี้ขยับ ทำบลูที่นั่งอยู่อีกฝั่งเงียบกริบพูดไม่ออก ปาดน้ำตาหน้าเหวอ ตัวแข็งทื่อนึกว่าเป็นผี ยกมือท่วมหัวด้วยความตกใจ
“ ใครน่ะ... ผะ ผีเหรอ?? ”
“..............”
“ บลูขอโทษนะเจ้าคะ ที่บลูร้องไห้เสียงดังรบกวนท่าน อย่ามาหลอกมาหลอน...”
“ ผีบ้านเธอสิ “
“ เออะ.......”
พลันมาอ้าปากค้างหนักกว่าเดิม เพราะเสียงทุ้มนี้ ที่อยู่ดีๆ โพล่งแทรกออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ย หล่อนนั่งเงียบไปอึดใจเสมือนคิด มานึกได้ภายหลังก็ตอนที่คุณคอปลุกขึ้นบิดขี้เกียจเตรียมจะไปแล้ว
“ เพ้อชิบเป๋ง..”
“ คะ คุณ!! “
“ อืม ผมเอง “
บลูอายถึงขั้นลุกขึ้นพรวดเต็มความสูงมาโวยวาย นานเท่าไหร่ที่เขามานั่งฟังหล่อนคุยโทรศัพท์กับแม่เลี้ยง ป่านนี้คงได้ยินไปถึงต่อไหนต่อไหนแล้ว
“ นี่คุณมาแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์เหรอคะ “
“ แอบบ้าอะไร เสียงคุณดังซะเหมือนพูดโทรโข่งขนาดนั้น ยืนห่างสามห้องยังได้ยิน “
“ .....................”
โอ๊ย หมอนี่!
ปากคอเราะร้ายได้โล่จริงๆ หล่อนได้แต่สบถในใจ อายจนเถียงไม่ออก ปิดปากเงียบเสมือนตัวเธอนั้นหายไปแล้วจากตรงนั้น
“ ที่เงียบนี้อายล่ะสิท่า “
“ O.O”
“ พ่อ...บลูเหนื่อยเหลือเกินจ้ะ..เฮอะ “
“ อร๊าย.. นี่คุณ! ไอ้....”
“ อย่านะ! ”
“................”
“ อย่าได้พูดคำหยาบออกมา ไม่งั้นผมจะปีนไปเล่นกับคุณเดี๋ยวนี้แหละ “
ร่างบางที่ยืนเกร็งอยู่ ถึงขั้นอ้าปากเหวอหน้าชาวาบไปเลย หลังได้ยินคำล้อเลียนนี้ อยากหาปี๊บมาคลุมหัวให้รู้แล้วรู้รอดถ้าทำได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย ผู้ชายอะไรกัน ไหงถึงได้ต่อปากต่อคำเก่งอย่างนี้ล่ะ เอ็ดตะโรทิ้งประโยคนี้เป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนจะวิ่งพรวดเข้าไปในห้อง ปิดประตูล็อกกลอนซ้ำซะแน่นหนา
“ ฮึ่ย ไอ้คนไม่มีมารยาท! “
ครืด....เกร็ก!
“ ว่าไงนะ! “
ขณะคุณคอปตะโกนไล่หลังไปไม่ทัน ได้แต่ยืนขมวดคิ้วไม่พอใจ กลั้วหัวเราะออกมาแทนในความเปิ่นของสาวข้างห้องในตอนหลัง พลางเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเองบ้าง ไม่เห็นว่าหญิงสาวนั้นโผล่หัวออกมาใหม่ ขมวดคิ้วไม่พอใจเขาเช่นกัน
“ ไอ้บ้า “
ยัยนี่เป็นหมอหรือ?? เขาไม่ได้สืบหรอก แต่เห็นหล่อนใส่เสื้อกาวน์มาตอนนั้นก็พอจะรู้ ไม่น่าเชื่อ คุณคอปครุ่นคิดตลบไปตลบมา ถึงบลู บุคลิกท่าทางออกไปทางเจนจัดซะอย่างนั้น กลายเป็นหมอไปได้
... เฮอะแต่ก็ไม่แน่หรอก คนเรามักมีสองด้านเสมอ....
เหมือนเขาไง สามเรเทเมา แต่ไม่คิดว่าจะเป็นผู้บริหารใช่ไหมล่ะ
" กูกลับละ "
หนุ่มหน้าหวาน คำพูดคำจาช่างไม่เข้ากับบุคลิกภาพ ยืนเต็มความสูง เหวี่ยงเสื้อคลุมขึ้นบ่าบอกลาเพื่อนสนิท
" ไหนว่าจะสัก "
" เปล่า กูแค่มานั่งแก้เซ็ง "
" เฮอะ แปลกโว้ย ปกติเห็นหมึกเป็นไม่ได้ "
" มึงอย่าใส่ร้ายกูไปหน่อยเลยน่า แค่ลดตัวลงมาคบกับมึงนี่ก็ถือว่าบุญโขแล้วนะ "
" เออ! ไอ้คุณชาย ไอ้เทพบุตรซาตาน ย้ำเข้าไป อย่าให้กูเป็นลูกผู้ดีอย่างมึงบ้างก็แล้วกัน "
" ฮึ ฮ่าๆๆ ว่าแต่รถที่สั่งไปนี่จะได้วันไหน "
" โธ่ไอ้คอป ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะวะ มีเงินพร้อมจ่ายน่ะกูชอบ แต่มึงต้องรอเขาเช็ครถบ้าง ไอ้xxx เล่นสั่งรถข้ามทวีปมาส่งไทยอย่างนี้ ใครมันจะทำให้มึงได้ภายในสองวัน"
" เออๆ แค่ถามดู งั้นกูไปก่อน มีงานต้องทำ "
ตัดบทด้วยหน้าที่บูดบึ้งจัดไปทางเละเช่นเดิม แล้วเดินออกไป ปล่อยให้โจ๊ก ช่างสักพร้อมเจ้าของร้านขายบิ๊กไบค์นั่งส่ายหน้าไล่หลังเป็นพัลวัน
" มีปัญหาทุกที แวะมาหากูทุกทีสิน่า "
เหลือบตามองรูปถ่ายเด็กน้อยในเสื้อช่าง ถอนหายใจระงม
" ส่วนไอ้นี่สงสัยชะตาจะขาด "
เล่นพี่แกเอารูปมาให้โจ๊กดู ถามไถ่ประวัติที่มายาวเป็นหางว่าวซะขนาดนี้ ถ้าไม่ไปกระตุกหนวดเสือมัน ก็คงไปเหยียบหางมันนั่นล่ะ นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทสมัยประถม เขาจะไม่มีวันบอกแน่ ว่าเด็กคนนี้น่ะมานั่งเล่นร้านเขาสัปดาห์มากกว่าสามครั้ง
