مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: ฮวนฮวน
เมื่อเด็กทั้งสองเห็นว่าใบหน้าของหลินย่างฮวนเริ่มเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบถี่และติดขัด ในที่สุดพวกเขาก็เหมือนจะตกใจขึ้นมา รีบปล่อยมือ ทิ้งผ้าเช็ดหน้า แล้ววิ่งหนีออกจากห้องอย่างลนลาน

“แคกๆ... แคกๆๆ!” หลินย่างฮวนไอโขลกอย่างรุนแรง พยายามตะกละตะกลามสูดอากาศเข้าปอด ทว่าทางเดินหายใจกลับบวมอักเสบอย่างหนัก ทุกครั้งที่หายใจจึงมีเสียงหวีดแหลมดังออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!

ยา... ยาแก้แพ้!

เธอคลานโซเซลงจากเตียง คลำหาลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเพื่อเปิดออก ด้วยความเคยชินที่มักจะเก็บยาพ่นแก้แพ้ฉุกเฉินไว้ตรงนั้น

เจอแล้ว!

เธอใช้มือที่สั่นเทาหยิบยาพ่นออกมาได้พอดี

“ปัง!” ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง!

จี้ซีและจี้ว่างย้อนกลับมา!

เมื่อเห็นยาพ่นในมือหลินย่างฮวน จี้ซีก็เบิกตากว้างและพุ่งเข้าไปแย่งในทันที!

“แม่ยังคิดจะใช้ยาอีกเหรอ?! ไม่ได้! แม่ต้องทรมานสักพักถึงจะจำบทเรียนได้! ต่อไปจะได้ไม่รังแกน้าเมิ่งอีก!”

"เอาคืนมานะ... แคกๆ..." หลินย่างฮวนกำยาพ่นไว้แน่นสุดแรง นี่คือยาที่ช่วยชีวิตเธอ!

ในระหว่างการแย่งชิง จี้ว่างก็เข้ามาสมร่วมด้วย เด็กทั้งสองคนออกแรงกระชากพร้อมกัน!

“ตุบ!”

ยาพ่นขวดเล็กหลุดลอยออกจากมือ โค้งเป็นวงกลางอากาศ และตกลงไปในโถส้วมที่เปิดฝาทิ้งไว้อย่างแม่นยำ!

"ไม่!!" หลินย่างฮวนแผดเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง!

เธอพุ่งตัวไปทางชักโครก ทว่าความรู้สึกขาดอากาศหายใจทำให้ภาพตรงหน้าดำมืดเป็นระยะและแขนขาไร้เรี่ยวแรง

ก่อนสติสัมปชัญญะสุดท้ายจะดับวูบลง สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงเด็กทั้งสองยืนอยู่ตรงประตู มองเธอด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง แล้ววิ่งหนีหายไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ลำคอและหน้าอกของเธอยังคงแสบร้อนราวกับถูกไฟเผา แต่การหายใจดีขึ้นมากแล้ว

ป้าหวังที่เป็นคนรับใช้ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าวิตกกังวล

"คุณนาย! คุณฟื้นเสียที! ทำเอาฉันตกใจแทบแย่เลยค่ะ!" ขอบตาของป้าหวังแดงระเรื่อ "ในบ้านก็ไม่มีดอกไม้สักหน่อย ทำไมคุณนายถึงเกิดแพ้เกสรดอกไม้ขึ้นมาปุบปับได้ล่ะคะ? โชคดีที่คุณผู้ชายกลับบ้านกลางดึกพอดี แล้วสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ..."

หลินย่างฮวนหลับตาลง ไม่พูดอะไร

จี้เป่ยเฉินเป็นคนมาเจอเหรอ? แล้วเขาจะรู้ไหมว่า ใครกันที่เป็นคนทำให้เธอเกิดอาการแพ้ขึ้นมา?

