Mag-log inเมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านคลื่นเสียงทะลุมิติมาเป็นฮูหยินแม่ทัพ งานนี้ไม่มีเวทมนตร์ ไม่มีระบบ มีแต่ 'วิชาฟิสิกส์' และ 'ชานมไข่มุก' ที่จะใช้ปราบสามก้อนแป้งตัวร้าย และสยบสามีผู้เย็นชาให้อยู่หมัด!
view moreบทนำ: เสียงกังวานแห่งดวงดาว และจุดเริ่มต้นของมารดา
สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนขับเคลื่อนด้วยความถี่
สำหรับ 'เหวินซิงอี้' หญิงสาวในยุคปัจจุบันผู้ใช้ทั้งชีวิตอุทิศให้กับการบำบัดผู้คนด้วยพลังงานบริสุทธิ์และศาสตร์แห่งคลื่นเสียง เธอเชื่อมั่นในสิ่งนี้เสมอ มือของเธอที่เคยส่งผ่านพลังงานอบอุ่นเพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจ เสียงฮัมกังวานในลำคอที่ตรงกับคลื่นความถี่ 528 เฮิรตซ์—คลื่นแห่งปาฏิหาริย์ที่สามารถซ่อมแซมได้แม้กระทั่งดีเอ็นเอที่แตกร้าว ทุกอย่างคือศิลปะแห่งการปรับสมดุลชีวิต
ทว่า... ในคืนที่ดวงดาวบนท้องฟ้าเกิดการเรียงตัวครั้งใหญ่ ลัคนาแห่งชะตาโคจรทับซ้อนในองศาที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็พรากลมหายใจของเธอไป
ไม่มีความเจ็บปวด มีเพียงความรู้สึกเบาหวิว จิตวิญญาณของเหวินซิงอี้หลุดลอยออกจากร่าง สัมผัสได้ถึง 'ปราณแห่งจักรวาล' ที่ไหลเวียนอย่างเชี่ยวกราก รอบกายของเธอคือห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยเส้นแสงแห่งดวงดาว เธอได้ยินเสียงกังวานต่ำๆ คล้ายเสียงของซิงกิ้งโบวล์ใบยักษ์ที่ถูกตีขานรับกันเป็นทอดๆ มันคือเสียงของมิติเวลาที่กำลังฉีกขาด... และดึงดูดดวงจิตของเธอให้ดิ่งวูบลงไป
ติ๋ง...
เสียงหยดน้ำเย็นเฉียบกระทบลงบนหน้าผาก ปลุกสติที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น
เหวินซิงอี้สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ กลิ่นเหม็นอับของฟางข้าวชื้นๆ กลิ่นคาวเลือดจางๆ และความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกพุ่งชนประสาทสัมผัส ร่างกายนี้หนักอึ้งราวกับถูกหินนับพันชั่งทับไว้ ความเจ็บปวดแล่นไปตามเส้นลมปราณที่ตีบตัน
พร้อมกันนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามาในหัว
เจ้าของร่างนี้มีชื่อเดียวกับเธอ... เหวินซิงอี้ สตรีร้ายกาจแห่งหมู่บ้านชายแดน ภรรยาของแม่ทัพที่หายสาบสูญ และ... มารดาผู้โหดร้ายของเด็กสามคน!
ภาพความทรงจำที่เจ้าของร่างเดิมทุบตีเด็กชายตัวผอมโซ แย่งอาหารจากปากลูก และก่นด่าโชคชะตาทุกเช้าค่ำ ทำให้เหวินซิงอี้จากยุคปัจจุบันแทบกระอักเลือดด้วยความรังเกียจ พลังงานลบ ความโกรธเกลียด และความสิ้นหวัง อัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด
"ท่านแม่... ท่านแม่ตายแล้วหรือยัง?"
