เข้าสู่ระบบสองปีก่อน
“เมื่อตะกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ” ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่าเลยต้องถามคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามาทักทายกันด้วยประโยคแรกว่า
“หนูลองมาเป็นเด็กเฮียไหม”
ใช่! ประโยคเหมือนเดิมเป๊ะเลย แถมแววตาที่เป็นประกายวิบวับเหมือนหมาป่ากำลังจ้องงับลูกแกะนั่นอีก มองจากยอดเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีแน่ ๆ
และไม่มีคนดีที่ไหนเขาบอกว่าตัวเองดีด้วย
“หนูไม่ต้องกลัวเฮียนะ เฮียเป็นคนดี” เนี่ย ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ
“เบลล์ไม่เคยเจอคนดีที่บอกตัวเองดีเลยสักคน” ฉันสวนกลับพลันกวาดสายตามองเพื่อหาทางหลบหลีกจากเขา แต่ตอนนี้มันดึกมาแล้วอะ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วด้วย
ฉันน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยมาเก็บของที่ลืมเอาไว้ แต่ดันคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาจากห้องกลางดึกแบบนี้ ตอนที่ฉันเดินผ่านสนามหญ้านั่นเอง ฉันก็เห็นรุ่นพี่กลุ่มของคณะกำลังนั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นดนตรีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ตอนแรกคิดว่าจะเดินผ่านไปเงียบๆ พยายามไม่ให้พวกรุ่นพี่เขาสังเกตเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นจะตามหลังฉันมาแบบนี้ล่ะ
ดูจากแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮออล์ฉุนกึกน่ะ พี่คนนี้ต้องเมาแน่ ๆ
“เบลล์ว่าพี่เมาแล้วนะคะ กลับไปนอนเถอะค่ะ” ฉันพยายามรวบรวมสติตัวเอง ฉันไม่ได้กลัวว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายอะไรหรอกนะเพราะที่นี่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แถมยังมีพวกเพื่อนๆ ของเขาอีก แต่ฉันกลัวตัวเองจะทำร้ายเขาจนเจ็บตัวเสียมากกว่า
“หนู...อย่าพูดคำว่าเมากับเฮียค่ะ คนระดับเฮียไวท์ท็อปทรีของรุ่นไม่มีทางเมาเหมือนหมาแน่นอนเนอะ” ปลายนิ้วชี้เรียวยาวส่ายมาตรงหน้าฉัน ก่อนที่คนตัวสูงจะยืดอกอย่างภูมิใจในตัวเองสำทับ
แต่ฉันว่าสภาพของเขาตอนนี้อีกนิดก็ใกล้เคียงกับคำว่าเมาเหมือนหมาแล้วนะ แล้วเขาเนอะอะไรกับใครอะ
ทำไมคนหน้าหล่อๆ อย่างเขาถึงเป็นคนบ้าล่ะ ท็อปทรีของรุ่นน่าจะเป็นความจริงเพราะเบ้าหน้าพี่เขาเรียกว่าหล่อแบบต้องเหลียวมองเลยล่ะ โครงหน้าชัดเป็นเอกลักษณ์ จมูกโด่งเป็นสัน ที่สำคัญตาสวยมาก หน้าตาพี่เขาก็ออกแนวลูกครึ่งหน่อยๆ หนำซ้ำผมสีทองก็ขับผิวขาวๆ ของเขาให้น่ามองอีกต่างหาก
ถ้าหากพูดแค่เรื่องหน้าตา ฉันให้พี่เขาสามผ่านเลยล่ะ แต่เรื่องนิสัย...