"ป้าหวังคะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอย่างหนัก "ไปเรียกซีซีกับว่างว่างมานี่หน่อยค่ะ"

ป้าหวังลังเลไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมเดินออกไป

ไม่นานนัก เด็กทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินอ้อยอิ่งเข้ามา พวกเขายืนห่างจากเตียงไปไม่กี่ก้าว ก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอ

หลินย่างฮวนจ้องมองพวกเขา เด็กสองคนที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ ชีวิตน้อยๆที่เธอเคยทุ่มเททั้งความรักและแรงกายแรงใจเพื่อทะนุถนอม

แต่ในเวลานี้ สิ่งที่เธอรู้สึกกลับมีเพียงความเย็นเยียบที่กัดกินลึกถึงกระดูก

"มองหน้าแม่" เสียงของเธอไม่ดังนัก แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบและหนักแน่น

เด็กทั้งสองคนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และมองด้วยสายตาลุกลี้ลุกลน

"เรื่องเมื่อคืน พวกลูกมีอะไรจะพูดไหม?" หลินย่างฮวนถาม

จี้ซีเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมพูด

จี้ว่างเริ่มส่งเสียงสะอื้นไห้เบาๆ

"ทำไมกัน?" เสียงของหลินย่างฮวนเริ่มสั่นสะท้าน "แม่เป็นแม่ของพวกลูกนะ! แม่ตั้งท้องมาสิบเดือน ผ่านความเป็นความตายคลอดพวกลูกออกมา! แม่ป้อนนมคำแรก สอนให้พูดคำแรก สอนให้เดินก้าวแรก! แม่ตั้งใจทำงานหนัก ก็เพราะอยากให้พวกลูกมีชีวิตที่ดีที่สุด! แม่ทำอะไรผิดตรงไหน ถึงทำให้พวกลูกเกลียดแม่จน... ต้องใช้เกสรดอกไม้มาฆ่าแม่?!"

ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสะเทือนใจ น้ำตาไหลทะลักออกมาปะปนไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง

“มันเป็นอุบัติเหตุ...” จี้ซีแก้ตัวเสียงเบา

"อุบัติเหตุงั้นเหรอ?!" หลินย่างฮวนขึ้นเสียงสูงทันที เพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจึงทำให้เธอไอโขลกอย่างหนักขึ้นมาอีกครั้ง “เอาผ้าเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยเกสรดอกไม้มาปิดหน้าแม่เรียกว่าอุบัติเหตุงั้นเหรอ?! แย่งยาพ่นแก้แพ้ของแม่ไปทิ้งลงชักโครกเนี่ยนะอุบัติเหตุ?! จี้ซี จี้ว่าง พวกลูกเพิ่งจะห้าขวบ! ใครสอนให้ทำแบบนี้?! ใช่เมิ่งจือหรือเปล่า?!"

"ไม่ใช่น้าเมิ่งนะ!" จี้ซีเถียงกลับ "พวกเราตั้งใจทำกันเอง! ก็เพราะแม่แกล้งน้าเมิ่ง!"

"ใช่!" จี้ว่างเองก็ร้องไห้ตะโกนใส่ "พวกเราเกลียดแม่! แม่ชอบทำไม่ดีกับน้าเมิ่งอยู่เรื่อย!”

เมื่อเห็นว่าลูกทั้งสองคนถึงกับปกป้องหญิงสาวคนนั้นอย่างสุดกำลัง แม้กระทั่งยอมลงมือฆ่าแม่แท้ๆของตัวเอง ความหวังริบหรี่สุดท้ายในใจของหลินย่างฮวนก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

เธอใช้แรงพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ร่างกายสั่นคลอนเบาๆด้วยความอ่อนแอและความโกรธ

"ดี... ดี! ในเมื่อพวกลูกคิดว่าแม่คนนี้มันแย่นัก วันนี้แม่จะสั่งสอนให้รู้เองว่าอะไรคือกฎระเบียบ และอะไรคือความกตัญญู!”

“ป้าหวัง ไปเอาไม้เรียวมาค่ะ”

ป้าหวังตกใจจนขวัญเสีย "คุณผู้หญิงคะ เรื่องนี้..."