ร่างสูงโปร่ง แต่งตัวไม่เรียบร้อยสักเท่าไหร่ ทว่าเป็นถึงระดับกรรมการผู้บริหาร ยืนสูบบุหรี่ชิลล์อยู่ข้างรถ ทำตัวเสมือนตนนั้นว่างซะเต็มประดา เหลือบตามองเข้าไปในร้านสักพลันแสะยิ้ม นับจากนี้เขามีเรื่องให้ทำแก้เซ็งแล้ว แหงนหน้าขึ้นพ่นควันบุหรี่เป็นครั้งสุดท้าย ดีดก้นมันลงถัง แล้วจึงจะเหยียบคันเร่งรถแล่นออกไป
ฝั่งด้านของบลู หลังตื่นแต่เช้า หล่อนก็ออกมาทำงานปกติด้วยสภาพขอบตาดำเช่นเดิม เพราะไม่ได้นอนทั้งคืน ทำเธอหน้ามืดมาครั้งสองครั้งแล้ว ทว่าต้องฝืนไว้ ไม่ให้ลูกน้องเห็น พยายามก้าวช้าๆ ทำตัวเหมือนตัวเองนั้นแข็งแรง ถือโอกาสใช้สมองนั่งคิด ก็ช่วงที่หล่อนว่าง
" เพราะคุณคนเดียวเลย ทำฉันหลับไม่ลง "
ทั้งอาย ทั้งกระดาก ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ เมื่อคืนจวนจะเที่ยงคืน อิงอรแม่เลี้ยงเธอโทรมาหา ด้วยเรื่องเดิมๆ บอลโทรไปขอเงินหล่อนสามแสน ด้วยความเมาที่ถูกแม่แท้ๆปฏิเสธเขาจึงก้าวร้าวใส่ กลายเป็นบลูต้องมารับเคราะห์รับกรรม ฟังคำสบถของคนเห็นแก่ตัวนับครั้งไม่ถ้วน ข้อหาดูแลลูกของหล่อนไม่ดีพอ ทั้งที่นี่มันควรจะเป็นหน้าที่หล่อน ทำบลูทนไม่ไหวตอกกลับไปหลายคำ จนมีปากเสียงให้คนข้างห้องได้ยินอย่างเช่นเมื่อคืนนี้ หลังจากนั้นสิ่งที่พลาดทั้งหมดไม่ได้อยู่แค่เรื่องความสะเพร่าเก็บอารมณ์ไม่อยู่ของหล่อนอย่างเดียว ทว่า เรื่องที่เพิ่มความเครียด บอลตอนนี้ได้ข่าวว่าติดการพนันโงหัวไม่ขึ้นไปแล้ว
กริ๊งงงง....กร๊างงงง....
เสียงโทรศัพท์โหมกระหน่ำ ปรี๊ดร้องก้องขึ้นมาเหมือนต้องการจะฆ่ากันให้ตาย บลูดีดตัวขึ้นมาจากเตียงกว้าง นั่งมึนจูลสมองสักพัก จึงจะเดินเร็วๆ ไปรับ
“ ฮัลโหล”
แปลกร้อยวันพันปี โทรศัพท์บ้านจะไม่ดังยามวิกาลแบบนี้ และนี่..เที่ยงคืนกว่า ใครมีเรื่องด่วนอะไร ทว่า พอจำใจความจากปลายสายได้เท่านั้น ร่างบางแทบจะหาเสื้อคลุมมาสวมทับแทบไม่ทันเลยทีเดียว
(................)
“ ค่ะ จะไป...จะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ! “
วิ่งไม่คิดชีวิตลงชั้นล่าง หักเหร่างไปทางรถของตัวเอง และถึงจะบึ่งเหยียบคันเร่งออกไปโดยไม่สนใจใคร เพราะฝีเท้าซึ่งสวมรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นเกิดเสียงเป็นจังหวะของคนรีบ หล่อนคงไม่ทันสังเกตเห็น มีใครคนนึงยืนงง ขมวดคิ้วอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน
“ อะไรของเขาอีกวะ “
ยกนาฬิกาข้อมือยี่ห้อแพงขึ้นมอง ส่ายหน้าเป็นพัลวัน ขณะคนนี้ที่คิดอกุศลในด้านลบกับหล่อนอยู่แล้วคงหนีไม่พ้นไอ้น้องชายตัวดี ทว่า... คราวนี้คุณคอปคิดผิด ....
เอี๊ยด!
เสียงรถหยุดชะงักจังหวะเหยียบเบรก บลูกระโดดลงมาพร้อมกระเป๋าสะพายแค่ใบเดียว ทั้งที่ความเร่งด่วนบวกกับคำบอกเล่าที่พาหัวใจหล่อนระทึก ลวงให้หล่อนลืมแล้วทุกๆอย่าง แม้กระทั่งเปลี่ยนชุดนอนให้เป็นชุดที่ดูดี
“ อย่าเพิ่งนะตาบีม รอพี่ก่อน....”
ปากพึมพำ ตาเบิกโพลน ขณะเท้านั้นก้าว กึ่งเดินกึ่งวิ่งจนลืมเหนื่อย กัดปากแน่นเพื่อกลั้นดวงตาที่แดงก่ำไว้ สั่งน้ำใสๆ ไม่ให้ไหลลงมา
‘ เกิดสภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตอนนี้คนไข้หัวใจหยุดเต้นครับ ‘
“ ฮึก...ไม่นะตาบีม...”
คำพูดสั้นๆ แค่นั้นของหมอ พรากความหวังของหล่อนไปด้วย ในขณะหัวใจของอีกคนกำลังหมดลม ส่วนของเธอกำลังจะระเบิดตาย
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ที่บลูเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องไอซียู รอการอนุญาตจากหมอให้เขาไปเยี่ยม ภาวนาอย่าให้น้องชายต่างแม่ของเธอนั้นเป็นอะไร ขณะสถานการณ์วุ่นวายยุ่งเหยิง ทุกวินาทีมีแต่ลุ้นกับลุ้น พยายามโทรอิงอรแม่เลี้ยงของเธอกลับไม่รับสาย ส่วนบอลนั้น
(มีอะไร)
“ บีม...บีม อาการทรุด หมอต้องการเลือดด่วน บอลต้องมาช่วยน้องนะ “
(เลือด? เลือดอีกแล้วหรือ... คราวก่อนก็เอาไปทีนึงแล้ว ไม่เห็นจะช่วยอะไร)
“ บอล! “
(พอทีเถอะพี่ พี่ก็เห็น บีมมันนอนอยู่แบบนั้นมาเป็นสิบปีแล้ว ตอนนี้..ต่อให้เอาเลือดผมกับแม่มารวมกันให้ทั้งชีวิต มันก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาหรอก)
“........”
