LOGIN“พี่แคร์ ทำไงให้เฮียจีบอ่ะ บอกบุญแซนด์หน่อย”
“หื้อ เรื่องนี้หนูต้องถามเฮียหนูหรือเปล่าลูก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นสินะคะ อยากโดนพี่อาร์ทจีบบ้าง แต่น่าจะไม่ทันใจ”
สองสาวนั่งเมาท์มอยกันอยู่กลางโถงบ้าน เทคแคร์ก็นั่งโซ้ยส้มตำที่เธอชอบไป ส่วนแซนดี้เอาแต่นั่งหาทริกวิธีการที่จะจีบรุ่นพี่คนนั้น
ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ขอนแก่น ร้านข้าวประจำของคุณัญญาก็เห็นจะเป็นร้านเพื่อนพี่ชายคนนั้น ยังดีที่ร้านเขามีพวกเมนูของทอดกับกะเพราให้พอผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันได้บ้าง ไม่อย่างนั้นเธอคงบวมโซเดียมเป็นแน่
หากแต่วันนี้จวนจะบ่ายสองอยู่แล้วเธอยังไม่โผล่หัวมา เล่นเอาเจ้าของร้านที่ตั้งตารอ หมายถึงรอลูกค้าประจำเริ่มแปลกใจกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แถมยังไม่เห็นทักมาบอกอย่างเช่นทุกครั้งด้วย
“ไปตลาดเถอะ เดี๋ยวผมปิดร้านเองครับ”
“ได้ค่ะ งั้นป้าไปนะคะ”
ป้าสาเอ่ยลาเจ้าของร้านก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์ออกไปพร้อมหลานสาวของตน พวกเธอทำงานให้ร้านทั้งสองสาขา เพราะเปิดเวลาไม่ตรงกัน และค่าจ้างก็ค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับชั่วโมงที่ทำ
“แฮ่ก แฮ่ก ! พี่คะ..”
เสียงหอบกระเส่าเรียกเจ้าของร้านจากทางด้านหลัง แซนดี้มาในสภาพเหงื่อท่วมตัวราวกับวิ่งมา และใช่เธอวิ่งลงจากรถจริง ๆ เพราะเห็นว่าหน้าร้านขึ้นป้ายปิดแล้ว
“หิว”
“เหลือแค่ข้าวไข่เจียว จะกินไหม”
เธอพยักหน้าตอบก่อนที่คนพี่จะเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง ส่วนเขามุ่งไปยังครัวที่ยังไม่เก็บ มือหนาคว้าเอาไข่สองใบที่เก็บกันเอาไว้เผื่อเธอโดยเฉพาะออกมาตีจนเนียนละเอียด ตั้งกระทะให้ร้อนแล้วสาดไข่ปรุงเครื่องลงไป ยังไม่ลืมที่จะใส่ลูกชิ้นปูอัดที่เธอชอบลงไปด้วย
ถ้าถามว่าทำไมรู้ว่าเธอชอบ ก็เพราะเมนูที่เธอสั่งทุกวันจะต้องมีปูอัดเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย และเจ้าหล่อนยังชอบสั่งปูอัดทอดกรอบอยู่บ่อย ๆ
ไม่ได้ตั้งใจจะจำ แต่เธอสั่งบ่อยเกินจนสมองจำไปเอง..
