หน้าหลัก / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 6 ม้าที่หลุดบังเหียน

แชร์

บทที่ 6 ม้าที่หลุดบังเหียน

ผู้เขียน: moonlight -mini
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-23 19:00:32

บทที่ 6 ม้าที่หลุดบังเหียน

ปลายฤดูร้อน รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด เมฆสีเทาเคลื่อนต่ำเหนือภูเขาชิงอวิ๋นนอกนครหลวงดุจแผ่นตะกั่วหนัก สายลมพัดกลิ่นดินชื้นมาตามทางคดเคี้ยว ฝูงนกซึ่งเกาะอยู่บนยอดสนพากันบินหนีอย่างตื่นตระหนก ราวกับรับรู้ว่าพายุใหญ่กำลังมาเยือน

ขบวนรถม้าของสกุลเยี่ยออกจากวัดชิงอวิ๋นหลังยามอู่ เยี่ยเหล่าฟูเหรินตั้งใจมาถวายน้ำมันตะเกียงเพื่อปัดเป่าเคราะห์ร้ายจากเหตุคทาหยกแตก คนทั้งครอบครัวจึงต้องติดตามมาด้วย

อวี๋หนิงนั่งรถคันแรกกับฟางซื่อ ส่วนชิงหรานอยู่คันหลังเพียงลำพัง เดิมทีน้องสาวเอ่ยชวนให้นางนั่งด้วยกัน ทว่านางปฏิเสธ ไม่ต้องการอยู่ในที่แคบกับคนซึ่งอาจร้องไห้ได้ทุกเมื่อ

ก่อนออกจากวัด ชิงหรานเห็นม้าลากรถคันแรกกระสับกระส่ายผิดปกติ นางจึงเดินไปลูบแผงคอและพบกลิ่นฉุนจาง ๆ ติดอยู่ใกล้อาน

"ผู้ใดทาของกลิ่นแรงไว้ตรงนี้" นางถามคนขับ

ชายผู้นั้นก้มดมแล้วส่ายหน้า "บ่าวไม่ได้กลิ่นสิ่งใดขอรับ คุณหนูใหญ่คงระแวงเกินไป"

ชิงหรานยังไม่วางใจ ทว่าจิ่งไหวกลับเร่งให้ทุกคนออกเดินทางก่อนฝนตก นางจึงทำได้เพียงกำชับเหลียนจือให้จับตาดูรถด้านหน้า

ขบวนเคลื่อนไปได้ไม่ถึงห้าลี้ ฟ้าก็ส่งเสียงคำรามก้องภูเขา

ม้าตัวหน้าพลันแผดเสียงร้อง ยกขาคู่หน้าขึ้นสูง ก่อนกระโจนไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง คนขับดึงบังเหียนสุดแรง ทว่าสายหนังด้านหนึ่งกลับขาดผึง รถม้าจึงเอียงกระแทกก้อนหินแล้วพุ่งลงทางลาดอย่างควบคุมไม่ได้

เสียงกรีดร้องของฟางซื่อกับอวี๋หนิงดังลอดออกมา

"หยุดรถ!" จิ่งไหวตะโกน

ไม่มีผู้ใดหยุดม้าที่กำลังเสียขวัญได้

ชิงหรานเปิดม่านเห็นทางข้างหน้าหักโค้ง ใต้เนินเป็นลำธารซึ่งน้ำไหลเชี่ยวกราก หากรถหลุดพ้นขอบทาง คนในนั้นย่อมไม่มีโอกาสรอด

นางกระโดดลงจากรถทั้งที่ยังไม่หยุดสนิท ร่างเซไปสองก้าวก่อนคว้าบังเหียนม้าขององครักษ์ผู้หนึ่งไว้แน่น

"ให้ข้ายืม!"

ไม่รอคำตอบ ชิงหรานเหยียบโกลนขึ้นหลังม้าแล้วควบตามไปสุดฝีเท้า ชายกระโปรงสะบัดกลางลม นางเคยแอบเรียนขี่ม้ากับคนดูแลคอกในวัยเด็ก แม้ถูกมารดาตำหนิว่าไม่สำรวม ทว่าวันนี้วิชาซึ่งไม่มีผู้ใดเห็นค่ากลับเป็นสิ่งเดียวที่อาจช่วยคนได้

นางเร่งม้าจนขึ้นเทียบรถคันหน้า ก่อนโน้มตัวคว้าสายบังเหียนที่เหลือ คนขับซึ่งตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูกรีบปล่อยที่นั่งให้นาง