(ทำไมพี่ ไม่ถอดเครื่องบ้าๆ นั่นออก แล้วปล่อยให้มันไปสู่สุคติ ...)
“ อะ ไอ้บอล..ไอ้เด็กเวร...”
(อย่านะพี่! อย่ามาด่าผม ผมก็แค่ออกความคิดเห็นที่คิดต่าง แต่ถ้าพี่ต้องการจะให้ผมไปช่วยมัน ก็ได้พี่... ก็แค่อยากจะเตือนสติ รับความจริงสักทีก็เท่านั้น)
“ หุบปาก... บอกฉันมาคำเดียว แกจะมารึเปล่า ถ้ามาก็อย่ามัวพล่าม ฉันไม่มีเวลามายืนฟัง “
ติ๊ด!
กดตัดสายทิ้ง พร้อมปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเป็นทาง ทาบมือเข้ากับฝาผนัง ใช้มันเป็นที่ค้ำยัน แล้วจึงจะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ก้มหน้าผสานมือเข้ากันนิ่ง บีบมันไม่กลัวว่ากระดูกจะหัก ก่อนปล่อยโฮออกมาไม่อายใคร
“ ฮึก..บ้าจริง ไอ้พวกชั่ว! ฮือๆๆ “
ฝั่งด้านของคุณคอป หลังจากที่เห็นพฤติกรรมแบบนั้นของสาวข้างห้อง ตาวงรีรูปทรงเหยี่ยวก็ข่มไม่หลับไปโดยปริยาย ทรยศที่นอนโดยการลุกขึ้นมานั่ง เดินกลับไปกลับมาระหว่างระเบียงกับในห้อง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องมาคอยยืนสังเกตแสงไฟจากช่องลม ที่ปกติทุกๆ คืน ข้างห้องจะรอดออกมาให้เห็นแบบนี้ ทว่า ตอนนี้กลับมืดสนิท บ่งบอกให้รู้ว่าในนั้นไม่มีใครอยู่เลยสักคน เหลือบตาไปมองนาฬิกาตรงผนังแล้วเลิกคิ้วขึ้น
“ ฟู่วว ไอ้คอป นี่มึงทำอะไรอยู่?? ”
หาคำตอบจากตัวเอง พลางทิ้งตัวลงไปนอนอย่างเดิม แล้วแค่นหัวเราะ
หญิงสาวที่อายุอารามไม่ได้ห่างไกลไปจากบลูเท่าไหร่นัก ทว่า กลับมีความคิดที่โก้กว่า วางแผนจับได้สามีรุ่นราวคราวพ่อไม่สนว่าเป็นหม้ายหรือทำใครบางคนต้องทุกข์ใจ มีเพียงเจตจำนงอยากจะได้สมบัติเขาเท่านั้น ครั้งนึงเคยทำตัวดีมาก อาจจะถูกสร้างมาเพื่อให้ตายใจ ทว่า อย่างไรเสียหล่อนก็พลาดท้องลูกของตัวเองอยู่ดี และเพราะหล่อนยังเสียดายความสาว หรือสิ่งที่เกิดมันไม่ได้อยู่ในแผนที่วางไว้ หล่อนจึงแสดงธาตุแท้ออกมา อิงอรพยายามสรรหาถิ่นทำบาป หวังจะเอาเด็กออก แอบหนีไปทำแท้งเกือบสำเร็จโชคดีสามีจับได้ เพราะความรักที่มีต่อหล่อน หรือเรียกได้ว่าหลงเด็กจนโงหัวไม่ขึ้น หล่อนทำผิดขนาดนี้ยังมองว่าดี ปราโมทย์กลายเป็นคนเห็นกงจักรเป็นดอกบัวนับตั้งแต่ได้แต่งงานดับหล่อนเป็นต้นมา ลงทุนส่งบุตรสาวคนเดียวไปเรียนต่อถึงเมืองนอกเพราะแค่ต้องการจะตัดความรำคาญ ระงับสงครามเย็นภายในครอบครัวระหว่างเมียใหม่กับลูกสาวเท่านั้น ความหยิ่งยโส บาดหมางภายในจิตใจบลูคราวนั้น ยังฝั่งลึกเป็นตราบาปไม่จางหายมาถึงทุกวันนี้ เธอยังคงคิดเสมอ หากระงับสติไม่ใจร้อนจนใช้อารมณ์วัยรุ่นตัดสินเหนือเหตุผล พ่อของเธอคงไม่ต้องมาตายแบบนี้.....ที่อยู่ๆก็ตาย ด้วยโรคกล
ร่างบางเดินโซซัดโซเซลงมาจากรถตอนเจ็ดโมงเช้า หล่อนอยู่ในสภาพอิดโรยเต็มที กว่าจะลากขามาถึงกล่องลิฟต์ได้ กินเวลาไปมากมายเลยทีเดียวติ๊ง! ชั้นที่สิบ ประตูเหล็กเปิดออกหลังหล่อนมาถึง ทำบลูชะงัก เปลี่ยนสีหน้าที่เศร้าสลดเป็นหน้าบึ้งตึงไปเลยทันที“ ไอ้บอล แก...”ผั๊วะ! ผั๊ว! ผั๊ว! “ โอ๊ย อะไรของพี่เนี่ย “หวดกำปั้นลงกลางหัวไม่ยั้ง ทำผู้หญิงที่มากับเขาด้วยถอยหลังกรูด ขณะบอลตอนนี้ปัดป้องตัวเองเป็นพัลวัน“ นี่แกพาผู้หญิงมานอนในห้องฉันเหรอ “ เหลือบตาไปมองผู้หญิงคนนั้นตอนประโยคท้าย หล่อนหลบตาแทบไม่ทันด้วยความละอาย " ไหนแกบอกว่า จะมาหาฉันที่โรงพยาบาล! "“ เปล่านะพี่ เพิ่งมาถึงเมื่อกี้ เธอเป็นเพื่อนที่วิทลัย ““ โกหก! เพื่อนแกสิ หน้าแก่กว่าฉันแบบนี้ “ใส่อารมณ์ยับ กะจะทุบลงไปอีกแต่คราวนี้บอลหลบทัน ฉีกตัวเองออกไปยืนไกล แล้วชี้หน้า“ พี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ““ เออ! ฉันบ้า! “ตอบทันควัน พร้อมดวงตาตะลึงโต แล้วถึงมาถอนหายใจเอาภายหลัง เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ใน กับความรู้สึกของเธอที่พกติดมาตอนชั่วโมงก่อนหน้า“ บ้าเพราะน้องฉันตาย...ฮืออออ”ปล่อยโฮทรุดนั่งลงตรงหน้าลิฟต์ ระหว่างทางเดินไปยังห้องของเธอ หมดค