“อ่ะ ร้อนนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
แซนดี้ละเมียดตักอาหารเข้าปาก ยังไม่ลืมเป่าเพราะคำเตือนของเขานั่นแหละ ไม่อย่างนั้นเธอคงสวบจนลิ้นพองไปแล้ว ไม่ได้กินข้าวทั้งวันจนบ่ายสามนี่เนอะ
“ทำไมไม่กินข้าวที่โรงอาหาร”
เมื่อเจ้าหล่อนกินหมดเขาก็เอ่ยถามขึ้นทันทีเหมือนรอโอกาสอยู่แล้ว แซนดี้ยกแก้วน้ำที่เขาพึ่งจะรินให้ขึ้นดื่มก่อนจะตอบคำถาม
“ติดใจฝีมือพี่นิคะ”
“เลิกอ่อยห้านาทีดิ๊”
“ทำไมคะ กลัวใจตัวเองเหรอ”
ใบหน้าจิ้มลิ้มยื่นเข้ามาใกล้ รอยยิ้มแสนหวานคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งแตะที่ปากหยักของเขา อาร์ทแน่นิ่งไปไม่สามารถขยับกายได้ชั่วคราว นิ้วมือของเขากำแน่นที่มุมขอบโต๊ะจนรู้สึกได้ว่ามันเจ็บ
ริมฝีปากหนาถูกดูดดึงด้วยริมฝีปากบางของอีกคน เจ้าหล่อนยังฉกฉวยโอกาสสอดลิ้นเข้าในโพรงปากของคนพี่อย่างถือวิสาสะ ลิ้นเรียวเล็กตวัดเกี่ยวลิ้นหนาด้านในอยู่สักพักจนเกือบจะพอใจ
พลั่ก !
“แซนด์ ! ทำบ้าอะไรของเธอ !”
ร่างเล็กถูกผลักออกให้ห่างจากตัวจนเธอเซเกือบจะตกเก้าอี้ ทว่าเจ้าหล่อนกลับไม่ได้มีอาการสลดตกใจอะไรเลยกับพฤติกรรมที่ตัวเองก่อเมื่อครู่ ยังยิ้มหน้าระรื่นราวกับเป็นเรื่องที่น่ายินดี
“พี่จะเล่นตัวอะไรนักหนา สักวันพี่ก็ต้องเป็นของแซนด์อยู่ดีปะ”
“แต่ไม่ใช่ชาตินี้ !”
ยิ่งได้ฟังคำตอบของเธอเขาก็ยิ่งหัวร้อนกว่าเดิม ร่างสูงลุกขึ้นมือหยาบคว้าเอาเสื้อช็อปแล้วเดินตรงออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วแม้แต่ประตูร้านก็ไม่ได้ปิด
“แม่งเอ๊ย ! เด็กอะไรแรดฉิบหาย”
คนพี่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากร้านด้วยความรวดเร็ว ทว่าอีกคนยังนั่งอยู่ที่เดิมจ้องมองแผ่นหลังแกร่งที่เดินไกลลับออกไป
“ฮึ ! จีบยาก ๆ แบบนี้แหละ แซนด์ชอบ ถึงใจดี”
มุมปากกระจับยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะลงมือเก็บส่วนที่ตัวเองกินแล้วยังอาสาทำหน้าที่ปิดร้านล็อกประตูให้เขาประหนึ่งเป็นแฟนเจ้าของร้านแล้ว
Art Talk ;
ยัยเด็กแก่แดดนั่นทำผมนอนไม่หลับทั้งคืน แค่อ่อยยังพอทนแต่นี่เธอกล้าดียังไงมาจูบผม ผมก็ลูกมีพ่อมีแม่นะ จะมาจูบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ดิ แล้วถ้าผมเกิดทนไม่ไหวจับเธอกดกลางร้านทำยังไง..
ความจริงผมไม่ได้มีปัญหากับอีแค่จูบเดียวหรอก แต่ผมแค่กลัวว่ามันเลยเถิดแล้วเธอจะเสียหาย อีกอย่างผมในตอนนี้ยังไม่พร้อมมีใครจริง ๆ แต่ก็นะ ความหล่อของผมมันดันเข้าตายัยเด็กแรดน้องสาวสุดที่รักของไอ้เซนต์จนได้
ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องเพื่อนผมจะเน้ดให้สาสมกับที่มาอ่อยเลย..
Art End..
