Home / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 10 เกี้ยวแดงของเจ้าสาวสำรอง

Share

บทที่ 10 เกี้ยวแดงของเจ้าสาวสำรอง

last update publish date: 2026-09-23 19:01:51

บทที่ 10 เกี้ยวแดงของเจ้าสาวสำรอง

ปลายฤดูใบไม้ร่วง รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด หมอกสีขาวปกคลุมนครหลวงตั้งแต่รุ่งสางดุจม่านบาง เสียงประทัดมงคลดังขึ้นเป็นระยะ กลีบกระดาษแดงปลิวเกลื่อนหน้าประตูจวนสกุลเยี่ย ทว่าภายในเรือนชิงหรานกลับเงียบงันราวกับไม่ใช่วันออกเรือนของบุตรสาวคนโต

ชุดเจ้าสาวซึ่งตัดตามรูปร่างอวี๋หนิงถูกแก้ใหม่อย่างเร่งรีบ แม้ช่างจะพยายามเพียงใด ช่วงเอวยังหลวมเล็กน้อย ลายหงส์บนชายกระโปรงก็ไม่อยู่ตรงกลางดังเดิม

เหลียนจือมองแล้วน้ำตาคลอ "แม้แต่ชุด พวกเขายังนำของคุณหนูรองมาให้ท่าน"

ชิงหรานนั่งอยู่หน้ากระจก ปล่อยให้สาวใช้เกล้าผม "ชุดแดงก็คือชุดแดง เมื่อคลุมผ้าแล้วผู้ใดจะเห็น"

"แต่วันนี้เป็นวันสำคัญของคุณหนูนะเจ้าคะ"

"สำหรับสกุลเยี่ย วันนี้เป็นเพียงวันที่พวกเขาส่งปัญหาออกจากจวน"

ตลอดสิบสองวันที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดถามว่านางอยากได้ชุดแบบใด ชอบเครื่องประดับชิ้นไหน หรือหวาดกลัวการแต่งไปอยู่กับคนแปลกหน้าหรือไม่ ทุกคนเพียงเร่งแก้ของเดิมให้ทันฤกษ์ ราวกับเปลี่ยนสินค้าชิ้นหนึ่งในหีบโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้รับ

กระนั้นชิงหรานไม่ได้ยอมขึ้นเกี้ยวมือเปล่า

สามวันก่อน นางนำบัญชีทรัพย์สินไปวางตรงหน้าบิดา เรียกร้องร้านผ้าสองแห่ง ที่นาสามร้อยหมู่ และเงินห้าพันตำลึงซึ่งท่านยายเคยมอบไว้เป็นสินเดิมของนาง รวมทั้งสัญญาขายตัวของเหลียนจือกับแม่นมเถียน

เยี่ยหวยอันโกรธจนขว้างถ้วยชา "เจ้ายังกล้าเรียกร้องอีกหรือ การได้แต่งเข้าจวนโหวก็นับเป็นวาสนาที่เจ้าแย่งมาจากน้องแล้ว!"

"ในเมื่อเป็นวาสนาดี เหตุใดจึงต้องบังคับข้า" ชิงหรานถาม "ทรัพย์เหล่านี้มีชื่อข้าอยู่ในบัญชีเดิม ไม่ใช่ของอวี๋หนิง หากท่านพ่อไม่คืน พรุ่งนี้ข้าจะไปจวนมู่ด้วยตนเองและบอกพวกเขาว่าเจ้าสาวที่สู่ขอกำลังนอนพักอยู่ในเรือน ส่วนคนที่ท่านจะส่งไปคือผู้ใด"

"เจ้าขู่บิดาเจ้าหรือ"

"ข้าเพียงรักษาสิทธิ์ของตน"

เยี่ยหวยอันไม่อาจเสี่ยงให้งานแต่งล่ม สุดท้ายจึงยอมมอบทรัพย์ตามบัญชี ทว่าตัดเงินเหลือสามพันตำลึง ชิงหรานไม่ได้โต้แย้งอีก นางรู้ว่าหากยังรั้งอยู่ในจวนนี้ ต่อให้เป็นทรัพย์ซึ่งมีชื่อของตน วันหนึ่งก็จะถูกนำไปให้อวี๋หนิงอยู่ดี

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปี้เถาเข้ามาแจ้งว่าคุณหนูรองขอพบ

อวี๋หนิงเดินเข้ามาในชุดสีขาว ใบหน้ายังคงซีดจากอาการป่วย นางถือกล่องเครื่องประดับใบหนึ่งและสั่งสาวใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงสองพี่น้องในห้อง