เสร็จจากพิธีการเคลื่อนย้ายศพไปยังวัดบ้านเกิด ซึ่งถูกจัดการโดยบลูทั้งสิ้น นอกเหนือจากหมอนนท์ ผู้ช่วยเพชร และคนอื่นๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ในเครือเดียวกันอาสาช่วยแล้ว ก็มีคุณคอปอีกคนนี่แหละที่ยังคงมองอยู่ห่างๆ เขากะจะไปในคืนสุดท้ายและวันเผาทีเดียว เพราะไม่ได้เป็นญาติหรือเป็นอะไรกันกับหมอบลู ความละอายกระดากเลยเข้าแทรก ทั้งอันที่จริงไม่ต้องไปก็ได้ ทว่า กลับซ้ำให้คุณคอปรู้สึกไม่สบายใจไปอีก ซึ่งอาการนี้ เกิดขึ้นเพราะอะไร เขาเองก็ยังไม่รู้...“ ถามกูทุกอย่าง กูเป็นแฟนน้องเขาหรือไงวะ “โจ๊กบ่นอุบ ตามประสาคนปากเสีย หลังเริ่มรำคาญที่คุณคอปเทียวไปเทียวมาสืบเรื่องของหมอบลูไม่หยุด สร้างความระแคงใจให้แก่เขาไม่น้อย อยู่ดีๆเพื่อนเขาอยากจะรู้เรื่องราวของสาวข้างห้องขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆที่หมอบลูเองก็ใช่ว่าจะเพิ่งไปอยู่ หรือเพิ่งจะสนใจ ไอ้อาการแบบนี้ชักไม่ธรรมดา“ กูมีหน้าที่ถาม มึงมีหน้าที่ตอบ “แถมเอือมระอาด้วยกับความชอบแถของเขา“ เฮ้ย ไอ้คอป ถามจริง ทำไมมึงไม่ไปถามเขาเอง แต่เลือกที่จะมาถามกู กูไม่ใช่ญาติฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของเขานะคร้าบบบบ ““ ก็ถ้ากูมีความกล้าพอ กูจะมาหามึงเหรอ ไอ้ฟัค! “ประโยคหลังคุณ
ร่างสูงเดินปราดเปรียวเข้ามายืนตรงหน้า ในท่ามือล้วงกระเป๋ากางเกง โน้มหน้าลงมามองหน้าหญิงสาว เสมือนจะถามความเป็นมาของสภาพจิตใจหล่อน กลายเป็นมาทำหล่อนเขินอายซะงั้น“ มาได้ยังไงคะ ““ นึกไม่ถึงเหรอว่าผมจะมา “เสียงทุ้มถาม ทำอย่างกับว่าบริเวณนี้มีเพียงเขากับเธอแค่สองคน“ เอ่อ..”“ แฮ่มมมม”ก่อนเสียงกระแอมของโจ๊กจะแทรกกลางคัน ขัดใจคุณคอปไม่น้อย“ อะไร “กระชากสายตาไปมองแกมตำหนิเหมือนคาดโทษ ที่บังอาจจมาทำให้เขาเสียฟอร์มต่อหน้าสาวสวยแบบนี้“ คุณ...? ”“ ผมโจ๊กครับ เป็นเพื่อนรุ่นพี่ น้องชายของคุณ “ทว่า มีหรือคนกวนโอ๊ยอย่างเจ้าของร้านขายรถอย่างเขาจะใส่ใจ ถลากระแทกหัวไหล่เพื่อน แย่งซีนแนะนำตัวกับสาวตรงหน้าซะเฉยๆ หมอบลูพยักหน้าเข้าใจ พลางปรายตามามองคุณคอป ทำนองจะถาม เหมาะเจาะกับคนถูกมองร้อนตัวพอดี รีบแทรกตอบทันควัน“ ไอ้โจ๊ก กูบอกแล้วไง ว่าอย่าชวนกูมา มึงก็คะยั้นคะยอจนได้ เห็นไหม เขางงกันหมดแล้ว เพราะไม่รู้จักกู” “ ห๊า......”ทำเอาโจ๊กถึงกับน็อคกลางอากาศ อ้าปากเหวอคิดไม่ถึงว่าเพื่อนเขาจะแถได้สุดยอดอะไรเบอร์นี้ ทำหน้ายึกยัก ปากพะงาบๆ ไปไม่ถูก“ ไม่เป็นไรค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว จะไหว้ศพไหมคะ ฉันจะได้ไป
เพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง หมอบลูจึงยอมทำตาม ขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างเขาว่า แล้วก็เงียบฉี่เป็นเป่าสาก แถมเบือนหน้าไปนอกหน้าต่าง สร้างความอึดอัดให้คุณคอปไม่น้อย คราวนี้เลยต้องใช้อีกบท บทเรียกร้องความสนใจเข้ามาช่วยแทน" ปกติเขาลอยอังคารทีนึง ต้องเข้ามาลึกขนาดเลยหรือ "แสร้งถาม ขณะมือเองหักพวงมาลัยหลบหลุมให้ว่อน อันที่จริงมันก็ใช่อย่างเขาว่านั่นล่ะ มิหนำซ้ำ ถนนยังเป็นดินลูกรังอีกต่างหาก" ใช่ค่ะ "หมอบลูตอบไม่เต็มใจหนัก ขมวดคิ้วเข้าหากัน สายตายังคงจ้องมองออกไปไกลตา" เสียใจด้วยนะ เรื่องน้องชาย "เลยทำให้คุณคอปรู้ทันที หล่อนกำลังเสียใจอยู่" คนไหนคะ "" ......"" คนที่ตาย หรือคนที่ ..เลว "ถามกลับมา ประโยคหลังไม่เต็มเสียงนัก เพราะเหมือนคอหล่อนแห้งผ่าดซะจนต้องกลืนน้ำลาย ในขณะเดียวกัน คุณคอปถึงขั้นชะงัก สีหน้าคิดไม่ถึง ว่าหล่อนจะกล้าเอ่ยคำพวกนี้ออกมา เขาถอนใจเบาๆ ก่อนเหลือบสายตาไปมอง" คนไหนก็ได้ ที่ทำคุณกำลังจะร้องไห้อีกแล้วตอนนี้ "ซึ่งนั่นทำหมอบลูสะอึก หล่อนเงียบไป ไม่ได้พูดต่อ คนขับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกระลอก พลางพึมพำระยะเผาขน" เวรเอ๊ย มาอารมณ์นี้ แล้วใครจะกล้าจีบวะ "" คะ??? "" เอ่