“ไม่เมาแต่หน้าแดงเลยนะคะ” ฉันประชดออกไปอย่างไม่จริงจัง ส่งผลให้คนตัวสูงตรงหน้านั้นเลิกคิ้วอย่างไม่ชอบใจ
“ที่เฮียหน้าแดงเพราะเขินหนูต่างหากล่ะคะ” เขาต้องเป็นเสือผู้หญิงแน่ ๆ อะ ผู้ชายพูดคะ ขา มันไว้ใจไม่ได้ “เฮียชอบหนูจริงๆ นะ เนี่ยมาลองจับอกเฮียดูดิ หัวใจมันเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เวลาที่มองหน้าหนูเลยอะ”
โอ๊ย...ใครก็ได้ช่วยลากพี่เขาไปเก็บทีเถอะ
“พี่คะ พี่กลับไปนอนเถอะนะ” ขณะที่พูดกล่อมให้เขายอมหลีกทางให้ก็พยายามกวาดสายตามองหาเพื่อนของเขาไปด้วย ทำไมไม่มีใครออกมาตามเพื่อนเลยนะ ทำไมปล่อยให้คนเมาออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ไม่ห่วงความปลอดภัยของน้อง ๆ บ้างเลยหรือไง
“เอะอะไล่เฮียไปนอนตลอดเลยอ่า คนไม่อยากนอนจะให้ไปนอนไม่ได้” เขาโต้กลับมาพลางขยับเท้าเข้ามาใกล้ฉันอีกหนึ่งก้าว ส่วนฉันเตรียมยกมือตั้งการ์ดขึ้นมาป้องกันตัวเองแล้ว
“น่ารักอะ” น้ำเสียงทุ้มติดแหบพร่าเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับโน้มไปหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคู่สวยของเขาแบบชัดๆ
“เบลล์เตือนละนะ ถ้าพี่เข้ามาอีกก้าว เบลล์ตบจริงๆ นะ” ฉันไม่ได้แค่ขู่เขาแต่จะทำจริงๆ ถ้าเขาไม่ยอมหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วเดินเข้ามาใกล้กันอีกก้าวอะนะ ถึงแม้พรุ่งนี้อาจจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตอย่างเช่น มีข่าวออกไปว่ารุ่นน้องตบรุ่นพี่ก็ตามที
“ถ้าเฮียยอมให้หนูตบแล้วเรามาลองคบกันได้เปล่า” ฉันถลึงตามองเขาทันที ข้อเสนอบ้าอะไรของเขากันเนี่ย จู่ๆคนตัวสูงก็เดินขยับเข้ามาใกล้กันพลางยื่นพวงดอกมะลิที่ไม่รู้ว่าเขาเอาจากตรงไหนมาคล้องใส่ข้อมือฉัน “ช่วยรับรักเฮียหน่อยนะ เฮียขอสัญญาว่าจะเป็นคนดี”
[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]“คนอะไรวะ หล่อฉิบหาย” ผมพึมพำออกมาพลางมองตัวเองผ่านกระจกทรงสูงตรงหน้า นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้แต่งชุดนักศึกษาจัดเต็มแบบนี้ น่าจะนานจนผมลืมวิธีผูกเนคไทไปแล้วล่ะ ผมเลยต้องแอบชำเลืองวิธีผูกจากไอ้ปกที่กำลังแต่งตัวข้างๆ ผม“ทำช้าๆ ดิวะ” ผมบ่นออกไปเพราะไอ้ปกไม่ยอมรอให้ผมทำตามมันเลยสักนิด ไอ้นี่แค่วิธีผูกเนกไทยังหวงกัน ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงผมจะไม่ต่อว่ามันเลยสักคำถ้าหากพูดถึงเรื่องสเปกผู้หญิงของพวกผมสองคน ออกจะแตกต่างกันพอสมควร เพราะเหตุผลนี้ผมเลยวางใจให้มันไปตามดูว่าที่เด็กของผมให้หน่อย ตอนแรกผมจำเรื่องราวคืนที่ผ่านมาไม่ได้หรอกนะ แต่จู่ ๆ ตอนที่ผมกำลังหลับตาน่ะ สมองผมดันจำได้ขึ้นมาว่ามีผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งผลักผมจนล้มไปกองกับสนามหญ้า ผมถึงได้รู้สาเหตุของอาการปวดตามเนื้อตามตัวของตัวเองขึ้นมาจากนั้นผมก็จดจำทุกอย่างได้ ผมเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้ว“เป็นไง มึงว่าน้องหนูของกูน่ารักปะ” ผมเอ่ยถามไอ้คนหน้านิ่งที่กำลังจับชายเสื้อนักศึกษายัดใส่กางเกงสแลคสีดำ วันนี้ไอ้ปกมันหล่อจังวะ“อืม น่ารักดี” มันตอบกลับพลางหันมามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากมันยกขึ้นมาอย่างไม่
