Share

บทที่ 5

Author: ฮวนฮวน
"พ่อครับ!" จี้ซีดึงชายเสื้อของเขา ขัดจังหวะห้วงความคิด "ดูสิครับ น้าเมิ่งลูบแขนตัวเองใหญ่เลย หนาวหรือเปล่านะ? พวกเราไปหยิบเสื้อคลุมมาให้น้าเมิ่งกันดีกว่าไหมครับ?"

จี้เป่ยเฉินดึงสติตัวเองกลับมา กวาดสายตาไปมองเมิ่งจือที่กำลังยืนสนทนากับแขกที่อยู่ไม่ไกล เธอยกมือขึ้น

คงเป็นเขาที่คิดมากไปเอง ย่างฮวนรักเขามาก รักลูก และรักครอบครัวนี้ ไม่มีทางไม่ใส่ใจได้หรอก

คงแค่...กำลังงอนอยู่ชั่วคราว หรือไม่ก็คิดได้แล้วจริงๆ

เขาข่มความหงุดหงิดที่ผุดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แล้วพาเด็กทั้งสองคนไปหยิบเสื้อคลุมมาให้เมิ่งจือ

เมื่อเห็นว่าจี้เป่ยเฉินกับพวกลูกๆ เดินห่างออกไปแล้ว รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้าของเมิ่งจือก็จางลงเล็กน้อย

เธอถือแก้วเครื่องดื่ม เดินเข้าไปหาหลินย่างฮวนอย่างอ่อนช้อย

"หลินย่างฮวน เห็นหรือยัง? ทั้งสามีทั้งลูกของเธอตอนนี้พากันมาวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน เธอก็เหมือนตัวตลกน่าสมเพชคนหนึ่ง แม้แต่วันเกิดของตัวเองยังต้องมาแบ่งฉลองกับฉัน รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? เจ็บใจไหม?”

หลินย่างฮวนไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเธอ จึงหันหลังเตรียมเดินจากไป

แต่เมิ่งจือกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น เล็บจิกลงไปในเนื้อแทบจะทะลุผิวหนัง!

“รีบร้อนไปไหนล่ะ? ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ!” เมิ่งจือโน้มตัวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มยังคงหวานหยดย้อย ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยพิษร้าย “หลินย่างฮวน ฉันได้ยินมาว่าแม่ของเธอกระโดดตึกตายเพราะสามีนอกใจสินะ ไม่คิดเลยว่าผ่านมาตั้งหลายปี เธอกับแม่จะไม่ต่างกันเลย เป็นพวกขี้แพ้ที่รั้งใจผู้ชายไว้ไม่ได้เหมือนกัน! อย่างน้อยแม่เธอก็ยังให้กำเนิดเธอมาได้ แล้วเธอล่ะ? คลอดลูกอกตัญญูออกมาตั้งสองคน ฮ่าๆๆ...”

"เพียะ!!!"

เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังฉาดใหญ่ ตบเข้าที่หน้าของเมิ่งจืออย่างจัง!

หลินย่างฮวนสะบัดมือเธอออก แววตาเย็นเยียบราวกับคมมีด "เมิ่งจือ ฉันอดทนกับเธอมานานพอแล้ว ถ้าเธอกล้าพูดถึงแม่ฉันอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะฉีกปากเธอซะ!"

เมิ่งจือถูกตบจนหน้าหัน แก้มข้างนั้นบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เธอยกมือกุมแก้ม น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในพริบตา แต่แทนที่จะกรีดร้องเหมือนทุกครั้ง กลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูราวกับทุกอย่างเป็นไปตามแผน

เพราะจี้เป่ยเฉินกับเด็กทั้งสองกำลังถือผ้าคลุมเดินตรงมาทางนี้พอดี

"เกิดอะไรขึ้น?" จี้เป่ยเฉินเห็นใบหน้าบวมแดงของเมิ่งจือกับสีหน้าเย็นชาของหลินย่างฮวน คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที

น้ำตาของเมิ่งจือไหลพรากทันทีและโผเข้าไปซบอกจี้เป่ยเฉิน ก่อนจะพูดเสียงสะอื้นปนตัดพ้อ “เป่ยเฉิน ไม่ใช่ความผิดของพี่ย่างฮวนหรอกค่ะ... เป็นฉันเองที่ผิด ฉันเผลอทำแชมเปญหกใส่ตัวเธอ... เธอจะตบฉันก็สมควรแล้วค่ะ...”

เด็กทั้งสองโมโหขึ้นมาทันที!

