Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-16 11:05:25

หมัวหวาง 2

แสงจากคบเพลิงหนึ่งเดียวที่ถูกทิ้งเอาไว้ ทำให้นางมองลอดออกไปเห็นความเคลื่อนไหวด้านนอก ของเซ่นไหว้ที่มีทั้งข้าวปลาอาหาร เนื้อสดๆ ทั้ง ไก่ วัวครึ่งตัว หมูครึ่งตัว สุรา ผลไม้ กระทั่งผ้าแพรพรรณล้ำค่า เงินกระดาษ

เสียงบางนอกช่องเขาดังขึ้นคล้ายเสียงสัตว์ ทั้งที่ก่อนหน้าไม่มีเสียงใดนอกจากหริ่งหรีดเรไรที่ก้องไปทั่วป้ายามค่ำคืน อินเยวี่ยที่ร้องไห้จนหมดแรงพยายามเพิ่งมองออกไปนอกโลงศพ นางหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่กลับมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดย่างกรายเข้ามาในช่องเขาเล็กๆ แห่งนั้น

ไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยามแล้ว คบเพลิงน้ำมันถูกเผาไหม้กำลังหรี่ลง เงาวูบวาบปลุกหญิงสาวจากความเหน็ดเหนื่อยง่วงงุน นางเพ่งสายตาออกไปด้านนอกแต่กลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย

สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านช่องเล็กๆ ข้างโลงศพเข้ามา ผิวกายถูกสายลมเย็นคลอเคลียเพราะแพรพรรณสีแดงนั้นบางเบานัก นางตัวสั่นทั้งกลัวและหนาวเหน็บ กระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ท่ามกลางสายลมเย็นเยียบนั้น สัมผัสลูบไล้บนผิวกายกำลังชัดเจนขึ้น อินเยวี่ยนิ่งขึงพร้อมกับพยายามเพ่งตามองไปยังปลายเท้าของตัวเอง

คบเพลิงแม้ริบหรี่แต่ก็ยังเผาไหม้ส่องแสงวอมแวม กลุ่มควันสีเทากำลังกรูกันเข้ามาจากช่องเล็กๆ ที่อยู่ข้างโลงศพ จากนั้นรวมกลุ่มกันก่อตัวเป็นรูปร่าง

หญิงสาวหัวใจเต้นรัวหวาดหวั่นจนแทบสิ้นสติ นางดิ้นรนดันฝาโลงและใช้เล็บกรีด กระแทก ด้วยเรี่ยวแรงที่ยังคงหลงเหลือ ข้างหูมีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำพร้อมเรี่ยวแรงที่กดทับนาง

ถึงตอนนี้หญิงสาวตระหนักแล้วว่าขนาดของโลงศพที่ใหญ่กว่าตัวนางนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อให้นางดิ้นรนและขยับตัว แต่สาเหตุก็เพื่อ...บางอย่างที่กำลังทาบทับนางอยู่ตอนนี้!!!

“ช่วยด้วย! ได้โปรด! ใครก็ได้ ข้ายังไม่อยากตาย ได้โปรดปล่อยข้าไป” นางพยายามส่งเสียงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง กระทั่งนานมากเรี่ยวแรงก็เริ่มหมดลงจนร่างสั่นเทาแน่นิ่ง

สัมผัสลูบไล้แผ่วเบาที่สีข้างราวปลอบโยน ใบหน้าของบุรุษเปลือยเปล่าที่กำลังทาบทับ บวกกับลมหายใจเย็นเยียบ ทำให้หญิงสาวกายสั่นเทา นางหวาดกลัวได้แต่หลับตานอนนิ่งไม่กล้าขยับ

“หมดแรงแล้ว?” เสียงทุ้มกระซิบถามนาง เขาก้มลงสูดกลิ่นกายสาวที่ซอกคออินเยวี่ยจากนั้นพึมพำด้วยความพึงพอใจ “อา...กลิ่นกายมนุษย์อันหอมหวาน” ไม่เท่านั้นเขาไล้ปลายลิ้นเลียซอกคอหญิงสาวเบาๆ

อินเยวี่ยสะดุ้งเฮือกกายสั่นระริก ร่างอรชรรับรู้ว่าร่างหนั่นแน่นกดแนบชิดกับนางจนไร้ช่องว่าง มือใหญ่เย็นเยียบลูบไล้จากสีข้างลงไปยังสะโพกจากนั้นลากกลับขึ้นมา สัมผัสแผ่วเบานั้นวนเวียนขึ้นลูบไล้ไหล่กลมมน ลากลงไปอีกครั้งจากนั้นจึงเลื่อนขึ้นกอบกุมอกอิ่ม

“อืม...ยังสดใหม่” เขาพึมพำพร้อมกับสูดกลิ่นกายสาว “บอกข้าสิ เจ้ามีชื่อแซ่หรือไม่”