เสียงนกหวีดเรียกรวมพลทำให้ทุกคนรีบเปิดประตูวิ่งกุลีกุจอออกจากห้องกันอย่างเร่งรีบ ไหนพวกรุ่นพี่บอกว่าจะเรียกตอนเก้าโมงครึ่งไง ทั้งยังบอกอีกว่าให้พวกเรานอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มที่เพราะวันนี้ต้องเข้าฐานที่ขึ้นชื่อโหดมาก เสียงเล่าอือเล่าอ้างบอกว่าเด็กปีหนึ่งร้องไห้ระงมร้องอยากกลับบ้านกันทุกปี พวกเราทุกคนต่างหวั่นใจกันใหญ่ นี่ขนาดเตรียมใจเอาไว้แล้วนะแต่พอถึงหน้างานไม่รู้จะว่าจะไหวหรือเปล่า“ผมให้เวลาพวกคุณสามนาที จัดแถวนับจำนวนครับ” เสียงทุ้มแฝงด้วยความหนักแน่นน่าเกรงขามของพี่เฮดปีสองนั้นทำให้เราทุกคนต้องปิดปากเงียบและรีบจัดแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำผู้ชายร่างสูงโปร่งสวมใส่เสื้อยืดสีดำ ชายเสื้อเข้ากับกางเกงยีนสีเข้ม เขาชื่อว่า พี่เจ็ท หรือที่พวกเพื่อนๆ ผู้ชาย เรียกเขาว่า เฮียเจ็ท ผู้ชายคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความฉลาด สอบได้เกรด 4.00 ทุกเทอม แถมที่บ้านของเขายังร่ำรวยมาก ครอบครัวติดอันดับมหาเศรษฐีในเมืองไทยเลยล่ะ แต่พี่เขากลับทำตัวเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ใส่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจดปลายเท้า แต่สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมคือพี
“เฮ้ยพี่ อะไรเนี่ย” ฉันผลักหน้าอกเขาเบาๆ อย่างตกใจ “เบลล์ไม่ใช่ศาลพระภูมินะ”ทว่ายังไม่ทันได้ถอดคืนเจ้าของ จู่ ๆ คนตัวโตก็ล้มลงไปกับพื้นสนามหญ้าเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังร้องโอดโอยเหมือนคนกำลังจะตายยังไงอย่างนั้นแหละ นี่ฉันแค่ผลักเขาๆ เบาเองนะฉันหันไปมองโดยรอบๆ เผื่อจะมีคนได้ยินเสียงของเขาแล้ววิ่งเข้ามาช่วย ในตอนนั้นเองที่สายตาพลันเห็นกลุ่มรุ่นพี่กำลังเดินมาทางนี้ รีบเผ่นดีกว่า ขืนอยู่ให้พวกรุ่นพี่เห็นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ คิดได้ดังนั้นฉันก็ใช้โอกาสที่คนตรงหน้านั้นพยายามลุกขึ้นมารีบวิ่งข้ามตัวเขาไปเพื่อกลับที่พัก ฉันไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอกนะ แต่เขาดันนอนขวางทางเดินของฉันนี่นา ช่วยไม่ได้จริงๆสาธุ ขอให้พรุ่งนี้พี่เขาตื่นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อมทีเถอะ ขอให้เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]“ตายห่ายัง” ลืมตาตื่นขึ้นมายังไม่ทันได้กระพริบตา ไอ้ปกเพื่อนรักก็เอ่ยทักทายกันอย่างน่าถีบ ขาสองข้างเตะผ้าห่มที่คลุมตัวออก พลางยืดลำตัวลุกขึ้นสำรวจมองโดยรอบห้องปวดหัวฉิบหาย“กูรู้สึกไม่สบายว่ะ รู้สึกปวดเนื้อปวดตัว” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่หมอ แต่ผมก็คิดว่าตัวเองรู้ระบบร่างกายตัวเองดี อาการปวดหัวเห
สองปีก่อน“เมื่อตะกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ” ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่าเลยต้องถามคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามาทักทายกันด้วยประโยคแรกว่า“หนูลองมาเป็นเด็กเฮียไหม”ใช่! ประโยคเหมือนเดิมเป๊ะเลย แถมแววตาที่เป็นประกายวิบวับเหมือนหมาป่ากำลังจ้องงับลูกแกะนั่นอีก มองจากยอดเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีแน่ ๆและไม่มีคนดีที่ไหนเขาบอกว่าตัวเองดีด้วย“หนูไม่ต้องกลัวเฮียนะ เฮียเป็นคนดี” เนี่ย ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ“เบลล์ไม่เคยเจอคนดีที่บอกตัวเองดีเลยสักคน” ฉันสวนกลับพลันกวาดสายตามองเพื่อหาทางหลบหลีกจากเขา แต่ตอนนี้มันดึกมาแล้วอะ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วด้วยฉันน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยมาเก็บของที่ลืมเอาไว้ แต่ดันคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาจากห้องกลางดึกแบบนี้ ตอนที่ฉันเดินผ่านสนามหญ้านั่นเอง ฉันก็เห็นรุ่นพี่กลุ่มของคณะกำลังนั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นดนตรีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ตอนแรกคิดว่าจะเดินผ่านไปเงียบๆ พยายามไม่ให้พวกรุ่นพี่เขาสังเกตเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นจะตามหลังฉันมาแบบนี้ล่ะดูจากแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮออล์ฉุนกึกน่ะ พี่คน
Herevite: น้องเบลล์วิ่งเสร็จรึยังคะ?Herevite: เบลล์ขา เฮียรบกวนหน่อยได้มั้ย เบลล์ช่วยเอาของมาให้เฮียที่ร้าน T Bar หน่อยสิคะ ถุงสีน้ำตาลเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นห้องเฮียอะ love belle 10000 ม้วฟๆๆๆHerevite: มาถึงร้านละโทรมาบอกนะฉันไล่สายตาอ่านข้อความที่เขาส่งมาให้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ฉันไม่ใช่เลขาเขาปะ คนรับใช้ส่วนตัวก็ไม่ใช่ แต่ใช้กันอยู่นั่น ด่ายังไม่ทันจะหายหงุดหงิด คนบ้าก็ส่งข้อความมาอีกแล้วHerevite: อ่านแล้วทำไมไม่ตอบล่ะคะคนดีของเฮีย?Me: ขับรถค่ะ เดี๋ยวโทรกลับฉันพิมพ์และกดส่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะทิ้งโทรศัพท์วางแหมะตรงเบาะนั่งข้างคนขับและหมุนพวงมาลัยยูเทิร์นกลับเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจากจุดหมายปลายทางเดิมที่เป็นคอนโดฉันไปยังคอนโดของเขาทันทีคอนโดเฮียไวท์กริ้ก!“อิเฮียรีบไปแรดจนลืมปิดไฟห้องเลยเหรอเนี่ย” ฉันบ่นพึมพำออกไปเมื่อเห็นว่าในห้องเขานั้นเปิดไฟสว่างโร่ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ มองจากตรงนี้ก็เห็นเจ้าถุงสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะขณะที่ฉันไปหยิบของที่ต้องการนั้นเอง เสียงบานประตูห้องนอนของเฮียนั้นถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เดินออกมา ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความแ
INTRO“กูมีเวลาเหลืออีกกี่นาทีที่จะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้” ช่วงเวลาวิกฤตของคนสุขนิยมของผมได้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ อาการมึนเมาที่เหมือนจะเซล้มไปซบน้องหมวยคนเซ็กซี่เมื่อตะกี้นั้นพลันหายวับไปกับตาช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ ผมต้องรีบตั้งสติ“พวกมึงเงียบทำห่าอะไร ตอบมาเร็วๆ ดิวะ” ผมสบถใส่ไอ้สองตัวที่นั่งทำหน้าระรื่น ยกแก้วเหล้าชนกันอย่างสบายใจ อย่าให้ถึงคราวผมบ้าง แม่งจะปั่นจนเมียไม่ยอมให้กอดเลยคอยดูแต่ตอนนี้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนถึงจะไปเอาคืนไอ้สองคนนี้ได้“ใจเย็นดิวะ มึงมีเวลาอีก” ไอ้เจ็ทว่าพลางเอียงศีรษะอย่างกวนประสาทไปยังอีกคนที่นั่งข้างกัน“3” ไอ้ปกรับไม้ต่อพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด“2” ไอ้เจ็ทไอ้สองตัวนี้ต่อบทกันอย่างพร้อมเพรียงเลยนะ ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในเกมโชว์“ไม่ทันแล้วว่ะ END GAME” สิ้นคำของไอ้ปก ผมก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าหันไปมองเลยเว้ย รู้ว่าต้องเจอกับอะไร แต่ใจมันไม่กล้าเลยว่ะนาทีผมคิดได้แค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้“เฮีย” น้ำเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยอันตรายนั้นดังมาให้ได้ยิน ผมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ แล้วยก