"วันนี้พี่หญิงงดงามมากเจ้าค่ะ"

ชิงหรานมองเงาตนในกระจก "คำพูดนี้เจ้าเก็บไว้บอกชุดของตนเถิด"

อวี๋หนิงวางกล่องลง ภายในเป็นปิ่นผีเสื้อคู่ซึ่งเคยหายไป "ข้ามอบให้ท่านเป็นของส่งตัวเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ตั้งใจทำขึ้น แม้แรกเริ่มไม่ใช่ของพี่หญิง แต่เวลานี้ทุกอย่างของข้ากลายเป็นของท่านแล้ว"

"รวมทั้งสามีหรือ"

รอยยิ้มของอวี๋หนิงแข็งไปชั่วขณะ ก่อนกล่าวอย่างเศร้าสร้อย "ข้ารู้ว่าพี่หญิงโกรธ แต่ข้าไม่เคยคิดแย่งสิ่งใดจากท่าน หากท่านบอกตั้งแต่แรกว่าอยากแต่งกับคุณชายมู่ ข้าย่อมหลีกทางให้"

ชิงหรานหันจากกระจก ดวงตาหงส์มองอีกฝ่ายตรง ๆ "ในห้องนี้ไม่มีท่านพ่อ ไม่มีท่านแม่ และไม่มีพี่ใหญ่ เจ้าจะยังแสดงให้ผู้ใดดู"

อวี๋หนิงเงียบไป

"จื่อเย่เฉ่าเจ้ากินเอง" ชิงหรานกล่าว "เครื่องรางเป็นฝีมือซุนหมัวมัว ป้ายไม้ของข้าถูกปี้เถาขโมย ส่วนชุดเจ้าสาว เจ้าซ่อนของไว้ตั้งแต่ก่อนลองชุด"

ใบหน้าอ่อนหวานไม่ได้เปลี่ยนสีมากนัก มีเพียงปลายนิ้วที่กดขอบกล่องแน่นขึ้น

"พี่หญิงมีหลักฐานหรือเจ้าคะ"

"ไม่มี"

"เช่นนั้นต่อให้ท่านกล่าวนับพันครั้ง ผู้ใดจะเชื่อ"

คำตอบเรียบง่ายนี้ทำให้ความสงสัยทั้งหมดกลายเป็นความจริง

ชิงหรานกลับไม่โกรธ นางเพียงรู้สึกว่าบางสิ่งซึ่งหลงเหลืออยู่ในใจดับลงอย่างสมบูรณ์

"เจ้ากลัวมู่เฉิงเยียนถึงเพียงนั้นหรือ"

"ข้าเพียงเลือกสิ่งที่เหมาะกับตน" อวี๋หนิงยกมุมปาก "ส่วนพี่หญิงอยากได้สิ่งที่ข้ามีมาตลอด วันนี้ข้ายกให้ทั้งสามี ตำแหน่ง และจวนใหญ่ ท่านควรขอบคุณข้าต่างหาก"

"เจ้าคิดผิดแล้ว" ชิงหรานปิดฝากล่องปิ่นและผลักกลับไป "ข้าไม่เคยแย่ง มันเป็นเจ้าโยนสิ่งที่ตนไม่ต้องการมาให้ข้า"

นางลุกขึ้น ร่างในชุดแดงสูงกว่าอวี๋หนิงเล็กน้อย แววตานิ่งสงบจนคนเป็นน้องต้องหลบ

"จำวันนี้ไว้ให้ดี หากวันหน้าสิ่งที่เจ้าโยนทิ้งกลายเป็นของล้ำค่า อย่าได้ยื่นมือมาขอคืน"

อวี๋หนิงหัวเราะเบา ๆ "พี่หญิงมั่นใจหรือว่าจวนมู่จะยอมรับท่าน เมื่อคุณชายมู่รู้ว่าเจ้าสาวถูกสับเปลี่ยน เขาอาจส่งท่านกลับมาก่อนรุ่งเช้า"

"หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะหาที่อยู่ใหม่"

"ท่านไม่กลัวหรือ"

ชิงหรานมองประตูเรือนที่นางอาศัยมานานยี่สิบสามปี "ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การถูกคนแปลกหน้ารังเกียจ หากคือการอยู่ท่ามกลางครอบครัวซึ่งพร้อมกล่าวหาว่าเจ้าชั่วร้ายทุกครั้งที่ลืมตา"