หลังฝนซาลง ไม่นานก็มีชาวบ้านผ่านทางอย่างที่หมอบลูบอก ช่วยเหลือรถกระป๋องที่ดับตายข้างทางเพราะความมีน้ำใจ อันที่จริงคุณคอปไม่จำเป็นต้องลำบากรอนานขนาดนี้ก็ได้ ถ้าหากไม่ตัดสินใจปิดเครื่องตัวเอง ลงทุนโกหกว่าแบตหมด แล้วมากลัวเสียหน้าทีหลัง โทรหาโจ๊กกริ๊งเดียวขี้คล้านจะรีบแจ้น แต่นั่นก็ถือเป็นการดี บรรยากาศเองก็เป็นใจ ขัดขาหยุดเวลาให้เขาได้อยู่สองต่อสองกับสาวที่ชอบ เพื่อได้บอกอะไรหล่อนแค่ประโยคสั้นๆ เปลี่ยนจุดเริ่มต้นระหว่างกันไปในทางที่ดี แถมได้จูบหล่อนอีกด้วย ตรงนี้แหละสำคัญ“ กลับกรุงเทพเลยไหม “สาวเจ้าในชุดเดรสสีชมพูหวาน หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาพยักหน้า“ ค่ะ เดี๋ยวจะกลับเลย “น่าแปลก ทำไมหล่อนไม่เข้าบ้าน ทั้งที่ไปถึงขนาดนั้น กลับเลือกที่จะเอาแค่รถแล้วขับตามเขาออกมา ตั้งใจจะเปิดห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแค่นี้“ คุณไม่น่าขับรถมาเองเลยคุณบลู “ทว่า กลับต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้ เปลี่ยนเป็นหน้าที่เป็นห่วงแทน หมอบลูไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับรีบเก็บของ ลุกขึ้นมายืนเต็มความสูง“ มันสะดวกกับฉัน “"แล้วน้องชายคุณล่ะ "" คงกลับทีหลัง "“ ถ้างั้นเพื่อนคุณ เขากลับไปแล้วน่ะหรือ ““ ค่ะ เมื่อ
หลังจากคุณคอปรับปากหมอบลูแล้วว่าจะช่วย โดยการเอาตัวเองนั้นเข้าเสี่ยงปีนระเบียงไปยังอีกฝั่ง เพื่อจะเปิดประตูให้หล่อนได้เข้ามา เนื่องจากลืมคีย์การ์ดไว้ (โกหก) ในห้อง คุณคอปก็ได้โอกาสตรงนี้เตี๊ยมกับคู่ขาของตัวเองทันที“ ผมจะไปห้องโน้น หาจังหวะออกไปซะล่ะ อย่าให้เขาเห็น “ซึ่งมันคือประโยคสั้นๆที่ทำผู้หญิงคนฟังน้อยใจสุดจะทน ต่างจากคนพูดที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร แถมยังยิ้มหน้าระรื่น อย่างกับตนนั้นถูกหวยเป็นร้อยล้าน กับอีแค่ได้เข้าไปยังอาณาเขตเจ้าหล่อน สาวข้างห้องที่เขาแอบมองถี่มาหลายวัน“ อะไรกันคะ จะถีบหัวส่งกันแบบนี้เลยหรือ “ทว่า ต้องมาหยุดชะงักฝีเท้า ด้วยเสียงน้อยใจนี้ ที่คนพูดปั้นหน้าปั้นตาแทบจะร้องไห้“ ผมถีบคุณตอนไหนริซ่า ก็แค่บอกให้หาจังหวะออกไป ““ แล้ว..มันต่างกันนักรึไง“ปาดน้ำตาตัวเอง ช้อนตาขึ้นมองหน้าหล่อเหลา หวังเรียกคะแนนสงสาร หล่อนรู้สึกชีวิตหล่อนเริ่มเข้าสู่หมวดวิกฤติ เมื่อเห็นทีท่าว่าถังเงินของหล่อนกำลังจะเบี่ยงเบนไปหาเหยื่อใหม่ซึ่ง ไม่-มี-ทาง ที่ริซ่าจะยอม“ คุณว่าไม่ต่าง ผมก็ว่าไม่ต่าง เอาตามนั้นละกัน ก็แล้วแต่คุณ “ทว่า ร่างสูงกลับตัดพ้อบอกเสียงเรียบหน้าตายซะงั้น ทำท่าจะเดิ
นานสองนานที่หมอบลูยืนมองริมฝีปากของคุณคอปเผยอขึ้น บ่งบอกถึงความทึ่งและพูดไม่ออก หล่อนเลิกคิ้ว ขณะร่างสูงเม้มปากสนิท สลับกันจนเบลอ ทว่า กลับไม่ยอมออกไปจากห้องสักที นี่ขนาดหล่อนทำตัวแบบนี้ แบบที่เขาเคยคิดไปเองในตอนแรกให้เห็นแล้วนะ เหตุใดถึงทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อเล่า " หมอบลู คุณล้อผมเล่นใช่ไหม " " คะ?? หมายถึงเรื่อง....โอ้วไม่ค่ะ บลูพูดจริงๆ" และดูสิ่งที่ผู้หญิงร่างบางในชุดกาวน์ขาวสะอาดตรงหน้าทำ หากไม่ติดว่าจีบอยู่ คุณคอปคงคิดว่าหล่อนกำลังกวนตี.... เขาอยู่ก็ได้" นั่นก็แสดงว่า ตะกี้หมอบลูได้ยินมัน "หมอบลูพยักหน้า" ค่ะ ยอมรับก็ได้ แต่ไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันแว่วๆเข้ามา คือหูบลูไปได้ยินมันเอง "แล้วยิ้มแฉ่งภายหลัง"...."" ทำไมคะ! คุณไม่เชื่อหรือ..."ก่อนหุบยิ้มทันควัน เมื่อช้อนตาขึ้นไปเห็นสีหน้าคุณคอป ที่มันเอ๋อซะจนหล่อนอยากขำ มองเผินๆ นัยย์ตานั้นเหมือนกำลังคิด อยากขึงหล่อนแล้วตีก้น ซึ่งดูเหมือนหล่อนเอง จะอั้นมันไม่ได้แล้วด้วย" คิกๆๆๆ รู้อะไรไหม หน้าคุณตอนนี้น่ะ.. เหมือนหมาเห็นเงาตัวเองเลย "โก่งตัวหัวเราะร่วนอย่างกับกุ้ง ต่างกับคุณคอปที่ตอนนี้ย