หลังจากวันนั้นที่เธอขโมยจูบเขา จากที่เมินเฉยอยู่แล้วกลายเป็นหนักยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า แชตแทบจะไม่ตอบเลยจนเธอรู้สึกไม่ดี หรือที่เธอทำลงไปจะผิดจริง ๆ อย่างนั้นหรือ
“ทำไมพี่เขาไม่คุยกับมึงเลย”
พอพนักงานร้านวางอาหารและเดินจากไปปรางก็เอ่ยถามขึ้นทันที เพราะช่วงนี้มีหลายอย่างแปลกประหลาดจนเธอสังเกตได้ แถมท่าทางของแซนดี้ที่กระวนกระวายอยู่ไม่สุขนี่อีก
“กูจูบพี่เขา”
“ฮะ ! อีแซนด์”
คู่รักเปล่งเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเมื่อฟังจบ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกหากทั้งสองคนเป็นแฟนกันแล้ว หรืออีกฝ่ายยินดีที่จะกระทำเช่นนั้นร่วมกัน
“ก็มันเคลิ้มนิ”
“กูจะเครซี่”
ปรางหมดคำจะด่าว่าเพื่อนที่ทำตัวแรงจนผู้ชายกลัว เห็นทีที่สร้างกันมาจนคิดว่ารุ่นพี่คนนั้นเริ่มจะใจอ่อนต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะความปากไวไปจูบผู้ชายแท้ ๆ
ช่วงบ่ายแซนด์ไม่มีเรียนจึงให้เพื่อนกลับส่วนเธอนั่งรอใกล้ที่จอดรถของร้าน รอเวลาให้ร้านปิดเพื่อคุยกับเขา เจ้าหล่อนนั่งบนฟุตบาทริมถนนอยู่อย่างนั้นราวสองชั่วโมงได้ จะเข้าไปนั่งรอในร้านก็กลัวจะเบียดเบียนพื้นที่ของลูกค้าท่านอื่น ครั้นจะกลับแล้วมาใหม่ก็กลัวว่าถ้าเขาออกมาแล้วเธอจะไม่เห็น
คนตัวเล็กถูกพามาที่โซนเปียก สายน้ำจากฝักบัวเปิดเบา ๆ ยิ่งร่างกายเธอเปียกลื่นมากเท่าใดก็ยิ่งสะท้อนความขาววับสู่สายตาเขามากเท่านั้น“แคร์สวยเหมือนวันนั้นเลย วันที่เมาแล้วได้กับพี่”“ชิ ! พี่มันคนฉวยโอกาส”เซนต์อมยิ้มน้อย ๆ มือที่โอบรัดเธออยู่คลายออกมาเกลี่ยเส้นผมที่บังหน้าให้คนน้อง ความอ่อนโยนของเขาพาเธอใจวูบหวิวนับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าจะคบกันแล้วเธอก็ยังไม่ชินสักที“รู้ไหม ว่าพี่ชอบแคร์ตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยนะ”“วันที่ไปรวมน้องเหรอคะ”เซนต์ส่ายหน้าแล้วโอบกอดเธออีกครั้งจนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกัน ไม่เว้นแม้แต่ส่วนนั้นก็ด้วย“พี่เลือกแคร์ตั้งแต่วันที่ไปร้านนมแล้ว”“หื้ม..”ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยมองคนพี่ผ่านสายน้ำ เธอไม่ได้เห็นเขาเพียงแค่รู้สึกว่ามีคนมองเท่านั้น คนคนนั้นก็คือแฟนเธอคนนี้สินะ“ส่วนแคร์ไม่ชอบพี่เลย พี่มาว่าแคร์เหมือนจะใส ๆ อีตาขี้เก๊กชอบตัดสินคนอื่น !”“ฮึ ! ยัยเด็กปากหมา”“ปาก.. อื้อ~”ประโยคที่กำลังจะกล่าวถูกกลืนแทนที่ด้วยรสจูบหวานฉ่ำ สายน้ำที่ไหลผ่านไม่สามารถดับความร้อนกระหายอยากขอในกายได้เลยเทคแคร์ถูกดันตัวหันหน้าเข้าหากระจก หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีดุ้นเนื้อแข็งอันใหญ่กำล
