Se connecterEP06.เผชิญหน้า
11.40 น. @ห้องอาหาร “สวัสดีค่ะคุณปกรณ์” ไผ่หลิวเอ่ยทักทายปกรณ์ดังเช่นทุกวัน “สวัสดีครับคุณไผ่” ปกรณ์ตอบรับน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในขณะที่สายตากำลังมองหาใครบางคน “ลงมาสั่งอาหารเที่ยงให้คุณมาร์ตินเหรอคะ” “เปล่าครับ ผมมาหาเด็กฝึกงานที่ชื่อลิษาครับ” “คะ? อ๋อ นั่นไงคะเดินมาพอดี คุณปกรณ์มีปัญหาอะไรกับลิษาหรือเปล่าคะ ถามไผ่ได้นะคะ” เพราะไผ่หลิวถือเป็นหัวหน้างานของลิษาอีกที เธอถึงได้อยากออกโรงปกป้องกลัวเด็กฝึกงานจะมีปัญหา “เปล่าหรอกครับ ผมแค่อยากจะคุยเรื่องเอกสารสมัครงานของเธอน่ะ ขอตัวก่อนนะครับ” “ค่ะ” ร่างสูงของปกรณ์รีบสาวเท้ายาวๆไปหาลิษาที่กำลังเดินอยู่บริเวณหน้าห้องอาหารทันที หญิงสาวได้แต่กระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นว่าปกรณ์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ “เธอคือลิษาใช่ไหม มากับผมหน่อย” “เอ่อ ค่ะ” แม้เธอจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม หญิงสาวทำได้เพียงเดินตามร่างสูงสวมแว่นของปกรณ์ไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟท์ร่างเล็กที่ทนความสงสัยไม่ไหว จึงตัดสินใจเอ่ยถามคนข้างๆออกไปด้วยความอยากรู้ “เอ่อ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะคุณปกรณ์ ทำไมจู่ๆถึงได้มาตามตัวลิษา” เธอเอ่ยถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะภายนอกปกรณ์ค่อนข้างดูเป็นผู้ชายนิ่งขรึม “ผมไม่มีครับ แต่คุณมาร์ตินน่าจะมีปัญหากับคุณลิษานะ” หญิงสาวหน้าชาวาบ หัวใจกระตุกวูบ เมื่อได้ยินชื่อของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ทำให้เธอนอนจับไข้ทั้งคืน แถมตอนนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บตรงกลางระหว่างขาอยู่ วันนี้ทั้งวัน ลิษาใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เธอไม่อยากเอาเปรียบคนอื่นจึงพยายามเดินให้เป๋นปกติที่สุด ถึงแม้จะยังคงเจ็บปวดตรงน้้นอยู่บ้างก็ตาม “……” ร่างบางเงียบไปพักใหญ่ เธอกำลังคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าเขาเรียกเธอไปทำไม ดูเหมือนว่าเรื่องเมื่อวานมันจะไม่จบง่ายๆเหมือนที่เธอคิด “ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร”ปกรณ์เอ่ยปลอบหลังจากสังเกตุเห็นสีหน้ากังวลของคนข้างๆ “ค่ะ” เธอตอบรับเพียงเท่านั้น เพียงไม่กี่นาทีทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของมาร์ติน “เชิญคุณเข้าไปได้เลยครับ เจ้านายรออยู่ด้านใน” “แล้วคุณปกรณ์ไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ” เธอรีบหันไปถามปกรณ์ที่ทำท่าจะเดินออกไปอีกทาง ลิษาเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอรู้สึกเหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้ง เธอไม่อยากเข้าไปพบผู้ชายคนนั้นสองต่อสอง หญิงสาวไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงต่อหน้าเขา เพราะเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอยังทำใจยอมรับมันไม่ได้ด้วยซ้ำ เธอเสียตัวให้เขาเพราะความเข้าใจผิดของเขานะ จะให้ทำใจยอมรับได้ง่ายๆมันก็ไม่ใช่ “ไม่ครับ ผมต้องไปเคลียร์งานต่อ โชคดีนะครับ”ปกรณ์หันมามาบอกน้ำเสียงเอาใจช่วย ก่แนที่เขาจะสาวเท้าเดินออกไปอีกทาง ลิษาได้แต่ยืนหัวใจเต้นรัวอยู่หน้าห้องทำงานของเจ้าของเกาะ เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกแล้ว เพียงแค่ได้คิดว่าต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับเขา หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ต่อให้อะไรจะเกิดมันเกิดเกิดสินะ เธอจะขอให้เขาลืมเรื่องราวเลวร้ายเมื่อวานไปเสียให้หมด ต่อจากนี้เธอกับเขาจะได้ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรที่ต้องมาเจอหน้ากันอีก ก๊อก ก๊อก ก๊อก เมื่อทำความเข้าใจกับตัวเองได้ในระดับนึง มือบางจึงเอื้อมไปเคาะประตูเพื่อขออนุญาตคนด้านใน “เชิญ” แอดด…… “สวัสดีค่ะคุณมาร์ติน เรียกลิษามาพบมีธุระอะไรเหรอคะ” หญิงสาวไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปด้านใน ก่อนจะเอ่ยถามเขาออกมาอย่างรวดเร็ว เธอไม่อยากอยู่ในนี้นาน มันน่าอึดอัด มาร์ตินค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนดีใจอย่างบอกไม่ถูก ในที่สุด….เขาก็ได้มีโอกาสคุยกับเธออย่างจริงจังเสียที แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงตีสีหน้าเงียบขรึมเอาไว้ก่อน พยายามสร้างมาดเจ้านายต่อหน้าเธอเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ง่ายแก่การเจรจา “นั่งรอก่อน ฉันกำลังอ่านเอกสารอยู่” เขาไม่พูดเปล่าแถมยังก้มลงไปสนใจเอกสารตรงหน้าตามเดิม ลิษาไม่ตอบกลับอะไร เธอยอมเดินไปนั่งรอที่โซฟากลางห้องอย่างว่าง่าย เพราะไม่อยากมีปัญหาอะไรกับเขาเพิ่มเติม เพียงแค่เรื่องผิดพลาดเมื่อวานก็ทำให้เธอรู้สึกใช้ชีวิตลำบากขึ้นมามากพอแล้ว สิบนาทีผ่านไป…. หญิงสาวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะขุ่นมัว ดูเหมือนอีกคนไม่มีท่าทีว่าจะละสายตาออกจากเอกสารของเขาเลย ลิษาเริ่มร้อนรนใจเพราะตอนนี้เธอกำลังอยู่ในเวลางาน หากหายไปนานคนอื่นๆอาจจะคิดว่าเธอกำลังเอาเปรียบอยู่ก็เป็นได้ “เอ่อ คุณมาร์ตินคะ ไม่ทราบว่าจะให้ษารออีกนานไหมคะ คือตอนนี้ษากำลังอยู่ในเวลางาน” “……” เขาเลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายไปยังห้องอาหารด้านล่างทันที หญิงสาวได้แต่มองตามการกระทำของเขาอย่างงงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าเขากำลังโทรหาใครก็เถอะ แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยถามหรอก “คุณไผ่ ผมมีงานให้ลิษาช่วยทำ ผมขอเวลาสักสองชั่วโมงนะครับ คุณคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” มาร์ตินจงใจเอ่ยบอกปลายสายเสียงดัง ลิษาทำโตขึ้นมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วเข้าหากัน เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ให้เธอนั่งรอเป็นสิบนาทีแถมยังขอตัวเธอไว้อีกสองชั่วโมงงั้นเหรอ “ครับ ฝากทำอาหารเที่ยงมาให้สำหรับสองที่ด้วยนะครับ” เขาสั่งเสร็จก็วางโทรศัพท์ลงไปบนโต๊ะทำงาน “คุณมาร์ตินจะให้ษาช่วยทำอะไรคะ” เธอทำใจกล้าเอ่ยถามออกไป “จะเที่ยงแล้ว กินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อย” “คะ?” หญิงสาวยิ่งงุนงงไปกันใหญ่ เมื่อจู่ๆเขาก็สั่งให้เธอทานข้าวเป็นเพื่อน ใบหน้าของเธอบัดนี้มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด เธอนึกว่าเขาจะเรียกมาเพื่อสอบถามเรื่องเมื่อวานเสียอีก หญิงสาวรู้สึกประหม่าลดลงไปหน่อยนึงเมื่ออีกคนทำท่าเหมือนจะลืมเรื่องนั้นไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงต้องสั่งให้เธอทานข้าวเป็นเพื่อนด้วย “เธอกินข้าวแล้วเหรอ” “ยะยังค่ะ” “ดี งั้นก็รอ” มาร์ตินยังคงทำตัวนิ่งเฉยเหมือนเดิม ทั้งๆที่ในใจกลับตรงกันข้าม ตอนนี้เขาเพียงอยากถ่วงเวลาให้นานที่สุด เขาอยากอยู่กับเธอนานๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เพียงแค่ได้เจอหน้าลิษาหัวใจของเขาก็เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก รวมถึงรู้สึกดีใจที่ไม่โดนเมินเหมือนเมื่อเช้า สิบห้านาทีผ่านไป…. อาหารมากมายถูกยกมาส่ง ลิษาช่วยปกรณ์จัดโต๊ะอาหารกลางวันอยู่เกือบห้านาที เข้ามาเพียงครู่เดียวร่างสูงใส่แว่นของปกรณ์ก็เดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เธอต้องตกอยู่ในห้องอันเงียบเชียบกับมาร์ตินสองต่อสองอีกครั้ง “มากินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว”ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตรงดิ่งมานั่งลงยังโต๊ะอาหารที่มีร่างบางยืนอึกอักอยู่บริเวณนั้น “นั่งลง” เมื่อเห็นว่าเธอไม่นั่งลงสักทีเขาจึงหันมาสั่งเสียงเข้ม “เอ่อ ค่ะ” ลิษายอมนั่งลง เธอนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมา สมองพลันตั้งคำถามหลายอย่าง ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่! มันสมควรแล้วเหรอที่จะมานั่งกินข้าวกับเจ้านายแบบสบายอารมณ์อย่างนี้ “ทำไมไม่กิน” มาร์ตินเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เขานั่งมองเธอมานานหลายนาทีแล้ว “คุณมาร์ตินกรุณาพูดถึงเหตุผลที่เรียกตัวลิษามาพบหน่อยได้ไหมคะ ลิษาอยากรีบคุยรีบจบค่ะ” เธอตัดสินใจรวบช้อนส้อม ก่อนจะเอ่ยถามเขาออกไปอย่างเถรตรง เธอไม่อาจทนอยู่กับความอึดอัดใจของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว “……” ร่างสูงได้ยินดังนั้นก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่บอกกล่าว เขาเดินไปหยิบถุงยาออกมาจากในลิ้นชัก ก่อนจะเอามาวางให้เธอบนโต๊ะกินข้าว “อะไรคะ” “ยาคุมฉุกเฉิน เมื่อวานเธอคงไม่ได้กินใช่ไหม ฉันแตกในนะ” เขามั่นใจว่าเธอไม่มีทางหาซื้อยาแบบนี้บนเกาะได้แน่ ชายหนุ่มจึงสั่งให้ปกรณ์วานคนในเกาะนี้ออกไปซื้อมาให้ ลิษาเมื่อได้ยินคำพูดอันตรงแสนตรงของเขาก็เกิดอาการหน้าแดง ทำไมเขาถึงพูดเรื่องพวกนั้นออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย ทั้งทั้งที่เธออายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว “ค่ะ มีแค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณจะคุยกับลิษา” ลิษายอมลืมความเขินอายพวกนั้นไป เธอเลือกที่จะหยิบถุงยามาไว้ในมือ ก็ดีเหมือนกันที่รู้จักเตรียมมาให้เธอ ถึงแม้เธอจะต้องตกอยู่ในความเสี่ยงก็เพราะเขา ลิษาอยากให้เรื่องนี้มันจบๆไป เธอคงไม่โชคร้ายท้องกับคนอย่างมาร์ตินหรอกจริงไหม? “เธอกินเป็นใช่ไหม” “ค่ะ พอรู้อยู่” “ถ้าไม่มีอะไรแล้วลิษาขอตัวนะคะ” ว่าแล้วเธอก็ทำท่าจะลุกจากไป “เดี๋ยวก่อน! ฉันยังพูดไม่จบ” “คะ? คุณมาร์ตินมีอะไรอีกคะ” “อย่าเอาเรื่องเมื่อวานไปบอกใคร มันอาจจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเธอ” ที่เขาพูดไปเพราะแอบเป็นห่วงลิษา หากเรื่องนี้ถึงหูคนอื่น เธออาจจะตกที่นั่งลำบากในการทำงานได้ ซึ่งลิษาเองก็ไม่เคยคิดที่จะบอกเรื่องนี้กับใครอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีอะไรเลยสักนิดสำหรับเธอ! “ค่ะ ลิษาก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว” “แต่มีอีกเรื่องที่ฉันอยากลองให้เธอกลับไปคิดดู”SPECIAL EPISODES62.ลูคัส ห้าปีผ่านไป….. “แม่ครับ คัสอยากลงไปเล่นกับอากรณ์” หนุ่มน้อยวัยห้าขวบที่กำลังอยู่ในช่วงวันหยุดปิดเทอมร้องขอมารดาออกมาด้วยความเบื่อหน่าย หลังจากที่ลูคัสโตพอที่จะเข้าโรงเรียนได้หนุ่มน้อยก็ได้นั่งเรือขึ้นไปเรียนในตัวเมืองทุกวัน ลิษากับมาร์ตินแพลนกันเอาไว้ว่าหากลูคัสขึ้นชั้นประถมเมื่อไหร่ เธอจะพาลูกย้ายไปเรียนที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับพวกลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ชั้นปีเดียวกัน “คัสอยากลงไปเล่นกับอากรณ์หรอกเหรอ แม่นึกว่าคัสจะรอเล่นกับครูซ เคย์เดน นาวิน นาวา อลิซ แล้วก็ แอนดริวซะอีก” ลิษามองหน้าลูกชายแล้วยิ้มตาม สงสัยลูกชายของเธอลืมว่าวันนี้คุณย่าจะมาหาพร้อมกับหลานๆทุกคนของตระกูลขนมากันหมดเลย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เด็กๆปิดเทอม แถมมารีน่ากับคริสเตียนก็เพิ่งกลับมาเที่ยวเมืองไทยกันเสียด้วย มาเรียมจึงไม่รอช้าที่จะจัดทริปแรกของปีขึ้นมาซะเลย “โอ๊ะ คัสลืมไปเลยครับ งั้นคัสไม่ไปเล่นกับอากรณ์แล้ว คัสจะรอเล่นกับเพื่อน” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยบอกอย่างตั้งอกตั้งใจ ไม่น่าเชื่อว่าสี่พี่น้องตระกูลมัสจะมีลูกพร้อมกันทุกคน ทำให้เด็กๆที่เกิดไล่เลี่ยกันสามารถเป็นเพื่อนกันได้ไ
Special Episode61: เลี้ยงลูก หลายเดือนผ่านไป….. “แง้ แง้ แง้” เสียงเจ้าตัวเล็กร้องดังออกมาจากแปลเด็กทำเอามาร์ตินที่กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่รีบวิ่งเข้ามาดูลูกชายตัวน้อยอย่างรวดเร็ว “ลูกพ่อร้องทำไมเหรอหื้ม แม่อาบน้ำอยู่ครับ หนูหิวนมหรือเปล่า” ร่างสูงหันไปพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ก่อนจะหยิบขวดนมมาให้ลูกน้อยดื่มกิน ตอนนี้ ลูคัส