เสียงเล็กๆ ที่แหบพร่าและสั่นเทาดังขึ้นทำลายความเงียบ เหวินซิงอี้พยายามปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมอง ผ่านแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันที่ใกล้ดับ เธอมองเห็นเงาร่างเล็กจ้อยสามสายยืนเบียดกันอยู่ที่มุมห้องอันหนาวเหน็บ
เด็กชายคนโตวัยราวแปดขวบ ยืนกางแขนปกป้องน้องๆ อยู่ด้านหน้าสุด เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นจนเห็นรอยช้ำจางๆ บนผิวเนื้อ ดวงตากลมโตที่ควรจะไร้เดียงสา กลับฉายแววแข็งกร้าว หวาดระแวง และซ่อนความเคียดแค้นไว้อย่างปิดไม่มิด... โยวเทียนซา
ด้านหลังของเขามีเด็กชายวัยหกขวบที่ผอมจนเห็นโหนกแก้ม ดวงตาหลุกหลิกจับจ้องมาที่เธอกระพริบถี่ๆ ราวกับกำลังคำนวณว่าสตรีใจยักษ์ผู้นี้สิ้นลมไปแล้วจริงๆ หรือไม่... โยวอี้เฉิน
และในอ้อมกอดของพี่ชายคนรอง คือเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงสี่ขวบ ผิวพรรณของนางซีดเผือดจนอมม่วง ลมหายใจรวยริน สัมผัสได้ถึงไอพิษเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น... โยวจื่อหลิง
นี่คือ 'ว่าที่ทรราช' 'ว่าที่กุนซือปีศาจ' และ 'ว่าที่นางมารพิษ' ที่จะสร้างบ่อเลือดและกองกระดูกในอนาคต!
แต่ในสายตาของเหวินซิงอี้ในยามนี้ พวกเขาไม่ใช่ตัวร้าย พวกเขาคือเด็กน้อยที่บอบช้ำ พลังงานรอบตัวของเด็กทั้งสามเต็มไปด้วยคลื่นความถี่ที่ตกต่ำที่สุด—ความกลัว ความอดอยาก และการถูกทอดทิ้ง
เหวินซิงอี้ขยับตัวช้าๆ ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน แต่จิตวิญญาณของเธอกลับทรงพลัง เมื่อเธอขยับมือ โยวเทียนซาก็สะดุ้งเฮือก รีบดึงน้องๆ ถอยหลังไปจนชิดกำแพงดิน คว้าท่อนไม้ผุๆ ขึ้นมาถือไว้แน่น เตรียมพร้อมรับการทุบตีตามความเคยชิน
ทว่า... สิ่งที่สตรีตรงหน้าทำ กลับไม่ใช่การลุกขึ้นมาตบตีเหมือนทุกคราว
เหวินซิงอี้หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกถึงจุดตันเถียน รวบรวมสมาธิเพื่อเชื่อมต่อกับพลังงานแห่งจักรวาลที่เธอคุ้นเคย แม้เส้นปราณในร่างนี้จะตีบตัน แต่ความถี่ในจิตวิญญาณของเธอไม่ได้สูญหาย
ริมฝีปากที่แห้งผากเผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เสียงฮัมเบาๆ จะดังลอดออกมา
"อืมมม..."
มันไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่เสียงด่าทอ แต่เป็นเสียงกังวานต่ำที่สั่นสะเทือนออกมาจากซี่โครง เป็นคลื่นเสียงแห่งความเมตตาที่แผ่วเบาแต่ลึกล้ำราวกับผิวน้ำที่ถูกหยดด้วยน้ำค้างยามเช้า คลื่นความถี่แห่งการปลอบประโลม (396 เฮิรตซ์) แผ่ซ่านออกจากร่างของเธอ ลอยวนไปในอากาศที่หนาวเย็นของกระท่อมซอมซ่อ
ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
ท่อนไม้ในมือของโยวเทียนซาร่วงหลุดลงพื้น เสียงฮัมนั้นทะลวงผ่านกำแพงความกลัวในใจของเขาได้อย่างประหลาด ความอบอุ่นสายหนึ่งที่ไม่เคยพานพบแผ่ซ่านเข้ามาในอก โยวอี้เฉินหยุดสายตาที่หลุกหลิก ขณะที่โยวจื่อหลิงในอ้อมกอดพี่ชายหยุดเสียงสะอื้นไห้ ลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย
เหวินซิงอี้ลืมตาขึ้น นัยน์ตาที่เคยเกรี้ยวกราดของเจ้าของร่างเดิม บัดนี้กระจ่างใสและอ่อนโยนราวกับแสงดาวเหนือ เธอจ้องมองก้อนแป้งที่น่าสงสารทั้งสาม ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบาที่มุมปาก ยิ้มแรกในชีวิตของร่างนี้
"ไม่ต้องกลัว..." น้ำเสียงของเธอแหบพร่า แต่เจือไปด้วยความอบอุ่นที่สั่นสะเทือนวิญญาณ "แม่... จะไม่ตีพวกเจ้าอีกแล้ว"
วงล้อแห่งโชคชะตาบทใหม่ ได้ถูกขับขานด้วยคลื่นเสียงแห่งมารดาแล้ว!