"ไปเอามา!"

ป้าหวังจึงทำได้เพียงเดินไปหยิบไม้เรียวมาให้อย่างหวาดหวั่น

หลินย่างฮวนกำไม้เรียวเย็นเฉียบไว้ในมือ มองเด็กทั้งสองที่ตกใจจนหน้าซีดเผือด หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด แต่ก็ต้องบังคับตัวเองให้ใจแข็งเข้าไว้

"ยื่นมือออกมา"

จี้ซีเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมขยับ ส่วนจี้ว่างก็กลัวจนเอาแต่หลบอยู่หลังพี่ชาย

และในขณะที่หลินย่างฮวนง้างไม้เรียวขึ้น กำลังจะตีลงไปนั่นเอง

"หยุดนะ!!!"

เสียงของเมิ่งจือก็ดังขึ้น!

เธอพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับสายลม อ้าแขนออกกว้างปกป้องเด็กทั้งสองคนไว้ข้างหลังสุดชีวิต!

"พี่ย่างฮวน! ถ้าพี่จะตีก็ตีฉันเถอะค่ะ! พวกเด็กๆ เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ที่พวกเขาทำไปก็เพราะฉัน... เป็นฉันเองที่ไม่ดี ถ้าพี่มีความเคืองแค้นในใจ ก็มาลงที่ฉันคนเดียวเถอะนะคะ อย่าทำเด็กๆ ตกใจเลย!"

หลินย่างฮวนมองท่าทีเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีของเธอแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากอาเจียน

"ไสหัวไป"

"ฉันไม่ไปค่ะ!" เมิ่งจือโอบปกป้องเด็กๆไว้แน่น "เด็กๆยังเล็ก ยังไม่รู้ความ พี่จะทำกับพวกเขาแบบนี้ไม่ได้นะคะ!"

“ฉันบอกให้เธอไสหัวไป!” ความอดทนของหลินย่างฮวนขาดสะบั้น เธอสะบัดมือของเมิ่งจือที่ขวางอยู่ตรงหน้าออกอย่างแรง!

เมิ่งจือร้องเสียงหลง แล้วถอยตัวเซล้มไปตามแรง แผ่นหลังกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะพอดี ความเจ็บปวดทำให้ใบหน้าซีดเผือดลงทันที

"พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?!"

เสียงตวาดด้วยความโกรธของจี้เป่ยเฉินดังสนั่นมาจากหน้าประตู!

เขาก้าวพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพียงปรายตามองก็เห็นเมิ่งจือกุมแขนที่บวมแดงไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ด้านหลังเธอ เด็กทั้งสองคนกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

เมื่อหันกลับไปมองหลินย่างฮวน เขาก็เห็นเธอถือไม้เรียวอยู่ในมือ ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความเกรี้ยวโกรธพร้อมกับแววตาเย็นชา

"หลิน! ย่าง! ฮวน!" จี้เป่ยเฉินกัดฟันพูดชื่อของเธอออกมา ในแววตาเต็มไปด้วยความโกรธอันน่าหวาดกลัว " คุณจะงี่เง่าไปถึงเมื่อไรกัน?!"

เมิ่งจือรีบร้องไห้โผเข้าไปในอ้อมแขนของจี้เป่ยเฉินในทันที "เป่ยเฉิน อย่าโทษพี่ย่างฮวนเลยนะคะ... เป็นเด็กๆ เองที่เมื่อคืน... ทำความผิดไว้ พี่ย่างฮวนเลยอยากจะสั่งสอนพวกเขา เป็นฉันเอง... เป็นฉันเองที่ห้ามไว้ไม่ได้..."