นางหลับตาปี๋เม้มปากไม่กล้าตอบ

“กลัวข้า?” เขาถามกลั้วหัวเราะ ตอนนั้นเองก็จงใจกดเอวสอบถูไถกับต้นขาเนียนนุ่ม

อินเยวี่ยรับรู้ถึงบางอย่างกำลังครูดกับต้นขา ขนาดที่ทำให้นางตื่นตะลึง มันขยายใหญ่และกำลังบดเบียดกับกายสาวอย่างฮึกเหิม หญิงสาวลืมตาพรวดเผลอยกมือขึ้นดันร่างใหญ่

แสงจากคบเพลิงริบหรี่ทำให้นางมองเห็นเงาของบุรุษซึ่งกำลังทาบทับนางอย่างแนบชิด ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กำลังสบตากับนาง ดวงตาคมดุที่อยู่ใกล้จนชิด

“นามของเจ้าเล่า”

“อิน...อินเยวี่ยเจ้าค่ะ” นางกลับเผลอตอบเขาเสียงเบา

“อินเยวี่ย? ข้าชอบ” เขาสอดมือเข้าไปใต้แขนหญิงสาว ตรึงไหล่นางขณะใช้เข่าเปิดท่อนขาเพรียวแยกออก ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดดวงหน้างาม พร้อมกันนั้นก็ก้มลงประทับริมฝีปากบดขยี้

อินเยวี่ยกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางหลับตาลงรอรับความตายเงียบๆ

นึกไม่ถึงว่าเขากลับ...บดเบียดเอวสอบกับกายสาวจนนางเผลอส่งเสียงครวญคราง ไม่เพียงเท่านั้นจุมพิตเย็นเยียบกลับรุกเร้าจนนางสั่นเทา สัมผัสเสียดสีแนบชิดปลุกเร้าบางอย่างไม่คุ้ยเคยทำให้นางร้อนรุ่ม

อกแกร่งบดเบียดอกอิ่มอย่างจงใจ นางไล้ปลายลิ้นขบเม้มตามลำคอ กดเอวสอบโยกคลึงพร้อมกับส่งเสียงครางแหบพร่า

“กลิ่นกายพรหมจรรย์ อา...หอมยิ่งนัก”

อินเยวี่ยยกมือสั่นเทาดันเอวสอบ แต่เรี่ยวแรงของนางน้อยนิดจนน่าตาย ชั่วขณะที่กำลังขยับเอวอ่อนหลบ สองขากลับถูกแหวกออกกว้างขึ้น ตัวตนแข็งขึงอลังการกลับกระทั้นเข้าหานางผ่านแพรพรรณเนื้อบาง

“อ๊ะ!” นางตัวสั่นระริก ความซาบซ่านพร่าพรายแล่นพล่านจากจุดประสาน กระทั่งนำพาความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงมาสู่กายสาววัยแรกแย้ม

“ชอบใช่หรือไม่” เขากระซิบข้างหูหญิงสาวจากนั้นงับเบาๆ ที่ใบหูนาง เมื่อนางสะดุ้งเอนใบหน้าหลบ เขาก็ใช้เข่าดันเรียวขางามพาดหน้าขา พร้อมกันนั้นก็กดเอวสอบบดเบียด เสียดสี โยกคลึง จนนางสั่นระริก

ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกพร่าพราย อินเยวี่ยกายสั่นระริกรับรู้ว่าเขากำลังไล้ฝ่ามือลงไปยังหน้าท้อง จุมพิตบีบบังคับรุกเร้าจนนางยอมเปิดปาก

ปลายลิ้นซึ่งกำลังเกี่ยวกระหวัดไม่ปล่อย ดึงความสนใจของนางเอาไว้ กระทั่งกว่าจะรู้ตัวว่าแพรพรรณบางเบาที่ขวางกั้นนางกับเขาถูกแหวกออก ตัวตนแข็งขึงจดจ่อเข้าประชิดกายสาว นางกลับถูกเขาตรึงเอาไว้ไม่อาจขยับ

“อยะ...อย่า ได้โปรด ปล่อยข้าไป ขะ...ข้า”

เสียงหัวเราะหยาบโลนดังขึ้น “แล้วเจ้าจะชอบ”

เขาคลึงปลายนิ้วกับเนินเนื้อปลุกเร้านางจนนางสั่นระริก จุมพิตแผ่วเบาขบเม้มริมฝีปากอิ่ม อกแกร่งตรึงนางไม่ให้ขยับ กระทั่งปลายป้านผงาดกล้ากำลังซุกแทรกกลีบบุปผาละมุน

สองแขนแกร่งสอดเข้ากอดไหล่นางอีกครั้ง จากนั้นเขาก็สอด...พรวด

“อ๊า!” อินเยวี่ยกายสะท้าน นางกรีดร้องออกมาด้วยร่างทั้งร่างถูกเขาเหยียดขยายอย่างไม่ปราณี หญิงสาวเผลอขยุ้มมือกับเอวสอบแน่น จิกเล็บกับผิวกายเย็นเยียบ เอวอ่อนสั่นระริก กายสาวเต้นตุบเจ็บจนแทบสิ้นสติ

“ซี๊ด” เขาสูดปากพร้อมกับกดเอวสอบตรึงนางนิ่ง “อา...เจ้าช่าง...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 10

    หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 9

    หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 8

    หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 7

    หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 6

    หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 5

    หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status