"กระโดดลงไป!" ชิงหรานตวาด

ชายผู้นั้นกระโดดกลิ้งลงข้างทาง ชิงหรานพันสายหนังรอบแขนแล้วดึงสุดแรง แรงกระชากทำให้ไหล่เจ็บราวกับหลุดจากข้อ ฝ่ามือถูกเสียดจนเลือดซึม ทว่าม้ายังพุ่งตรงไปยังขอบเนินไม่หยุด

เหลือระยะไม่ถึงสิบจั้ง

นางดึงปิ่นเงินออกจากผม แทงลงตรงจุดข้างคอม้าซึ่งคนเลี้ยงเคยสอน ม้าร้องลั่นแล้วเบนตัว รถม้ากระแทกต้นสนใหญ่ก่อนหยุดลง ล้อหน้าข้างหนึ่งค้างอยู่เหนือเนินเพียงครึ่งคืบ

ทุกสิ่งเงียบงันไปชั่วลมหายใจ

จากนั้นเสียงร่ำไห้จึงดังขึ้น

จิ่งไหวกับบ่าวไพร่วิ่งมาถึงและช่วยคนในรถออกมา ฟางซื่อหน้าซีดทว่าไม่บาดเจ็บ อวี๋หนิงมีแผลถลอกตรงหน้าผาก นางตัวสั่นจนยืนไม่อยู่

"หนิงเอ๋อร์!" ฟางซื่อโอบบุตรสาวแน่น "เจ็บตรงใดบ้าง"

"ลูกไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" อวี๋หนิงสะอื้น พลางมองชิงหราน "โชคดีที่พี่หญิงช่วยไว้"

ชิงหรานพิงต้นไม้ แขนขวาห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ไม่มีผู้ใดถามว่านางเจ็บตรงใด กระทั่งเหลียนจือวิ่งเข้ามาเห็นเลือดเต็มฝ่ามือจึงร้องตกใจ

"คุณหนู แขนท่าน..."

"ยังไม่หัก" ชิงหรานกัดฟัน "ไปดูสายบังเหียน"

สายหนังที่ขาดถูกนำมาวางบนก้อนหิน รอยขาดเรียบกว่าปกติและมีรอยคมมีดบากไว้เกินครึ่ง เห็นได้ชัดว่ามีผู้ตั้งใจทำให้มันขาดระหว่างทาง

เยี่ยหวยอันซึ่งตามมาจากรถด้านหลังมีสีหน้าเคร่งเครียด "ก่อนออกเดินทาง ผู้ใดเข้าใกล้รถคันนี้บ้าง"

คนขับรีบคุกเข่า "บ่าวตรวจรถแล้วขอรับ ตอนนั้นคุณหนูใหญ่เดินมาใกล้อาน ทั้งยังถามเรื่องกลิ่นบนตัวม้า"

ชิงหรานหันขวับ "เจ้าหมายความว่าข้าตัดสายหรือ"

"บ่าวไม่กล้าขอรับ แต่มีเพียงท่านที่..."

ปี้เถาร้องขึ้นจากข้างรถ "นี่คือมีดของคุณหนูใหญ่หรือไม่เจ้าคะ"

นางหยิบมีดตัดผลไม้ด้ามหยกออกมาจากใต้เบาะรถ เป็นของที่ชิงหรานใช้ในเรือนจริง ตรงคมมีดมีเศษหนังสีดำติดอยู่

เหลียนจือหน้าเปลี่ยนสี "มีดเล่มนี้หายไปจากห้องเมื่อสองวันก่อน บ่าวกำลังตามหาอยู่เจ้าค่ะ!"

จิ่งไหวรับมีดไปดู ก่อนมองน้องสาวคนโตด้วยแววตาผิดหวัง "เจ้าจะอธิบายอย่างไร"

"มีคนนำมันมาวาง"

"คำเดิมอีกแล้วหรือ"

"เพราะคนลงมือใช้กลอุบายเดิม พี่ใหญ่ยังอยากให้ข้าคิดคำใหม่เพื่อให้ท่านฟังสนุกหรือ"

ฟางซื่อโอบอวี๋หนิงแน่นขึ้น "หากเจ้าเป็นผู้ลงมือ แล้วเมื่อเห็นรถเกือบตกเนินจึงตามไปช่วยเพราะกลัวน้องตาย เช่นนั้นทุกอย่างก็อธิบายได้"