จี้ซีชี้หน้าหลินย่างฮวนแล้วตวาดเสียงดัง "ก็แค่แชมเปญแก้วเดียวเอง! ทำไมแม่ต้องตบน้าเมิ่งด้วย?!"

จี้ว่างเองก็โกรธจนใบหน้าเล็กๆแดงเถือก "แม่มันผู้หญิงใจร้าย! พวกเราเกลียดแม่ที่สุด!"

จี้เป่ยเฉินมองเมิ่งจือที่กำลังร่ำไห้อยู่ในอ้อมอก แล้วหันไปมองหลินย่างฮวนที่ยืนไร้ความรู้สึก ความโกรธก็พุ่งขึ้นจนแทบระเบิด!

"หลินย่างฮวน! ผมก็นึกอยู่ว่าวันนี้ทำไมคุณถึงใจกว้างนัก ที่แท้ก็รอจังหวะนี้เพื่อระบายความโกรธทั้งหมดใส่เมิ่งจือนี่เอง! ผมเป็นคนเสนอให้จัดงานวันเกิดด้วยกันเอง ถ้าคุณไม่พอใจอะไรก็มาลงที่ผมสิ! ทำไมต้องพาลใส่คนอื่นด้วย?!”

หลินย่างฮวนมองชายตรงหน้าที่กำลังโกรธจัด คำพูดของเขาราวกับมีดที่แทงเข้ากลางใจเธออย่างแรง เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

เธออ้าปาก ตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง

"เป่ยเฉิน! พวกคุณอย่าทะเลาะกันเลยนะคะ!" เมิ่งจือกลับรีบก้าวเข้ามาได้จังหวะพอดี ก่อนจะยื่นมือดึงแขนจี้เป่ยเฉินพร้อมกับน้ำตานองหน้า "ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง! ฉันไม่ควรมาเลย...ฉันทำลายงานวันเกิดของพี่ย่างฮวน... ฉัน... ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!”

พูดจบ เธอก็ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้วิ่งออกจากห้องจัดเลี้ยงไป

"น้าเมิ่ง!"

"น้าเมิ่งอย่าเพิ่งไปสิ!"

เด็กทั้งสองคนส่งเสียงร้องรีบวิ่งตามออกไปทันที

จี้เป่ยเฉินถลึงตาจ้องหลินย่างฮวนอย่างเกรี้ยวกราด แล้วทิ้งคำพูดไว้หนึ่งประโยคว่า "ดูสิ่งที่คุณทำเอาไว้สิ!" จากนั้นก็รีบเดินตามออกไปเช่นกัน

ทิ้งหลินย่างฮวนที่ยืนอยู่ตามลำพัง ท่ามกลางสายตาหลากหลายความรู้สึกของแขกเหรื่อรอบข้าง

เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง ไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาของใครทั้งนั้น เพียงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา แล้วเดินออกจากงานวันเกิดที่เรียกกันว่างานของเธออย่างเงียบๆ

เมื่อกลับถึงบ้าน ก็อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าและกลิ่นแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย

หลินย่างฮวนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ จี้เป่ยเฉินและพวกลูกๆจะกลับมากันตอนไหน เธอไม่รับรู้และไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป

จนกระทั่งกลางดึก จู่ๆเธอก็ถูกเสียงขยับเขยื้อนกุกกักปลุกให้ตื่นขึ้น

เมื่อลืมตาขึ้นและอาศัยแสงจันทร์สลัวจากนอกหน้าต่าง เธอก็พบว่าจี้ซีกับจี้ว่างแอบเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ในมือของทั้งคู่มีเชือกที่ใช้มัดมือมัดเท้าของเธอไว้แน่น!

"พวกลูกจะทำอะไรกัน?!" หลินย่างฮวนลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

เด็กทั้งสองสะดุ้งตกใจ แต่เพียงครู่เดียว ใบหน้าของจี้ซีก็เผยสีหน้าเคียดแค้นที่ไม่สมกับวัยของเขาออกมา

"ทำอะไรน่ะเหรอ? วันนี้แม่ตบน้าเมิ่งจนเธอร้องไห้วิ่งออกไปตั้งนาน!พ่อต้องปลอบเธออยู่นานกว่าจะหยุดร้องได้! พวกเราไม่เคยเห็นน้าเมิ่งเสียใจขนาดนั้นมาก่อนเลย! ยัยผู้หญิงใจร้าย! พวกเราจะช่วยน้าเมิ่งแก้แค้น! สั่งสอนให้แม่จำไว้เป็นบทเรียน!"

