LOGINหวังซุนคิดที่จะจัดการกับญาติผู้พี่ของตนให้เจ็บแสบที่สุดเท่าที่จะทำได้ความตายสำหรับชายคนนี้นั้นมันยังคงน้อยจนเกินไปเขาไม่ใช่พ่อพระใจบุญที่จะปล่อยผ่าน หลังจากที่หวังซุนเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงวันเวลาก็ผ่านไปร่วมเดือนแล้วธุระกิจการค้าของเขานั้นเป็นไปด้วยดีเป็นอย่างมากจนทิ้งคู่แข่งคนอื่นอย่างเทียบไม่ติดไม่ว่าใครต่างก็ต้องการสินค้าดีราคาถูกทั้งนั้นทำให้หวังซุนทำเงินได้เป็นจำนวนมากมายมหาศาลอย่างรวดเร็ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของหวังหม่าสายเลือดพ่อค้าอยู่ในกายเจ้าจริงๆ ดวงวิญญาณของเขาหวังหม่าจะต้องไปสู่สุคติเป็นแน่ข้าอดรู้สึกภูมิใจแทนเขาไม่ได้จริงๆ” ในระหว่างที่หวังซุนกำลังพูดคุยอยู่กับกุ้ยหยงอยู่นั้นก็มีชายแก่ร่างอ้วนหัวเราะเสียงดังมาแต่ไกล เพราะดูเหมือนว่าตัวของเขานั้นจะไม่คุ้นเคยหรือพบเห็นชายแก่ร่างอ้วนผู้นี้มาก่อนคำทักทายของมันนั้นทำทีดูเหมือนจะสนิทสนมตนเป็นอย่างดีแต่หวังซุนนั้นก็ไม่ได้อดรู้สึกแปลกใจอะไรยามที่ตนเองมั่งมีทรัพย์สินเงินทองก็ย่อมที่จะอยากมีผู้คนเข้าหาเป็นธรรมดา
“เจ้าอ้วนผู้นี้มีนามว่า เพ่ยถิง เป็นหนึ่งในขุนนางชั้นผู้ใหญ่ศักดิ์ฐานะของมันนั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าเจ้าเฟยเมียวเลย ข้าได้ยินมาว่าพวกมันทั้งสองนั้นไม่ค่อยที่จะถูกกันนักพวกมันต่างพากันแย่งชิงอำนาจว่าใครจะยิ่งใหญ่เหนือใคร” กุ้ยหยง รีบกระซิบข้างหูให้หวังซุนได้รับฟังในทันทีตัวเขาเป็นถึงหัวหน้าสมาคมการค้ามีหรือที่จะไม่รู้จักเจ้าอ้วนผู้นี้เพราะตัวเขาเองก็ต้องแอบจ่ายส่วยมานานปีถ้าหากตัวเขายังอยากที่จะอยู่ตำแหน่งนี้ไปนานๆการค้าขายนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองด้วยเพื่อความมั่นคง
“อ้าว อ้าว ข้าก็หลงคิดว่าใครยืนเด่นสง่าราศีมาแต่ไกลที่แท้ก็เป็นท่านพี่เพ่ยถิงนั่นเองคิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะลงทุนเดินทางมาถึงที่นี่” กุ้ยหยงรีบเก็บสีหน้าที่สุดแสนจะรังเกียจลงเขากับปั้นสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมายามที่คุยกับเจ้าอ้วนที่น่าหมั่นไส้นี่เพราะดูเหมือนว่ามันจะรับสินบนไปจากตนไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย
“กร๊ากกก ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็ว่าใครเป็นน้อง กุ้ยหยงเองหรือนี่เจ้ามีความสนิทสนมกับหลานรักหวังซุนด้วยอย่างงั้นเหรอ” ชายร่างอ้วนหัวเราะออกมาด้วยความเบิกบานใจ
“ท่านลุงเพ่งถิง ช่างเป็นบุญวาสนาของข้านักที่ตัวท่านมาเยือนร้านค้าเล็กๆของข้าเช่นนี้” หวังซุนกล่าววาจาด้วยความนอบน้อมอย่างรู้งานถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะไม่เคยพบเจอกับชายร่างอ้วนผู้นี้มาก่อนแต่อำนาจบารมีที่ตัวของมันผู้นี้มีนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของจริงหากตัวเขาอยากที่จะทำอะไรให้ง่ายขึ้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยเจ้าอ้วนผู้นี้ช่วยเหลือ
“ดีมาก ดีมาก เป็นเด็กที่รู้จักเคารพผู้ใหญ่อนาคตของเจ้านั้นยังคงอีกยาวไกลนักอายุของเจ้าเพียงแค่นี้แต่กับมีธุระกิจการค้าที่ใหญ่โต เจ้าหนูหากเจ้ายังอยากที่จะไปให้ไกลกว่านี้เจ้าจำเป็นที่จะต้องอาศัยต้นไม้ใหญ่เพราะต้นไม้ใหญ่นั้นเย็นสบายเพราะมันสามารถปัดเป่าทุกปัญหาของเจ้าได้” เจ้าอ้วนพูดออกมาพร้อมกับทำท่าบินพร้อมทั้งกระพือปีกไปด้วย สิ่งที่ตัวของมันต้องการจะสื่อตัวของมันเองก็เสมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ส่วนตัวของหวังซุนเองก็เสมือนนกน้อยไร้ขนที่ต้องการต้นไม้ใหญ่เป็นที่เกราะกำบังแดดฝน