7 เดือนผ่านไปบูรพาไม่ได้แต่งงานเหมือนใครเขา เนื่องจากฟังความคิดเห็นที่ค่อนข้างจะเบี่ยงเบนไปทางโอดโอยมากจนเกินไป ประสบการณ์เจ้าสาววัยละอ่อนสองคนก่อนหน้านี้อัดแน่นพร้อมรีวิวสีหน้ามาสมทบ ....มันไม่สนุกเลย ที่จะให้คนท้องโย้ สวมชุดเจ้าสาว นอกจากไม่สวยแล้ว มันแสนจะทรมานใช่! นี่คือคำเล่าอ้าง ไหนจะต้องยืนยิ้มทั้งวัน คอยเอาใจแขกเหรื่ออีก แค่บูรพานึกภาพ แทบจะกลืนน้ำลายไม่ลงแล้ว เธอเลยเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ดูแลตัวเอง เป็นคนรักที่ดี คอยเอาใจสามี รอวันคลอดจะดีกว่าและเหมือนว่าความสนิทสนม ในช่วงเวลาอยู่ด้วยกันจะเพิ่มขึ้นทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนสรรพนามไปโดยปริยาย" พี่คอปคะ พี่ว่า สีนี้จะสวยรึเปล่า "บูรพาเดินถือหนังสือแคตตาล็อกอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดของตัวเองมายังห้องโถงกลางห้อง ในขณะเจ้าของชื่อกำลังวุ่นวายอยู่กับเอกสารกองโตหน้าจอคอม เธอหมายถึง ผ้าม่านสีครีมสีสวยที่ต้องการจะนำไปติดที่บ้านสวนของเธอ ก่อนหน้านี้ พวกเขาเกทับตัวเองไปพักที่นั่นกันมาแล้ว หลังจากโมดิฟายต่อเติมได้ไม่นาน มันดูชีวิตชีวาขึ้น และน่าอยู่ขึ้น นับตั้งแต่มีคนไปอยู่ ก่อนจะย้ายกลับมา เมื่อไม่กี่วันมานี้ ด้วยอายุครรภ์ที่มากขึ้น และระยะทางร
ร่างบางในชุดนอนเนื้อผ้าซาตินลนลานหมุนตัวกลับ เกือบปาดน้ำตาแทบไม่ทัน หลังนึกอะไรขึ้นได้ ปิดประตูอย่างเบามือ ทิ้งตัวลงกลางเตียงแกล้งหลับ ในจังหวะคุณคอปเดินเข้ามาพอดี เขากำกล่องกำมะหยี่นั้นแน่น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มตั้งแต่เดินเข้ามา ก่อนค่อยๆ โน้มตัวนอนลงข้างเธอ ไม่ได้ผลักร่างบางซึ่งนอนตะแคงหันหลังอยู่เข้ามา ทว่ายัดกล่องเล็กนั่นเข้าไปในอุ้งมือแทน" อะไรหรือคะ "บูรพาแกล้งถาม ใช้ศอกยันตัวลุกขึ้นอิงแผ่นหลังพิงกับร่างใหญ่ คุณคอปโน้มหน้ามาฉกริมฝีปากเธอเร็วๆ พลางยิ้มละมุน" ของคุณ"" คะ? "" เก็บไว้ใส่นิ้วนี้ "กระซิบเสียงแผ่ว พร้อมดึงมือข้างซ้ายมาเขย่าเบาๆ บูรพายิ้มตาม ก่อนจะใช้มือข้างขวาปิดปากปล่อยโฮ คราวนี้เธอไม่ได้แกล้ง แต่กลับร้องไห้ออกมาจริง เนื่องจากภาพตอนเธอแอบมองมันไกลเกินกว่าจะเห็น ในมือสามีนั่นถืออะไร ได้ยินเพียงแค่คำขอโทษ กับการสวมกอดของคนสองคนแค่นั้น ก็ดีใจมากพอแล้ว ไม่คิดว่าคุณนายจะเล่นใหญ่ถึงขั้นยกแหวนวงนี้ให้กับคนอื่น วงที่บูรพาเห็นมันบ่อยๆบนนิ้วชี้ด้านขวาของหล่อนใช่ เธอจำได้ และรู้คุณนายหวงมันมาก" ฮึก..."นิ้วใหญ่ยื่นมาปัดก้อนน้ำตาให้ ในขณะริมฝีปากเขายังเปื้อนยิ้มอยู่ ไล้ลงมา
มือบางจัดไปค่อนข้างเหี่ยว บีบเข้ากันแน่น ต่างกันแต่สีหน้าที่ยังเรียบเฉย หัวใจภายใต้เนื้อในเสื้อหรูผ้าซาตินเต้นแรงไม่เป็นจังหวะคุณนายอารีย์ไม่ได้เขินอายเสมือนหญิงสาววัยรุ่น กลับกันหล่อนรู้สึกชื่นใจแปลกๆใจที่บางอยู่แล้ว ยิ่งทวีคูณความบางเข้าไปอีก เมื่อหางตาเกิดชำเลืองไปมองหน้าอดีตสามี ในจังหวะที่เขาเอื้อมมือ ถือวิสาสะมาโดน****" อ๊ะ.."และผลที่เกิดขึ้น คือไม่ต่างจากไฟช็อต คุณนายอารีย์เลื่อนมือตนออกห่าง ยอมรับหล่อนยังไม่ใจอ่อน หรือพร้อมที่จะเจอกับสถานการณ์แบบนี้" คุณได้ยินที่ผมพูดไหม "ทว่า คู่กรณีเจ้ากรรม ก็พร่ำแต่จะก่อกวน ขยี้คำถามให้หัวใจดวงน้อยๆเต้นหนักซะเหลือเกิน มือเรียวเลยบีบเข้าหากันใหม่ ซึ่งคราวนี้หนักกว่าเดิม เพราะมันขึ้นเส้นเลือดปูด" ผมยังจำเรื่องราวในตอนนั้นได้อยู่นะ ยังสามารถเล่าให้คุณฟังได้อยู่ "" อย่ามายุ่งกับฉัน "ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืนทันควัน แต่เหมือนจะช้าไป พ่อเลี้ยงผู้รู้นิสัยหล่อนดี เดินมาดักหน้าเสียก่อน" ผมจะปล่อยให้คุณหนีผมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว "" หยุดพล่าม คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทาง "" เพราะอะไร "ร่างสูงขมวดคิ้ว บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจสุดๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ คราวนี