จี้เป่ยเฉินโอบเธอไว้ และมองหลินย่างฮวนด้วยสายตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม "เด็กๆ บอกผมหมดแล้ว! ที่พวกเขาทำไป ก็เพราะเมื่อวานคุณตบเมิ่งจือ ถึงได้อยากจะสั่งสอนให้คุณจำไว้! เรื่องนี้มันเป็นความผิดของคุณตั้งแต่แรก! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเป็นคนใจแคบ ไม่รู้จักยอมรับคนอื่น เด็กๆ จะไปทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?!"

เขาชี้ไปยังไม้เรียวในมือของหลินย่างฮวน แล้วพูดเสียงเย็นชา “ดูสิว่าตอนนี้คุณทำอะไรลงไปบ้าง! ถึงกับคิดจะใช้ไม้เรียวตีลูกๆ ของตัวเอง แถมยังทำร้ายเมิ่งจือจนบาดเจ็บขนาดนี้อีก?! หลินย่างฮวน คุณนี่มันไม่รู้จักเกรงกลัวอะไรเลยจริงๆ!”

"ได้ ในเมื่อคุณชอบใช้กฎที่บ้านลงโทษคนอื่นนัก งั้นก็เข้าไปอยู่ในห้องกักตัวแล้วทบทวนความผิดของตัวเองให้ดี! มา! เชิญคุณนายไปที่ห้องกักตัวเดี๋ยวนี้! หากไม่มีคำสั่งจากฉัน ห้ามปล่อยออกมาเด็ดขาด!"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 22

    กาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสามปี ค่ำคืนอันเงียบสงัดเวียนมาถึงอีกครั้ง จี้เป่ยเฉินจัดการเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ แล้วนวดขมับที่กำลังปวดตุบๆเด็กๆ หลับกันหมดแล้ว ป้าหวังก็เข้านอนแล้วเช่นกัน บ้านหลังใหญ่กว้างขวางว่างเปล่าและเงียบเหงา เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเขาเดินไปที่ตู้เหล้า รินวิสกี้หนึ่งแก้วโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดของเหลวรสเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เย็นเยียบอบอุ่นขึ้นได้ เขาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อขจัดความเงียบงันที่กัดกินจิตใจนี้ออกไป ช่องระหว่างประเทศช่องหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลชายหญิงในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เสียงปรบมือดังกึกก้อง เขามองอย่างเบื่อหน่าย กำลังจะเปลี่ยนช่องพิธีกรก็เอ่ยชื่อและชื่อรางวัลเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว“รางวัลนักข่าวภาคสนามยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ คุณหลินหนานซิง!”เสียงปรบมือกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบนิ้วมือของจี้เป่ยเฉินชะงักค้างอยู่บนรีโมตสายตาของเขาราว

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 21

    เขาร้องไห้จนร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาดอากาศหายใจและเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันช่วยชีวิตจนฟื้นคืนสติอีกครั้งเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็จะกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นอีกครั้ง พึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพรากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ยังร้องไห้ได้เท่านั้น ในที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งทีมค้นหาและกู้ภัยกับสถานการณ์ความปลอดภัยที่เลวร้ายลง บอดี้การ์ดและแพทย์จึงจำใจฉีดยาระงับประสาทให้เขา แล้วลากตัวเขาออกจากข้างกายเธอและพาออกไปจากริมแม่น้ำแห่งนั้นก่อนจากไป เขากำบัตรประจำตัวนักข่าวที่ชำรุดใบนั้นไว้แน่น ราวกับกุมเศษเสี้ยวความทรงจำอันว่างเปล่าชิ้นสุดท้ายเอาไว้บนเครื่องบินขากลับประเทศ เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มือกำถุงเก็บหลักฐานใสที่บรรจุบัตรประจำตัวนักข่าวใบนั้นไว้แน่นเขาไม่ร้องไห้อีกแล้ว ดวงตาแห้งผากจนเจ็บปวด ได้แต่มองทะเลเมฆที่ม้วนตัวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง มองแนวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นและคุ้นตาขึ้นทุกทีบ้านใกล้เข้ามาทุกทีแล้วแต่เธอไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว เข

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 20

    เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 19

    ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 18

    จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 17

    "ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status