“ท่านลุงข้ามีของขวัญเล็กๆน้อยๆที่อยากจะให้ขอให้ท่านอย่าได้ถือสาคิดว่านี่คือของขวัญจากหลานชายผู้หนึ่งที่ไม่ได้พบเจอหน้ากับญาติผู้ใหญ่เช่นท่านมานาน” หวังซุนได้สั่งลูกน้องของตนได้หยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งออกมาเมื่อเปิดฝาออกมีแสงสีทองส่องสว่างออกมาทำให้ดวงตาของผู้พบเห็นอดสั่นไหวมิได้ ทางด้านตัวของเจ้าอ้วนเองมันก็ถึงกับมีลมหายใจที่ติดขัดมันไม่คิดไม่ฝันว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้มันใจใหญ่ใจป้ำเช่นนี้ ทรัพย์สินเงินทองที่อยู่ภายในเกรงว่ามันจะเป็นรายได้ตลอดทั้งปีของตนไม่คิดไม่ฝันว่าภายในวันนี้ตนเองจะได้มันมาโดยง่ายเช่นนี้
“นี่พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ท่านลุงของข้าอุส่ามาหาข้าทั้งทีพวกเจ้าคิดจะทำให้ข้าโดนดูถูกไปถึงไหนจงไปหยิบมันมาเพิ่มอีกหนึ่งกล่องแล้วใส่มันเข้าไปให้เต็มๆเลยนะ อย่าให้ผู้ใหญ่ที่ข้าเคารพนับถือต้องรอนาน” หวังซุนทำดีด่าลูกน้องของตนพร้อมทั้งสั่งให้ไปขนทรัพย์สมบัติของตนมาเพิ่ม เพ่ยถิงที่กำลังอิ่มเอมกับความสุขอยู่นั้นตัวเขาเองก็ต้องถึงกับเบิกตากว้างเขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่มันจะเป็นพ่อบุญทุ้มถึงขนาดนี้
“ฮ่า ฮ่า หลานรักของข้า ต่อไปนี้เจ้าจะเป็นหลานรักของข้า” ชายร่างอ้วนหัวเราะออกมาด้วยความเบิกบานใจ
“ท่านลุงเพ่ยถิงตัวท่านพอที่จะจัดการกับท่านเฟยเมียวให้ข้าได้ไหม” รอยยิ้มของชายร่างอ้วนเริ่มที่จะจางหายไปในทันทีหลังจากที่ได้ยินชื่อของเฟยเมียว
“ไอ้สารเลวนี่มันคือหนึ่งในบุคคลที่ข้าเกียจมากที่สุด แต่การที่คิดที่จะจัดการมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยเพราะพวกเราทั้งสองต่างก็เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่” หวังซุนค่อยๆบอกเล่าเรื่องราวของตนให้กับชายร่างอ้วนผู้นี้ฟังหลังจากนั้นสีหน้าและแววตาของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นเขาไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจชีวิตอันรันทดที่ผ่านมาของหวังซุนแม้แต่เพียงสักนิดเดียวที่เขามีความตื่นเต้นยินดีก็เพราะเขามีช่องทางที่จะจัดการชายที่ทำตัวมาเป็นหอกข้างแคร่ของเขามานานแสนนาน
“เรื่องที่เจ้าเล่าให้ข้าฟังเมื่อครู่เป็นความจริงอย่างงั้นเหรอ” เพ่ยถิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยิ้มแย้มแต่แววตาของชายร่างอ้วนผู้นี้นั้นดูชั่วร้ายเป็นอย่างมาก
“ใช่ที่ข้าโดนยึดทรัพย์สมบัติของตระกูลไปชายผู้นี้ล้วนแล้วแต่อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นการที่เขาจะจัดการชายผู้นี้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยมือผู้มีอำนาจด้วยกัน
“ฮ่า ฮ่า เสร็จข้าล่ะเฟยเมียวทีนี้ตัวของแกก็พลาดแล้วการปลอมแปลงเอกสารตราตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเจ้าและลิ่วล้อของเจ้าเตรียมตัวหลุดออกจากตำแหน่งไปได้เลย” เพ่ยถิงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจหลังจากนั้นตัวของเขาก็รีบเดินหนีหายออกไปเลยเขาคิดที่จะจัดการชายผู้นี้มานานแต่ก็หาโอกาสไม่ได้สักทีวันนี้สวรรค์ช่างเป็นใจกับเขานักได้เงินใช้เล่นแถมยังได้จัดการศัตรูที่ตัวเขาแอบหมายหัวมานาน
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







