LOGINหมัวหวาง 3
อินเยวี่ยน้ำตารินออกมาเงียบๆ ความสิ้นหวังทำให้นางหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ได้แต่นอนนิ่งหายใจหอบโยน ถึงอย่างนั้นเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ของเขาก็ดังขึ้น ขณะเอวสอบกำลังขยับ...
“อา...” เขาถอดถอนก่อนค่อยๆ เสียดครูดภายในกายสาว จากนั้นกระทั้นหนักหน่วงจนส่วนปลายกระทบกันดังกึก อินเยวี่ยเผลอส่งเสียงครวญเบาๆ สองมือดันเอวสอบออก แต่เรี่ยวแรงนางไหนเลยสู้เขาได้
“อ๊ะ!” นางรับรู้ว่าปลายลิ้นของเขากำลังไล้ลงไปขบเม้มอกอิ่ม พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็กอบกุมเคล้นคลึงเป็นจังหวะ
เอวสอบถอดถอนอีกครั้ง ตอกตรึงนางลึกล้ำ กระทั่งไม่นานความรู้สึกกระสันซาบซ่านรัญจวนก็ทำให้นางลืมเลือนความเจ็บและความหวาดกลัว
หญิงสาวไม่อาจทัดทานความปรารถนาที่กำลังแล่นพล่านไปทั่วร่าง กายสาวบีบรัดแก่นกายผงาดกล้า อกอิ่มถูกเขารุกเร้าด้วยปลายลิ้น นางถูกกระทั้นกระแทกเร่งร้อนได้แต่ส่งเสียงครวญครางด้วยความวาบหวาม
มือที่ดันเอวสอบเริ่มอ่อนแรง สองขาเพรียวสั่นระริกโยกคลอนตามจังหวะการกระทั้น
เสียงครวญครางดังประสานกับการโจนจ้วงตอกตรึงสุดหยั่ง ผิวกายสาวถูกกระทบจนเกิดเสียงน่าละอาย ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอยกมือขึ้นกอดไหล่กว้าง
เอวอ่อนถูกเขาสอดมือเข้าไปหยัดยก เขานำพานางทะยานสู่ห้วงแห่งความกระสันรัญจวน ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าของเขาที่ดังข้างหู ขณะเอวสอบถาโถมรัวเร็ว
ทุกจังหวะการเสียดครูดทำให้นางสั่นระริก ทุกการตอกตรึงลึกล้ำแทบขาดใจ ขนาดที่ทำเอานางสูดปากทุกครั้งที่เขาถอดถอนและโจนจ้วง ทำให้กายสาวสั่นระริกแต่กลับเผลอเรียกร้องจนแอ่นเอวอ่อนขึ้นในยามที่เขาถอยห่าง
อกแกร่งบดเบียดกับอกอิ่มอย่างสนิทสนม ความพร่าพรายสอดประสานเร่งเร้าขึ้น ความเสียวซ่านจากจุดประสานรัวเร็ว การเสียดสียิ่งมาก็ยิ่งทำให้หญิงสาวหลงระเริง
ในที่สุดชั่วขณะที่เขาโจนจ้วง ถาโถม กดเกร็ง ความสุขสมก็แล่นเอ่อเติมเต็มกระทั่งสองร่างแนบชิด...กระตุกเร่า
“อา!...” สองเสียงดังประสานด้วยความพึงพอใจ กายแกร่งซาบซ่านจนอดไม่ได้ที่จะกระทั้นอีกรัวๆ แม้ในขณะที่เขากำลังปลดปล่อยอย่างท่วมท้น
“ดีเหลือเกิน เสี่ยวเยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าช่าง...หอมหวานจนข้าหยุดไม่ได้” เขาไม่ได้แค่พูดกลับพลิกนางขึ้นทาบทับขณะที่ไม่ยอมถอดถอน
อินเยวี่ยครวญครางออกมาอย่างลืมตัว นางรับรู้ว่าแก่นกายซึ่งเหยียดขยายภายในไม่ยอมอ่อนตัวลง ยิ่งในยามที่เขาพลิกกายนางคร่อมอยู่ด้านบน จุดประสานก็ยิ่งลึกล้ำจนนางสั่นระริก
มัน...เสียดเสียวจนนางเองก็ไม่อาจทัดทาน