ตอนพิเศษ 5 : กุนซือเขย่ากระดานหุ้น และรอยแยกแห่งกาลเวลา (จบภาคพิเศษ)ณ ร้านกาแฟชื่อดังที่มีโลโก้รูปนางเงือกสีเขียวใจกลางห้างสรรพสินค้า แก๊งจอมยุทธ์หลงยุคในชุดแฟชั่นแบรนด์เนมกำลังนั่งล้อมวงกันประดุจกำลังประชุมแผนการรบระดับชาติ ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ไม่ใช่แผนที่แคว้น แต่เป็น 'สมาร์ทโฟน' รุ่นท็อปสุดหกเครื่องที่เหวินซิงอี้เพิ่งถอยมาให้หมาดๆ!"อี้เฉิน... แท่งสีเขียวและสีแดงที่เจ้าเห็น เขาเรียกว่า 'กราฟแท่งเทียน' มันแสดงถึงอารมณ์ของตลาด การต่อสู้ระหว่างแรงซื้อและแรงขายในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี" เหวินซิงอี้ชี้ปลายนิ้วลงบนหน้าจอ อธิบายหลักการเทรดขั้นพื้นฐานให้กุนซือหนุ่มฟังโยวอี้เฉินจ้องมองหน้าจอเรืองแสงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง สมองระดับอัจฉริยะของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที"อารมณ์ของตลาด... แรงซื้อคือหยาง แรงขายคือหยิน แท่งเทียนเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับค่ายกลโป๊ยข่วย (แปดทิศ) ที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสลมปราณของการค้า!" โยวอี้เฉินพึมพำ มุมปากของกุนซือหยกกระตุกยิ้มร้ายกาจ "ท่านแม่... ข้าขอเวลาหนึ่งชั่วยาม ข้าจะทำให้หยินและหยางในกระดานนี้ สยบแทบเท้าข้า!"ด้วยเงินทุนสองล้านกว่าบาทที่เหลื
ตอนพิเศษ 4: ตำลึงทองสะเทือนห้าง และการจุติของบอยแบนด์ทะลุมิติ"น้องคะ ถือปิ่นมุกเล่มนี้ไว้เป็นมัดจำก่อนนะ เดี๋ยวพี่มาจ่ายให้!"เหวินซิงอี้ตัดสินใจถอดปิ่นปักผมไข่มุกเม็ดโต (ที่โยวอู๋จี้เพิ่งซื้อให้จากแดนใต้) วางแหมะลงบนเคาน์เตอร์ชานมไข่มุก พนักงานสาวเบิกตากว้าง มองไข่มุกแท้สีชมพูวาววับขนาดเท่าไข่นกกระทาด้วยความสั่นสะท้าน แม้จะไม่รู้ว่าของแท้หรือไม่ แต่งานละเอียดระดับนี้แค่ดูก็รู้ว่าแพงกว่าค่าชานมแปดร้อยห้าสิบบาทหลายพันเท่า!"ท่านพี่ อี้เฉิน ตามข้ามา! ส่วนคนที่เหลือ ยืนดูดชานมไข่มุกรออยู่ตรงนี้ ห้ามไปมีเรื่องกับใคร ห้ามฟันตู้กระจก และห้ามใช้พิษเด็ดขาด!" มารดาอันดับหนึ่งสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะลากแขนสามีและลูกชายคนรองพุ่งตัวไปที่ 'ร้านทอง' ชั้น G ของห้างสรรพสินค้าทันทีณ ร้านทองเยาวราช (สาขาในห้าง)เถ้าแก่ร้านทองวัยหกสิบกว่ากำลังนั่งส่องพระเครื่องอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจก พลันต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดเกราะโบราณ (โยวอู๋จี้) ก้าวเข้ามาประชิดตู้กระจก พร้อมกับวาง 'ก้อนทองคำ' ทรงเรือสำเภาโบราณ (ง่วนเป่า) ลงบนถาดกำมะหยี่สีแดงดัง ตึง!"เถ้าแก่! รับแลกทองต๋าเอ่าหรือไม่!
ตอนพิเศษ 3 : วิหารแก้วผลึก และพิษหวานล้ำนามว่า 'ชานมไข่มุก'การเดินขบวนของกลุ่มคนสิบชีวิตในชุดจีนโบราณจัดเต็ม ทั้งเกราะเงิน เกราะทองแดง ง้าวมังกร และกระบี่หยก ท่ามกลางทางเท้าใจกลางเมืองกรุงที่ผู้คนพลุกพล่าน กลายเป็นจุดสนใจราวกับมีกองถ่ายซีรีส์ฟอร์มยักษ์มาลงพื้นที่ วัยรุ่นและพนักงานออฟฟิศต่างยก 'กล่องสี่เหลี่ยมเรืองแสง' (สมาร์ทโฟน) ขึ้นมาถ่ายรูปกันให้วุ่น"ซิงอี้... เหตุใดชาวบ้านเมืองนี้ถึงแต่งตัวประหลาดนัก เลิกผ้านุ่งสั้นกุด ซ้ำยังเอากล่องเวทมนตร์มาส่องหน้าพวกเราอีก หรือว่าพวกเขากำลังร่ายคำสาป!" โยวอู๋จี้ แม่ทัพใหญ่ผู้สยบสองแดนกระซิบเสียงเครียด ยกง้าวมังกรขึ้นบังหน้าภรรยา"ใจเย็นก่อนท่านพี่ นั่นเรียกว่า 'โทรศัพท์มือถือ' พวกเขากำลังถ่ายรูป... เอ่อ วาดภาพเหมือนของพวกเราเก็บไว้ต่างหาก" เหวินซิงอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางต้องรีบพากองทัพจอมยุทธ์หลงยุคพวกนี้หลบออกจากสายตาผู้คนเสียก่อน ก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมาจับข้อหาพกพาอาวุธสงคราม!มารดาอันดับหนึ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นเป้าหมายที่คุ้นเคย... อาคารขนาดมหึมาที่กรุด้วยกระจกใสทั้งหลัง แอร์เย็นฉ่ำแผ่ซ่านออกมาจนถึงด้านนอก"ตามข้ามา ทุกคน ระวัง.
ตอนพิเศษ 2: รอยแยกแห่งมิติ และสัตว์ประหลาดเหล็กกล้าแห่งโลกอนาคตไออุ่นจากน้ำพุร้อนยอดเขาเทียนซานยังคงลอยกรุ่น ทว่าความสงบสุขของสามผู้อาวุโสกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนและเสียงเจื้อยแจ้วที่คุ้นเคย ดังก้องมาจากทางขึ้นหุบเขา"ท่านพ่อ! ท่านแม่! ท่านลุงมู่! ข้าพาทุกคนมารับพวกท่านกลับไปฉลองเทศกาลหยวนเซียวแล้วขอรับ!"โยวอี้เฉินในชุดคลุมขนจิ้งจอกสีเงินก้าวฉับๆ ลงมาตามบันไดน้ำแข็ง ตามด้วยโยวเทียนซาที่ประคองชิงลั่ว (ซึ่งกำลังอุ้มก้อนแป้งจิ๋ววัยสองขวบ) และโยวจื่อหลิงที่เดินจูงมือองค์รัชทายาทหลงเทียนอี้ (ที่บัดนี้กลายเป็นสวามีผู้ว่าง่าย) ตามลงมาติดๆ!ครอบครัวโยวชุดใหญ่จัดเต็ม บุกขึ้นมาถึงยอดเขาเทียนซานเพื่อตามตัวผู้ใหญ่กลับบ้าน!โยวอู๋จี้และมู่หรงเยว่ที่กำลังสาดน้ำใส่กันถึงกับชะงัก แม่ทัพใหญ่รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมลวกๆ "อี้เฉิน! พวกเจ้าขึ้นมาถึงยอดเขานี่ได้อย่างไร! แล้วทิ้งงานราชการและกิจการกันมาหมดเลยรึ!""โธ่ ท่านพ่อ ปีหนึ่งมีเทศกาลหยวนเซียวแค่ครั้งเดียวนะเจ้าคะ" จื่อหลิงบ่นอุบอิบ พลางเดินเข้าไปหาเหวินซิงอี้ที่โขดหิน "ท่านแม่อยู่ที่นี่ตั้งครึ่งค่อนปี ข้าคิดถึงท่านแม่จะแย่... เอ๊ะ? ใต้


















Rebyu