การปรึกษาหารือกันระหว่างพ่อลูก อยู่ในสายตาของบูรพาห่างๆ ด้วยระยะที่ไกล เธอจะไม่มีทางฟังได้สรรพ ยกเว้นจากท่าทีที่ทั้งคู่แสดงออกมาหากให้เดาตามสัญชาตญาณ วินิจฉัยด้วยสมอง จะรู้ในทันทีว่าพ่อเลี้ยงสยามไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ ไม่ต่างจากเธอ กับการขายหุ้นมรดกและการเปลี่ยนนามสกุลนั้น เพราะนั่นหมายความว่าคุณคอปเสียผลประโยชน์ไปโดยปริยายอย่าลืม บุคคลในตระกูลจรัญทิพย์ไม่ได้มีแต่คุณนายอารีย์และบุตรชายเท่านั้น ทว่ายังมีบุคคลอื่นที่พร้อมจะแย่งสมบัติ ตามสายเลือดซึ่งหัวเชื้อได้สร้างไว้ใช่ คุณนายอารีย์มีคู่แข่ง และ อดีตสามีหล่อนก็รู้ เพียงแต่อำนาจการตัดสินใจใยตกมาเป็นของหล่อน มีสิทธิ์มากกว่าผู้ใดในผลประโยชน์ นั่นก็เพราะหล่อนคือบุตรีคนโต ที่ได้เปรียบเรียนรู้งานก่อนคนอื่น ซึ่งแน่นอนผู้มาใหม่ อย่างบูรพาเองก็ยังรู้ เลยคิดว่าเหตุผลทั้งหมดที่จะทำเพื่อแลกกับอิสระในการมีเธอเพียงคนเดียวนี้ มันไม่สมควร เธอจะไม่มีวันปล่อยให้สามีตัวเองหมดตัว หากมันจะจนตรอก นี่ต้องไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย! จะอย่างไรเธอก็เข้าใจคุณนายอารีย์ แม้ว่าทุกเวลาเธอนั้นโดนกระทำ ต่อให้เธอต้องถูกชิงชัง ทว่ายังทำให้เธอเข้าใจหล่อนอยู่ ยิ่งมาถึงวันนี
สายโด่ นาฬิกาบอกเวลาสิบเอ็ดโมงเศษ คุณคอปงัวเงียตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังนอนเกลี่ยผมภรรยาเพลินจนเผลอหลับไป สิ่งแรกที่ใจคิดถึง คือคนที่นอนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นยังนอนอยู่ที่เดิมและท่าเดิม ก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงหนักเข้าไปอีก" เฮ้..ยังไม่ตื่นอีกเหรอ"เขาเขย่าตัวเธอ นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่บูรพานั้นหลับสนิทไร้เสียงตอบรับใดๆ และเปลือกตาถ่างขึ้น แต่น่าแปลก ลมหายใจเข้าออกของเธอกลับสม่ำเสมอไร้อาการคนป่วย เธอเหมือนคนนอนหลับสบายเสียมากกว่าก็อก ก็อก ก็อก" ไม่ได้ล็อก"สีหน้าวิตกกังวลของคุณคอปเบี่ยงไปตามเสียง ก่อนบานประตูไม้สีน้ำตาลเข้มจะถูกเปิดเข้ามาเบาๆ คนโผล่หน้ามาให้เห็นเป็นคนแรกคือป้าแม่บ้าน หลังจากนั้นจึงจะเป็นหน้าหมอรองลงมา" หมอมาแล้วค่ะ "หล่อนบอกก่อนโค้งหัวให้แล้วเดินออกไป มีเพียงหมอ คุณคอป และ ภรรยาเขาที่นอนไม่ไหวติงเหลืออยู่เท่านั้น" ตามสบายครับ"ร่างสูงพยักหน้ายิ้มเล็กๆ ก่อนจะลุกจากเตียง หลีกทางให้หมอได้ทำงาน ในขณะรอหมอตรวจ เป็นเวลาที่เขาได้เช็คโทรศัพท์ และไม่คิดว่าจะได้ดูดบุหรี่ควบคู่กันไปด้วย" ขอตัวนะครับ ตรวจเสร็จก็เรียกผม "" ครับ "เขายอมพาตัวเองออกไปนอกระเบียง ปิดประตูหลังจนมิดช
สี่ล้อรถหรูค่อยชะลอก่อนจะจอดนิ่งในที่สุด เมื่อถึงที่หมาย บ้านหลังหนึ่ง ไม่ได้หรูหราเทียบเท่าคฤหาสน์จรัญทิพย์ รูปทรงต่างจากทั่วไป ทว่าสวยได้ใจสุดๆ ตั้งตระหง่านหลังเดียวโดดเด่นอยู่กลางป่า คุณคอปดับเครื่องยนต์สนิท ก่อนผ่อนลมหายใจระงมใหญ่ ไม่เคยคิดว่าวันนึงจะได้มาเหยียบที่นี่ บ้านสวนพ่อซึ่งยกให้เขา ปิดประตูรถฝั่งตัวเอง พลางเดินอ้อมไปจุ๊บผากมนทีนึง และอุ้มคนข้างกายที่หลับสนิทอย่างเบามือ" ไปนอนต่อในบ้านนะครับ "บูรพาหลับไม่ตื่น นับตั้งแต่ออกมาจากบริษัทท่ามกลางความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเขา สามีของเธอ เขาพร่ำภาวนาให้ภรรยาไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ จนกระทั่งมาถึงที่นี่แอดมันคงจะเป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่พอสมควร จากคนที่เคยมาล่าสุดตอนเป็นเด็ก หลังจากอายุสิบห้าปีเขาไม่มาเหยียบอีกเลย ทว่า ยังคงจ้างแม่บ้านและคนสวนคอยดูแลสม่ำเสมอ" คุณเป็นใคร"" ...."และเหมือนสภาพเขาไม่รู้ว่าโตขึ้น หรือว่าโทรม ทำแม่บ้านจำแทบไม่ได้ เมื่อหล่อนวิ่งหน้าตาตื่นด้วยความตกใจมายืนหอบตัวโยน หลังเห็นไฟในบ้านเปิดเกือบทุกดวง ร่างสูงค่อยๆหันกลับมาด้วยความเหนื่อย เคล้าโคลงรูปหน้าค่าตาแปรเปลี่ยนไปจากเด็กน้อยเพียงนิดเดียว ทำแม่บ้านชะงัก