ชิงหรานมองมารดาอย่างไม่เชื่อหู

นางเสี่ยงชีวิตดึงรถกลับจากขอบเหว มือเต็มไปด้วยเลือด ไหล่เจ็บจนยกไม่ขึ้น ทว่าสิ่งที่ได้รับยังเป็นข้อกล่าวหา

"ท่านแม่คิดว่าข้าตัดสายเพื่อสิ่งใด"

"เพราะเจ้าไม่พอใจที่ต้องมาวัดกับพวกเรา เพราะเจ้าริษยาน้อง หรืออาจหวังทำให้นางหวาดกลัวแล้วแสร้งเป็นคนช่วย"

ความเย็นสายหนึ่งไหลจากกลางอกไปถึงปลายนิ้วชิงหราน

นางหัวเราะออกมา

เสียงหัวเราะแผ่วเบาท่ามกลางลมก่อนพายุ ฟังแล้วกลับวังเวงยิ่งกว่าเสียงร้องไห้

"ในสายตาท่าน ข้าคงชั่วช้าจนไร้ขอบเขตจริง ๆ"

"พี่หญิง อย่าโกรธท่านแม่เลยเจ้าค่ะ" อวี๋หนิงเดินเข้ามาทั้งที่ยังตัวสั่น "ข้าเชื่อว่าท่านไม่ตั้งใจ ไม่ว่าเกิดสิ่งใด ข้าจะไม่ถือโทษ"

ชิงหรานก้มมองปลายรองเท้าของน้องสาว มีผงสีเหลืองติดอยู่ตรงขอบ ผงชนิดเดียวกับกลิ่นฉุนที่นางพบใกล้อานม้า เป็นผงจากดอกเมิ่งซึ่งทำให้สัตว์ตื่นตกใจเมื่อสูดดม

อวี๋หนิงเห็นสายตานั้นก็รีบถอยเท้าเข้าใต้ชายกระโปรง

"ไม่ถือโทษหรือ" ชิงหรานเอ่ย "ผู้ที่ควรกล่าวคำนี้ไม่ใช่เจ้า"

นางหันไปหาคนขับรถ "ก่อนรถออก ปี้เถาเคยเข้าใกล้ม้าหรือไม่"

ชายผู้นั้นเหลือบมองซุนหมัวมัว ก่อนส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว "ไม่เคยขอรับ"

คำตอบเร็วเกินไป

ชิงหรานจำใบหน้าของเขาไว้ ทว่าไม่ได้ซักต่อ ฟ้าร้องขึ้นอีกครั้ง ฝนเม็ดใหญ่ตกลงมากระทบพื้น ลบรอยเท้าและผงดอกเมิ่งตรงรองเท้าอวี๋หนิงจนจางหาย

ขบวนต้องพักที่ศาลาร้างข้างทางเพื่อรอคนจากจวนมารับ ชิงหรานนั่งให้เหลียนจือพันแผลอยู่มุมหนึ่ง หมอซึ่งติดตามมาด้วยตรวจเพียงคร่าว ๆ แล้วบอกว่าไหล่เคล็ด ต้องพักอย่างน้อยครึ่งเดือน

อีกฟากหนึ่ง อวี๋หนิงรายล้อมด้วยคนทั้งครอบครัว น้ำขิงร้อน ผ้าห่ม และยาแก้ตกใจถูกยกไปให้นางไม่ขาด

ไม่มีผู้ใดเดินมาหาชิงหราน

เหลียนจือเช็ดน้ำตา "คุณหนู หากเมื่อครู่ท่านไม่ช่วย ปล่อยให้พวกเขา..."

"อย่าพูด" ชิงหรานตัดบท

นางช่วยไม่ใช่เพราะหวังคำขอบคุณ และไม่ใช่เพราะยังเชื่อว่าคนเหล่านั้นจะรักนางขึ้นมา

เพียงแต่นางไม่อาจยืนมองมารดากับน้องสาวตกลงไปตายต่อหน้าได้

ชิงหรานหลับตาลง รอยบากบนสายหนัง ผงดอกเมิ่ง มีดซึ่งหายจากห้อง และคำให้การของคนขับรถวนเวียนอยู่ในความคิดไม่หยุด

ครั้งนี้ไม่ใช่การทำของแตกหรือซ่อนปิ่น

หากนางไปช่วยช้ากว่านั้นเพียงชั่วลมหายใจ อวี๋หนิงกับฟางซื่ออาจสิ้นใจทั้งคู่

คนวางแผนกำลังเล่นกับชีวิตคน

และน่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ อวี๋หนิงอาจไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status