ร่างงามถูกเขายกลอยขึ้นเล็กน้อย จากนั้นสอดเสยรัวเร็วอย่างไม่ปราณี นางได้แต่อ้าปากครวญขณะถูกเขาปรนเปรออย่างเร่าร้อน ความเสียวซ่านบีบรัดจนนางสูดปากซ้ำๆ
อกอิ่มถูกมือหนึ่งคลึงเคล้น ริมฝีปากถูกขบเม้มก่อนเรียวลิ้นถูกเกี่ยวกระหวัดไม่ยอมปล่อย บทรักครั้งที่สองมันเนิ่นนานจนนางแทบขาดใจ เขากอดร่างงามคร่อมเหนือร่างตน สอดเสยจากเบื้องล่างจนนางตัวโยกคลอน เอวอ่อนกระเด้งกระดอนเพราะเขาสอดลึกอย่างถึงแก่น
ชั่วขณะที่คิดว่าเขากำลังผ่อนแรงลง นางกลับถูกดันขึ้นเล็กน้อย เพียงเพื่อให้เขาได้เลื่อนใบหน้าเข้าครอบครองอกอิ่มด้วยอุ้งปาก
อินเยวี่ยวางศอกลงทิ้งน้ำหนักเพื่อหยัดร่าง นางเผลอแอ่นอกอิ่มสนองเขาอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกันนั้นก็กอดศีรษะเขาตอบรับจังหวะจากมือใหญ่ที่ดันสะโพกอวบลงรับจังหวะการสอดเสยลึกล้ำ
ความกระสันเสียวตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เอวสอบกระทั้นขึ้นสุดทางขณะที่เขาขบเม้มลงไปยังเนินอกอิ่ม อินเยวี่ยครางเสียงหวานรับรู้ว่าเขากำลัง...กัดเนินอกของนาง!
“อา” นางหลับตาใบหน้าแหงนหงาย เอวอ่อนหยัดยกรับจังหวะอันเร้าใจเร่งรัว อกอิ่มถูกเขากัดจนเจ็บร้าว หากแต่เมื่อคิดขยับหลบ เขากลับเร่งการขับเคลื่อนยกหยัดนางรับการสอดเสยอย่างถึงแก่น นางอ้าปากหายใจหอบครวญออกมาไม่เป็นเสียง
เมื่อกายสาวบีบรัดแก่นกายซุกแทรก ความเสียวซ่านเสียดกระสันจึงพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง “อ๊า”
นางกรีดร้องอย่างสุขสมเมื่อทุกอย่างระเบิดพร่าง ร่างทั้งร่างสั่นระริกอ่อนยวบลงซบร่างแกร่ง เอวอ่อนยังคงถูกมือใหญ่ตรึงกับแก่นกายกระตุกเร่า นางถูกเขาสอดเสยเบาๆ อีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง จนรับรู้ถึงความเปียกชื้นที่หลั่งรินจนชุ่มโชก
หญิงสาวกอดศีรษะที่ซุกซบกับอกอิ่ม สิ้นไร้เรี่ยวแรงขัดขืน แม้ล่วงรู้ว่าเขากำลังดูดดื่มบางอย่างราวกำลังหิวกระหาย ถึงอย่างนั้นกลับไม่รู้สึกหวาดหวั่นอีกต่อไปแล้ว
นางสุขสมจนร่างกายเบาหวิว ความพร่าพรายจากการร่วมรักอย่างหนักหน่วงทำให้หนักตาหนักอึ้ง แม้แต่ตอนที่ได้กลิ่นคาวของเลือด นางก็เพียงแค่ยิ้มพร้อมบดเบียดเอวอ่อนกับแก่นกายที่กำลังอ่อนตัวลง
“หากความตายรู้สึกสุขสมซาบซ่านเช่นนี้...ข้าก็ไม่กลัว เพียงแต่...ข้าได้แต่ขอโทษท่านแล้วท่านแม่ ข้าไม่อาจล้างมลทินให้พวกท่านแล้ว...”
นางกระซิบกับตัวเองเสียงเบาจากนั้นก็หมดสติไป
หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม
หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ
หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี
หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน
หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร
หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข







