แชร์

ราคะ ปรารถนา
ราคะ ปรารถนา
ผู้แต่ง: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-16 11:05:03

หมัวหวาง 1

ในยุคสมัยที่ผู้คนยังคงล้าหลัง ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งเป็นความเชื่อที่ไม่อาจพิสูจน์ ผู้คนก็ยิ่งหวาดกลัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนสบายใจ

เช่นกันกับการบูชายัญสตรีพรหมจรรย์ที่มีให้เห็นในทุกๆ ปี หมู่บ้านเหรินเซิงก็คือหนึ่งในตัวอย่างของการบูชายัญอันโหดเหี้ยม

ท่ามกลางป่าเขารกทึบเศษชิ้นส่วนของโลงศพมากมาย บวกกับเศษเสื้อผ้าขาดวิ่น ถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีใครสนใจเข้าไปเก็บกวาด นอกเสียจากว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปหนึ่งปี ครบรอบการบูชายัญเจ้าป่าเจ้าเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะมีคนเข้าไปเก็บกวาด ทั้งนี้ก็เพื่อนำโลงศพใบใหม่เข้าไปตั้งไว้ยังจุดเดิม

การบูชายัญของคนในหมู่บ้านเหรินเซิง เชื่อกันว่าเป็นการบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาที่อยู่ในป่าลึก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไร้ซึ่งโรคระบาด สามารถเพาะปลูก รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสมุนไพร

ปีนี้เหลียงซานฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ หากแต่พืชสมุนไพรกลับหายาก เถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรไม่อาจหาซื้อสมุนไพรบางชนิดเข้าร้าน แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านเหรินเซิงจะขึ้นเขาและล่วงล้ำเข้าไปในป่าต้องห้าม ถึงอย่างนั้นสมุนไพรที่ได้กลับมาก็ยังไม่ครบ

คนหาของป่าเองก็บ่นกับเถ้าแก่ว่าปีนี้พิธีบูชายัญใกล้เข้ามาแล้ว หากอยากให้ของป่าอุดมสมบูรณ์เช่นทุกครั้ง มีเพียงต้องบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาซึ่งหากเถ้าแก่ร้านสมุนไพรต้องการ เขาสามารถหาสตรีพรหมจรรย์สักคนไปทำพิธี จากนั้นอธิษฐานให้พืชสมุนไพรกลับมางอกงามเช่นปีก่อนๆ

อยู่ๆ เขาก็นึกถึงการปราบปรามกบฏที่เมืองหงโจว น้องเขยของเขาเป็นเจ้าเมืองที่นั่น “ต้าสือ ให้คนเตรียมม้าเร็วเอาไว้ ข้าจะส่งจดหมายไปให้น้องเขยของข้าที่เมืองหงโจว”

“ขอรับ”

เขาเร่งเขียนจดหมายและให้คนรีบส่งไปยังจวนเจ้าเมืองหงโจว ในใจกำลังคำนวณว่าหากเป็นนักโทษชายก็น่าจะเริ่มถูกประหารไปบ้างแล้ว ในส่วนของนักโทษที่เป็นสตรีหากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดก็จะถูกส่งตัวไปลานประหาร

แต่หากมีความสัมพันธ์รองๆ ลงไป ก็จะถูกขายตัวเข้าหอนางโลม หรือมีบ้างที่ถูกส่งตัวไปเป็นทาสเพื่อใช้แรงงานที่ชายแดน

รถม้าแล่นไปตามท้องถนนอย่างเร่งรีบ คนด้านในที่ถูกมัดมือมัดเท้า รวมไปถึงริมฝีปากที่มีผ้าอุดเอาไว้ ทำให้ไม่อาจส่งเสียงแม้ทรมานจนแทบหมดสติ

นึกถึงบิดาที่ถูกใส่ร้ายว่าลอบเป็นสายลับให้เผ่าอาหมาน กระทั่งทำให้มารดาและพี่ชายทั้งสองคนถูกประหารด้วยการแขวนคอก่อนหน้านี้ หญิงสาวได้แต่น้ำตาหลั่งริน

ภายในชั่วข้ามคืนจากจวนคหบดีอันมั่งคั่ง ตระกูลอินกลับตกต่ำจนแม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ ได้แต่ตรอมตรมกับคำกล่าวหาและหลักฐานเท็จที่เจ้าเมืองหงโจวสร้างขึ้น

คืนก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบกันหน้าห้องขัง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวถึงเรื่องการบูชายัญ มีคนจากหมู่บ้านเหรินเซิงกำลังมองหาสตรีพรหมจรรย์เพื่อส่งเข้าไปให้ท่านเจ้าป่า นางได้ยินนามของตนเองก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้

นางเพิ่งอายุครบสิบห้าและเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่น ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่าวหนาวอย่างที่บิดามารดาปรารถนา กลับต้องมาตายเพียงเพราะถูกผู้อื่นให้ร้าย

มารดาน้ำตานองใบหน้าขณะมองหน้านาง “ขอเพียงไม่ถูกประหารในวันนี้ เยวี่ยเอ๋อร์เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ พี่ชายของเจ้า บิดาของเจ้า ตัวข้าเองที่เป็นมารดาของเจ้า พวกเรามีเจ้าเป็นความหวังเดียวที่จะล้างมลทิน”

หญิงสาวร่ำไห้กับมารดา “ท่านแม่...” นางส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว”

“ไม่เป็นไร” มารดาปลอบนาง “แม้ดิ้นรนจนถึงที่สุดแล้วยังไม่เกิดผล เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเป็นโชคชะตาของพวกเรา หากถึงวันนั้นแม่จะมารับเจ้าไปหาพ่อกับพี่ชายของเจ้า”

อินเยวี่ยน้ำตารินเมื่อนึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของมารดา ภายในห้องขังมารดาของนางถูกแขวนขึ้นกับขื่อ จากนั้นท่านเจ้าเมืองก็จัดฉากแจ้งกับทุกคน

...นางกับมารดาผูกคอตายหนีความผิด จากนั้นลอบส่งตัวนางขึ้นรถม้าออกมาจากเมืองหงโจวกลางดึก

หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันแล้วรถม้ายังคงไม่ยอมหยุด ทั้งยังเร่งเดินทางโดยไม่หยุดพัก บนรถม้ามีสตรีวัยกลางคนหน้าตาเย็นชาคอยป้อนน้ำข้าวต้มให้นางทีละช้อน หวังว่านางจะไม่อดตายก่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง

บ่ายคล้อยวันที่ห้าในที่สุดรถม้าก็จอดลง อินเยวี่ยถูกลากลงจากรถม้า นางถูกจับอาบน้ำฉัดสีฉวีวรรณและสวมชุดแพรพรรณงดงามสีแดงราวกับเจ้าสาว

การบูชายัญกำลังจะเริ่มขึ้น นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว มองชาวบ้านของหมู่บ้านเหรินเซิงที่ในดวงตามีเพียงความเย็นชา ทุกคนล้วนมองนางราวกับนางไม่ใช่คน

เมื่อนางอ้อนวอนขอความเมตตา พวกเขากลับกล่าวว่านางเป็นเพียงนักโทษประหาร ความจริงก็สมควรตายอยู่แล้ว พวกเขาให้โอกาสนางอยู่ต่อมาจนถึงวันนี้ อย่างน้อยนางก็สมควรตอบแทนด้วยการกลายเป็นเครื่องสังเวยให้เขาเจ้าป่าแห่งเหลียงซาน!!!

อินเยวี่ยมองโลงศพขนาดใหญ่ตรงหน้า นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง ให้อย่างไรก็ไม่ยอมเข้าไปในนั้น ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของนางไหนเลยจะทานทนกำลังคนที่มากกว่า ในที่สุดนางก็ถูกยัดเข้าไปในโลงศพ...ทั้งเป็น!!!

“ช่วยข้าด้วย พวกท่านอย่าทำเช่นนี้ ข้าขอร้อง ปล่อยข้าไป ได้โปรด!”

นางตะโกนเสียงแหบแต่เสียงตอบกลับมามีเพียงการสนทนาที่กำลังบอกชัดว่าพวกเขากำลังแบกโลงศพขึ้นไปบนเขา หญิงสาวครูดปลายเล็บพยายามกับฝาโลงศพ พยายามมองลอดรูเล็กๆ ที่ถูกเจาะเอาไว้ด้านข้างโลงศพ

ความมืดท่ามกลางแสงคบเพลิง ป่ารกทึบอันน่ากลัว นางร้องไห้กรีดร้องจนหมดแรง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้ใดสนใจกระทั่งทิ้งนางเอาไว้ใต้ช่องเขา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 10

    หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 9

    หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 8

    หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 7

    หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 6

    หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 5

    หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status