แซนดี้ : เฮีย รถยางรั่วเซนต์ : อยู่ไหนแซนดี้ : ส่งตำแหน่งที่ตั้งยังไม่ทันออกรถน้องสาวก็ทักข้อความมาด้วยประโยคที่ชวนขมวดคิ้ว เซนต์ซูมดูตำแหน่งที่น้องสาวส่งมาเป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ คาดว่าเธอน่าจะนัดกับกลุ่มเพื่อนตามที่บอกก่อนหน้านั่นแหละ แต่เวลานี้จะใกล้ค่ำแล้วถ้ารอเขากลับคงมืดร้านปิดพอดีเซนต์ : มีใครว่างไหม ไปรับน้องกูให้หน่อย ร้านนมหวานเต้ย : กูเช็กของมาส่ง รอแป๊บได้ไหม เดี๋ยวกูไปอาร์ท : เดี๋ยวไปให้เซนต์แปลกใจเล็กน้อยที่เพื่อนอย่างอาร์ทเข้ามาตอบในกลุ่ม เพราะปกติจะติดต่อกันแต่ละทีเหมือนต้องย้อนกลับไปสมัยสงครามโลก ไม่ไปหาก็ต้องโทรจนกว่าจะมีอารมณ์รับสาย แต่อาจจะเพราะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้..เซนต์ : ส่งรูปภาพเซนต์ : ไอจีแซนด์อาร์ท : เค แล้วเป็นไงไปหาพ่อตา ได้แดกลูกปืนไหมเซนต์ : คนไม่มีเมียไม่มีสิทธิ์เสือกเซนต์ด่าจบไม่รอให้อาร์ทได้ด่าต่อ กดออกจากห้องแชตไปในทันที ชายหนุ่มยังไม่ลืมที่จะทักหาน้องสาวเพื่อบอกกล่าวก่อนเดี๋ยวจะตกใจไปเซนต์ : เพื่อนเฮียจะไปรับเซนต์ : ส่งรูปภาพแซนดี้ : โอเคค่ะ บอกพี่เขาไม่ต้องรีบก็ได้นะคะเมื่อจัดแจงธุระของน้องเสร็จก็มาทักหาแฟนสาวของตนต่อ แค่ห่างกันไม่กี่นาท
เทคแคร์กลับมาที่คอนโดของตัวเองด้วยหลายความรู้สึก เธอไม่รู้ต้องทำตัวยังไงเหมือนกันที่โดนไล่ออกมาแบบนั้น ถ้าเป็นแบบที่เขาว่ากันเธอควรรับมืออย่างไรดีถึงจะเหมาะสมมือน้อย ๆ กดค้นหา ‘วิธีรับมือกับแม่ผัว’ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตหลายช่องทาง หลายคนที่โพสต์เอาไว้บอกว่านี่เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนสองคนเลิกกันใจดวงน้อยเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นหลาย ๆ ข้อความ เหตุการณ์ของเธอจะเลวร้ายเหมือนบทความในนั้นพูดไหม แล้วเขาจะปกป้องเธอหรือเอนเอียงเข้าข้างแม่ของเขา ยังไงคนกลางก็คงอึดอัดไม่น้อยเลยตกบ่ายแดดอ่อนเซนต์ไม่รอเวลาให้สูญเปล่า พอดูเอกสารช่วยน้องเสร็จก็รีบตรงมาหาแฟนสาวที่คอนโดทันที เพราะตอนออกมาเธอน่าจะคิดมากอยู่เหมือนกัน“พี่คะ..”“เย็นนี้ม้าให้มารับแคร์ไปกินข้าว”“หื้ม ?”เธอแปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้น ไม่ใช่ว่าแม่เขาไม่ชอบเธอเหรอ แล้วทำไมถึงนัดเธอไปกินข้าวด้วย หรือมีแผนการอะไรเหมือนในละครเปรมมิกาแต่งตัวเรียบร้อยมาก ชุดเดรสลูกไม้สีขาวยาวคลุมเข่าเพื่อเป็นการให้เกียรติพ่อแม่เขาล แม้จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักก็เถอะ ออกจะหวานไปหน่อยสำหรับเธอ“หนูแคร์~”เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนไม่ได้ต่างไปจากตอนแรกที่เจอกัน