ดึกดื่นสงัด บูรพาสะลึมสะลือตื่น ตกใจกับเสียงบิดลูกบิดประตู คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณคอป เมื่อหล่อนรู้ว่าใครมา เลยปิดเปลือกตาลงไปใหม่ เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเมื่อตอนกลางวันมันทำให้เธอง่วงจนยื้อตาไม่ขึ้น คุณคอปไม่ได้เรียก แต่กลับปิดประตูกลับอย่างเบามือแทน แหงนหน้ามองนาฬิกาติดผนังบอกเวลาเที่ยงคืน แล้วถอนใจระงม หลายวันมานี้ เขายุ่งมาก ยุ่งหนักจนไม่มีเวลาให้หล่อน เขารู้ งานที่เขาต้องทำต้องสืบมันจำกัดเวลา หากเขาไม่ใช้เวลาหลังพนักงานเลิก เพื่อหาหลักฐานบางอย่างเพิ่มเติม สิ่งที่คาดคะเนจะให้บรรลุผลในเร็ววัน และต้องการให้เป็นอย่างนั้น คงไม่สำเร็จ สำหรับงานนี้ โอกาสไม่ได้มีให้เขาคว้าได้เสมอ หากพลาดก็จะพลาดแล้วพลาดเลย เพียงแต่ไม่สามารถจะเอ่ยบอกภรรยารักตามตรงได้ เพราะรู้นิสัยใจคอเธอดี ถ้ารู้ .. อย่างไรหล่อนก็โวยวาย และไม่มีทางยินยอมหรอก แต่เชื่อเถอะ ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อหล่อนทั้งนั้นร่างสูงเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากนั้นสิบห้านาทีจึงเดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวคาดเอวสอบ คุณคอปยิ้มบางๆให้กับร่างบางที่นอนตะแคงหันหลัง ทอดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไปสะดุดตรงขาอ่อนขาวเนียนนั่น ที่ชุดนอนถกเลิก
" เอาล่ะ ที่รัก คุณต้องฟังผม "หลังคุณคอปเห็นท่าไม่ดี ดูแล้วคนบนเตียงต้องจัดหนักเขาแน่ จึงตัดสินใจเดินไปล็อกประตูก่อนจะหันกลับมา จ้องหน้าเธอ" หรือจะโวยวายเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลยก็ได้ ผมพร้อม! "ยักคิ้วท้าทายหล่อน ในขณะบูรพาตอนนี้แม้มปากแน่นสนิท น่าจะเก็บข่มอารมณ์อยู่ รอชายหนุ่มสะกิดแผลอีกนิดเดียว คงจะร้อนได้ที่" เอาเซ่! "" เออ ฉันเกลียดคุณ! "ตะโกนประโยคนี้ ที่คุณคอปเดาไม่เคยผิด บูรพาหน้าแดงก่ำ กำมือแน่น ต่างกับคนถูกทำร้ายจิตใจโดยสิ้นเชิง ที่ตอนนี้เขาเหมือนจะยืนรอเวลาอะไรบางอย่าง กับการมองนาฬิกา แล้วยกยิ้มที่มุมปากให้กับมัน สร้างความงงให้แก่บูรพาไม่น้อย" แล้วไงต่อ "คราวนี้มองโทรศัพท์ นิ้วใหญ่กดยิกๆ เสมือนส่งข้อความโต้ตอบกับใครบางคน" กะ ก็ ฉันเกลียดคุณไง "...คนบ้า มีอย่างที่ไหน ทะเลาะกันอยู่ ยังจะยืนทำงานอีก ...ขมวดคิ้วนิ่วหน้า หยุดเถียงอึดใจนึง เพื่อเคลียร์ปัญหาในนั้นให้เสร็จ ก่อนแค่นหัวเราะเสมือนพอใจกับประโยคสุดท้ายที่ส่งมาของปลายทาง แล้วจึงจะเก็บมันลงกระเป๋ากางเกง" บลู คุณเคยเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลที่สุดนะบลู จำได้ไหม คุณเป็นผู้หญิงอะไรก็ได้ "บูรพานิ่วหน้า ขุ่นมัว" คุณคุยกับใ
หลังรถหรูแล่นมาจอดในลาน บอกเวลาตีสองพอดี เจ้าของรถเงยหน้าขึ้นมองระเบียงห้องตัวเอง รู้สึกแปลกใจที่ไฟในห้องยังเปิดอยู่ ภรรยารักยังไม่นอนอีกหรือนี่!!อันที่จริงเขารู้สึกกังวลตั้งแต่สายไม่ได้รับของหล่อนแล้ว ปกติบูรพาไม่เคยโทรติดต่อกันหลายสายขนาดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเขาเป็นฝ่ายโทรไปก่อนด้วยซ้ำเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้น หญิงสาวรู้แล้วว่าเขากำลังขึ้นมา ปกติจะลุกขึ้นต้อนรับ ทว่าวันนี้กลับเปลี่ยนไป สองมือบางถูกันไปมา หากมันเป็นหินคงติดไฟไปเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่เห็นคลิปนั้นเมื่อสองชั่วโมงก่อนแอด..บานประตูถูกเปิดเข้ามา ภาพที่คุณคอปเห็นคือภรรยาเขานั่งหันหลังให้ ตรงปลายเตียง ห่อไหล่เข้ากันเสมือนมือกำลังบีบอะไรบางอย่าง" บลู คุณโอเคมั้ย "ถามเสียงเนือยๆ เดินพลางปลดเน็คไท้พลาง ปากหันไปถามด้วยความเป็นห่วง และวันนี้ดูอาการแปลกๆ ทว่า หล่อนกลับลุกพรวดทั้งตัว เพื่อพุ่งมาตบเขาเพี้ยะ!!!คุณคอปหน้าชาวาบไปทั้งแถบ ทั้งมึนทั้งงง" อะไรกันเนี่ย "หันมาถามคนตรงหน้าด้วยความตระหนก คิดจะเอ็ดบ้าง เนื่องจากความเหนื่อยล้าเข้ามาถาโถม สะสมมาตั้งแต่แรกที่พบเจอไดอาน่า แต่กลับต้องเปลี่ยนแผนฉับพลัน เมื่อเจอกับสิ่งนี้ ดวงตา