มัส มีอายุได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่ลูกคลอดออกมา ชีวิตของเขากับเมียก็มีความสุขมากขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ลูคัสเป็นเด็กเลี้ยงง่าย กินง่าย นอนง่าย จนมาร์ตินที่เป็นผู้ชายสามารถช่วยเมียดูลูกได้อย่างสบายๆเพราะลูกของเขาไม่ดื้อไม่ซนเลยสักนิด แกร๊ก! “เมื่อกี้ษาได้ยินเสียงลูก” ไม่ถึงสองนาทีเมียของเขาก็รีบวิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำ เธอคงได้ยินเสียงลูคัสร้องเมื่อกี้แน่ๆ “อื้ม ใช่ ลูคัสแค่หิวนมน่ะ ดูเหมือนลูกจะหลับไปแล้ว” มาร์ตินหันกลับมาสนใจเมียที่มีผ้าขนหนูห่อกายอยู่เพียงเเค่ผืนเดียวเท่านั้นแทน เพราะเธอรีบออกมาจากในห้องน้ำเกินไป คว้าอะไรได้ก็รีบออกมาก่อน “ฟู่วว โล่งอกไปที งั้นษาไปใส่เสื้อผ้าก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” พรึ่บ! เขาคว้าร่างบางให้เข้าม
EP60.จบบริบูรณ์ งานแต่งงาน “ไง ก่อนหน้านี้ไม่อยากมีเมียนี่ แล้วที่ดันชิงแต่งงานก่อนพี่ชายทั้งสองคนคือยังไง?” มาติเนสกระดกน้ำสีอำพันเข้าปาก ก่อนจะเอ่ยถามน้องชายตัวดีออกมาด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ! หึ! สุดท้ายมันก็กลายร่างจากเสือกลายเป็นหมา!! “ก็พวกพี่ช้าเอง เมียผมเรียนจบแล้ว ก็แต่งเลยสิจะรออะไร” มาร์ตินตอบกลับหน้าระรื่น ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับคำพูดของตัวเองในอดีตเลยสักนิด “ตอนนั้นบอกไม่ชอบเด็ก?” มาร์โคพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ยกคิ้วขึ้นสูงข้างนึง “เมียผมไม่เด็กแล้วไหม เรียนจบแล้ว ไม่เหมือนเมียพวกพี่สักคน ยังเรียนไม่จบก็ป่องกันหมดแล้ว โชคร้าย ได้ผัวแก่!” คำพูดของมาร์ตินทำเอามาติเนสแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะเขาเป็นคนที่แก่ที่สุดแต่กลับได้เมียเด็กที่สุด “อ้าวไอ้นี่ แล้วไง สุดท้ายแกก็ได้เมียเด็กเหมือนกันนั่นแหละ ห่างกันสิบเอ็ดปี ก็แก่เหมือนกันแหละเว้ย” เสียงทะเลาะกันโหวกเหวกโวยวายของมาร์ตินกับมาติเนสทำเอามาร์โคส่ายหัวเบาๆให้กับสองพี่น้องคู่นี้ที่ชอบทะเลาะกัน “อดทนหน่อยนะคริสเตียน” มาร์โคหันไปบอกน้องเขย “ไม่เป็นไร ชินแล้ว” คริสเตียนตอบกลับอย่างไม่สนใจ เขานั่งจ
EP59.ครอบครัว NC >“ไม่ กลัวห้ามใจไม่ไหว” น้ำเสียงทุ้มตอบกลับมา แต่ในใจลึกๆลิษารู้ดีว่าท่าทางแบบนี้เขากำลังน้อยใจเธออยู่ “งั้นเหรอคะ….” มือบางค่อยๆสอดเข้าไปในกางเกงนอนของอีกคน จนกระทั่งเธอได้พบเข้ากับเจ้ามังกรนุ่มนิ่มที่เริ่มแข็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพียงแค่เธอสัมผัสมันอย่างเเผ่วเบา “จะทำอะไร ไหนว่า…..” “เปลี่ยนใจได้ไหมคะ” สีหน้าสลดเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าแห่งความดีใจอย่างรวดเร็ว แต่มาร์ตินก็ยังคงนิ่ง เขาอยากโดนเมียเอาใจอีกหน่อย ตอนนี้กำลังฟินเลยกับมือนุ่มๆนั่น “แต่นี่ก็ดึกแล้วนะ คนท้องควรนอนเยอะๆ” เขาแสร้งพูดไปงั้นเเหละ ในใจเต้นลิงโลดจนนอนไม่หลับแล้ว