จี้ว่างหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า ใต้แสงจันทร์สลัวๆ มองเห็นผงละเอียดที่เกาะอยู่บนผืนผ้าได้รางๆ

"แม่ แม่แพ้เกสรดอกไม้ใช่ไหมคะ? หนูใส่เกสรดอกไม้ลงบนผ้าเช็ดหน้าไว้เยอะมากๆเลย... แม่ต้องทรมานจนแทบขาดใจแน่ๆ หวังว่าแม่จะจำบทเรียนครั้งนี้ไว้นะคะ วันหลังจะได้ไม่กล้าแกล้งน้าเมิ่งอีก!"

รูม่านตาของหลินย่างฮวนหดเล็กลงทันที!

เธอแพ้เกสรดอกไม้อย่างรุนแรง หากสัมผัสเข้า อาจทำให้ทางเดินหายใจหดเกร็งจนขาดอากาศหายใจและถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต เรื่องนี้มีเพียงคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้นที่รู้!

แต่พวกเขากลับกล้าใช้สิ่งนี้มาสั่งสอนเธอเนี่ยนะ?!

ร่างของเธอสั่นเทา ยังไม่ทันได้ตั้งสติ วินาทีถัดมา จี้ซีกับจี้ว่างก็ช่วยกันกดผ้าเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยเกสรดอกไม้ลงบนจมูกและปากของหลินย่างฮวนอย่างแน่นหนา!

"อื้อ!!" กลิ่นเกสรดอกไม้ฉุนรุนแรงโชยเข้ามาในทันที!

หลินย่างฮวนดิ้นรนสุดชีวิต แต่เด็กทั้งสองคนราวกับมุ่งมั่นใช้แรงทั้งหมดกดตัวเธอเอาไว้!

ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว! ราวกับมีมือมากมายนับไม่ถ้วนกำลังบีบรัดลำคอของเธอไว้ ปอดร้อนแผดเผาราวกับถูกไฟลวก ขณะที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวและมืดลงทุกขณะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 22

    กาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสามปี ค่ำคืนอันเงียบสงัดเวียนมาถึงอีกครั้ง จี้เป่ยเฉินจัดการเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ แล้วนวดขมับที่กำลังปวดตุบๆเด็กๆ หลับกันหมดแล้ว ป้าหวังก็เข้านอนแล้วเช่นกัน บ้านหลังใหญ่กว้างขวางว่างเปล่าและเงียบเหงา เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเขาเดินไปที่ตู้เหล้า รินวิสกี้หนึ่งแก้วโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดของเหลวรสเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เย็นเยียบอบอุ่นขึ้นได้ เขาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อขจัดความเงียบงันที่กัดกินจิตใจนี้ออกไป ช่องระหว่างประเทศช่องหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลชายหญิงในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เสียงปรบมือดังกึกก้อง เขามองอย่างเบื่อหน่าย กำลังจะเปลี่ยนช่องพิธีกรก็เอ่ยชื่อและชื่อรางวัลเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว“รางวัลนักข่าวภาคสนามยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ คุณหลินหนานซิง!”เสียงปรบมือกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบนิ้วมือของจี้เป่ยเฉินชะงักค้างอยู่บนรีโมตสายตาของเขาราว

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 21

    เขาร้องไห้จนร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาดอากาศหายใจและเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันช่วยชีวิตจนฟื้นคืนสติอีกครั้งเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็จะกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นอีกครั้ง พึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพรากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ยังร้องไห้ได้เท่านั้น ในที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งทีมค้นหาและกู้ภัยกับสถานการณ์ความปลอดภัยที่เลวร้ายลง บอดี้การ์ดและแพทย์จึงจำใจฉีดยาระงับประสาทให้เขา แล้วลากตัวเขาออกจากข้างกายเธอและพาออกไปจากริมแม่น้ำแห่งนั้นก่อนจากไป เขากำบัตรประจำตัวนักข่าวที่ชำรุดใบนั้นไว้แน่น ราวกับกุมเศษเสี้ยวความทรงจำอันว่างเปล่าชิ้นสุดท้ายเอาไว้บนเครื่องบินขากลับประเทศ เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มือกำถุงเก็บหลักฐานใสที่บรรจุบัตรประจำตัวนักข่าวใบนั้นไว้แน่นเขาไม่ร้องไห้อีกแล้ว ดวงตาแห้งผากจนเจ็บปวด ได้แต่มองทะเลเมฆที่ม้วนตัวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง มองแนวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นและคุ้นตาขึ้นทุกทีบ้านใกล้เข้ามาทุกทีแล้วแต่เธอไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว เข

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 20

    เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 19

    ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 18

    จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 17

    "ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status