Zent Talk ;ผมกับเมีย หมายถึงเทคแคร์นั่นแหละครับ ตอนนี้แทบจะเป็นปาท่องโก๋อยู่แล้ว เธอไปไหนจะเห็นเงาผมไปด้วยตลอด ผมไม่อยากห่างจากตัวหอม ๆ ของเธอเลยสักนาทีถ้าถามว่าเธอรำคาญผมไหม บอกเลยว่าไม่รู้ แต่ใครจะสน มีเมียก็ต้องอยู่กับเมียไหมครับแถมเมียผมอึ๋มขนาดนั้น ยิ่งพักหลังมานี้เธอไม่ค่อยใส่แว่นยิ่งทำให้ผมหวงเข้าไปใหญ่ ตอนใส่แว่นความน่ารักยังกระเด็นมาเข้าตาผม แล้วตอนไม่ใส่ล่ะ คนอื่นก็เห็นความน่ารักของเธอหมดน่ะสิ“พี่เซนต์ แอบไปดูดบุหรี่อีกแล้วใช่ไหม!”“ทิ้งแล้ว ๆ”นั่นแหละครับ ตั้งแต่มีเธอเข้ามาชีวิตที่มืดมนของผมเหมือนจะสว่างจ้านึกว่านั่งอยู่ข้างพระอาทิตย์ ลูกน้องที่เคยฟังผมก็หันไปก้มหัวให้เธอต่ำกว่าแล้ว ทั้งที่ผมเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้พวกมัน แถมพวกมันยังหาว่าผมกลัวเมียอีกให้กลัวเมีย กลัวหมาดีกว่า !Zent End..ตะวันลับขอบฟ้าแสงแดดที่เคยเจิดจ้าสงบลงถูกปกคลุมด้วยความมืด ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาปลดกระดุมระบายความร้อนโชว์ลอนกล้ามท้องเรียงสวยจนสาวกรี๊ด เซนต์ยืนพ่นควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่ข้างสนามแข่งรถ เพราะวันนี้เพื่อนสนิทของตนได้รถที่มันภูมิใจนำเสนอนักหนามาใหม่ เขาเลยต้องมาชมความสวยงามของลูกชายมันหน่
แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เซนต์สั่งปล่อยให้ทุกคนเป็นอิสระและอนุญาตให้พักผ่อนตามอัธยาศัย ให้เวลาจนถึงบ่ายสามเพื่อเสพธรรมชาติทันทีที่สั่งแยกตัวหน้าที่ว้ากก็จบลง เซนต์เดินตรงมาหาคนตัวเล็กพร้อมดึงเจ้าหล่อนที่พึ่งลุกขึ้นยังไม่เต็มความสูงด้วยซ้ำให้เดินมากับเขา รุ่นน้องและเพื่อนต่างพากันตกใจหันมองหนุ่มสาวที่ฉุดลากออกไปเป็นสายตาเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนของเธอ“แคร์ !”“ม่อนนดา เพื่อนจะได้ผัวลูก ไม่ต้องตามไป”“ฮะ ! จริงปะพี่ฟาง แล้ว..”ทั้งฟางและแก้มนั่งอธิบายยาวเหยียดถึงความเป็นมาของเรื่องให้เพื่อนทั้งสองของเธอฟังจนเข้าใจ หวังเพียงว่าสองคนที่จูงกันไปเมื่อครู่จะเข้าใจกันเช่นกัน“ปล่อยแคร์ พี่เซนต์ !”“แม่งดื้อจังวะ !”เพราะน้องขัดขืนทำเหมือนวัวน้อยถูกเจ้าของลากเข้าคอก จนคนพี่ตัดสินใจอุ้มเธอมาที่จุดชมวิว ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าด้วยซ้ำ ทำเอาเธอเองก็หวาดกลัวไม่น้อยเลยคนตัวเล็กถูกวางลงอย่างแผ่วเบาแต่ยังโอบกอดให้อยู่ในอ้อมแขน แม้เธอจะเอามือน้อย ๆ ดันอกแกร่งเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ห่างกันขึ้นเลย“โกรธอะไรพี่ครับ”ประโยกแรกที่เอ่ยถามก็ทำหัวใจเธอเจ็บหนัก เธอมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา เธอก็แ