พรึ่บ! “ก็บอกว่าเปลี่ยนใจแล้วไงคะ ถ้าอยากนอนก็นอนไปก่อนได้เลย” เธอขึ้นมาคร่อมตัวเขาเอาไว้ก่อนจะจัดการควักเจ้าโลกอันใหญ่ออกมาจากในกางเกง สร้างความถูกใจให้มาร์ตินเป็นอย่างมาก…. “อื้มม อึก อ๊าา ปากนิ่ม” เสียงครางกระเส่าของร่างสูงดังขึ้น เมื่อท่อนรักถูกปากจิ้มลิ้มกลืนลงไปจนเกือบสุดลำพร้อมกับลิ้นเล็กที่บรรจงตวัดเลียไปทั่วแท่งร้อน “ลิษา~เก่งมากเด็กดี” อ็อก! พรึ่บ! พั่บ! มือหนาเลื่อนไปกดหัวของอีก
EP58. เด็กเก่า @ร้านลองชุดแต่งงาน “สวัสดีค่ะคุณมาร์ติน เชิญด้านนี้ได้เลยค่ะ” เสียงพนักงานกล่าวทักทายบุคคลที่เข้ามาใหม่ ก่อนจะเดินนำทั้งสองคนไปเลือกชุดด้านใน “เดี๋ยวดาวพาเลือกชุดก่อนเลยนะคะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรคะ” “ลิษาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณลิษา เดี๋ยวดาวให้พนักงานใหม่มาช่วยคุณมาร์ตินเลือกชุดนะคะ ส่วนดาวจะไปช่วยคุณลิษาเลือกชุดค่ะ” มาร์ตินกับลิษาพยักหน้าเข้าใจในคำพูดของพนักงานก่อนที่พนักงานอีกคนจะเข้ามาช่วยดูแลมาร์ตินในส่วนนี้ ชุดเจ้าบ่าวไม่มีอะไรมาก แค่เลือกสี แต่ชุดเจ้าสาวคงต้องใช้เวลาในการเลือกหน่อย “เลือกชุดได้ตามสบายเลยนะคะ ถ้าเลือกเสร็จแล้วเราจะได้มาลองชุดดกันค่ะ” “ค่ะ” ลิษายิ้มตอบบางๆก่อนจะเดินเลือกชุดที่แขวนไว้ในห้องเสื้ออย่างละลานตาไปหมด หัวใจดวงเล็กอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ครั้งหนึ่งในชีวิตของผู้หญิงเธอก็อยากจะใส่ชุดที่สวยที่สุด ถ้าถามแบบที่ลิษาอยากใส่ก็คงจะเป็นชุดแนวเรียบๆ เพราะลิษาเป็นคนไม่ชอบใส่อะไรที่มันเยอะเกินไป “โอ๊ะ! ชุดนี้สวยจัง” ลิษาหยิบชุดนึงที่ถูกใจเธอออกมา มันเป็นชุดปาดไหล่แขนยาวรัดทรวดทรงถ้าใส่ออกมาแล้วน่าจะถูกใจเธอไม่น
EP57.ขอแต่งงาน ทุกคนที่ได้ยินประโยคสำคัญหยุดชะงักการกระทำทุกอย่างก่อนจะหันไปจ้องเจ้านายของตัวเองเป็นตาเดียวกัน “ต่อจากนี้…..ผมอยากให้ทุกคนให้เกียรติลิษา เหมือนที่ให้เกียรติผม เพราะผมกำลังจะแต่งงานกับเธอ” สิ้นเสียงประกาศออกไมค์ เสียงปรบมือและเสียงกรีดร้องของเหล่าพยักงานก็ดังขึ้น พร้อมกับทุกคนที่หันมามองลิษาเป็นตาเดียวกัน ราวกับไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องมายังลิษา ใบหน้าเล็กแดงซ่าน ไม่คิดว่าเขาจะประกาศออกใหม่แบบนั้น ตึก ตึก เสียงเท้าหนาเดินมาหยุดที่ด้านหน้าของเธอ ลิษาหันไปมองก็พบเข้ากับมาร์ตินที่กำลังล้วงบางอย่างออกมาจากในกระเป๋ากางเกง ท่ามกลางความลุ้นจนตัวเกร็งของเหล่าพนักงาน ลิษาเองก็ลุ้นตามไปด้วย และสิ่งที่ทุกคนคิดก็เกิดขึ้น พรึ่บ! มาร์ตินนั่งคุกเข่าลงไปบนพื้นต่อหน้าผู้หญิงที่เขารัก กล่องกำมหยี่สีแดงในมือถูกเปิดออกพร้อมกับแหวนเพชรเม็ดโตที่เขาสั่งให้ปกรณ์ออกไปหาซื้อในเวลาเพียงไม่กี่วัน “แต่งงานกับฉันนะลิษา ฉันสัญญาจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด” มาร์ตินพูดออกมาอย่างหนักแน่นพร้อมกับส่งยิ้มแห่งความรักไปให้คนตรงหน้า ลิษายกมือขึ้นมาป้องปากเอาไว้ เธอไม่คิดว่าเขาจะขอเธอแต่งงาน