อวี๋หนิงไม่ได้ตอบ นางหยิบกล่องกลับแล้วเดินจากไป

ก่อนถึงฤกษ์ ฟางซื่อเข้ามาคลุมผ้าแดงให้บุตรสาว มือของนางสั่นเล็กน้อยยามจัดชายผ้า ชิงหรานเผลอกลั้นลมหายใจ รอคำอวยพรจากมารดาสักประโยค

"เมื่อเข้าไปจวนมู่แล้ว อย่าใช้นิสัยแข็งกระด้างก่อเรื่อง" ฟางซื่อกล่าว "หากพวกเขาโกรธเรื่องเปลี่ยนตัว เจ้ายอมอ่อนข้อเสียบ้าง อย่าให้ความผิดย้อนมาถึงหนิงเอ๋อร์"

ความหวังเพียงเศษเสี้ยวแตกสลายลงเงียบ ๆ

"ท่านแม่วางใจ" ชิงหรานตอบ "นับจากวันนี้ ความเป็นความตายของข้าไม่เกี่ยวกับนางอีก"

ฟางซื่อชะงัก ทว่าเสียงเร่งฤกษ์ดังจากหน้าลานเสียก่อน นางจึงประคองบุตรสาวออกไป

ไม่มีพิธีร่ำลายืดยาว เยี่ยหวยอันไม่ออกมาส่งถึงเกี้ยวเพราะเกรงคนภายนอกเห็นสีหน้าผิดปกติ จิ่งไหวอ้างว่าต้องต้อนรับแขกอยู่เรือนหน้า ส่วนอวี๋หนิงยืนมองจากหลังหน้าต่าง

ชิงหรานก้าวข้ามธรณีประตูใหญ่โดยไม่หันกลับ แม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อม่านเกี้ยวปิดลง เสียงประทัดดังขึ้น ม้าแปดตัวเริ่มเคลื่อนขบวน นางดึงผ้าคลุมหน้าออกชั่วครู่แล้วหยิบสัญญาขายตัวสองฉบับจากแขนเสื้อ

เหลียนจือกับแม่นมเถียนเป็นอิสระแล้ว

ส่วนตัวนาง แม้กำลังถูกส่งไปเป็นเจ้าสาวสำรอง อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากสถานที่ซึ่งเรียกว่าบ้านเสียที

เกี้ยวแดงเคลื่อนผ่านถนนสายยาว ผู้คนสองข้างทางต่างชื่นชมว่าวันนี้ดาวนำโชคสกุลเยี่ยกำลังแต่งเข้าจวนจิ้งอันโหว ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหญิงใต้ผ้าคลุมหน้าเป็นอีกคน

เสียงอวยพรลอดผ่านม่านเข้ามาเป็นระยะ ชิงหรานฟังแล้วกลับรู้สึกราวกับถ้อยคำเหล่านั้นมอบให้เงาของอวี๋หนิง ไม่ใช่ตน แม้กระทั่งในวันแต่งงาน นางยังต้องนั่งอยู่ใต้ชื่อของน้องสาว กระนั้นเมื่อรถเคลื่อนห่างจากจวนเยี่ยทุกที ลมหายใจของนางกลับค่อย ๆ โล่งขึ้น นี่อาจเป็นครั้งแรกที่นางกำลังเดินไปสู่ชีวิตซึ่งเลือกเองได้

ครึ่งชั่วยามต่อมา ขบวนหยุดหน้าประตูสีดำสูงใหญ่ของจวนมู่

เสียงแม่สื่อร้องเชิญเจ้าบ่าวดังขึ้น

ชิงหรานนั่งนิ่ง มือวางบนเข่าทั้งสอง ขณะเงาร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งหยุดอยู่หน้าเกี้ยว

ผ่านม่านสีแดง นางได้ยินเสียงทุ้มเย็นเป็นครั้งแรก

เสียงกลองด้านนอกยังคงดังครึกครื้น ทว่าภายในเกี้ยวกลับเยียบเย็นประหนึ่งลมหนาวพัดลอดเข้ามา ชิงหรานกำชายแขนเสื้อแน่น แล้วเงี่ยหูฟังถ้อยคำถัดไป

"คุณหนูเยี่ย ก่อนก้าวลงมา ข้ามีคำถามหนึ่งข้อ"

หัวใจของชิงหรานพลันหยุดไปชั่วอึดใจ

"คนที่อยู่ในเกี้ยว...คือเยี่ยอวี๋หนิงจริงหรือ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status