“กูอยากคุยกับน้อง”ทันทีที่กลับเข้าวงมาเขาก็เอ่ยกับเพื่อนขอร้องสิ่งที่อยากทำทันที ทว่าสายตาผู้ชายรุ่นเดียวกันกลับไม่เห็นด้วย“ไม่ได้ไอ้เซนต์ มึงมีหน้าที่อยู่ ทนอีกนิดเดียวเพื่อน”“เสาร์.. ให้กูโดนทำโทษพันครั้งก็ได้”“มันไม่ใช่แค่ทำโทษไอ้เซนต์ แต่มึงเป็นหัวหน้า ถ้ามึงทำให้น้องมันเห็นบ่อย ๆ มันจะเคารพมึงเหรอวะ”“มันไม่ใช่ลูกกูปะไอ้อาร์ท”“ไอ้สัตว์นี่ !”สุดท้ายเพราะคำห้ามปรามอย่างหนักของเพื่อนเขาจึงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สายตาชายมองจ้องนาฬิกาข้อมือพร้อมคำนวณเวลาในใจไปด้วยอีกแค่สิบกว่าชั่วโมงเท่านั้น..ตอนเย็นแดดร่มลมตกทุกคนทุกชั้นปีนั่งรวมกันล้อมวงทำอาหารสังสรรค์คล้ายมาเที่ยวไม่ได้เป็นการเข้าค่ายพักแรม แม้รุ่นน้องจะตงิดใจว่ามีความในแฝงอยู่แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรอยู่ดี“วันนี้ก่อนรวมมึงไปไหนมา ไปเจอพี่เขาเหรอ”“เปล่า กูไปเข้าห้องน้ำ”เธอทั้งส่ายหน้าและตอบปฏิเสธ ทุกอย่างที่เธอบอกเป็นความจริงแค่ยังไม่หมด เธอไม่ได้ไปเจอเขา เพียงแค่เห็นตอนที่เขาอยู่ไกล ๆ ก็เท่านั้น“มึง.. พี่เขาดูห่วงมึงมากเลยนะ ที่เอญ่าพูดจะเป็นเรื่องจริงเปล่า”“ไม่รู้หรอก แต่กูกับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกัน อันนี้จริง ฮึ”เธอตอ
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เ
หลินเข้ามาในบ้านก็ต้องงงเพราะจีพึ่งเดินมาบอกว่าวันนี้เสี่ยอารมณ์ไม่ดีสั่งห้ามทุกคนเข้าใกล้รวมถึงเธอด้วย ทั้งที่ปกติตอนกลางคืนติดนมเธออาจเป็นเด็กทารกแต่วันนี้กลับห้ามเสียได้หลิน : หนูกลับมาแล้วนะคะหลิน : คุณเหนื่อยไหมข้อความถูกส่งทั่งที่เธอก็ยืนอยู่หน้าห้องเขา เจ้าหล่อนกลัวว่าถ้าเคาะเขาจะโกรธที่ไ
มีข่าวลือกันว่านายทุนเงินหนากำลังกว้านซื้อที่ดินเขตทำเลทอง เจ้าของที่ดินหลายคนต่างพากันเสนอโก่งราคาสุดขั้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังยอมซื้อในราคาที่แพงกว่าการประเมิน“เสี่ยครับ ที่ดินในเขตก่อสร้าง เราซื้อได้เกือบหมดแล้ว..”“เกือบหมด ?”“คะ.. ครับ ๆ ผมจะรีบไปจัดการครับเสี่ย”ซีวางซองเอกสารโฉนดหลายแปลงไว้ตรง
เก้าโมงครึ่งรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อดังเข้าจอดเทียบท่าบ้านของเพื่อนตามปกติ ทว่าครานี้กลับไม่ได้มาหาเพื่อนของตนแต่อย่างใด แต่เป็นน้องสาวเจ้าของบ้านต่างหาก“มาทำค_xx อะไรแต่เช้า”“มารับน้องมึง”พอได้ฟังเซนต์ถึงกลับต้องเอียงคอมองจนอีกฝ่ายเริ่มเกิดอารมณ์หงุดหงิดที่เห็นเพื่อนจ้องจับผิดแบบนั้น“น้องมึงบังคั







